ในระหว่างทางไปอาณาจักรโปปุรอน ผมได้เผลอหลับไปบนหลังม้าโรแลนด์ แล้วอยู่ๆก็มีเสียง
" ตื่นเถอะค่ะ ที่รัก " เสียงจากรัตสึโกะ แฟนสาวของผม
ผมตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลบ้า และกำลังนั่งรถเข็น อยู่กลางสวนสาธารณะ
" แล้ว ซาซามิ ล่ะ? ชิฮารุด้วย " ผมพูดด้วยความหวังว่าจะเจอพวกเธอที่โลกใบนี้
" พูดอะไรค่ะ เซฟิว สองคนนั้นเป็นเพียงความฝันของคุณ นี่คุณไม่รุ้ตัวเองเลยเหรอว่า หลังจากคุณช่วยเด็กคนนั้น ก็ผ่านมา 10 ปีแล้ว " รัตสึโกะ กล่าวบอกผม
" เด็กคนนั้น? "
" ก็คนที่คิด ระเบิดฮาตรอน ให้กับประเทศไทยไงค่ะ ตอนนี้ประเทศไทยกลายเป็นมหาอำนาจของโลกแล้ว พวกเราได้เอาแนวคิดนี้ ไปสร้างโรงไฟฟ้าพลังฮาตรอน ให้ชาวไทยได้ใช้ไฟฟ้าฟรี "
" ว่าอะไรนะ โรงงานไฟฟ้าพลังฮาตรอน แล้วเรื่องที่ผมได้ออกผจญภัยกับซาซามิ รวมทั้งเรื่องที่ ชิฮารุคิดฆ่าผมก็เป็นความฝันงั้นเหรอ "
" ความฝันทั้งนั้นค่ะ ตอนนี้ปี พ.ศ.25xx แล้วนะคะ คุณยังโม้เรื่องเดิมไม่เลิก โดยเฉพาะเรื่องของ ซาซามิ " รัตสึโกะ กล่าวกับผมอย่างเป็นห่วง
" ไม่จริง นี่ผมกำลังฝันไปใช่ไหม? "
" ไม่ใช่ฝันคะ สงสัย คุณจะลืมกินยา เดี๋ยวชั้นจะเอายามาให้คุณกิน รออยู่นี่ก่อนนะคะ " แล้วรัตสึโกะ ก็จากไปปล่อยให้คนบ้าอย่างผม นั่งอยู่กลางสวนสาธารณะ
ผมนั่งรอเธอ แล้วยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู วันนี้เป็นเย็นวันเสาร์ เดือน กันยายน ปี 25xx เวลา 5โมงเย็น 30นาที กับอีก 52วินาที
' นี่เราฝันไปรึเนี่ย ' ผมปาดเหงื่อที่หน้าผาก และคิดว่าทุกอย่างเป็นฝันร้าย เพียงผมหลับแล้วตื่นขึ้นมาก็เท่านั้น แต่อยู่ๆผมก็ถูกชายชุดดำคนหนึ่งรัดคอด้วยเส้นลวดสลิงจากทางด้านหลัง
อ๊าคคคคคคคคคคคคคคคคคคค ซาซามิ ช่วยตรูด้วยยยยยยยยยยยยยย
ในขณะที่ผมกำลังจะหมดลมหายใจอยู่นั้น รัตสึโกะ ก็รีบวิ่งมา ทำให้ชายชุดดำ ตัดสินใจทิ้งอาวุธ วิ่งหนีไป แล้วผมก็เป็นลมหมดสติไป
****
" ฝันร้ายเหรอ เซฟิว " ซาซามิ ที่ขี่ม้าปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์ ทำให้ผมงุนงง เลยถามซาซามิ อย่างตื่นตระหนก
" ซาซามิ นี่เรากำลังอยู่ที่ประเทศไทยสินะ ใช่มั๊ย"
" ประเทศไทย? นายพูดเรื่องอะไรบ้าๆ ตอนนี้เราอยู่ระหว่างทางไปเมืองร็อคน่า อาณาจักร โปปุรอนต่างหาก " ซาซามิ อธิบาย
" ถ้างั้นชั้นเปลี่ยนใจแล้ว เราจะไม่ไปเมืองร็อคน่า แต่จะไปเมือง เอเซล แทน " ผมทำหน้าไม่อยากไป เมืองร็อคน่าแล้ว ยิ่งเข้าไปใกล้เมือง ร็อคน่ามากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งฝันร้ายมากเท่านั้น
" เรามาถึงครึ่งทางแล้วนะ ถ้าย้อนทางกลับไป เท่ากับที่ทำมาทุกอย่างต้องเสียเปล่า แถบจะเรียกว่ากลับไปเริ่มใหม่ " ซาซามิ พยายามชี้แจงเหตุผล ทำให้เรายังคงมุ่งหน้าไปเมืองร็อคน่า
