“ ตัวข้านั้นมาจาก มณฑล ิกวนแห่งที่ราบลุ่มาฉิน พร้อมกับท่านอาจารย์ของข้า พวกเราทั้งคู่นั้นเมื่อได้เดินทางผ่านป่าล่องนภาก็ได้บังเอิญพบกับเด็ก 2 คนเข้าเ้าเด็กน้อยนี้ และเด็กอีกคนนามฉีิ ” ชายวัยกลางคนกล่าวออกมาพร้อมมองปิงหยวน
“ ข้าขอบอกกับพวกเ้าตรงๆ ว่านี้ถือว่าเป็ความโชคดีของพวกเ้ายิ่งนัก อาจารย์ของข้านั้นเมื่อได้พบกับเ้าเด็กที่มีนามว่าฉีิตัวของเค้านั้นเหมือนมีชะตาที่ต้องกัน”
“ 10 ปีก่อนหลานของท่านอาจารย์ข้านั้น ได้เสียชีวิตลงเพราะถูกวางยาพิษจากศัตรูเก่า ศัตรูพวกนั้นมันไม่สามารถทำอะไรท่านอาจารย์ของข้าได้หลังมันวางยาพิษจนหลานชายเสียชีวิต มันก็ได้ลอบสังหารลูกชายของท่านอาจารย์ข้าอีก นั้นทำให้สายเืของท่านอาจารย์ได้หยุดลงแม้ท่านอาจารย์จะล้างแค้นได้สำเร็จสามารถฆ่าล้างบางพวกมันไปได้ แต่สุดท้ายคนที่ตายย่อมไม่อาจฟื้น หลังจากนั้นจวบจนปัจจุบันท่านอาจารย์ของข้าไม่เคยยิ้มอย่างมีความสุขให้ข้าเห็นอีกเลยอีกเลย ” ชายวัยกลางคนกล่าวพร้อมแสดงความโศกเสร้าออกมา
“ จนเมื่อ 1 เดือนก่อน เ้าเด็กฉีินั้นหน้าตาคล้ายออกแบบมาเหมือนหลานชายของเค้าอย่างกับแกะ เมื่อถามถึงความเป็มาทำให้รู้ว่าฉีินั้นมีท่านปู่คนหนึ่งที่ชื่อฉีหนาน ซึ่งพึ่งเสียชีวิตไป ”
“ เมื่ออาจารย์ได้ยินอย่างนั้นจึงคิดว่าปู่ฉีหนานนั้นอาจจะเป็น้องชายแท้ๆของเค้าที่หายตัวไปั้แ่เด็ก สุดท้ายตอนนี้อาจารย์จึงได้พาตัวฉีิกลับไปที่มณฑลฉินเพื่อตรวจสอบสายเื ”
เมื่อฟังมาถึงจุดนี้ป้ากุ้งก็เผยสีหน้าสบายใจออกมาหน้าแปลกที่มันกลับปนไปด้วยความกังวลใจนิดๆ
“ เ้ากังวลใจในสิ่งใดหรือ ” เมื่อชายวัยกลางคนเห็นถึงความกังวลใจจึงได้กล่าวถามออกมา
“ ที่ข้ากังวลก็คือว่าถ้าหากฉีินั้นไม่ใช่หลานชายของอาจารย์ท่านมันจะเกิดสิ่งใดขึ้นหรือเ้าคะ ” ป้ากุ้งกล่าวตอบออกมาด้วยสีหน้าเป็กังวล
“ พวกเ้าไม่ต้องเป็ห่วงต่อให้ฉีินั้นไม่ใช่หลานชายของเค้าแต่ด้วยชะตาที่ต้องกันเค้านั้นจะทำการรักษาจุดตันเถียนที่ถูกทำลายของเ้าเด็กนั้นรวมทั้งตัวข้านั้นจะพาเค้ากลับมาส่งให้ถึงมือเ้ากลับที่อีกต่างหาก แต่ถ้าหากเ้าเด็กฉีินั้นเป็หลานชายของท่านอาจารย์ข้าจริงๆ ก็อาจจะอีกนานกว่าที่เ้ากับฉีินั้นจะได้พบกัน ”
“ เอาเป็ว่าหาก 1 เดือนหลังจากนี้ตัวข้านั้นไม่ได้กลับมาหาพวกเ้า ให้พวกเ้านั้นโปรดจงรู้ไว้ว่าโชคใหญ่ได้หล่นทับบุตรบุญธรรมของเ้าเข้าแล้ว ”
เมื่อป้ากุ้งได้ยินคำกล่าวของชายวัยกลางคนนั่นทำให้ตัวของเค้าอดที่จะเกิดความสะบายใจขึ้นมาไม่ได้
“ แล้วก็ที่พวกข้านั้น หายไปเป็เดือนเนื่องมาจากว่า…. ” ชายวัยกลางคนขนาดพูดได้มองไปที่เด็กน้อยปิงหยวน
คลื่น !!!
