บทที่ 30 ปล่อยขาใหญ่รอกินแห้ว (รีไรต์)
“นั่น! นั่นใช่เฉียวชิงหรือเปล่า ยัยนั่นกลับมาได้ยังไง?”
เพื่อนอีกคนของหนุ่มเสื้อฮาวายยื่นคอออกไปนอกหน้าต่าง มองดูตามอย่างสนใจ
หนุ่มเสื้อฮาวายรีบเปิดโทรศัพท์มือถือ พิมพ์ข้อความลงในกลุ่มแชตชื่อ ‘แปดเทพแห่งหางโจว’
[ข่าวใหญ่! ข่าวใหญ่! นังสารเลวเฉียวชิงกลับมาแล้ว! พี่น้อง เราไปจัดการยัยนั่นเลยดีไหม!]
ไม่นานนัก ทุกคนในกลุ่มก็ตอบกลับมาว่า [จัดการเลย! กำจัดมันให้สิ้นซาก!]
ลู่เย่เองก็อยู่ในกลุ่มแชตนั้นด้วย เขาหรี่ตาลงทันทีหลังจากที่ได้เห็นข้อความนั้น
ไม่ถึงสองนาที เสิ่นชิงก็เดินออกมาจากร้านถ่ายเอกสาร
หนุ่มเสื้อฮาวายขมวดคิ้ว “เอ๊ะ เธอมาทำอะไรที่นี่?”
หนุ่มเสื้อฮาวายลงจากรถ โยนธนบัตรสีแดงให้เจ้าของร้าน แล้วถามว่า เสิ่นชิงเพิ่งถ่ายเอกสารอะไรไปบ้าง
หลังจากที่รู้ว่าเสิ่นชิงกำลังไปสมัครเข้ามหาวิทยาลัยเจิ้งต้า หนุ่มเสื้อฮาวายก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “อะไรนะ? เฉียวชิงจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเจิ้งต้าเหรอ? ที่ยัยนั่นพูดในไลฟ์ ก็ไม่ใช่การแสดงหรอกเหรอ?”
หลังจากที่ได้รับคำยืนยันจากเจ้าของร้าน หนุ่มเสื้อฮาวายก็รีบเข้าไปเยาะเย้ยในกลุ่มแชตทันที
[เฮ้ย ขำเป็นบ้าเลยว่ะ เฉียวชิงจะไปสอบมหาวิทยาลัยเจิ้งต้าจริง ๆ เหรอเนี่ย สมัยเรียนเธอได้ที่โหล่ตลอดไม่ใช่เหรอ? ไปเอาความกล้าบ้าบิ่นมาจากไหน ถึงริอ่านจะไปสอบมหาวิทยาลัยเจิ้งต้า?]
สมาชิกในกลุ่มตอบกลับมาทันที [ฮ่า ๆ ๆ คงเป็นบ้าเพราะความจน เลยอยากเปลี่ยนแปลงโชคชะตาด้วยความรู้น่ะสิ]
[หนุ่มเสื้อฮาวายหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ เฮอะ ๆ รอวันสุดท้ายที่เธอสอบ พวกเราก็ไปดักทางยัยนั่น ทำให้หล่อนไม่มีสิทธิ์สอบดีกว่า]
เสิ่นชิงไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองถูกเปิดเผยตัวตน และกำลังถูกจับตามอง
เธอเดินไปนั่งที่ม้านั่งในสวนสาธารณะ เปิดกล่องผัดหมี่ใส่ไข่กิน แล้วพบว่ามันอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ
เส้นหมี่ผัดน้ำมันเงา นุ่มละมุน หอมกลิ่นไข่ ผักกับถั่วงอกก็ผัดมากรอบอร่อย รสชาติกลมกล่อม อบอุ่นเหมือนอาหารทำเอง
เมื่อนึกถึงเด็กหนุ่มเจ้าของร้านที่ประกาศกร้าวอย่างมั่นใจว่า อยากจะเป็นอัยการที่ยอดเยี่ยม เพื่อพิทักษ์ความยุติธรรม
จู่ ๆ เสิ่นชิงก็รู้สึกว่าการไปสอบเป็นอัยการก็ไม่เลวนัก
แต่ถ้าเป็นแบบนั้น เธอก็คงต้องสอบเนติบัณฑิต แล้วก็สอบเอาใบประกอบวิชาชีพทนายความด้วย
“ครืด... ครืด...”
เสียงเรียกเข้าดังขึ้น ทำลายคิดของเสิ่นชิง
เสิ่นชิงก้มลงมอง เห็นว่าหยางคังโทรมา
คาดว่าคงจะเร่งให้เธอแต่งหน้าแต่งตัว แล้วรีบไปงานเลี้ยงแน่ ๆ
เสิ่นชิงหัวเราะในลำคอ เหอะ สมัยก่อนหยางคังต้องเคยเป็นแมงดาแน่ ๆ
เสิ่นชิงยกนิ้วเรียวขึ้น กดรับสาย
หยางคัง [ฮัลโหลเสิ่นชิง เธอเตรียมตัวหรือยัง? รีบแต่งตัวสวย ๆ เลยนะ คืนนี้พวกคนใหญ่คนโตมากันเพียบ ถ้าเธอทำให้พวกเขาพอใจได้ โชคก้อนโตก็มาหาเธอแล้ว]
เสิ่นชิงหัวเราะเยาะ [โธ่ โชคแบบนี้ฉันไม่อยากได้หรอก เอาไปเองเถอะ]
หึ เธอไม่มีวันยอมเป็นสินค้าที่ถูกตีราคา โดนเล่นสนุกอยู่ในกำมือคนอื่นหรอกนะ
หยางคังร้อนรน ตะคอกใส่โทรศัพท์ว่า [เสิ่นชิง นี่เธอหมายความว่ายังไง? คิดจะเบี้ยวฉันอย่างงั้นเหรอ?]
เสิ่นชิงเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ [เบี้ยวอะไร? ฉันแค่บอกว่าจะกลับหางโจว ฉันเคยรับปากตั้งแต่เมื่อไหร่ว่าจะไปกินข้าวกับพวกสปอนเซอร์?]
[อะไรนะ? เสิ่นชิง! กล้าทำแบบนี้กับฉันเหรอ? นี่เธอหลอกฉันใช่ไหม? ฉันเตรียมงานเลี้ยงนี้ไว้หมดแล้ว เธอจะทำให้พวกสปอนเซอร์โมโหไม่ได้นะ!]
หยางคังร้อนใจจริง ๆ ถ้าปล่อยให้เหล่าคนใหญ่คนโตผู้ยิ่งใหญ่มาเสียเที่ยว เขาไม่พูดถึงเรื่องตัวเองจะถูกลงโทษ เพราะตอนนั้นเขาคงอยู่ในวงการนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว
เมื่อไม่มีทางเลือก หยางคังจึงต้องงัดไม้ตายออกมา [เสิ่นชิง ฉันให้เวลาเธออีกหนึ่งชั่วโมง ถ้าเธอกล้าเบี้ยวนัด คืนนี้ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดกับบริษัท เธอต้องรับผิดชอบคนเดียว!]
เสิ่นชิงขมวดคิ้ว พวกนี้ใช้วิธีเดิมอีกแล้ว
พวกนี้ก็แค่รังแก เพราะเธอไม่มีเงิน?
แต่คืนนี้ เสิ่นชิงขอไม่ไปเด็ดขาด ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียวไปกินข้าวกับผู้ชายกลุ่มใหญ่ แค่คิดก็รู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เสิ่นชิงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า เป็นใบรับรองแพทย์ บนนั้นเขียนว่า
‘เสิ่นชิง เพศหญิง อายุ 22 ปี ข้อเท้าบวม เดินไม่สะดวก จำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ’
ใบรับรองแพทย์นี้ เสิ่นชิงได้ตอนที่ไปหาหมอตอนที่ข้อเท้าแพลง
ถ้ามีใบรับรองแพทย์นี้ ต่อให้ต้องขึ้นศาล เธอก็มีข้อโต้แย้ง
ไม่ใช่ว่าเธอไม่เป็นมืออาชีพ หรือไม่ทำตามที่บริษัทบอกนะ แต่มันเจ็บจนไปไม่ได้จริง ๆ
ดังนั้น เสิ่นชิงก็ถ่ายรูปใบรับรองแพทย์ส่งไปให้หยางคัง
หยางคังหัวเราะเยาะ [เสิ่นชิง นี่เธอคิดว่าแค่ใบรับรองแพทย์ใบเดียวจะปฏิเสธความรับผิดชอบได้งั้นเหรอ? ไร้เดียงสาเกินไปแล้ว]
เสิ่นชิงตอบกลับ [จริงด้วย เหมือนจะไม่ได้ผลเท่าไหร่นะ]
จากนั้น เสิ่นชิงก็ส่งรูปภาพไปให้อีกหนึ่งรูป เป็นใบลาป่วย บนนั้นเขียนว่า
ชื่อ : เสิ่นชิง
ตำแหน่ง : นักแสดง
สาเหตุการลา : ข้อเท้าแพลง จำเป็นต้องลาป่วยสามวัน
ผู้อนุมัติ : ลู่เย่
ใช่แล้ว นี่คือใบลาที่เธอขอให้ลู่เย่เซ็นให้ตอนข้อเท้าแพลง
แต่ตอนนั้น เสิ่นชิงไม่ได้กรอกวันลาไว้
ลู่เย่เป็นคนไม่ค่อยสนใจรายละเอียดอยู่แล้ว เลย ‘เซ็นอนุมัติ’ ไปแบบลวก ๆ