คืนนี้ ผมนั่งตาค้างบนม้าโรแลนด์ไม่ยอมนอนหลับอีกเลย ตลอดทาง
" เล่าเรื่องประเทศไทยหน่อยสิ ชั้นอยากฟัง เจ้าหล่อ" ซาซามิ กล่าวด้วยความนึกสนุก
" ประเทศไทย ประเทศที่ชั้นจากมา ที่นั่นเป็นประเทศที่สวยงามมาก ทุกคนต่างยิ้มแย้ม และเป็นมิตร ไม่มีสิ่งชั่วร้ายเช่น พวกปีศาจอยู่เลย ที่นั้นมีของขึ้นชื่ิอ พวก ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ที่น่ากินมากๆ " ผมพยายามอธิบายให้ซาซามิ เห็นภาพ
" ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทองหรือ น่ากินจัง ซักวันนายจะพาฉันไปที่ประเทศไทยซินะ " ซาซามิ พูดไปน้ำลายไหลไป ราวกับสาวน้อยที่ไร้เดียงสา
" อืม ซักวัน ชั้นจะพาเธอ ไปประเทศไทย สัญญาเลย "
" ยักโซคุ (สัญญา ) "
แล้วผมกับซาซามิ ก็มุ่งสู่เมืองร็อคน่า ในเช้าวันถัดไป
ที่นั่นผมพบ เจ้า คาตะ ทหารยามเฝ้าประตูกำลังเก็บเงินค่าผ่านทางคนละ 300 เหรียญทองอยู่ ทั้งๆที่ เลาห์คอน(ราชา) เฮเซ็น ยกเลิกการเก็บภาษีค่าผ่านทางแล้ว
" เจ้าหน้าหล่อ กับ แม่นางสุดสวยนั่น ชั้นคิดค่าผ่านทางเพียง 600 เหรียญทองก็พอ " คาตะกล่าว
" พวกเราไม่มีเงินหรอก เจ้าเอาเป็นอย่างอื่นไปได้ไหม " ซาซามิ กล่าว
" ถ้าอย่างนั้น ก็ขอม้าตัวนี้แล้วกัน " คาตะพูดพร้อมกับจูงม้า
" ย่อมได้ " ซาซามิ กล่าว ก่อนยกม้าโรแลนด์ให้กับเจ้าคาตะไป
" ทำไมล่ะ ซาซามิ ทำไมถึงมอบม้าโรแลนด์ให้เจ้าคาตะมัน " ผมถาม
" มันเป็นม้าที่ให้โทษเจ้านายน่ะ ถ้านายขี่นาน มันจะนำโชคร้ายมาให้เราอีก ให้เจ้าคาตะไปน่ะดีแล้ว" ซาซามิ อธิบาย ก่อนจะรีบเดินทางเข้าเมืองร็อคน่าไปพร้อมกับผม โดยไม่รอให้ผมพูดอะไรเลยซักนิด สมแล้วที่เป็นผู้กล้าโล่
30 นาทีต่อมา....
ผมกับซาซามิ ก็เอาดาบหรูที่เก็บมาจากป่าสิงโตแฝดนรกไปขายในร้านตีอาวุธ เราได้เงิน ราว 1หมื่น 2พันเหรียญทอง ก่อนที่ซาซามิ จะชวนผมไปดื่มเหล้าที่ร้านเหล้าของ เจ๊ มาเจนเต้
" นี่ๆ ชั้นรู้จักร้านเหล้าที่รสชาติดีมากๆอยู่ร้านนึง มันเป็นร้านเหล้าของเจ๊มาเจนเต้น่ะ " ซาซามิเดินนำหน้าผมไปเหมือนรู้ทาง แล้วพูดไม่หยุดตลอดทาง
เมื่อถึงร้านเหล้าอีวานน่า ร้านเหล้าของ เจ๊มาเจนเต้ ซาซามิ ก็รีบสั่งเหล้าองุ่นให้ตัวเองในทันที ปล่อยให้ผมนั่งรอตรงเค้าเตอร์สั่งอาหาร
" นี่คะ เหล้าองุ่นที่สั่งได้แล้ว " เรียโอ เด็กสาวม.2 อายุประมาณ 14 มาเสิร์ฟเหล้าให้ซาซามิ พร้อมกับแกล้มอีกชุดใหญ่
...ที่นี่ ไม่มีกฏหมายห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานในร้านเหล้ารึไง ผมคิด แต่ในขณะที่คิดอยู่ จู่ๆก็มีเด็กสาวคนหนึ่ง อายุประมาณ 18-19 เข้ามาจู่โจมผม อย่างไม่เป็นมิตร