เด็กน้อยปิงหยวนที่เห็นสายตาส่งซิกมาเค้าก็ได้แสดงพลังฝึกตนขั้นรวบรวมปราณขั้นที่ 1 ออกมา
ท่านกวางเส้ารวมถึงป้ากุ้งเมื่อได้เห็นดังนี้นั้น ทั้ง 2 คนถึงกับใกันยกใหญ่ทั้งคู่รู้กันดีว่าเด็กน้อยปิงหยวนนั้นพึ่งเริ่มฝึกตนได้ 2 เดือนกว่าเท่านั้น แต่ตัวของเค้า ณตอนนี้กลับสามารถฝึกตนมาถึงขั้น รวบรวมปราณขั้นที่ 1 ได้ บุคคลที่สามารถทำได้ต่อให้เป็ใน มณฑล 3 ดาวด้วยกันก็ถือว่ามีน้อย
ตอนนี้ทั้งคู่เชื่อสิ่งที่ชายวัยกลางคนเบื้องหน้ากล่าวแบบสนิทใจโดยไม่สงสัยอะไรเลยทั้งสิ้น
ผ่านไปอีก 5 ลมหายใจ
“ ถ้าอย่างนั้นท่านสามารถพาเด็กน้องปิงหยวนไปด้วยได้หรือไม่เ้าคะ ? ” ป้ากุ้งกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่คิดมาดีแล้ว ตัวเค้าอยากให้บุตรบุญธรรมทั้ง สองคนของเค้านั้นเติบโตเป็ผู้ที่แข็งแกร่ง
เค้าไม่อยากให้ทั้งคู่นั้นอยู่เพียงแค่พื้นที่ชนบทเหมือนตัวเค้ากับท่านพี่กวางเส้าที่ทำได้เพียงอยู่อาศัยในชุมชนกวาง ไม่สามารถออกไปผจญภัยในโลกภายนอกได้เพราะไม่มีความแข็งแกร่งที่เพียงพอ ในเมื่อตอนนี้ลูกฉีิของเค้าได้ดีเค้าก็อยากให้ลูงปิงหยวนของเค้าได้รับด้วย
“ คือว่า… ”
“ ท่านแม่ขอรับตัวข้านั้นพอใจที่จะอยู่ที่นี้กับท่านพ่อและท่านแม่เพื่อคอยดูแลพวกท่านขอรับ ”
ชายวัยกลางคนกำลังจะกล่าวตอบแต่เสียงของเด็กน้อยปิงหยวนได้กล่าวแทรกออกมา ไม่ใช่เด็กน้อยปิงหยวนนั้นไม่อยากไปกับพี่ชายฉีิด้วย แต่ตัวพี่ชายของเค้านั้นไม่อนุญาตให้ไปเมื่อเป็เช่นนั้นตัวเค้าไม่สามารถทำอะไรได้ บทพูดที่นัดกันไว้กับพี่ชายฉีิจึงต้องออกมาเป็แบบนี้
“ ลูกปิงหยวน !!!! เ้า เ้า ” ตอนนี้ทั้งกวางเส้าและป้ากุ้งได้น้ำตาไหลออกมาเด็กน้อยปิงหยวนที่อายุ 6 ขวบสามารถพูดแบบนี้ออกมาได้มันทำให้เค้าทั้งคู่รู้สึกซาบซิ้งในความกตัญญูจนไม่สามารถกั้นน้ำตาไว้อยู่
“ แต่ว่า !!!!… ”
