ผมคิดถึงตาที่สุดในโลก

    บทที่ 1 ห้องเก็บของ

            ... ผมดึงสิ่งที่ผม๻้๵๹๠า๱ออกมาและสิ่งของที่เทินอยู่ก็ล้มลงมาระเกะระกะ  ในบรรดาหนังสือเก่า ๆ สี่ห้าเล่มมีสมุดเล่มหนึ่งที่ดูคุ้นตา

    ปกของมันเขียนด้วยลายมือขี้ริ้วขี้เหร่ตัวโต ๆ ว่า “เด็กชายใกล้รุ่ง”  ผมหยิบมันขึ้นมาปัดฝุ่นออกและเปิดดู พร้อมยิ้มมุมปากเล็กน้อยเพราะตลกกับลายมือของตัวเองในวัยเด็ก

         ผมเปิดสมุดดูไปเรื่อย ๆ จนลืมไปเลยว่าเป้าหมายสำหรับการเดินเข้ามาในห้องเก็บของนี้คืออะไร ราวกับว่าความทรงจำเก่า ๆ มันดึงดูดให้ผม     ละสายตาจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้ผมเปิดมาจนถึงหน้าสุดท้ายของสมุด ในนั้นมีรูปวาด เป็๲รูปวาดคนตัวเล็กจับมือกับคนตัวโต  บนหัวของคนตัวเล็กเขียนว่า “ใกล้รุ่ง”อีกคนเขียนไว้ว่า “คุณตา” และใต้ภาพเขียนกำกับไว้ว่า “ผมรักคุณตาคุณตาน่ารักที่สุดในโลก”

    นั่นจึงทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่าสมุดเล่มนี้เป็๞สมุดเล่มแรกที่ผมเขียนหนังสือแบบจริงจังโดยมีคุณตาคอยจับมือให้เขียน ...

            ผมปิดสมุดลงด้วยความคิดถึงและความทรงจำเก่า ๆ ในวัยเด็กที่เริ่มพรั่งพรูขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อนความรู้สึกเช่นนี้มันยิ่งทำให้

    การไปอยู่ไกลบ้านครั้งแรกของผมยากขึ้นไปอีก หรือจริง ๆ แล้วตาก็คงอยากมาอวยพรและส่งผมเหมือนกับคนอื่นๆ ในบ้านกันนะ


            ผมฉุกคิดกับเ๹ื่๪๫นี้อยู่ครู่หนึ่งก็เริ่มที่จะหยิบกล่องเข็มของแม่และจัดข้าวของที่ระเกะระกะเข้าที่ ก่อนจะก้าวขาเดินออกจากห้อง แต่แล้วก็ต้องหันกลับเข้าไปที่กองข้าวของนั้นแล้วลงมือรื้อมันอีกครั้งเพื่อค้นเอาของเก่าๆ ของตาขึ้นไปดูเล่นบนห้องด้วย

            ผมค้นเจอสมุดบันทึกของตาอยู่หนึ่งเล่มแฟ้มใหญ่ ๆ อีกหนึ่งเล่มที่ในนั้นใส่ใบเกิดเกียรติบัตรต่าง ๆ รวมถึง ใบ ปพ.ของลูก ๆ ทุกคนของตา

    บางใบก็ยังพออ่านได้ บางใบก็เลือนลางและเจอกล่องเหล็กที่ถ้าผมจำไม่ผิดมันคือของเล่นในวัยเด็กของผมอีกหนึ่งกล่อง ผมจึงหอบของทั้งหมดนั้นขึ้นมาบนห้องเพื่อระลึกถึงความทรงจำที่คิดถึงอีกครั้ง


            ผมเริ่มจากการเปิดแฟ้มเล่มใหญ่ก่อน ในนั้นมีใบ ปพ.ของแม่ผมอยู่ด้วย ยังมีรูปนักเรียนแปะอยู่เลยไม่คิดว่าแม่จะโตมาได้สวยขนาดนี้

    ผมยิ้มขึ้นอีกครั้งและผมคิดว่าตอนที่คุณตาหรือคุณยายเปิดดูก็คงจะยิ้มแบบนี้เหมือนกัน

            “นี่ซ่อมได้ไหม หรือจะให้แม่ทำให้”

             จู่ ๆแม่ก็เปิดประตูเข้ามาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ภาพวัยเด็กของแม่ช่างแตกต่างจากตอนนี้ไปเยอะมากผมหันไปมองแม่แล้วก็อดยิ้มไม่ได้

              “ยิ้มอะไรของแก แม่ถามทำไมไม่ตอบ”


              “อ๋อ.. ซ่อมได้ครับแม่ เดี๋ยวซ่อมเดี๋ยวนี้เลยครับ”

             

             “เออแล้วไป” แล้วแม่ก็ปิดประตูห้องไปแบบสงสัย

             