ฟ้าว ฟ้าว ฟ้าว ดาวกระจายสามอันถูกส่งออกมาจากนิ้วมือของสาวคนนั้นพุ่งใส่หน้าผม
เคร้ง เคร้ง เคร้ง
ซาซามิ ปาแก้วเหล้าใส่ดาวกระจายทั้งสามอันในทันที
" เธอเป็นใครกัน " ซาซามิ ถามขึ้น เพราะถ้าเป็นคนในโลกนี้ จะมีชื่อขึ้นมาที่หัว แต่สาวน้อยคนนั้นหามีไม่
" หว่อ เจี้ยว หลี่ หงส์ (ข้ามีนามว่า หลี่ หงส์ ) " หลี่หง กล่าวพร้อมกับหันมาพูดกับผม ด้วยความรวดเร็วและคล่องแคล่ว ในมือเธอ ถือ กาต้าสีน้ำเงินอมฟ้า ดูท่าทางอันตราย
" หว่อ เหย้า ซ่า สื่อ หนี่ ( ฉันต้องการฆ่าคุณ ) " หลี่หงพูดไม่พูดเปล่า เธอพุ่งเข้ามาโจมตีผมในทันที
ซาซามิ รีบเอาตัวมากันผมไว้ แล้วพุ่งตัวเข้าแลกดาบกับกาต้า เสียงดังสนั่น
" เธอ เป็น นักฆ่า ของมหาประเทศสินะ " ซาซามิ ถามด้วยความสงสัย
" ถ้าส่ง โทรศัพท์มือถือมา ชั้นจะไม่ฆ่าพวกเธอก็ได้นะ " หลี่หง กล่าว
" จะเอา โทรศัพท์ไปทำอะไร " ซาซามิ ถามหลี่หงอีกครั้ง
" ข้างในโทรศัพท์ มีข้อมูลของ ระเบิดฮาตรอนอยู่ ชั้นต้องนำกลับไปให้ท่านผู้นำ " หลี่หงอธิบาย ด้วยความช่างจ้อ
" ระเบิดฮาตรอน? " ซาซามิทำหน้าสงสัย เพราะเธอไม่รู้เรื่องนี้ ไม่นึกเลยว่า มหาประเทศต้องการโทรศัพท์มือถือ ของผม มากจนถึงกับส่งนักฆ่า ข้ามมิติมา เพื่อมาเอามันไป
" เซฟิวเป็นคนดี เพราะฉะนั้น ชั้นจะทำตามคำสั่ง เซฟิวเท่านั้น " ซาซามิ ตะโกน
" หึ หึ คนดี? ถ้าเขาเป็นคนดีจริงเขาต้องห่วงชีวิตของเธอ มากกว่าโทรศัพท์มือถือ อันเดียวแล้ว" หลี่หง กล่าวดูถูก แล้วกล่าวต่อ
" เพราะเธอไร้ค่ายังไงล่ะ เขาถึงหวงโทรศัพท์ ไม่ยอมส่งให้ชั้น "
" ไม่จริง ชั้นไม่เชื่อ " ซาซามิ เอามือปิดหูไม่อยากฟังคำพูดของหลี่หงอีกแล้ว หลี่หงจึงถือโอกาส บุกเข้าโจมตี ซาซามิ แต่ด้วยประสบการณ์การต่อสู้ของ ซาซามิ มีมากกว่า เธอจึง ถีบหลี่หงกระเด็นกลับไป
ก่อนที่พวกเธอสองคนจะปะทะกันอีกครั้ง ก็มีเสียงระฆังดังขึ้น เป็นสัญญาณให้หลี่หง ถอนตัว
" หมดเวลาสนุกแล้วสิ " หลี่หงกล่าว ราวกับเธอ อยู่ในหนังอนิเมะเรื่องหนึ่ง เธอเลียริมฝีปากที่ได้เลือด จากการโจมตีของ ซาซามิ แล้ววิ่งหนีไป
ผมและทุกคนในร้านได้แต่ยืนจ้องการต่อสู้นี้จนมันจบลง แล้วทุกคนก็พยายามทำเหมือนมันไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้ตัวร้านจะพังไปแถบหนึ่งจากการต่อสู้ของสองสาว
" ซาซามิ ผมขอโทษ " ผมกล่าวขออภัยที่ไม่ได้เข้าไปช่วยซาซามิ สู้กับ หลี่หง
" ไม่เป็นไร นายเก็บโทรศัพท์ไว้เถอะ " ซาซามิ ทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรแล้วกลับไปจิบเหล้าองุ่นต่อ แต่ผมรู้ว่า ซาซามิ กำลังเสียใจ ที่ผมรักโทรศัพท์มากกว่าชีวิตของเธอ
...ขอโทษด้วยนะ ซาซามิ ผมต้องทำเพื่อประเทศของผม
****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป