จากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 111 เก่งในการเอาอกเอาใจคน

            “แม่นมซู...…” ท่าทางซ่งอี้เฉินดูเป็นกังวลมาก หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ น้ำตาเอ่อคลอ “แม่นมซูเหตุใดถึงเข้าใจเจิ้นผิดเช่นนี้ เสด็จแม่คอยดูแลเอาใจใส่มาตลอด เจิ้นจดจำอยู่ในใจเสมอมาไม่เคยลืมเลย พฤติกรรมขององค์หญิงใหญ่ในวันนี้ เจิ้นคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ตอนนั้นเจิ้นตกใจมาก ไม่คิดว่าเสด็จแม่จะตรัสคำพูดเหล่านั้น ทำให้เจิ้น......ไม่รู้ว่า...... ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี......แม่นมซูต้องช่วยอธิบายให้เจิ้นกับไทเฮาเข้าใจให้ชัดเจนด้วยเถิด......”

            เมื่อแม่นมซูเห็นสีหน้าวิตกกังวลของฝ่าบาท และคิดถึงพฤติกรรมที่เชื่อฟังตามปกติของพระองค์ ภายในใจรู้สึกเชื่อขึ้นมาเล็กน้อย นางจึงถอนหายใจและพูดว่า “ฝ่าบาท บ่าวมิกล้าก้าวล่วงพระประสงค์ของพระองค์ หม่อมฉันแค่อยากจะเตือนฝ่าบาทว่า อย่าได้ลืมความผูกพันระหว่างมารดากับบุตร ให้คนอื่นที่มีเจตนาแอบแฝงใช้ประโยชน์ ทำให้คนที่รักเจ็บปวดและทำให้ศัตรูพึงพอใจ”

            ซ่งอี้เฉินส่ายหัวทันทีและพูดอย่างหนักแน่น “ไทเฮาคือมารดาผู้ให้กำเนิดของเจิ้น เสด็จแม่ไม่มีทางทำร้ายเจิ้นแน่นอน!”

            แม่นมซูพยักหน้าและได้ยินเสียงแหบแห้งของไทเฮาดังมาจากห้องบรรทม “ฮ่องเต้มาหรือ......”

            เหมือนไทเฮาจะค่อนข้างพึงพอใจกับคำตอบนี้ ดวงตาเย็นชาของซ่งอี้เฉินแวบขึ้นมา รีบตอบเสียงดังทันที “เสด็จแม่ เป็นลูกเอง”

            “เข้ามาเถิด อายเจียมีเรื่องจะพูดกับเจ้าเหมือนกัน” ไทเฮาพูดแช่มช้า น้ำเสียงที่ชราภาพหรือกลิ่นหอมบางอย่างที่คลุมเครือภายในห้องบรรทม เหมือนจะได้กลิ่นเน่าเปื่อยเลือนราง

            ซ่งอี้เฉินรีบตอบรับอย่างมีความสุขทันทีและเดินเข้าไปในห้องบรรทม

            เครื่องประดับตกแต่งตำหนักอี้คุนจัดวางอยู่มานานหลายปีแล้ว แม้ว่าจะล้ำค่ามาก ทว่าของมีค่าทุกชิ้นดูเก่าจนผิดปกติมาก และไม่รู้ว่าผ่านมากี่มือแล้ว ซ้ำไม่รู้อีกว่าต้องแปดเปื้อนเลือดคนมากเพียงใด ไข่มุกราตีถูกผ้าคลุมไว้ เหลือเพียงแค่เงามืด บางครั้งมีลมกระโชกแรงพัดเข้ามาในห้อง ผ้าพลิ้วไหวตามสายลม แสงเงาที่ลอดผ่านเหมือนดวงวิญญาณล่องลอยอยู่กลางอากาศ เห็นแล้วรู้สึกขนลุกซู่น่ากลัวมาก

            ด้านหลังม่านลูกปัดคือพระพักตร์ของไทเฮา หลังจากล้างเครื่องสำอางและถอดเครื่องประดับบนศีรษะออกจนหมด  พระนางก็เหมือนหญิงชราธรรมดาคนหนึ่ง ใบหน้าซีดเซียวราวกับกระดาษ ดวงตาสีเข้มของนางไม่เผยให้เห็นถึงไอสังหาร ซ่งอี้เฉินครุ่นคิดว่าโชคดีที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวเขาเองและโชคดีที่นางกำลังพักผ่อน ไม่ดุดันเหมือนเมื่อก่อน

