ผมไม่เสียเวลาจ้องหน้ามัน ย่อต่ำพุ่งเข้าปะทะทันที จากที่ซัดกันมาก่อนหน้านี้ พลังโม้ของมันจำเป็ต้องใช้เวลาชาร์จ ในตรอกเล็กๆ ระหว่างตึกแบบนี้ด้วยแล้วยิ่งอันตราย จะให้หนีออกไปที่โล่งมันก็ได้เวลารวมพลัง
พระโฉดเองก็คงเข้าใจสถานการณ์ มันยกมีดขึ้นทำท่าจะฟันลง...
'มันใช้มีดเป็ตัวกลางสร้างดาบลม' เสียงดังเข้าหัวพร้อมกับแขนสีดำที่สั่นเล็กน้อย
ขอบใจว่ะ ถึงว่าที่ผ่านมาถึงไม่ฟันใส่เราแต่แรก แต่การเปลี่ยนจากคลื่นอากาศก้อนใหญ่เป็ใบมีดบางเฉียบก็ทำให้ง่ายต่อการหลบ
จังหวะที่มันฟันตัดลงมา ผมก็สับเท้าที่วิ่ง เยื้องออกขวาจนตัวโน้มไถลไป แล้วใช้แขนขวาที่ได้มาใหม่เป็ตัวปรับสมดุล จากนั้นผลักพื้นยกตัวขึ้นจนเข้าประชิดได้
โอ้ว! แขนขวาใหม่เราไม่รู้สึกเจ็บอีกด้วย!
เ้าอาวาสใสุดขีดปากสั่น "ทำไมไม่ล้มลงไปวะ!" พอดีเก่งไง แล้วยิ้มให้
มันพลิกมีดแล้วแทงเข้าในระยะประชิด ส่วนผมก็ดันแขนซ้ายเข้าปะทะศอกขวามัน แล้วรูดมือเข้าล็อคข้อจับบิดเพื่อปลดมีด น่าประหลาดที่มันไม่มีแรงต้านเลย จากนั้นจัดการตีศอกขวาเข้าหน้าอก แล้วโขกหัวเข้าดั้งมัน ตบท้ายด้วยสอดขาซ้ายเข้าตัดเท้าจนมันหงายหลังหัวกระแทก
"โฮ่ นอกจากเบ่งพลังแล้วก็ไม่มีอะไรนี่" ซ้ำต่อด้วยลูกเตะเลียดพื้นเล็งเข้าเป้าหว่างขาเพื่อปิดเกม
มันหุบขาทันในท่าขัดสมาธิ ทำให้อัดเข้าหน้าแข้งไปเต็มแรง เสียงดังเป๊าะส่งผ่านมาทางปลายเท้า แค่นี้กระดูกหักเลยเหรอ?
"อ้ากกกก" เหงื่อท่วมหน้าแล้วนะหลวงพ่อ มันแผ่มือมาทำท่าบีบ เกิดสายลมม้วนเข้ากดทั่วร่างอีกครั้ง แต่ผ่านไปไม่กี่วินาทีลมก็อ่อนลงพร้อมกับที่แขนดำของผมสั่นะเื อ้อ ปลดล็อคให้โดยอัตโนมัตินี่เอง
ไอ้หัวล้านเองก็รู้ตัว มันจึงเปลี่ยนเป็ผลักมือมาข้างหน้า เกิดคลื่นลมปะทะเข้ามา แต่รู้ตัวอยู่แล้วจึงตั้งหลักต้านได้ ทั้งอย่างนั้นก็ยังแรงพอดันผมจนต้องก้าวถอยหลังกันล้ม จนเท้าที่ถอยไปเหยียบลงบนมีดดังแกร๊ก
ผมย่อตัวลงหยิบมีดขณะเดียวกันแรงดันลมก็ลดลงไปอีกครั้งเพราะแขนดำปล่อยพลังต้านให้
"สะดวกจริงๆ"
แต่ว่าทั้งที่ลมแรงกลายเป็นุ่มนวลไปแล้ว ทั่วร่างกายกลับรู้สึกล้าไปหมด ปล่อยไว้นานไม่เป็ผลดีแน่ ต้องรีบปิดฉาก!
"ไอ้เด็กผี!" ท่านเ้าอาวาสหมอบคลานตาแดงก่ำ พยายามจะลุกแต่ก็ทรุดลงไปในท่าชันเข่า "ข้าไม่ออมมือแล้ว!"
