เื้ัสีฟ้าหม่นของดวงตาคู่นั้นมันคล้ายจะมีเลศนัยอะไรบางอย่างเต้นเร่าอยู่มาร่าคิดว่าเธอได้เห็นแววเช่นนั้นมาสองครั้งสองหนแล้วและมันทําให้เธอสํานึกถึงสัญญาณแห่งอันตราย มากกว่าจะเป็สัญญาณแห่งความไม่พอใจคล้ายแววตาของแมวขณะที่กําลังล่อหลอกเหยื่ออย่างสําราญใจ
“ผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างคงจะเตรียมไว้ให้ผมพร้อมแล้วใช่ไหมครับ”เขาเอ่ยถามขึ้นอีก
และตอนนี้เองที่มาร่านึกขึ้นมาได้ว่าเธอยืนขวางทางเข้าบ้านไว้
“ใช่ค่ะ” เธอก้าวถอยไปทางข้างหลังเพื่อให้เขาเดินตามเข้ามา “ฉันเพิ่งจะเอาเครื่องกระป๋องต่างๆ ที่คุณสั่งซื้อเก็บเข้าที่”
เขาเพิ่งจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเข้ามาตอนที่มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น
“ซินขา จะให้ฉันเอากระเป๋าเดินทางลงด้วยไหมคะนี่”
มาร่าตวัดสายตามองเลยร่างเขาไปยังรถคันสีเทาที่จอดอยู่ข้างรถสเตชั่นแว็กก้อนของเธอทันทีสาวสวยผมแดงฉานคนหนึ่งกําลังก้าวลงมาจากที่นั่งข้างคนขับเสื้อสีขาวเนื้อแพรแทบจะมิได้กลัดกระดุมเลยสักเม็ดเผยให้เห็นความยองใยของนวลเนื้อเหนือทรวงอย่างเด่นชัดท่อนล่างเป็กางเกงรัดรูปสีน้ำเงินเข้ม นอกเหนือจากเรือนร่างและใบหน้าที่บอกแววชวนเชิญอยู่เป็นิจแล้ว บรรยากาศที่เ้าหล่อนพยายามสร้างขึ้นคือความเป็สุภาพสตรีชั้นสูงใน
สังคม ผู้เคยชินกับชีวิตหรูหรา
“ทิ้งไว้ก่อนเถอะ” เขาตอบ “เดี๋ยวผมไปแบกเข้ามาเอง”
เธอถอนสายตาจากสตรีผู้มีเรือนผมสีสันน่าทึ่งคนนั้นเหลือบมองหน้าผู้ชายคนที่กําลังเดินเข้ามาในตัวบ้านแวบหนึ่งขณะเดียวกันก็คิดในใจว่า ผู้ชายคนนี้จะต้องชื่อซินแคลร์ บูคาแนน แน่นอนเพราะผู้หญิงคนนั้นเรียกเขาสั้น ๆ ว่า “ซิน”
มาร่าทั้งไม่พอใจและแปลกใจในการปรากฏตัวของผู้หญิงคนนี้อยู่ด้วยเหตุผล2 ประการ เธอรู้ว่าในขณะนี้ ความสนใจทั้งมวลของเธอมุ่งอยู่แต่ซินแคลร์ บูคาแนนเพียงคนเดียว ดังนั้น สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้นอันเป็การทําลายความสนใจที่เธอมีต่อเขาลงย่อมทําให้เธอเสียหลักไป ประการที่สองก็คือระยะเวลาที่ผู้หญิงคนนั้นนั่งรออยู่ในรถก่อนหน้าที่จะแสดงตัวออกมาให้เห็นมาร่าคิดว่าที่จริงแล้วผู้หญิงผมแดงคนนี้น่าจะเดินเคียงคู่มากับเขามากกว่าเพราะภรรยาแทบทุกคนมักจะแสดงออกถึงความสนใจใคร่รู้อยากจะเห็นบ้านใหม่ที่สามีเช่าไว้ด้วยกันทั้งนั้น
ขณะนี้ ซินแคลร์ บูคาแนน เดินเข้ามาภายในบ้านแล้วและมาร่าก็หันไปให้ความสนใจกับเขาเช่นเดิม เธอรู้ อยู่ว่าครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นตัวบ้านจริง ๆ มิใช่เพียงแค่รูปภาพที่ส่งไปให้ดูดังนั้น เธอก็ควรจะต้องให้เขา ได้ทําความคุ้นเคยกับสถานที่เสียก่อน
“ห้องนี้เป็ห้องนั่งเล่นนะคะ” เธอเอ่ยขึ้น ซึ่งตอนนั้นเขาก็ได้ใช้สายตากวาดมองไปรอบ ๆ ห้องอยู่แล้วพิจารณาดูการตกแต่งและมุมสบายต่าง ๆ จากสีหน้าของเขามาร่าไม่อาจรู้ได้ว่าเขามีความผิดหวังต่อสิ่งที่ได้เห็นอยู่หรือไม่แต่ก็คิดว่าควรจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อเป็การแก้ตัวมิให้เขามีความรู้สึกว่าบ้านหลังนี้มันออกจะว่างเปล่าเกินไป “ก็อย่างที่คุณเบนเนตที่ได้บอกให้คุณทราบแล้วนั่นแหละค่ะว่าบ้านหลังนี้ยังตกแต่งไม่เสร็จ ถ้าคุณ้าฉันก็จะ...”