ดังนั้น ตราบใดที่เสิ่นชิงกรอกวันที่วันนี้ลงไป ก็ถือว่าเธอลาป่วยอย่างถูกต้อง
เมื่อมีทั้งใบลาและใบรับรองแพทย์ แม้ว่าวันนี้เธอจะเบี้ยวนัดสปอนเซอร์ ทำให้บริษัทสูญเสียผลประโยชน์ เธอก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น
เพราะเรื่องทั้งหมดจะกลายเป็นความผิดพลาดของหยางคัง ที่นัดหมายเวลาพบปะกับสปอนเซอร์ผิดพลาด
ถึงขั้นต้องขึ้นโรงขึ้นศาล เธอก็มั่นใจว่าจะรอดพ้นจากความผิดได้
เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอเลย
ส่วนด้านหยางคัง เขาโกรธจนแทบกระอักเลือด ดวงตาแดงก่ำ อยากกัดเสิ่นชิงให้ตาย
ในห้องวีไอพีด้านหลัง เต็มไปด้วยกลุ่มสปอนเซอร์ทรงอิทธิพล ควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง คลอเสียงหัวเราะและแซวหยอกล้อของพริตตี้สาวสวยที่ดูไม่น่าไว้ใจเท่าไหร่นัก
พวกเขาทั้งหมดกำลังรอ ‘ของหวาน’ อย่างเสิ่นชิงในค่ำคืนนี้ ดังนั้น จึงยังไม่มีใครเริ่มงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการ
มีบางคนเริ่มรอไม่ไหว ตะโกนถามหยางคังด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ทำไมเฉียวชิงยังไม่มา? อย่าบอกนะว่าเธอยังคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูใหญ่ เลยทำตัวเรื่องมากอยู่”
หยางคังเหงื่อแตกพลั่ก รีบตั้งสติแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ทุกท่านรอสักครู่นะครับ เธอกำลังเดินทางมาแล้ว” เขาไม่เชื่อว่าเสิ่นชิงจะกล้าขัดคำสั่ง
“คุณหลี่ทำไมใจร้อนแบบนี้ล่ะ สาวสวยกำลังแต่งหน้าอยู่ เวลาพวกหล่อนแต่งหน้า เราจะไปเร่งเร้าไม่ได้นะ เรื่องนี้ผมเข้าใจดี” ชายหนุ่มอีกคนพูดติดตลก
“ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่ ๆ ดูฉันสิ ลืมตัวไปอีกแล้ว”
“ไม่ใช่แค่ลืมตัวหรอก คุณน่ะ ทั้งใจร้อน ทั้งหื่นกระหาย อยากเล่นกับหล่อนจนใจจะขาดแล้ว”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ก็นึกดูสิ คุณหนูใหญ่ตระกูลเฉียวที่เคยสูงส่งกำลังจะมาปรนนิบัติและรินเหล้าให้พวกเราดื่ม ใครบ้างจะไม่ตื่นเต้น”
จากนั้น บรรดาแขกก็เริ่มสนุกสนานกับการเล่นไพ่ เสียงพูดคุยหยอกล้อดังสลับกับเสียงครวญครางของหญิงสาวเป็นระยะ
แต่ในมุมมืดของห้อง มีชายคนหนึ่งนั่งไขว่ห้าง พ่นควันบุหรี่ออกมา มุมปากยกยิ้มอย่างยียวน ใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาน่าหลงใหล ทำให้จนสาวพริตตี้สาวอดปรายตามองไม่ได้
“โอ๊ย คุณชายลู่ ทำไมมานั่งตรงนี้ล่ะครับ เชิญที่นั่งประธานเลยครับ”
นักธุรกิจพุงพลุ้ยคนหนึ่งรินเหล้าให้ลู่เย่ด้วยความเคารพ
ลู่เย่ยิ้มรับ พลางยกมือขึ้นปฏิเสธ “ไม่ละ งานเลี้ยงนี้ตัวเอกเป็นพวกคุณ ผมแค่มานั่งเล่น”
“โธ่ อย่าพูดแบบนั้นสิครับคุณชายลู่”
เข็มนาฬิกาบนผนังเดินวนไปเรื่อย ๆ ก้นบุหรี่ในที่เขี่ยกลายเป็นภูเขาขนาดย่อม พริตตี้สาวหน้าแดงก่ำจนเผลอหลับไป แต่ทุกคนก็ยังไม่เห็นวี่แววของเสิ่นชิง
ในที่สุด หยางคังก็ทนแรงกดดันไม่ไหว เขาทรุดตัวลงคุกเข่า
สีหน้าทุกคนดูตกตะลึง ยกเว้นลู่เย่
มุมปากที่ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยของชายหนุ่ม บ่งบอกว่าวันนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