"คือว่า... เอาอย่างนี้ดีไหมครับ..." พ่อบ้านลังเลอยู่นานสุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา
ทว่ายังพูดไม่ทันจบ กู้หลิงเยว่ก็ขัดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจ "พ่อบ้านคะ คุณช่วยไปดูลานหลังบ้านให้ฉันหน่อยสิว่า ดอกไม้ที่ฉันย้ายมาปลูกเมื่ออาทิตย์ก่อนเป็ยังไงบ้างแล้ว"
"ครับ คุณหนูใหญ่"
เมื่อก้างชิ้นโตเดินออกไปแล้ว กู้หลิงเยว่ก็หันไปมองเจียงมั่วด้วยสายตาท้าทาย ก่อนจะเดินเข้าไปกระซิบข้างหูเธอ "เจียงมั่ว แกไม่มีทางสู้ฉันได้หรอก"
เธอเอื้อมมือไปตบกระเป๋าเดินทางของเจียงมั่วเบา ๆ "ไปซะเถอะ อย่ามัวแต่ไม่ยอมรับความจริงเลย เพราะชะตาชีวิตของพวกเรามันถูกกำหนดไว้ั้แ่ตอนที่ถูกอุ้มผิดตัวแล้ว อ้อ จริงด้วย เื่โรงเรียนอวี้เต๋อ ฉันจะบอกให้พี่รองช่วยทำเื่ย้ายโรงเรียนให้แกเอง ก็นะ คนประเภทไหนก็ควรจะอยู่ในสังคมประเภทนั้นแหละ!"
เจียงมั่วแคะหูด้วยสีหน้าค่อนข้างรำคาญ หางตาของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อเหมือนคนนอนไม่พอแล้วหาวออกมาทีหนึ่ง จากนั้นถึงค่อยลุกขึ้นยืน
ในตอนที่กู้หลิงเยว่คิดว่า อีกฝ่ายจะหน้าด้านหน้าทนขออยู่ต่อ เธอกลับเห็นเจียงมั่วเอื้อมมือไปผลักกระเป๋าเดินทางแล้วเดินจากไปทันที โดยไม่มีความอาลัยอาวรณ์เลยแม้แต่น้อย
ยอมง่ายจนน่าเหลือเชื่อ กู้หลิงเยว่ลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
ดีแล้ว ไล่ไปได้ซะที
บนชั้นสอง กู้โย่วยืนอยู่ริมหน้าต่าง พลางมองเงาร่างโดดเดี่ยวที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป ทันใดนั้น ความรู้สึกผิดในใจก็พลุ่งพล่านขึ้นมาเหมือนกระแสน้ำซัดสาดระลอกแล้วระลอกเล่า ตามหลักแล้ว เจียงมั่วต่างหากที่เป็คุณหนูใหญ่ตัวจริง การที่เธอจะอยู่บ้านตระกูลกู้ต่อก็สมเหตุสมผลอยู่แล้ว แต่หลิงเยว่ล่ะ... เฮ้อ สุดท้ายก็เป็เพราะโชคชะตาเล่นตลกแท้ ๆ
เขาเลิกคิดฟุ้งซ่าน แล้วทำเพียงนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความหดหู่ ก่อนจะกดเปิดหน้าแชตเดิมขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้เขาส่งข้อความสั้น ๆ กระชับไปเพียงว่า [เธอถูกฉันไล่ไปแล้ว]
ท้องฟ้าในเดือนเก้านึกจะเปลี่ยนก็เปลี่ยน ทันทีที่มีเสียงฟ้าร้องและฟ้าผ่า วินาทีต่อมาสายฝนก็เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง กู้เหลียนลงจากรถเดินเข้าบ้านเพียงไม่กี่ก้าว เสื้อผ้าบนตัวก็เปียกโชกไปกว่าครึ่ง พ่อบ้านยื่นผ้าขนหนูให้เขาได้จังหวะพอดี กู้เหลียนกวาดสายตามองไปรอบห้องนั่งเล่น ก่อนจะสังเกตเห็นความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว
"เ้ารองกลับมาแล้วเหรอ?"
พ่อบ้านมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ยังพยักหน้ารับ
กู้เหลียนขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ จึงลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ ชนิดที่แทบไม่สังเกตเห็น "แล้วเขาอยู่ไหน?"
"อยู่ข้างบนครับ"
กู้เหลียนพยักหน้า ตอนแรกเขาไม่ได้คิดจะซักไซ้อะไรต่อ แต่พอเดินไปได้สองก้าวก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ "จริงด้วย มั่วมั่วกลับมาหรือยัง? ไปเรียกพวกเขาสองคนลงมาหน่อย ฉันจะได้แนะนำให้รู้จักกัน วันนี้มั่วมั่วก็น่าจะเสียความรู้สึกมามากพอแล้ว ฉันอยากอยู่เป็เพื่อนเธอหน่อย"
พ่อบ้านทำสีหน้าลำบากใจยิ่งกว่าเดิม ในตอนที่กำลังไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ก็มีน้ำเสียงทุ้มต่ำดังมาจากทางบันได "ไม่ต้องหรอก เธอไปแล้ว"
มือของกู้เหลียนที่กำลังถือผ้าขนหนูชะงักไปทันที เขาหรี่ตาลงก่อนจะถามด้วยความไม่เข้าใจ "นายพูดว่าอะไรนะ?"