“ไม่ต้องหรอก ส่วนที่เหลือผมทําเองได้” เขาปฏิเสธข้อเสนอของเธอที่จะช่วยตกแต่งห้องเพิ่มเติมให้ก่อนที่เธอจะทันพูดได้จบประโยคเสียด้วยซ้ำ “เตาผิงนั่นใช้ได้หรือเปล่าครับ”
“ใช้ได้ค่ะเราตรวจตราเื่การระบายลมในปล่องควันเรียบร้อยแล้ว” มาร่ารับรองทันที“เมื่อ 2-3 อาทิตย์ นี้ คุณเบนเนตท์กับฉันก็ทดลองติดไฟดูแล้วเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่มีปัญหาอะไร”
สายตาของเขาบอกให้เธอรู้ว่าเขากําลังมองเห็นภาพโรแมนติคระหว่างตัวเธอกับฮาร์ฟ เบนเนตท์ อยู่แต่โดยความเป็จริงแล้วคนที่ทําการซ่อมแซมทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ในสภาพดีก็คือพวกคนงานที่จ้างมาแต่มาร่าก็มองไม่เห็นความจําเป็ที่จะต้องอธิบายให้เขาฟัง
“แล้วเชื้อฟืนล่ะครับ” เขาถามต่อ
“ทางด้านหลังบ้านมีกองพฟืนอยู่นะคะถ้าไม่พอคุณจะเก็บกิ้งไม้แห้ง ๆ ในป่ามาใช้ได้ขอแต่เพียงว่าอย่าถึงกับตัดต้นไม้ลงก็แล้วกัน”
ทันใดนั้น เธอก็มองเห็นภาพผู้ชายคนหนึ่งที่เปลือยกายท่อนบนเดินเก็บกิ่งไม้ในราวป่า เพื่อเอามาใช้เป็ เชื้อไฟ ในมโนภาพนั้นเธอมองเห็นแม้ละอองเหงื่อที่ฉาบอยู่บนผิวหน้าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามทั้งต้นแขนและทรวงอกภาพนั้นคล้ายกับจะมีชีวิตจริงๆ และทําให้เธอรู้สึกถึงอารมณ์วาบหวามที่บังเกิดขึ้นที่มันสร้างความหวั่นไหวให้เกิดมากยิ่งขึ้นก็ตรงที่เธอไม่สามารถจะหักห้ามจิตใจมิให้คิดถึงเขาในแง่นั้นได้เท่านั้น
มาร่ารีบเบือนหน้าหนีเสียจากเขาทำลายเวทมนตร์อันเป็ประหนึ่งสายใยที่รัดรึงจิตใจของตัวเองไว้ลงและก็ตอนนั้นเองที่สาวสวยผมแดงก้าวผ่านประตูเข้ามารอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมาร่าในครั้งนี้คล้ายกับว่าเธอได้เฝ้ารอเวลาอยู่นานแล้วที่จะต้อนรับสาวสวยคนนี้ให้เดินเข้ามาชมบ้านหลังน้อยแต่น่าเสียดายที่เ้าหล่อนมิได้ชำเลืองมองมาทางมาร่าด้วยซ้ำ
ดวงตาสีน้ำตาลของเ้าหล่อนทอเป็ประกายพราวด้วยความตื่นเต้นขณะที่กวาดไปรอบ ๆ ห้องรับแขกเล็กๆ นั้นเมื่อเธอเดินเข้ามาหยุดอยู่เคียงข้างซินแคลร์ บูคาแนน สีหน้าก็บ่งบอกถึงความปราโมทย์และสมหวังดังที่ได้ตั้งใจไว้เธอกกกอดแขนของเขาไว้เบียดร่างเข้าไปหา
“น่ารักจังเลยค่ะ ซิน” เธอเอ่ยขึ้น“มันดูมีความเป็ชนบท แล้วก็ดูแปลกตาดีออกคุณมองเห็นภาพเก้าอี้นวมแบบโบราณตัวใหญ่ ๆ ที่ตั้งอยู่หน้าเตาผิงบ้างไหมคะฉันว่าเราคงสนุกมากเลยถ้าจะช่วยกันแต่งบ้านหลังนี้”
สีหน้าของเขาบอกความเอ็นดูผสมกับความขบขันในความตื่นเต้นแบบเด็ก ๆ ของหญิงสาวเรือนผมที่คล้ายกับปอยเมฆสีแดงเคลียอยู่กับ่ไหล่และมาร่าก็บังเกิดความรู้สึกว่าท่าที่ที่ผู้หญิงคนนี้เคลียคลออยู่กับเขามันออกจะมากเกินความจําเป็
“นี่...ซีลีนรู้สึกว่าคุณตั้งอกตั้งใจที่จะหาช่องทางใช้เงินของผมเสียเหลือเกินนะ” เสียงที่พูดนั้นกึ่งยั่วเย้าถึง ประชดสีหน้าแฝงอยู่ทั้งความรักและความเหี้ยมเกรียม
