รุ่งเช้ายามเหม่า ศิษย์ทั้งหมดในสำนักกระบี่หลงอู่ต่างออกมายืนรออยู่ที่ลานฝึกยุทธ์ โดยมีศิษย์ใหม่ทั้งสิบคนยืนอยู่ด้านหน้า ชุนฟง เล่อคัง เจียนหนาน ไป๋หลง ซวนอี้ จือทง จงหมิน เฟิงเฟิน ฉีเก่อ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็เด็กหนุ่มอายุมากกว่าสิบสามปีมีเพียงจินหยางผู้เดียวที่อายุเพียงสิบปี ด้านหน้ามีผู้าุโของสำนักยืนอยู่ด้วยนับสิบคน ชั่วน้ำเดือดหลงมู่เหยียนก็เดินเข้ามาในลานฝึกยุทธ์ ทั้งหมดต่างก้มคารวะเอ่ยวาจาเสียงดัง
“คารวะท่านเ้าสำนัก”
หลงมู่เหยียนยกยิ้มยกมือขวาขึ้น
“ต้อนรับศิษย์ใหม่ทั้งสิบคน ข้ามีนามว่าหลงมู่เหยียนเป็เ้าสำนักกระบี่หลงอู่แห่งนี้ ส่วนผู้าุโที่ยืนต่อหน้าพวกเ้า จะถูกจัดแบ่งเป็สองส่วนคือตึกภารกิจและตึกกระบี่ ตึกกระบี่มีผู้าุโอู่หยงเป็ผู้ดูแลตึก มีหน้าที่คอยชี้แนะพวกเ้าเกี่ยวกับการฝึกกระบี่ รวมไปถึงคอยดูแลกฏต่าง ๆ ในสำนัก เมื่อใดที่พวกเ้าสำเร็จทักษะกระบี่เจ็ดดาวขั้นที่หกจะสามารถขอรับคัมภีร์ทักษะเก้าวังที่เป็ทักษะกระบี่ขั้นสูง หรือขอเพียงพวกเ้าสามารถชิงอันดับจากศิษย์ทั้งสิบคนได้ก็สามารถได้คัมภีร์ทักษะเก้าวังมาฝึกฝนได้เช่นกัน ส่วนเม็ดยาพวกเ้าได้เพียงแค่ห้าเม็ดเท่านั้นหากอยากได้เพิ่มต้องทำภารกิจที่ตึกภารกิจโดยส่วนใหญ่ภารกิจทั้งหมดจะมาจากคำขอของชาวเมืองหรือเ้าเมืองโดยจะมีผู้าุโโจวผิงเป็ผู้ดูแล หากเมื่อใดที่พวกเ้าได้รับาเ็ก็ไปให้รักษาที่ตึกยาจะมีผู้าุโหลันเยว่เป็ผู้รักษา”
หลงมู่เหยียนหรี่ตามองไปที่จินหยางและหยางเฟยเทียน
“ต่อไปข้ามีเื่จะประกาศ อีกสามเดือนจะมีการท้าประลองชิงศิษย์อันดับสิบระหว่างหยางเฟยเทียนและจินหยางศิษย์ใหม่”
สิ้นเสียงกล่าวของหลงมู่เหยียน เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างหันไปมองจินหยางด้วยความแปลกใจ
“เอาละวันนี้คงมีเพียงเท่านี้ที่จะแจ้งให้พวกเ้าทราบ ตอนนี้พวกเ้าแยกย้ายเพื่อเตรียมตัวฝึกกระบี่ได้แล้ว ส่วนศิษย์ใหม่ทั้งสิบรอผู้าุโอู่หยงก่อน”
ศิษย์ทั้งหมดต่างแยกย้ายกันออกไปหลงเหลือเพียงศิษย์ใหม่ทั้งสิบคนและอู่หยง
“พวกเ้าคงได้เปิดอ่านคัมภีร์ทักษะกระบี่เจ็ดดาวมาบ้างแล้ว ข้าจะแสดงทักษะกระบี่เจ็ดดาวให้พวกเ้าดูเป็แนวทางหวังว่าพวกเ้าจะจดจำมันแล้วนำไปฝึกฝน”
สิ้นเสียงกล่าวอู่หยงก็เดินไปตรงกลางลานฝึกยุทธ์ จินหยางแสยะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์เขาจ้องมองไปที่อู่หยงอย่างไม่วางตา
“เทียนคง เริ่มทำการสแกนทักษะกระบี่เจ็ดดาว”
“ขอรับคุณชาย”
อู่หยงชักกระบี่ออกจากฝักเริ่มร่ายรำทักษะกระบี่เจ็ดดาวอย่างช้า ๆ
“กระบี่เจ็ดดาวมีทั้งหมดเจ็ดกระบวนท่า แต่ละท่าแสดงพลังได้ต่างกันออกไป สำเร็จท่าที่หนึ่งจะเรียกหนึ่งขั้น วิธีโคจรลมปราณคือให้เริ่มจากจุดตันเถียนหมุนวนไปตามจุดต่าง ๆ แล้วแผ่ไปที่มือข้างที่ถือกระบี่เพื่อปลดปล่อยในจังหวะสุดท้ายของแต่ละกระบวนท่า”
ชั่วน้ำเดือดอู่หยงก็ร่ายรำเสร็จสิ้น
“สแกนทักษะกระบี่เจ็ดดาวสำเร็จ โอนถ่ายข้อมูลหรือไม่ขอรับ”
“รอก่อนเทียนคงตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา”
อู่หยงเก็บกระบี่เข้าฝักมองไปที่ศิษย์ใหม่ทั้งสิบ
“พวกเ้าคงเห็นข้าแสดงทักษะกระบี่แล้ว ตอนนี้พวกเ้าก็รอฝึกพร้อมกับศิษย์พี่ของพวกเ้าก็แล้วกัน”
สิ้นเสียงกล่าวอู่หยงก็เดินออกไป ชุนฟงก็ก้าวเดินเข้ามาหาจินหยาง
“เ้าใช่หรือไม่ที่เป็คนตัดแขนซ้ายของหยางซือเทียน?”