            “เสด็จแม่ เป็นอย่างไรบ้าง?” ซ่งอี้เฉินสีหน้าเป็นกังวลและนั่งบนขอบเตียงอย่างระมัดระวัง

            ไทเฮาถอนหายใจแล้วตรัสว่า “โรคเก่าทั้งนั้น อายเจียชราภาพมากแล้ว”

            “เสด็จแม่ยังไม่ชราภาพขนาดนั้น คนอื่นบอกว่าตอนที่เราสองคนยืนด้วยกัน เสด็จแม่เหมือนพี่สาวของเจิ้น” ซ่งอี้เฉินพูดเอาอกเอาใจทันที

            ไทเฮาทรงมีพระทัยดีขึ้นเมื่อเขาพูดเอาใจเช่นนี้ พระนางตรัสด้วยรอยยิ้มว่า “ฮ่องเต้เก่งเรื่องเอาอกเอาใจจริงๆ  เป็นครั้งแรกที่อายเจียได้ยินเจ้าพูดเช่นนี้”

            ซ่งอี้เฉินยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “เจิ้นเอาอกเอาใจคนอื่นไม่เป็นพ่ะย่ะค่ะ สิ่งที่เจิ้นพูดเป็นความจริง”

            แม่นมซูก้าวไปข้างหน้า กำลังจะเข้าไปประคองไทเฮา ซ่งอี้เฉินรั้งนางและพูดว่า “เจิ้นทำเอง” ประคองไทเฮาขึ้นนั่งพิง หยิบถ้วยยาจากนางกำนัลป้อนให้ไทเฮา

            ไทเฮาแสดงท่าทางพึงพอใจมีความสุข หลังจากดื่มยาแล้ว พระนางเริ่มพูดคุยเรื่องสำคัญ “อายเจียเสียใจมากที่หมิงชิ่งพูดออกมาเช่นนี้ เชื่อว่าขุนนางน้อนใหญ่ทุกคนต้องเกิดความสงสัยแน่นอน อายเจียกังวลเรื่องนี้มานานมากแล้ว......เช่นนั้นใช้โอกาสนี้ให้ฮ่องเต้ลองทำด้วยตัวเองเถิด”

            ซ่งอี้เฉินลุกขึ้นทันทีและตรัสว่า “เสด็จแม่ เจิ้น......เจิ้นยังไม่ดีพอพ่ะย่ะค่ะ......”

            ไทเฮาถอนหายใจแล้วตรัสว่า “อายเจียเฝ้าดูพระองค์เติบใหญ่ รู้ว่าพระองค์ทรงมีอุปนิสัยเช่นไร ก็เป็นเพราะรู้ดีนี่เอง ยิ่งกังวลว่าเมื่อถึงเวลานั้นพระองค์จัดการไม่ดี จะถูกเหล่าขุนนางลบหลู่เอาได้ ฮ่องเต้อยู่ในราชสำนักมาหลายปีย่อมมองออก ขุนนางที่อยู่ท้องพระโรงไม่ง่ายที่จะรับมือ หากมีจุดผิดพลาดแค่เพียงเล็กน้อย ก็จะถูกเอาเปรียบได้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอายเจียเหมือนเดินบนน้ำแข็งบางๆ ภายในใจเบื่อหน่ายมาก ทว่าสิ่งที่กลัวก็คือจะมีเหมือนตระกูลอวิ๋นขึ้นมาอีก แสดงผลงานยิ่งใหญ่โดดเด่นจนทำให้เชื้อพระวงศ์รู้สึกถูกคุกคาม ถึงเวลานั้นจะรับมือยากขึ้นไปอีก”

            “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เสด็จแม่ควรช่วยลูก” ซ่งอี้เฉินตอบทันที โดยพบว่าลักษณะท่าทางหน้าซื่อใจคดของนางน่าขบขันมาก

            “อายเจียสามารถช่วยพระองค์ได้ตอนนี้ ทว่าไม่สามารถช่วยพระองค์ได้ตลอดชีวิต”

            พระนางอยากจะช่วยเขาไปตลอดชีวิตเสียมากกว่า ซ่งอี้เฉินตอบในใจ ทว่าเขาส่ายหัวแล้วตรัสว่า “หากเป็นเพราะเสด็จพี่หญิงใหญ่ เจิ้นไม่มีทางฟังคำพูดนั้น เมื่อถึงเวลาเจิ้นจะอธิบายกับเหล่าขุนนาง เรื่องนี้ก็จะยุติลงได้!”