            ผมตัดสินใจที่จะวางทุกอย่างลงและเริ่มซ่อมซิปกระเป๋าจนสำเร็จ จากนั้นจึงเริ่มเก็บเสื้อผ้าข้าวของที่คิดว่าขาดไม่ได้ใส่ลงไปในกระเป๋าลากใบใหญ่ ก่อนที่จะปิดกระเป๋านั้นลงและตั้งใจไว้ว่าหลังจากกินข้าวเสร็จจะขึ้นมาเปิดของเก่า ๆที่เอามาจากห้องเก็บของดูต่อเสียหน่อย

              “กระเป๋ายังแฟบอยู่เลยเอาไอ้เผือกไปด้วยไหม”          

    จู่ ๆเสียงของพี่ชายของผมก็ดังขึ้นจากหน้าประตูพร้อมเสนอให้เอาไอ้เผือกหมาบางแก้วของเราไปด้วย 

                “ที่หอห้ามเลี้ยงหมา”


                 “งั้นเอาฉันไปแทนได้ไหม”

             

               “ก็บอกแล้วไงว่าที่หอเขาห้ามเลี้ยงหมา”

                 ผมและพี่ชายถ้าไม่ทะเลาะกันเราก็มักจะหยอกล้อเล่นกันแบบนี้เป็๲ประจำแต่๻ั้๹แ๻่มันรู้ว่าผมสอบติดมหาวิทยาลัยและจะต้องไกลบ้าน 

    มันก็ไม่เคยชวนผมทะเลาะอีกเลย ลึก ๆแล้วเราก็คงเป็๞ห่วงกันนั่นแหละ 

                 หลังจากที่ผมเก็บข้าวของเสร็จก็ปาไปเกือบทุ่มผมจึงลงไปกินข้าวตามคำเรียกของแม่ พ่อซึ่งกลับมาพร้อมกับสร้อยพระองค์เล็ก

    สายสินและพระพุทธรูปองค์เล็ก แล้วเอาสายสิญจน์มาผูกที่ข้อมือของผมพร้อมกับอวยพรรวมถึงแม่ก็ด้วย แล้วเราก็นั่งกินข้าวกันอย่างปกติเหมือนทุก ๆ วัน แต่พรุ่งนี้ตอนเย็นมันก็จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้วเพราะพรุ่งนี้จะไม่มีผมบนโต๊ะอาหารของครอบครัว 


                  ผมกวาดสายตาไปทั่ว ๆ ชั้นล่างของบ้านมองพ่อ แม่ พี่ชาย และเ๯้าเผือกที่นอนอยู่ใกล้ ๆ โต๊ะอาหารก็รู้สึกเศร้าขึ้นมาแปลก ๆ

    อยากจะลองร้องไห้เหมือนตอนเข้าเรียนอนุบาลวันแรกจังเลย

                    “ไง นั่งเงียบแบบนี้ พรุ่งนี้จะร้องตามพ่อกับแม่กลับบ้านไม่ได้นะ”พ่อพูดขึ้นมาเหมือนรู้ว่าในใจของผมคิดอะไรอยู่นั่นแหละ

                     “จะบ้าหรือพ่อ ผมโตแล้วนะครับ เดี๋ยวเจอสาว ๆผมก็ลืมบ้านแล้ว” 

    ผมต้องพูดให้ตัวเองดูแข็งแรงและน่าวางใจไว้ก่อนไม่เช่นนั้นจะต้องโดนหัวเราะเยาะให้กับความงี่เง่าแบบที่เคยตอนเด็ก ๆ เป็๞แน่

                      “ฉันรู้นะว่าข้างในแกคิดอะไรอยู่น่ะไอ้รุ่งเอ้ย”  

    แต่ถึงแม้ว่าผมจะพูดออกมาด้วยท่าทางที่เข้มแข็งเพียงใดพี่ชายของผมมันก็ดูออกเสมอ

                    “โธ่ ลูกแม่อย่าเศร้าไปเลยเดี๋ยวนี้เขามีวิดิโอคอลในโทรศัพท์แล้วนะ คิดถึงก็คอลมาดูหน้าพ่อหน้าแม่หน้าพี่เอ็งได้ตลอด”

    แม่พูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูพร้อมกับหอมที่กระหม่อมของผมฟอดใหญ่ผมรู้ว่าแม่เองก็ไม่ค่อยสันทัดเ๹ื่๪๫นี้สักเท่าไร แต่ก็พูดออกมาเพื่อทำให้ผมใจชื้นขึ้นและผมก็รู้อีกว่าหลังจากนี้พี่ชายของผมก็จะมีหน้าที่เป็๞ครูสอนวิชาแชทไลน์ และคอลไลน์ให้กับทั้งพ่อและแม่