ทันใดนั้นอาคารรอบข้างก็สั่นไหวรุนแรง กุฏิที่ทำจากไม้เป็หลักก็ค่อยๆ แตกหักออก!
"ในที่สุดก็ทำอะไรฉลาดๆ แล้วนะหลวงพ่อ!" ผมตั้งหลักเตรียมย่อตัวบุก "แต่ลืมไปรึเปล่าว่าเราอยู่ใกล้ชิดกันแค่ไหน!"
ระยะห่างไม่ถึง 5 เมตร จะมาถล่มอาคารใส่ตอนนี้มันก็สายเกินแก้แล้ว! มันทำท่าจะยิงคลื่นลมอัดอีกรอบ พอโดนเข้าบ่อยๆ ไอ้ของแบบนั้นลองถ้ารู้ว่าจะมาทางไหนแค่เบี่ยงตัวหลบ 4 ่ตัวก็พ้นแล้ว!
ผมโยกตัวออกขวาจนสุดตรอก พอมันปล่อยพลังมาก็กระโจนออกซ้ายไปตามช่องว่างที่สร้างไว้ "โดนหลอกง่ายไปมั้งลุง!" แล้วสับเท้าพุ่งเข้าใส่พร้อมกวาดแขนฟาดมีดฟันกว้างทางราบใส่มัน ซึ่งมันก็ผงะถอยหลังไปตามความคาดหมาย ผมจึงปล่อยมือให้มีดพุ่งลอยไป ฉึก! เข้าให้
"ว้ากกกก!" พระเก๊ร้องแรกแหกกระเซอเหมือนก้มลงมองยังจุดยุทธศาสตร์ของตน ใช่แล้ว จุดที่มีดของผมปักลงนั้นก็คือของรักของผู้ชายทุกคนนั่นเอง!
มันยืนขึ้นในท่านั่งยอง แล้วใช้มือที่สั่นเทากุมลงที่ด้ามมีดแล้วกระชากออก มีก้อนเนื้อชุ่มเืชิ้นหนึ่งหล่นลงมาจากใต้จีวร จากนั้นอากาศสั่นะเืที่ฉีกกระชากตัวอาคารก็หยุดลง
"เสียวแทนเลยนะเนี่ย ยังไงซะมีไว้ก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้ว จริงมั้ยท่านผู้ทรงศีล" ตวัดปลายเท้าเตะเข้าที่เป้าซ้ำแผลเก่ามันอีกครั้งจนทรุดหน้าทิ่มพื้น
ตามด้วยตีเข่าเข้าคางให้มันเงยหน้า อ้าวลิ้นหลุดไปด้วยเลย "ทีหลังอย่าแลบลิ้นตอนทะเลาะกันนะ"
จากนั้นโอบลำคอมันด้วยแขนซ้าย "แกอาจจะเป็จอมเวทที่เก่งที่สุดในประเทศ" ง้างหมัดขวาขึ้นเพื่อปิดฉาก "แต่ข้าเป็คนที่เก่งกว่า" แล้วชกเข้าที่ซอกคอมันจนกระดูกยุบ
ตาเหลือก เืกระอัก มันล้มลงบนกองเืจากเป้าตัวเอง และเพื่อความมั่นใจ ผมกระซวกมีดลงกลางอกแล้วบิดขยี้หัวใจของมันอีก
"เหนื่อยเป็บ้า"
ผมเดินลากขาออกมาหน้าวัด ยังไม่ทันจะพ้นประตูก็เริ่มมีผู้คนและพระสงฆ์ทยอยกันเข้ามา แย่แล้วสิ! ตัวเราเต็มไปด้วยเื!
แขนขวาประหลาดของผมก็ขยับเอง มันยกมือขึ้นทาบอก จากนั้นเกิดแรงสั่นะเืไปทั้งตัว แล้วชุดของผมก็เปลี่ยนไปในพริบตา กลายเป็สภาพดีเหมือนใหม่ เนื้อตัวเองก็สะอาดไร้ร่องรอยฆ่าฟันกัน แต่พอจะก้าวไปข้างหน้า ขาก็กลับหมดแรงจนแทบล้ม!