ผู้หญิงคนที่ชื่อซีลีนดูเหมือนจะเลือกเอาในประการแรกมาร่านั้นไม่อยู่ในฐานะที่จะร่วมตัดสินใจอะไรด้วยได้และก็เห็นอยู่แล้วว่าซีลีนมีความคุ้นชินกับธรรมชาตินิสัย และอารมณ์ของเขารวมทั้งความมั่นใจในตัวเองอยู่
“คุณก็รู้นะคะ ซินว่าที่คุณพูดมาน่ะมันไม่ตรงต่อความจริงเลย” สาวสวยผมแดงปฏิเสธ“ถ้าจะให้ถูกเผงละก็ คุณจะต้องพูดว่าฉันยินดีที่จะใช้เงินของใครก็ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ” เธอเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ “ฉันน่ะภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่เดียวละที่ตัวเองไม่ใช่คนมีอคติในเื่นี้มาเถอะค่ะ มาดูกระท่อมหลังนี้กันให้ทั่วก่อนดีกว่า”
ซินแคลร์ บูคาแนน เหลือบสายตามองมาทางมาร่าแวบหนึ่งดูเหมือนมันจะมีแววคล้ายร้อนใจแฝงอยู่ด้วยซึ่งมาร่าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขา้าอะไร ดังนั้นเธอจึงปล่อยให้เป็หน้าที่ของเขาที่จะเป็ผู้อธิบายเื่นี้เอง
“คุณอยากจะให้ฉันพาชมให้ทั่วหรือว่าจะอยากเดินดูเองล่ะคะ” เธอเอ่ยถามขึ้น
“เราดูเองได้ คงไม่หลงหรอกน่า” เขารับรองด้วยน้ำเสียงกระด้าง
“นั่นน่ะสิคะ เื่หลงนะคงจะยาก” ซีลีนเปล่งเสียงหัวเราะออกมากับคําพูดประโยคนั้นของตน ซึ่งมาร่ามีความรู้สึกว่ามันเป็น้ำเสียงที่หยันเยาะ มากกว่าจะรู้สึกขบขันจริง ๆ
“ถ้าเช่นนั้น ฉันก็ขอตัวก่อน” เธอตอบโต้ด้วยความชาเย็น “ฉันจะกลับไปเก็บเครื่องกระป๋องให้เข้าที่เรียบร้อย”เธอหยุดเว้นระยะ มองหน้าสาวสวยผมแดงแวบหนึ่ง “นอกเสียจากคุณจะ...”
“เชิญตามสบายเถอะครับ คุณเพรนทิส” ซินแคลร์ บูคาแนน เป็คนตัดบทขึ้นซึ่งทําให้มาร่าอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาเป็คนที่ชอบขัดจังหวะการพูดของคนอื่นเช่นนี้เสมอหรือเมื่อพูดจบแล้วเขาก็ก้มลงมองหน้าสาวสวยในวงแขน “ซีลีนเป็คนที่ไร้ประโยชน์ที่สุดโดยเฉพาะกับเื่การครัว” เขาวิจารณ์อย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
ซึ่งเ้าตัวหล่อนก็ยิ้มหวานกับคําเหน็บแนมแกมประชดชุดนั้น
“ซินเขารู้จักฉันดี” เธอถอนใจดวงตาคู่สีน้ำตาลเหลือบแลมาทางมาร่า “แต่จริง ๆแล้วฉันก็ไม่เคยเอ่ยอ้าง เลยว่าตัวเองมีความสามารถในห้องนั้น”
“ฉันแน่ใจค่ะว่าคุณจะต้องทําทุกอย่างที่อยากทําได้ดีที่สุด”มาร่าสนองรับอย่างสุภาพ ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้ต้องรู้สึกเสียหน้าเพราะมีเธออยู่ด้วย
แต่ทว่า คําพูดประโยคนั้น กลับเรียกเสียงหัวเราะ จากซินแคลร์บูคาแนน ซึ่งทําให้ซีลีนตบหน้าเขาเบา ๆ อย่างหยอกล้อเห็นได้ชัดว่ามันเป็เื่ขบขันส่วนตัวระหว่างคนทั้งสองซึ่งมาร่าไม่้าจะมีส่วนร่วมด้วยอีก ต่อไป ดังนั้น เธอจึงหันหลังให้และเดินกลับเข้าไปในครัว เงียบ ๆ