            ไทเฮามองเขาใบหน้ายิ้มครึ่งไม่ยิ้มครึ่งแล้วตรัสว่า “ฮ่องเต้ไม่ต้องการให้อายเจียพักผ่อนแล้วจริงๆ หรือ?”

            หัวใจของซ่งอี้เฉินบีบรัดและตรัสตอบอย่างเสียไม่ได้ “เสด็จแม่ตรัสเช่นนี้ เจิ้นไม่รู้ว่าควรตอบเช่นไร เจิ้นไม่อยากเป็นบุตรอกตัญญู ทว่าหากเจิ้นทำอะไรผิดไป ปวงประชาจะต้องเดือดร้อน”

            “เป็นไปได้อย่างไร โรคระบาดที่เขตเหอเป่ยในครั้งนี้ฝ่าพระบาททรงจัดการได้ดีมาก” ไทเฮาแย้มยิ้มเล้กน้อย คำพูดนี้ไม่รู้ว่าเป็นการหยั่งเชิงหรือคำชมจากใจจริง

            “เจิ้นแค่เป็นห่วงความปลอดภัยของพสกนิกร เมื่อมียารักษา จะให้คนส่งไปอย่างเร่งด่วน...…”

            “ต่อไปฮ่องเต้ควรคิดให้รอบคอบก่อนที่จะจัดการสิ่งใด ความคิดเห็นของคนอื่นยากหยั่งรู้ได้ ตอนนี้ปวงประชาไม่เป็นอันใดถือว่าเป็นโชค หากเทียบยามีปัญหา อาจจะเป็นอันตรายได้”

            ซ่งอี้เฉินพยักหน้าแล้วตรัสว่า “พ่ะย่ะค่ะ ลูกจะจดจำคำสั่งสอนของเสด็จแม่!”

            “อย่างไรก็ตาม ในเมื่อหมิงชิ่งเปิดประเด็นนี้ขึ้นมาแล้ว เมื่อครู่อายเจียกลับตำหนักครุ่นคิดอย่างรอบคอบ แม้อายเจียจะไม่รู้ความตั้งใจแอบแฝงของนาง ทว่าคำพูดของนางบางคำก็ถูกต้อง อายเจียควรให้พระองค์จัดการด้วยตัวเอง เพื่อที่ต่อไปจะค่อยๆ ถ่ายอำนาจทุกสิ่งให้ฮ่องเต้"

            เมื่อซ่งอี้เฉินได้ยินคำพูดนี้และกำลังจะตรัส ไทเฮาทรงสังเกตเห็นจึงยื่นมือออกไปหยุดเขาแล้วตรัสว่า “พระองค์อย่าปฏิเสธเลย ไม่ต้องกังวล อายเจียจะคอยช่วยพระองค์อยู่ด้านข้าง เช่นนั้นเรื่องนี้ เราก็ตกลงกันตามนี้”

            ซ่งอี้เฉินเผยสีหน้ายอมรับอย่างช่วยไม่ได้ ทำได้เพียงตอบรับคำด้วยท่าทีนอบน้อม

            ไทเฮานิ่งเงียบครู่หนึ่งแล้วตรัสว่า “กรมโยธาและกรมการคลัง ทั้งสองแห่งนี้ พระองค์ควรเรียนรู้ปกครองพวกเขาก่อน เริ่มจากง่ายๆ แล้วค่อยๆ ก้าวไปทีละขั้น”

            ซ่งอี้เฉินคุกเข่าคำนับเพื่อปกปิดสายตาเย็นชาของเขา

            เขารู้มานานแล้วว่าไทเฮาไม่ได้ใจดีนัก ไม่ได้มีความคาดหวังในใจ พฤติกรรมของไทเฮาเป็นไปตามที่เขาคาดไว้

            กรมโยธาและกรมการคลังอยู่ในมือของเขาอย่างลับๆ มานานแล้ว ทว่าสิ่งที่ไทเฮาไม่ทรงทราบก็คือพระนางคิดว่าองค์หญิงใหญ่เป็นคนควบคุมทั้งสองกรมนี้

            ไทเฮาทรงมอบทั้งสองกรมที่ไม่ได้เป็นของนางให้กับฮ่องเต้ ไทเฮาไม่รู้จริงๆ หรือว่ามีองค์หญิงใหญ่รออยู่ตรงนั้น หรือพระนางแค่แสร้งทำเป็นไม่รู้?

            คิดว่าไทเฮาคงต้องการใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ ประการแรกเพื่อทดสอบความสามารถของเขา และประการที่สอง เพื่อแย่งอำนาจควบคุมทั้งสองกรมกลับมาจากองค์หญิงใหญ่ ด้วยวิธีนี้พระนางไม่ได้สูญเสียสิ่งใดเลย

            การมีน้ำใจต่อผู้อื่น ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว

            เบื้องหน้าก็ยังต้องเสแสร้งไปตามน้ำ ความตื้นตันใจต่อน้ำพระทัยนี้ต้องมี การหลั่งน้ำตาแสดงความซาบซึ้งใจก็ต้องมีเช่นกัน

            ไทเฮาทรงพอพระทัยกับท่าทีของฮ่องเต้มาก เหมือนนางครุ่นคิดสิ่งใดได้บางอย่างจึงถามพระองค์อีกครั้งว่า “งานเลี้ยงวันประสูติยังไม่จบ เหตุใดพระองค์ถึงทิ้งเหล่าขุนนางมาที่นี่?”

            ซ่งอี้เฉินตรัสด้วยท่าทีนอบน้อม “ลูกเป็นห่วงเสด็จแม่ พอดีหมอหลวงวินิจฉัยว่าเหลียงเจาอี๋ตั้งครรภ์ ลูกจึงมาบอกข่าวดีพ่ะย่ะค่ะ” เขาตรัสเหมือนเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้มากนัก

            ไทเฮาตรัสเสียงเบา และไม่มีท่าทีตื่นเต้นนัก “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็กำชับให้หมอหลวงดูแลนางให้ดี หลังจากประสูติองค์ชายแล้ว เลื่อนตำแหน่งให้นางอีกครั้ง เรื่องทายาทในวังหลวงเกิดได้ยาก คราวนี้อย่าทำให้อ้ายเจียมีความสุขไปเปล่าๆ ”

            ซ่งอี้เฉินพยักหน้าและจับมือไทเฮา “เสด็จแม่วางใจได้ ลูกจะมอบหลานชายให้พระองค์ได้อุ้มโดยเร็วที่สุดแน่นอน”

            ไทเฮาแย้มยิ้ม ยกมืออีกข้างขึ้นและตบหลังมือเขา “คนเดียวไม่พอ ดูอย่างเหลียงเจาอี๋ตอนนี้สิ เป็นความที่พระองค์มอบความโปรดปรานให้นางสนมทั่วถึงกันถึงได้หลุดมาสักคน”

            ซ่งอี้เฉินรีบตอบรับและตรัสว่า “โรคระบาดที่เขตเหอเป่ยถูกกำจัดแล้ว เช่นนั้นคืนนี้ลูกไปหาเห้อเป่าหลินดีหรือไม่?”

            ไทเฮาส่ายศีรษะ “ทางเซียวเป่าหลิน ฮ่องเต้เองก็ยังไม่ได้ไปกระมัง?”

            รอให้ซ่งอี้เฉินพยักหน้า ไทเฮาก็พูดอีกครั้ง “เช่นนั้นคืนนี้ไปหาเซียวเป่าหลินเถิด”

            ซ่งอี้เฉินประหลาดใจมาก “เพราะเหตุใด?”

            ไทเฮากับพระสนมเซียวกุ้ยเฟยไม่เคยติดต่อกันเลยในตอนนั้น ต่อมาตระกูลเซียวไม่ได้พุ่งเป้ามาที่ไทเฮาหลังจากเซียวกุ้ยเฟยสิ้นพระชนม์ ต่อมายังเคยช่วยเหลือมาครั้งหนึ่ง ทว่าสำหรับไทเฮาแล้ว ตระกูลเซียวไม่ใช่สุนัขที่เชื่องนัก ดังนั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมานางพยายามลดอำนาจของตระกูลเซียว

            ทว่าต่อมา ลี่เจาอี๋เข้าไปวังหลวง จากนั้นนางก็มอบตำแหน่งให้กับเซียวเป่าหลินด้วยพระองค์เอง ถึงตอนนี้ พระนางต้องการให้เขาไปหาเซียวเป่าหลิน จุดนี้ผิดปกติมาก

            ซ่งอี้เฉินครุ่นคิดในใจอยู่หลายครั้ง พบอยู่คำตอบเดียว เป็นไปได้ที่ตระกูลเซียวเสนอเงื่อนไขที่เหมาะสม ส่งผลให้ไทเฮาตัดสินใจร่วมมือกับพวกเขาอีกครั้ง

    คล้ายกับเรื่องจากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ) ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530