“คะ?”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังไม่ทันตั้งตัวเผยเห่อก็ดึงมือเธอออกไปแล้ว
ระหว่างทาง ต่งเสี่ยวเสี่ยวอดสงสัยไม่ได้“เป็นโรคอะไรที่แปลกขนาดนั้นกันคะ?”
เผยเห่อตั้งใจจะพูดอะไรบางอย่างแต่เขาก็ลังเลอยู่สักพักไม่แน่ใจว่าควรจะพูดออกมาไหม
“พูดยากแฮะ คุณตามผมไปดูก่อนดีกว่า!”
เรื่องนี้อธิบายยากจริงๆต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองถึงจะรู้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้แต่ยิ้มอย่างจนใจกลายเป็นว่าเผยเห่อดึงเธอไปที่แผนกอายุรกรรม
“หืม?” ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยถึงเธอจะเชี่ยวชาญทั้งด้านอายุรกรรมและศัลยกรรม แต่เธอถนัดการผ่าตัดมากกว่า
แล้วเผยเห่อรู้ได้อย่างไรว่าเธอถนัดเรื่องนี้ด้วย?
“หมอเผย คุณกำลังล้อฉันเล่นอยู่รึไงคะ?”ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองป้ายแผนกอายุรกรรม “คุณคิดว่าฉันถนัดด้านนี้ด้วยหรือไง?”
“คุณเก่งเรื่องการแพทย์แผนจีนไม่ใช่เหรอเรื่องแค่นี้สำหรับคุณมันก็คงไม่ได้ยากเย็นอะไร”
พูดจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ถูกดึงเข้าไปในห้องตรวจอายุรกรรม พอเข้าไปด้านในเธอก็เห็นเซียวเฉิง หัวหน้าแผนกอายุรกรรมนั่งอยู่
เขานั่งตัวตรงอยู่อย่างนั้นตรงหน้าเขามีชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่านั่งอยู่ แค่มองแวบเดียวต่งเสี่ยวเสี่ยวก็พอจะเดาได้ว่าคนคนนี้เป็นคนมีฐานะแน่นอน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเหลือบมองป้ายชื่อที่หน้าอกของเขา
“นี่คือคนที่หมอเผยจะแนะนำให้ผมเหรอ?”เซียวเฉิงขมวดคิ้ว “ถึงผมจะเคยได้ยินมาว่าหมอต่งมีชื่อเสียงในด้านศัลยกรรมแต่เรื่องอายุรกรรม…”
ส่วนเรื่องที่เหลือไม่ต้องพูดอะไรมากทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างก็เข้าใจความจริงกันดีอยู่แล้ว
แม้แต่ชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าที่นั่งอยู่ข้างหน้าเขาก็ยังหันกลับมามองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เผยเห่อกระซิบข้างหูต่งเสี่ยวเสี่ยว“คนนี้รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่อีกอย่างเขายังเป็นริดสีดวงทวารด้วย แต่ผลตรวจออกมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก”
“แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่สบายอยู่ดี”
“โดยเฉพาะตรงกระเพาะอาหารพวกเราวินิจฉัยไม่ได้ว่าเป็นโรคอะไรกันแน่ คุณช่วยดูให้หน่อยได้ไหมครับ”
เผยเห่อพูดพลางดึงต่งเสี่ยวเสี่ยวให้เดินไปข้างหน้า
เขาจ้องเซียวเฉิงเขม็ง“นายน่ะ เลิกอวดเก่งได้แล้ว เขามาหลายรอบแล้วนะ”
“พวกคุณพูดอะไรกัน?” ชายวัยกลางคนไม่พอใจ เขาตบใบวินิจฉัยที่อยู่ตรงหน้าเสียงดัง “ผมมาหาหมอ ต่อให้ผมมาทุกวัน ตราบใดที่ผมจ่ายเงิน พวกคุณก็ต้องตรวจให้ผม!”
“พวกหมอเป็นอะไรกันไปหมด?”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเดินไปข้างหน้าเห็นในใบวินิจฉัยของชายคนนั้นมีอาการคล้ายกับอาการตับอ่อนอักเสบ
“หวาชิวเจ๋อ อายุสี่สิบแปดปี” ต่งเสี่ยวเสี่ยวอ่านชื่อบนใบวินิจฉัยแล้วยื่นมือออกไป “ให้ฉันจับชีพจรคุณหน่อยนะคะ”
“ผู้หญิงอย่างเธอจะไปรู้เรื่องอะไร...”