"วันนี้ฉันกลับมาถึงก็ไล่เธอไปเลย ป่านนี้... คงจะเดินไปไกลแล้วมั้ง" เขาพูดพลางเงยหน้ามองออกไปข้างนอก ในใจรู้สึกอึดอัดขึ้นมาอีกครั้ง ฝนตกั้แ่เมื่อไหร่กัน?
กู้เหลียนโยนผ้าขนหนูกลับไปให้พ่อบ้านก่อนจะสาวเท้าเดินไปด้วยความรวดเร็ว เพียงอึดใจเดียวก็ไปหยุดอยู่ตรงหน้ากู้โย่ว เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองอีกฝ่าย "นายไล่เธอไปแล้วเหรอ? นายมีสิทธิ์อะไรไปไล่เธอ?"
กู้โย่วยังคงทำสีหน้าราบเรียบเหมือนเดิม "เพราะฉันอยากไล่"
"นายอยากไล่?!" กู้เหลียนหัวเราะออกมาด้วยความโมโห พร้อมพยักหน้ารัว ๆ "นายนี่มันได้ใจจริง ๆ นะกู้โย่ว! นายรู้ไหมว่าเธอเป็ใคร? เธอเป็น้องสาวแท้ ๆ ของพวกเรา! นายไล่เธอไปแบบนี้ นายยังมีหัวใจอยู่ไหม? นายเคยถามความเห็นของฉันบ้างหรือเปล่า?!"
เมื่อกู้โย่วถูกกู้เหลียนตะคอกใส่แบบนั้นก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง เขารู้สึกขัดหูขัดตาจนทนดูไม่ได้เป็พิเศษ เวลาที่กู้เหลียนคอยกางปีกปกป้องเด็กคนนั้น สิ่งที่หลิงเยว่พูดมาไม่ผิดเลยจริง ๆ ท่าทางของกู้เหลียนตอนนี้เหมือนคนโดนยาเสน่ห์ไม่มีผิด มิน่าล่ะ หลิงเยว่ถึงได้น้อยใจขนาดนั้น ถ้าเปลี่ยนเป็เขา เขาก็รับไม่ได้เหมือนกัน
พอคิดได้แบบนี้ กู้โย่วก็แค่นยิ้มเย็น "ถามพี่งั้นเหรอ? กู้เหลียน พี่กล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง? ั้แ่เล็กจนโต พี่เคยทำเื่ที่คนปกติเขาทำกันบ้างไหม? ตอนนั้นถ้าไม่ใช่เพราะพี่ดื่มเหล้า..."
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ กู้หลิงเยว่ก็ยอมก้าวออกมาในที่สุด เธอพูดขัดกู้โย่วด้วยสีหน้าจริงจัง "พี่รอง พี่รับปากฉันแล้วนะว่าจะไม่พูดถึงเื่นั้นอีก!"
กู้เหลียนราวกับถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด ความดุดันเมื่อครู่หายวับไปทันตา เขาทำเพียงหันหลังเดินออกไปข้างนอกด้วยความหงุดหงิด "ฉันจะไปตามหามั่วมั่ว"
เขาไม่ได้หยิบร่มไปด้วย ทำเพียงแค่เดินดุ่ม ๆ เข้าไปกลางสายฝน พ่อบ้านเห็นดังนั้นก็รีบหยิบร่มแล้ววิ่งตามออกไป
กู้โย่วมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกหงุดหงิดในใจที่เพิ่มขึ้นยิ่งกว่าเดิม เขาคอยเหลือบมองออกไปข้างนอกเป็ระยะ ความจริงจะว่าไปแล้ว เด็กสาวคนนั้นนอกจากจะทำตัวกร่างและโกรธง่ายไปหน่อย ก็ไม่ได้มีข้อบกพร่องใหญ่อะไร อย่างน้อยแววตาของเธอก็ยังดูใสซื่อบริสุทธิ์ ถ้าคอยสั่งสอนดี ๆ ไม่แน่ว่าอาจจะดัดนิสัยกลับมาได้
"พี่รอง? พี่รองคะ?" กู้หลิงเยว่เรียกอยู่หลายครั้ง กว่าจะดึงสติของกู้โย่วที่กำลังเหม่อลอยให้กลับมาได้
"หือ? เมื่อกี้เธอเรียกพี่เหรอ? มีอะไรหรือเปล่า?" กู้โย่วดูเหมือนจะยังคงใจลอยอยู่เล็กน้อย
"ฉันบอกว่าเดือนหน้าจะมีงานฉลองของโรงเรียน ฉันมีขึ้นแสดงเต้นด้วย พี่จะไปดูฉันใช่ไหมคะ? จริงด้วยพี่รอง เมื่อกี้พี่กำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?" น้ำเสียงของเธอฟังดูเป็ปกติ แต่ฝ่ามือกลับกำชายเสื้อแน่นด้วยความกังวล
กู้โย่วยิ้มพลางตอบอย่างขอไปที "อืม ไปสิ การแสดงของเธอพี่ก็ต้องไปดูอยู่แล้ว"
พอพูดจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองออกไปข้างนอกอีกครั้ง
กู้หลิงเยว่เม้มปาก ก่อนจะลอบหยั่งเชิงออกมาด้วยความไม่ยินยอม "พี่รอง พี่กำลังนึกเสียใจอยู่ใช่ไหมคะ?"
