ย้อนอดีตกับระบบ Ai

    บทที่ 3 : พี่น้อง

    พี่น้อง
    “ขึ้นหลังรถเลยพ่อหนุ่ม” ชายชราคนขับไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร หากพาฉิงเฉินติดรถไปเมืองโคลเวอร์ด้วย ชายชราบอกให้เขาขึ้นหลังรถอย่างรวดเร็ว
    “ขอบคุณครับลุง” ฉิงเฉินยิ้มพร้อมกับโค้งศีรษะลง ก่อนจะเดินไปด้านหลังรถกระบะและเตรียมจะขึ้นไป
    แต่ก่อนที่เขาจะขึ้นไปเขาก็ผงะเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าด้านหลังรถกะบะมีคนนั่งอยู่สองคน คนหนึ่งเป็นผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นและอีกคนเป็นเด็กผู้หญิง แต่เพราะความมืดทำให้เขามองเห็นใบหน้าของพวกเธอไม่ชัด
    “ขอรบกวนหน่อยนะครับ”
    ฉิงเฉินยกขาขึ้นที่เหยียบและก้าวขึ้นไปบนรถ เขาหาที่ว่างๆและนั่งลง บนหลังรถกระบะไม่ใหญ่มาก นอกจากมีสองคนนั่งอยู่แล้ว ยังมีข้าวของอีกจำนวนหนึ่ง หลังจากฉิงเฉินขึ้นรถแล้ว รถก็วิ่งออกไปอย่างไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไป
    “ฮือ...ฮือ...” เมื่อรถวิ่งออกไปสักพัก ฉิงเฉินก็ได้ยินเสียงสะอื้นเล็กๆมันเบามากเพราะแรงลมจากการที่รถวิ่ง แต่ก็พอที่จะทำให้เขาได้ยิน เขาหันมองเล็กน้อยและรู้ได้ในทันที...ว่าเสียงสะอื้นนี้มาจากเด็กผู้หญิง
    “อย่าร้องไห้หลิงหลิง”
    ผู้หญิงที่เป็นสาววัยรุ่น พูดบอกเด็กผู้หญิงที่ชื่อหลิงหลิงอย่างแผ่วเบา เธอหันมองฉิงเฉินเล็กน้อย เหมือนกับกลัวว่าเขาจะรำคาญน้องสาวของเธอ
    “แต่...แต่พี่เซี่ยว พี่ต้อง...พี่ต้อง...ฮือ”
    “ไม่ร้องไห้และไม่พูดเรื่องนี้ พี่ได้ตัดสินใจแล้ว...หากพี่ไม่ขายตัวเอง แล้วเราจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ในชีวิตประจำวัน ปู่จางกับย่าจ้าวก็จะย้ายไปอยู่กับลูกๆที่เมืองอื่นแล้ว พวกเราต้องพึ่งตัวเองนับจากนี้” ลู่เซี่ยวเซี่ยวพูดออกมาอย่างแผ่วเบาราวกับยุง เธอลูบหลังน้องสาวเพื่อให้เธอหยุดร้องไห้
    พอพูดจบลู่เซี่ยวเซี่ยวก็ถอนหายใจออกมา เธอและน้องสาวต้องเสียพ่อแม่ไปจากอุบัติเหตุเมื่อ 3 ปีก่อน ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า สมบัติที่พ่อแม่เหลือไว้ให้เธอและน้องสาว ได้ใช้ไปจนหมดแล้วในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
    เธอต้องหยุดเรียนและออกมาทำงานในบ้านของปู่จางและย่าจ้าว ซึ่งเป็นครอบครัวที่สนิทกับพ่อแม่ของเธอในตอนที่พวกเขามีชีวิตอยู่ แต่ไม่กี่วันก่อนทั้งสองสามีภรรยา เตรียมจะย้ายไปอยู่กับลูกๆที่เมืองอื่น
    ลู่เซี่ยวเซี่ยวจึงตัดสินใจขายบ้านและจะย้ายไปที่เมืองโคลเวอร์ เธอเคยได้ยินผู้หญิงบางคนในหมู่บ้านพูดเกี่ยวกับเรื่องการขายตัวเองเพื่อให้ได้เงินมา
    เธอคิดว่างานนี้เหมาะสมกับตัวเองที่สุด เพราะคนที่เรียนไม่จบอย่างเธอคงจะไปทำงานที่ไหนไม่ได้ เพื่อให้น้องสาวของเธอได้มีความเป็นอยู่ที่ดี และได้เรียนหนังสือ เธอล้วนยอมทำได้ทุกอย่าง
    เมื่อได้ยินสิ่งที่พี่สาวของตัวเองพูด ลู่หลิงหลิงพยายามไม่ร้องไห้ออกมา...เธอข่มความสะอื้นไว้
    ฉิงเฉินนั่งอยู่เงียบๆ และได้ยินสิ่งที่ลู่เซี่ยวเซี่ยวพูดอย่างชัดเจน แม้ว่าเสียงของเธอจะเบาราวกับยุงก็ตาม แต่สัมผัสของเขานั้น หากเทียบกับคนทั่วไปแล้วดีกว่ามาก ไม่เช่นนั้นเขาคงจะทำงานลอบสังหารให้องค์กรลับไม่ได้
    เขามองไปที่ร่างของสองพี่น้องด้วยความรู้สึกสงสาร เขารู้ดีว่าในโลกนี้การมีชีวิตที่ยากลำบากที่สุดก็คือไม่มีเงิน
    ในตอนที่เขาอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ฉิงเฉินก็อยู่ด้วยความยากลำบาก คุณป้าเจ้าของสถานเลี้ยงเด็กก็ไม่ใช่จะร่ำรวย
    แต่เพราะเธอเป็นคนใจดีชอบช่วยเหลือคนอื่น จึงเปิดสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าขึ้นมา ใช้เงินของตัวเองที่หามาได้ทั้งชีวิตไปเกือบหมดเพราะค่าอาหารพวกเด็กๆ
    ฉิงเฉินมองไปที่ลู่เซี่ยวเซี่ยวและลู่หลิงหลิงอยู่ชั่วครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็ตัดสินใจบางอย่าง
    “สวัสดีผมชื่อฉิงเฉิน ได้ยินว่าคุณต้องการขายตัวเอง จะเป็นไปได้ไหมถ้าผมต้องการจะซื้อ?”
    “คุณ...” ลู่เซี่ยวเซี่ยวตกใจ เธอมองไปที่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัว เธอไม่คิดว่าเขาจะได้ยินในสิ่งที่เธอพูด และผู้ชายคนนี้ยังกล้าถามออกมาหน้าด้านๆว่าต้องการจะซื้อเธอ
    ลู่หลิงหลิงเองก็ขดตัวเข้าหาพี่สาว เธอรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นคนน่ารังเกียจ ที่ต้องการร่างกายของพี่สาวของเธอ
    “มะ..ไม่ใช่แบบนั้น คือผมต้องการจ้างคุณไปเป็นแม่บ้าน คุณทำอาหารและงานบ้านได้ไหม? ผมมีที่พักพร้อมกับเงินเดือนให้” ฉิงเฉินรู้สึกกระอักกระอวนเล็กน้อย เมื่อเห็นสายตาของสองพี่น้องที่มองมา
    แม้ว่ามันจะมืดแต่ก็สะท้อนแสง สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพวกเธอมองเขายังไง
    ในความคิดของเขา ไม่มีเรื่องเช่นนั้นอยู่เลย ที่จริงเขาเพียงต้องการช่วยสองสาวพี่น้องนี้เท่านั้น เพราะไม่อยากเห็นพวกเธอต้องขายร่างกายตัวเองเพื่อแลกกับเงิน
    “พะ...พี่ชายพูดจริง?” กับคำพูดของฉิงเฉินคนที่ตอบสนองไม่ใช่ลู่เซี่ยวเซี่ยว แต่เป็นลู่หลิงหลิงเธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงอายุ 12 ปี ย่อมถูกชักจูงได้ง่ายอยู่แล้ว
    ยิ่งเป็นเรื่องที่พี่สาวของเธอไม่ต้องขายตัวเอง เธอยิ่งตอบสนองง่าย แม้กระทั่งการมองเขาอย่างรังเกียจก่อนหน้านี้ก็หายไป
    “หลิงหลิง!” ลู่เซี่ยวเซี่ยวหยุดน้องสาวของเธอไว้ เธอไม่ใช่เด็กเหมือนกับลู่หลิงหลิง จึงไม่เชื่อคนแปลกหน้าง่ายๆ เธอมองไปที่ฉิงเฉินสำรวจดูเขาอย่างสงสัย หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง เธอก็ต้องการจะทำงานเป็นแม่บ้านให้กับเขา
    เพราะมันดีกว่าการขายตัวมาก และในความเป็นจริงเธอก็ไม่ต้องการสูญเสียความบริสุทธิ์ของเธอไปอย่างนั้น แต่ลู่เซี่ยวเซี่ยวก็รู้ว่ามันน่าสงสัยเกินไป
    สุดท้ายเธอก็กระซิบบอกบางอย่างแก่น้องสาว และก้มหน้าลงไม่สนใจในข้อเสนอของฉิงเฉิน
    ลู่หลิงหลิงมีความผิดหวังบนใบหน้าเล็กน้อย แต่เธอเข้าใจในสิ่งที่พี่สาวกระซิบบอก ว่าพี่ชายตรงหน้าน่าสงสัยเกินไป
    เขาเป็นคนแปลกหน้า และใครจะรู้ว่าเขาจะทำอะไรกับเธอและพี่สาวบ้าง สุดท้ายเธอก็ไม่สนใจเขา พร้อมๆกับมองอย่างรังเกียจเช่นเดิม
    “ฮะ...ฮ่ะ...” เมื่อเห็นว่าทั้งลู่เซี่ยวเซี่ยวและลู่หลิงหลิงไม่สนใจ ฉิงเฉินก็ได้แต่หัวเราะออกมาอย่างเกอเขิน และเขาก็ไม่พูดอะไรออกมาอีก เมื่อพวกเธอไม่สนใจเขาเองก็ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว
    จบบทที่ 3