พอหวาชิวเจ๋อพูดจบ เผยเห่อที่อยู่ข้างๆก็กระแอมเบาๆ “จะตรวจหรือไม่ตรวจถ้าไม่ตรวจก็เชิญออกไปครับ!”
“ก็ได้ๆ ฉันจะตรวจ”
“ผมก็อยากจะดูว่าพวกคุณจะเล่นตลกอะไรกันอีก”หวาชิวเจ๋อทำท่าฮึดฮัด แล้วยื่นมือขวาออกไปอย่างไม่ใส่ใจ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวแตะเบาๆบนเส้นชีพจรสองสามครั้ง
คิ้วของเธอขมวดแน่นแล้วก็คลายออกเป็นระยะสีหน้าเปลี่ยนไปมาไม่หยุด ทำให้เผยเห่อที่อยู่ข้างๆ ถึงกับงุนงง
คิ้วของเธอขมวดแน่นแล้วก็คลายออกเป็นระยะสีหน้าเปลี่ยนไปมาไม่หยุด เหมือนเตรียมจะออกใบสั่งยาได้ทุกเมื่อ
เขากับเผยเห่อเป็นเพื่อนสนิทกันเมื่อเช้าตอนเจอกัน เขาก็บ่นให้เพื่อนสนิทฟังเฉยๆใครจะรู้ว่าเผยเห่อจะลากต่งเสี่ยวเสี่ยวมาด้วย
ผลงานของต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นที่เลื่องลือไปทั่วโรงพยาบาล
แต่…
เซียวเฉิงนวดขมับเบาๆ ช่างมันเถอะในเมื่อเธอมาแล้วก็ต้องลองดูสักตั้งเดี๋ยวอีกสักพักค่อยพูดจาเกลี้ยกล่อมให้หวาชิวเจ๋อไปรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ในเมืองแทน
โรงพยาบาลของพวกเขามีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่ไม่น้อย
“พอแล้วๆ” หวาชิวเจ๋อเห็นว่าผ่านไปสามสี่นาทีแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวยังไม่มีข้อสรุปอะไร เขาก็ดึงมือกลับ “ไม่ต้องตรวจแล้วฉันรู้ว่าเธอตรวจไม่เป็น ไม่ต้องฝืนตัวเองหรอก”
เขาพูดพลางมองเซียวเฉิงด้วยรอยยิ้ม“หมอเซียว ผมเชื่อใจคุณ ผมจะให้คุณตรวจให้ผม!”
“อย่าเลยครับ”
เซียวเฉิงก็กลัวเหมือนกัน“ผมแนะนำว่าคุณควรไปตรวจที่โรงพยาบาลในเมืองจะดีกว่า”
“แล้วแปลงผักหลายร้อยไร่ที่ผมเช่าไว้ล่ะ?”
“ใกล้จะเก็บเกี่ยวแล้วผมยังต้องสั่งให้คนงานขนไปขายที่อื่นอีก ผมจะไปได้ยังไง”
หวาชิวเจ๋อไม่ฟังคำแนะนำ แถมยังบ่นพึมพำ“โรงพยาบาลพวกคุณมันนี่เชื่อถือได้จริงๆ หรือเปล่า?”
เซียวเฉิงเอามือข้างหนึ่งมานวดขมับ“ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เก่ง แต่คุณไม่เคยฟังคำแนะนำของหมอเลย…”
“กินของอร่อยมากไปสินะ?”
เซียวเฉิงยังพูดไม่ทันจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็กอดอก สีหน้าของเธอเรียบเฉย “กินของอร่อยมากไปจนระบบย่อยอาหารมีปัญหา ไตเริ่มรับภาระไม่ไหวแล้ว”
“มีปัญหาที่ตับอ่อนจริงๆแถมยังร้ายแรงกว่าที่คิดไว้เยอะ”
พอได้ยินประโยคนี้ หวาชิวเจ๋อก็หันกลับมา“มีอะไรอีก?”
พอเห็นสายตาที่เคลือบแคลงของหวาชิวเจ๋อต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ทำท่าฮึดฮัด “กินแต่ปลาตัวใหญ่เนื้อชั้นดี แถมยังดื่มเหล้าเป็นประจำทุกวันที่สำคัญคือของบำรุงอย่างโสมก็กินเป็นประจำใช่ไหมล่ะคะ?”
