บทที่ 2 พี่ชาย
อันผิงตื่นมาอีกน่าจะตอนบ่ายแล้ว ความรู้สึกจากอากาศที่ร้อนขึ้นเมื่อยันตัวเองให้พิงพนักเตียงเสร็จแล้ว ก็หันไปเห็นอันหยางนั่งยิ้มอยู่ข้างเตียงชื่อนี้ของพี่ชายคงมาจากการเกิดที่หมู่บ้านหยาง ท่านพ่อเลยตั้งเป็อนุสรณ์ความรักระหว่างท่านกับท่านแม่รึเปล่านะ
อันผิงจึงส่งยิ้มตอบกลับไปอันหยางจึงส่งไข่ต้มฟองขาวในมือยื่นมาให้เธอ อันผิงรับมันไว้ เพราะท้องรู้สึกหิวเธอจึงเริ่มกัดกินตรงไข่ขาว แต่หน้าตาพี่ชายที่ทำท่าน้ำลายจะไหลตลอดเวลาและพยายามแอบกลืนน้ำลาย ทำให้อันผิงลดความอยากไข่ต้มลง
ก็นะพี่ชายเธอก็เพิ่งจะแปดขวบเอง ถ้าอยู่ที่โลกปัจจุบัน ก็ยังเป็เด็กประถมยังวิ่งเล่นอยู่เลย สุดท้ายอันผิงจึงแกะกินแต่ไข่ขาวแล้วยื่นไข่แดงส่งให้คนเป็พี่
อันหยางส่ายหน้า
“ไม่อยากกินเ้าค่ะ” พร้อมแกล้งทำหน้าพะอืดพะอมอันหยาง จึงยื่นมือมารับไข่แดงจากมือน้องสาว แล้วกินมันเข้าไปอย่างเร็ว
“ท่านแม่ไปไหนเ้าคะ”
“ท่านแม่ไปรับจ้างซักผ้าบ้านหวัง กลับมาตอนเย็นโน่น” แต่สีหน้าคนเป็พี่ดูไม่ชอบใจที่ท่านแม่ไปบ้านหวัง
อันผิงยังเด็กเลยไม่มีความทรงจำของคนในหมู่บ้านมากนัก พอรู้ความก็เริ่มป่วยเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านตลอด
“ข้าอยากไปเดินเล่นเ้าค่ะ” อยากถามอะไรเยอะแยะแต่ด้วยติดว่าเป็เด็กห้าขวบ พัฒนาการเยอะไปเดี๋ยวจะเป็ที่สงสัย
อันหยางพยักหน้าลุกขึ้นมาประคองน้องสาว ท่านหมอเคยบอกเขาว่าต้องพาน้องเดินเหินบ้างถึงจะดีต่อสุขภาพ แต่ที่ผ่านมาอันผิงนอนติดเตียงอย่างเดียวไม่ยอมลุกไปไหน
อันผิงมองสำรวจบ้านบ้านนี้มี 3 ห้องนอน 1 ห้องโถงกลาง และ 1ห้องครัว และมี 1 ห้องน้ำซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะมีในยุคโบราณเช่นนี้แสดงว่าเริ่มแรกครอบครัวคงมีเงินและน่าจะเป็ชนชั้นสูงมาก่อนถึงสามารถสร้างบ้านขนาดนี้ได้ ข้างนอกบ้านมีรั้วล้อมรอบแบบทึบและแข็งแรงอันผิงไม่รู้ว่ากำแพงบ้านนั้นทำจากหินหรือดิน ด้านหน้ามีต้นบ๊วย กับต้นท้อต้นไม่สูงมากนัก น่าจะถูกปลูกพร้อมๆ กับบ้านส่วนดอกไม้เริ่มเหี่ยวเฉาลงน่าจะเพราะขาดการดูแล