'ดึงพลังชีวิตมาใช้โดยตรง' งั้นเหรอ ที่เพลียเป็่ๆ ตอนสู้กันเพราะแบบนี้สินะ
ว่าแต่ว่า พอเขตอาคมเสื่อมก็กลับเข้ามากันสินะ จากที่ฟังพวกนั้นคุยกันตอนเดินผ่าน ดูเหมือนจะไม่มีใครรู้ตัวเลยว่าทำไมตัวเองถึงไม่กลับเข้าวัดทั้งที่เวลามืดค่ำป่านนี้แล้ว จากนั้นก็มีเสียงะโโวยวายมาจากพวกเด็กวัดที่วิ่งเข้าไปก่อน ดูเหมือนจะเห็นเศษซากข้างในกันแล้ว
ผมรีบหลบฉากออกไป พอพ้นประตูข้ามถนนไปเท่านั้น โทรศัพท์ก็สั่นรัวแจ้งเตือนข้อความไม่หยุด ผมจึงหยิบขึ้นมาดู
"อะไรกันเนี่ย สายเรียกเข้าเพียบเลยนี่หว่า" แถม่เวลายังเป็ั้แ่ตอนที่เราเข้าไปในวัด แสดงว่า
'เขตอาคมของมันเป็ระดับสูง นอกจากปรับเปลี่ยนความทรงจำแล้วยังกันสัญญาณสื่อสารทั้งหมดได้'
"อา สมกับที่เรียกตัวเองว่าเก่งที่สุดในประเทศเลยนะ"
ก่อนอื่นเลย ต้องรีบคุยกับคนที่น่าจะจัดการเื่หลังจากนี้ให้เรียบร้อยก่อน
ผมกดชื่อผู้ติดต่อหาสารวัตรเจี๊ยบทันที ซึ่งอีกฝ่ายหนึ่งก็รับสายอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน เป็ ส.ส.ที่ว่างน่าดูเลยนะ อนึ่ง สารวัตรเป็สมยานามเพราะแต่ก่อนแกเป็สารวัตรทหาร
'ว่าไงพิชิต เงียบไปนานเกินนะ' เสียงผู้ใหญ่ลุ่มลึกสงบเช่นเคย
"เซนต์ลูเซียน..."
มีเสียงกลืนน้ำลายมาจากปลายสาย... ก่อนจะตอบกลับมาว่า 'ไอ้เส็งตายแล้วสิท่า?'
"ครับ" จับตาอยู่ตลอดเลยสินะ
'ฉันไม่อยากให้พวกเอ็งต้องถลำลึกน่ะ' เสียงนั้นผ่อนแรงกดดันลง 'ั้แ่ตอนเจอเอ็งโดดร่มลงมา ฉันก็ััได้ทันทีว่าใครส่งเอ็งมาทางนี้'
"แสดงว่าลุงรู้จักกับหัวหน้าผมสินะ" ใช้คำว่า ัั แบบเดียวกับไอ้เ้าอาวาส
'ใช่ อุตส่าห์ว่าจะให้เอ็งหลุดวงจรพวกนี้ไปแท้ๆ'
"ผู้ร่วมอุดมการณ์เหรอ? พวกหัวหน้ารู้เื่เวทมนต์เหรอ?"
'ต้องมีเหตุผลสำคัญแน่ที่พวกนั้นปิดบังเอ็ง แต่เอาไว้ก่อน บอกมาว่าต้องไปเก็บกวาดที่ไหน' นั่นสินะ ตอนนี้เื่นี้สำคัญกว่า
"ท่าเรือคลองตาเพิ่ม ท่า 7 มันนัดกันไว้ตอน 3 ทุ่ม แต่นี่ก็เลยมามากแล้ว"
'มันต้องรอแน่ๆ แล้วที่เอ็งอยู่มีหลักฐานสาวถึงตัวไหม?'
"ไม่น่าจะมีนะ ถ้าไม่ตรวจ DNA ก็ไม่เจอหรอก"
'แค่คราบเืสินะ เดี๋ยวให้คนของข้าจัดการให้'
"เออจริงสิ!" ผมเว้น่เล็กน้อยให้อีกฝ่ายอยากฟัง "... มันเรียกลุงว่า ส.ส.ลูกเจี๊ยบว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า"
'หึ' สั้นๆ แล้ววางสายไป
นึกหน้าที่ปลายสายออกเลย เอาล่ะ ส่งข้อความถึงภรรเมียดีกว่า 'เอเลนัวร์ ตัวเองงงง เมื่อกี๊เค้าเกือบโดนเด็กแต่งคอสเพลย์ลากไปข่มขืนด้วยล่ะ ดีใจจังเบยยยยย' และส่งข้อความถึงไอ้เจ 'มารับกูด่วนเลย ส่งที่อยู่ให้แล้ว มาตามแผนที่เลย'