“ เ้าหยุดเถอะหากเด็กมันไม่อยากไปต่อให้ไปมันก็คงกะวนกะวายใจและคงได้แต่คิดถึงเป็ห่วงพวกเ้าจนไม่มีกระจิตกระใจที่ฝึกตน ” เสียงของชายวัยกลางคนพูดตัดบทป้ากุ้งอีกครา
“ ตัวข้านั้นตอนนี้ก็ได้สอนทักษะการฝึกตนให้กับมันไว้บ้างแล้วพวกเ้านั้นไม่ต้องเป็ห่วง เมื่อไหร่ที่มันเติบโตมันก็จะสามารถเข้าใจได้มากกว่านี้ว่าโลกนี้นั้นต้องแข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่ได้อย่างมีความสุข เมื่อถึงตอนนั้นมันก็ต้องก้าวออกไปสู่โลกภายนอกอยู่ดี ”
เมื่อป้ากุ้งได้ยินคำพูดของชายวัยกลางคนทั้งหมดแล้วนั้น เค้าก็ตัดสินใจที่จะไม่ฝืนความรู้สึกของลูกชายปิงหยวนแล้ว ป้ากุ้งได้เข้ามากอดพร้อมลูบหัวของเด็กน้อยปิงหยวน
“ เอ่อ !!! คือว่าท่านผู้าุโท่านช่วยพักอยู่กับพวกเราสักคืนได้ใหมขอรับ ”
กวางเส้าได้กล่าวถามผู้าุโตัวเค้านั้นเคยได้ยินชื่อเสียงของ ที่ราบลุ่มาฉิน แต่เค้าไม่เคยได้ยินชื่อมณฑล ิกวน เค้าอยาก ทราบความเป็มาของมันรวมทั้งกองกำลังใดที่ลูกชายของเค้าจะได้เข้าร่วมด้วย
“ ข้าไม่สะดวก ตอนนี้ข้าแค่เพียงมาส่งเด็กน้อยปิงหยวนและกล่าวบอกพวกเ้าเกี่ยวกับเ้าเด็กฉีิเท่านั้น ในเมื่อหมดเนื้อความแล้ว ข้าก็คงต้องจากไปแเล้ว ”
เมื่อกล่าวจบยังไม่ทันที่ ทั้ง 3 คนจะได้เตรียมใจ อยู่ๆผู้าุโวัยกลางคนก็ใช้ท่าร่างเคลื่อนตัวออกไปจากชุมชนแม้ความเร็วที่ปล่อยออกมาจะไม่มากแต่ ก็ไม่มีใครในที่นี้ที่กล้าติดตามไป
“ ถ้าหากฉีิไม่ใช่สายเืของอาจารย์ข้าอีก 1 เดือนพวกเราจะได้พบกันใหม่ ” แม้ตัวจะจากไปไกลแต่อยู่ๆ ก็กลับมีเสียงดังขึ้นในหัวของทั้งป้ากุ้งและท่านพี่กวางเส้าทั้งคู่ได้แต่ยอมรับในความทรงพลังของผู้าุโวัยกลางคน หารู้มั้ยตอนนี้ปิงหยวนกำลังหัวเราะอยู่ในใจเมื่อเห็นท่านพ่อและท่านแม่ทำสีหน้ายอมรับ จริงๆมันเป็เพียงลูกเล่นที่จักพรรดิสรรค์ฉีิฝากไว้ให้ปิงหยวนทำเป็ค่ายกลส่งเสียงภายในหัวง่ายๆ เท่านั้นเอง