แม้จะอยากเดินไปหลังบ้านอาจเพราะร่างกายเพิ่งฟื้น ก็เลยทำให้หอบเหนื่อย อันหยางผู้เป็พี่จึงใพาน้องไปนั่งพักตรงแคร่ไม้ไผ่หน้าตัวบ้านแทนพอลมเย็นๆ พัดมา ทำให้อันผิงรู้สึกดีขึ้น ฟังพี่ชายเล่าว่าหลังบ้านท่านแม่ปลูกผักอะไรเอาไว้ ถ้าตอนเย็นน้องสาวยังไหวจะพาอันผิงไปดูเขารดน้ำผักพวกนั้น
น้ำเสียงเล่าเื่ของผู้เป็พี่มีจังหวะสูงต่ำอันผิงฟังแล้วเพลินมาก ระหว่างฟังก็แอบดูหน้าตาอันหยางไปด้วย เด็กชายยังตัวไม่โต ติดไปทางจะผอม ใบหน้าแม้จะคล้ำไปนิด แต่อนาคตโตมาต้องหล่อเหลามือที่ประคองเธอนั้นหยาบ ไม่นุ่มเหมือนมือเด็กที่ควรจะเป็เสื้อผ้าอยู่ในชุดเก่าถึงเก่ามาก เริ่มมีรอยปะชุนบ้างแล้ว
เมื่อตะวันคล้อยลงแดดเริ่มอ่อนลงอันหยางก็พาน้องสาวไปยังหลังบ้าน แปลงผักที่ว่า ก็คือพวกผักกาด ผักบุ้งผักสวนครัวอีกสองสามชนิด ปลูกไว้เป็แปลงแต่น่าจะขาดการบำรุงจึงทำให้พวกผักดูไม่อวบน้ำเท่าที่ควรตรงมุมกำแพงหลังบ้านมีบ่อน้ำอยู่ อันหยางให้น้องสาวนั่งพักอยู่ในเพิงที่ท่านพ่อจ้างคนมาทำไว้แล้วเดินไปยังบ่อน้ำ
อย่าได้เห็นว่าเขาตัวเล็กแล้วแรงจะน้อย อันหยางกลับสามารถดึงน้ำขึ้นมาจากบ่อน้ำได้แล้วใช้มือหิ้วถังน้ำไปรดน้ำผักได้ทีละแปลงโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอันผิงรู้สึกนับถือมาก เมื่อเทียบกับเธอที่มาจากโลกเก่า วัยเช่นนี้เธอนั่งเล่นกินขนมอยู่หน้าทีวีงานการในบ้าน ล้วนเป็คุณแม่ที่ทำ
พอนึกถึงครอบครัวจากโลกเดิมก็พลันห่อเหี่ยวใจ พ่อแม่ของเธอจากไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตอนเรียนมหาลัยปีสามแต่ด้วยครอบครัวค่อนข้างมีฐานะ และพ่อกับแม่ทำประกันไว้เยอะมาก ผลตอบแทนจึงเยอะชนิดที่เธอไม่ต้องทำงานก็อยู่ไปอย่างสบาย ญาติพี่น้องก็มีฐานะไม่มีใครคิดมาหยิบยืมเงิน เพราะสงสารเธอพวกเขาจึงมักจะให้ของขวัญเป็เงินกับเธอเสมอ
ดังนั้นพอเรียนจบอันผิงจึงทำงานด้านเอกสารที่เรียกว่าฝ่ายธุรการเงินเดือนแค่พอใช้จ่ายในชีวิตเท่านั้น และเธอก็ไม่ได้ซีเรียสกับเื่นี้ เพราะมรดกและทรัพย์สินของครอบครัวที่พ่อแม่ทิ้งไว้ให้ก็มากพอที่จะอยู่อย่างสบายไปตลอดชีวิต
แต่ไม่คิดว่าตัวเธอที่นอนอ่านนิยายและเผลอหลับจะโผล่ในโลกจีนโบราณแห่งนี้เอ๊ะหรือบางทีพ่อแม่ของเธอจะย้อนมาเหมือนกันนะ เธออาจจะมีภารกิจตามหาพ่อกับแม่
เพ้อเจ้อเหมือนได้ยินเสียงดังขึ้นในสมอง แต่พอตั้งสติก็เหมือนหูแว่วไปเอง
พอตกเย็นท่านแม่ก็กลับมาในมือถือห่อใบบัวไม่เล็กไม่ใหญ่มาด้วยเห็นลูกสาวนั่งอยู่บนแคร่มองดูพี่ชายขีดเขียนบนพื้นดิน ก็เดินตรงมาหาวางของในมือลง ยกมือขึ้นมาอังหน้าผากอันผิง ก่อนจะถอนหายใจ ดูท่าหลังจากที่รักษามานานลูกสาวของนางคงใกล้จะหายดีแล้ว
อันผิงมองไปที่ห่อใบบัวขณะที่อันหยางเบ้ปากไม่พอใจ
“นั่นกระดูกไก่ที่พวกเขากินเหลือ ให้เรามาใช่ไหมขอรับ”
ท่านแม่พยายามเก็บหน้าเศร้าพูดจาออกมาอย่างมีเหตุผล
“อย่างน้อยก็มีเนื้อติดเหลืออยู่บ้าง ไว้แทะออกมาต้มข้าวต้มให้น้องสาวเ้า”
อันผิงเข้าใจความรู้สึกท่านแม่กับพี่ชายเมื่อก่อนชีวิตพวกเขา ไม่ถึงกับต้องกินของเหลือจากใครแบบนี้ บ้านหวังนี่ก็แปลกแม้แต่กระดูกไก่เหลือทิ้ง ยังจะให้กลับมา เธอไม่เชื่อหรอกว่าท่านแม่จะขอมาแม้ในใจจะอยากได้
“อากาศเริ่มเย็น อันหยางพาน้องเข้าบ้านเถอะ”
อันหยางพยักหน้ารับจากนั้นเขาก็หันไปประคองน้องสาวของตนลงมาจากแคร่ แต่แทนที่จะกลับเข้าไปในห้องอันผิงเดินตามท่านแม่เข้าไปในครัวแทน ไก่ที่ห่อในใบบัวนั้นไม่ถึงกลับแย่มากยังมีเนื้อเหลือเยอะอยู่บ้าง แต่ถ้าเอามาต้มน้ำเดือดก็น่าจะได้น้ำซุปจืดจาง เอาไว้ซดได้อย่างน้อยก็เป็การฆ่าเชื้อโรค เมื่อเห็นท่านแม่จะเลาะเนื้อไก่ที่เหลือออกมา
“ท่านแม่ ไก่ต้มน้ำเ้าค่ะ”
ท่านแม่หันมามองอันผิงเธอจึงพูดย้ำๆ ไก่ต้มน้ำ แล้วชี้ไปที่หม้อสำหรับต้ม พร้อมทำตาอ้อนวอนให้ท่านแม่ทำ
“ข้าฝันเห็นนี่” ชี้ไปที่กระดูกไก่ “ต้มน้ำ” พร้อมชี้ไปที่หม้อ อ้างเป็ความฝันดูน่าเชื่อถือสุดล่ะ
“ท่านแม่ ทำตามที่น้องบอกเถอะขอรับ วันนี้อันผิงพูดเยอะข้าก็อยากกินแบบที่น้องบอก” อันหยางน่าจะเพราะไม่อยากกินกระดูกไก่เหลือนี้ถ้าเอาไปต้มอย่างน้องสาวบอกพอกินไม่ได้ ท่านแม่จะได้เทมันทิ้งไปเพราะสายตาเขามองไปที่ไข่ไก่ที่ได้มาจากบ้านป้าโจว
อย่างไรก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้วท่านแม่เลยทำอย่างที่ลูกสาวว่าเพื่อเป็การเอาใจอันผิงตัวน้อยเดินตามไปมองท่านแม่ตักน้ำใส่หม้อ พอท่านแม่จะตักกระบวยที่สามมือเล็กก็ยกขึ้น พร้อมกับพูดว่า