“ในร่างกายร้อนไปหมด เพราะกินของไม่เลือกทำให้การทำงานของอวัยวะบางส่วนเริ่มปั่นป่วนแล้ว”
“ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ภายในหนึ่งอาทิตย์คุณจะต้องเข้าโรงพยาบาลแน่ เพราะอวัยวะภายในเริ่มมีเลือดออก”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยหวาชิวเจ๋อกำลังตั้งใจฟัง แต่พอได้ยินประโยคสุดท้ายเขาก็ตบโต๊ะเสียงดังแล้วลุกขึ้นยืน
เขาขมวดคิ้วมุ่น“แม่หนูนี่พูดจาอะไรของเธอ เธอกำลังแช่งให้ฉันตายชัดๆ!”
“ฉันมาหาหมอ ไม่ได้ให้เธอมาแช่งฉัน!”
หวาชิวเจ๋อโมโหจนแทบคลั่งเขาถ่มน้ำลายใส่เซียวเฉิง “ไอ้คนแซ่เซียวแกไม่อยากตรวจให้ฉันก็บอกมาตรงๆ!”
“พอดีเลย ผมก็ไม่อยากตรวจให้คุณเหมือนกัน”เซียวเฉิงเลิกเสแสร้งอีกต่อไป “เมื่อเดือนก่อนผมบอกคุณแล้วว่าอย่ากินของพวกนี้ แต่ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยงั้นก็ทำตามใจคุณเถอะ”
“แก…” หวาชิวเจ๋อมองทั้งสามคนที่ไม่ยอมอ่อนข้อตามที่เขาคิดไว้เขากัดฟันแน่น “ดี ฉันจะไปร้องเรียนพวกแกให้หมดเลย!”
พูดจบเขาก็เดินออกไปด้วยความโกรธ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหาวหวอดๆ“พวกเรารีบกลับไปแผนกศัลยกรรมกันเถอะค่ะฉันจะอยู่เฝ้าที่นี่อีกสักวันก็จะกลับบ้านแล้ว”
ที่บ้านยังมีคนรอให้ดูแลอยู่
เผยเห่อถอนหายใจอย่างจนปัญญาเขาพาต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับไปที่แผนกศัลยกรรม
“คุณอย่าถือสาเขาเลยนะเซียวเฉิงก็เป็นคนแบบนี้ ไม่ว่ากับใครก็เย็นชาแบบนี้แหละ!” เผยเห่ออธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวส่ายหน้าเรื่องพวกนี้เธอไม่ใส่ใจอยู่แล้ว
หมอคนไหนไม่มีนิสัยแปลกๆ บ้าง?
เธอกลับมาที่แผนกศัลยกรรมและอยู่เฝ้าต่ออีกหลายชั่วโมง จนกระทั่งถึงตอนบ่าย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจจะกลับบ้านแต่พอเห็นว่าหลี่ซิงชางอาการดีขึ้นแล้ว เธอจึงตัดสินใจเฝ้าต่ออีกคืน
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดพรุ่งนี้เขาก็จะย้ายไปห้องพักผู้ป่วยธรรมดา เธอก็จะได้กลับบ้านแล้ว
เพาะอย่างนั้น เธอรอได้
ที่บ้าน
หวังชิงซานมาถึงบ้านแต่เช้าพอได้ยินเสียงเด็กสองคนเรียก เขาก็ไม่รอช้า ลงมือช่วยซ่อมคอกหมูทันที
และยังแวะเข้าไปหาต่งเสี่ยวเสี่ยวอีกด้วย
เพราะต่งเสี่ยวเสี่ยวอยากจะสร้างทั้งคอกหมูกับเล้าไก่เขาจึงทำทุกอย่างให้เสร็จภายในวันเดียวไม่ได้
ป้าหลิวมาช่วยทำอาหารเย็นให้ทุกคนจึงนั่งกินข้าวด้วยกัน
หวังชิงซานไอสองสามครั้งแล้วเอ่ยขึ้น“ฉินซู่ ฝีมือฝังเข็มของเมียนายนี่ได้ผลจริงๆอาการไอของฉันดีขึ้นมากแล้ว”
“เมียนายคนนี้นี่ไม่เลวเลยจริงๆ!”