"ฮะ? เสียใจเื่อะไร?"
"เื่ของเจียงมั่ว พี่รองกำลังนึกเสียใจอยู่ใช่ไหมคะ? ที่จริงถ้าพี่ไม่อยากใจร้ายกับเธอขนาดนี้ ฉันเข้าใจได้นะ เพราะยังไงเธอก็เป็น้องสาวแท้ ๆ ของพวกพี่ ขนาดพี่ใหญ่ยังรักเธอเลย ฉันเข้าใจได้หมดแหละ ความผูกพันทางสายเืมันตัดกันไม่ขาดหรอก พี่ ๆ เองก็ไม่ใช่คนใจั์ใจมาร ที่จริงไม่ต้องทำกับเธอขนาดนี้เพื่อฉันก็ได้ ฉันแย่งชิงความรักจากพี่ ๆ มาตั้งนานขนาดนี้มันก็มากเกินพอแล้ว..." กู้หลิงเยว่ขยี้ตาเบา ๆ ขอบตาขึ้นสีแดงก่ำจนเห็นหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาได้อย่างชัดเจน
กู้โย่วรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจ เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเธอก่อนจะปลอบ "คิดฟุ้งซ่านอะไรของเธอเนี่ย? เธอยังเป็น้องสาวของพี่ตลอดไป เป็เ้าหญิงตัวน้อยที่พี่อุ้มชูไว้บนฝ่ามือ ถ้ายังคิดมากอีก พี่จะทำโทษด้วยการไม่ให้ไปดูคอนเสิร์ตของเมิ่งอวี๋หนึ่งเดือนเลย!"
เมิ่งอวี๋คือนักร้องชายระดับแถวหน้าที่มีความสามารถโดดเด่นในปัจจุบัน เป็หนุ่มฮอตปรอทแตกของวงการบันเทิงที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วทุกมุมประเทศ เพลงสร้างชื่อของเขาอย่าง 'รั่วสุ่ย' ก็กลายเป็เพลงฮิตติดหูที่ใคร ๆ ก็รู้จัก เรียกได้ว่าความนิยมสูงส่งจนฉุดไม่อยู่
กู้หลิงเยว่ทำปากยื่นงอแงใส่เขา ก่อนจะออดอ้อนด้วยความขัดใจ "พี่รอง! พี่ก็รู้ว่าฉันชอบเมิ่งอวี๋ แต่ก็เอาเมิ่งอวี๋มาขู่ฉัน!"
กู้โย่วฉีกยิ้มกว้าง "เอาล่ะ ไหนบอกว่าเดือนหน้าจะเต้นในงานฉลองโรงเรียนไง ให้พี่ช่วยดูให้ก่อนไหม?"
กู้หลิงเยว่ส่ายหน้า "ไม่เอาค่ะ ถ้าพี่ดูก่อน พอไปดูในงานฉลองก็ไม่ตื่นเต้นน่ะสิ"
กู้โย่วพยักหน้ารับ และไม่ได้พูดอะไรต่ออีก แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความสับสนอย่างเห็นได้ชัด
...
อีกด้านหนึ่ง
เจียงมั่วเดินออกมาจากบ้านตระกูลกู้พร้อมลากกระเป๋าเดินทางไปด้วย เธอตั้งใจว่าจะหาโรงแรมพักสุ่ม ๆ ไปก่อนสักคืน ส่วนเื่เงินนั้น ก่อนหน้านี้กู้เหลียนเคยให้บัตรเธอไว้ใบหนึ่ง ไม่ใช้ก็คงเสียของ แต่คิดไม่ถึงว่าเดินไปได้ไม่เท่าไหร่ฝนจะตกหนัก แถมโทรศัพท์มือถือก็ดันมาแบตหมดเอาตอนนี้พอดี เธอจึงเดินไปหลบที่ป้ายรถประจำทางแห่งหนึ่ง ตั้งใจว่าจะรอให้ฝนหยุดตกก่อนค่อยว่ากัน
ไม่รู้ว่ารออยู่นานแค่ไหน จู่ ๆ ก็มีรถยนต์สีดำคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงหน้าเธอ เจียงมั่วเหลือบสายตามองแวบหนึ่ง ป้ายทะเบียนรถคันนี้ดูท่าทางจะรวยไม่เบาเลยทีเดียว