“ท่านแม่ พอเ้าค่ะ”
ท่านแม่และพี่ชายพากันหัวเราะกับท่าทางของเด็กน้อย
ใช้เวลาผ่านไปไม่กี่นาทีเพราะไม่มีนาฬิกาให้ดู ไก่เหลือเนื้อติดกระดูกก็ต้มเสร็จอันผิงเดินไปชี้ที่เกลือบอกให้ท่านแม่ใส่ แน่นอนท่านแม่ตามใจเหยาะใส่นิดนึง
“อยากกินเ้าค่ะ” อันผิงชี้ไปที่หม้อ
ท่านแม่เลยตักใส่ถ้วยใบเล็กค่อยๆป้อนให้เธอ คำแรกที่กินเข้าไป แม้รสชาติมันจะเจือจาง แต่ยังพอมีกลิ่นกระดูกไก่ต้มเหลืออยู่บ้างแม้รสชาติจะอ่อนมาก แต่ก็ดีกว่าข้าวต้มที่ใส่น้ำเยอะและมีเศษเนื้อไก่พอให้ได้เคี้ยว เห็นสีหน้าคาดหวังของพี่ชายเธอเลยต้องพูดออกมาว่า
“อาหร่อย” แล้วอ้าปากรอต่อหลังจากป้อนอันผิงไปอีกคำนึง ท่านแม่ก็สงสัยเลยตักชิมคำนึงถึงจะไม่เรียกว่าซุปไก่ได้ แต่คงถือว่ารสชาติขึ้นมาบ้างจึงตักป้อนอันผิงจนหมดชามเล็ก
“พอก่อนนะผิงเอ๋อร์ เดี๋ยวแม่ทำเป็ข้าวต้มให้”
มื้อเย็นวันนี้ทั้งสามคนจึงได้กินข้าวต้มที่น่าจะเป็ธัญพืชหยาบอย่างข้าวสาลีต้มในน้ำซุปกระดูกไก่เหลือแม้อันหยางจะไม่ชอบใจมากนัก ก็ยังกินจนหมดถ้วย
เพราะเป็ยุคโบราณน้ำมันตะเกียงหรือเทียนเป็ของที่มีราคาแพง ก่อนฟ้าเริ่มมืดท่านแม่จึงพาอันผิงไปเช็ดตัว แม้อันผิงจะอยากอาบน้ำแต่พอท่านแม่เช็ดตัวให้ก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมา ส่วนอันหยางเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำเมื่อเขาอาบเสร็จแล้ว ก็เดินมาเปลี่ยนกับท่านแม่ เพื่อให้ท่านแม่ไปอาบน้ำบ้างเมื่อสามแม่ลูกก็อาบน้ำเสร็จ ก็เตรียมตัวเข้านอน โดยอันหยางแยกไปนอนห้องตัวเองส่วนท่านแม่มานอนกับอันผิง
อากาศในฤดูนี้ไม่แย่เท่าไหร่อันผิงเดาว่าน่าจะเป็ฤดูใบร่วง ที่ฤดูถัดไปจะเป็หน้าหนาวช่างย้อนเวลามาได้อย่างเหมาะเจาะเสียจริง หวังว่าคงไม่โชคร้าย แบบว่าหิมะตกไวจนฤดูหนาวยาวนาน ผู้คนต้องอดอยากหรอกนะ
อาจเพราะยังเด็กถึงจะคิดโน่นนี่นั่นแต่ร่างกายเพิ่งฟื้นขึ้นมาด้วย ไม่นานอันผิงก็หลับไปด้วยใจที่ว่าขอให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆเธอจะได้ขอพรเสียที