“ถูกต้อง เป็ข้าเอง”
ทันทีที่จินหยางกล่าวยอมรับทั้งเก้าคนก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ดี ข้าชอบใจยิ่งนัก พวกข้าทั้งเก้าคนล้วนแล้วแต่เคยมีปัญหากับตัวบัดซบผู้นี้ ตัวมันเองหาได้มีความเก่งกาจแต่อย่างใด อาศัยแต่ใช้อำนาจของตระกูลหยางคอยกดดันพวกข้า ทุกครั้งที่มีการประมือกันมันก็จะใช้คนของมันแอบมาทำร้ายพวกข้าก่อน”
“พวกเ้าเคยประมือกันมันผู้นี้มาก่อน?”
“แน่นอน พวกข้าทั้งเก้าคนล้วนมาจากตระกูลขนาดกลางจากแคว้นฉงชิ่ง เหอะ! ตัวบัดซบนั่นก่อนการประลองมันก็ให้คนของมันแอบทำร้ายพวกข้า แต่โชคยังเข้าข้างพวกข้าที่ไม่พบเจอมันในการประลอง ต้องขอบใจเ้าจริง ๆ จินหยาง”
“ไม่เป็ไร เพราะมันเองก็ให้คนมาทำร้ายท่านลุงของข้า”
จงหมินเดินเข้ามาแตะบ่าขวาของจินหยาง
“ว่าแต่เ้าเถอะมีความมั่นใจกี่ส่วนกันที่จะชนะการประลองกับหยางเฟยเทียน เพราะจากที่ข้าทราบว่ามันผู้นี้อายุสิบเจ็ดปีแล้วฝึกกระบี่ั้แ่อายุสี่ขวบ ตระกูลหยางใช้อำนาจเงินทองกว้านซื้อเม็ดยาเพิ่มพลังปราณให้แก่มันผู้นี้สูญเสียไปไม่น้อยทีเดียวไม่แน่ตอนนี้พลังปราณของมันอาจสูงถึงแปดสิบปีแล้วก็เป็ได้”
“ตอนนี้ข้ายังไม่แน่ใจ แต่รออีกสามเดือนข้าอาจมีทางชนะหยางเฟยเทียนผู้นี้ได้”
“ดี หากมีสิ่งใดให้พวกข้าทั้งเก้าคนช่วยเหลือขอให้บอกอย่าได้เกรงใจ”
“ข้ามีคำถามเหตุใดพวกเ้าถึงได้มาถึงแคว้นส่ายซีเพื่อเข้าสำนักกระบี่หลงอู่? หรือว่าทั้งแคว้นฉงชิ่งไม่มีสำนักกระบี่?”
จือทงพยักหน้าตอบรับ
“ใช่แล้วเ้ากล่าวมาไม่ผิด แคว้นฉงชิ่งมีแต่สำนักดาบและทวน”
ในระหว่างที่ทั้งสิบยืนคุยกันอยู่ในลานฝึกยุทธ์ได้มีศิษย์สำนักกลุ่มใหญ่ยี่สิบสองคนเดินเข้ามาล้อมทั้งสิบเอาไว้
“ศิษย์น้องทั้งหลาย จะเป็การรบกวนหรือไม่หากพวกข้าจะเชิญตัวศิษย์น้องจินหยางออกไปพูดคุยด้านนอกได้หรือไม่”
ไป๋หลงขมวดคิ้วก้าวเดินออกมาขวาง
“เหตุใดต้องเชิญตัวออกไปพูดคุยกันที่นี่ก็ได้”
“เื่ที่พวกข้าจะกล่าวพวกเ้าไม่จำเป็ต้องรู้ เหตุใดถึงไม่ให้ศิษย์น้องจินหยางมากับพวกเราละ”
จินหยางใช้มือขวาแตะไปที่บ่าซ้ายของไป๋หลง
“ขอบคุณเ้ามาก แต่ข้าไม่เป็ไร”
จินหยางหันไปมองศิษย์พี่ที่อยู่ด้านหน้า
“คนพวกนี้เป็เพื่อนของข้า ท่านมีสิ่งใดท่านสามารถบอกกล่าวต่อข้าที่นี่ได้ หรือพวกท่านจะหลอกล่อข้าไปทุบตีก็จงทำที่นี่เสียข้าไม่อยากเสียเวลา”
“เ้าเข้าใจผิดแล้วศิษย์น้อง พวกข้าแค่อยากพูดคุยเท่านั้น”
“เช่นนั้นก็บอกมาเถอะ หาไม่เช่นนั้นก็จงไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ”
ทั้งหมดเมื่อได้สิ่งที่จินหยางกล่าวต่างกำชับกระบี่ในมือแน่น
“ศิษย์พี่ทั้งหลายคงไม่ลืมกฎของสำนักนะขอรับว่าห้ามมีการประมือหรือรุมทำร้ายระหว่างศิษย์ด้วยกัน ยิ่งพวกท่านเป็ศิษย์พี่แน่นอนว่าโทษต้องหนักกว่าพวกข้าเป็แน่ แต่หากว่าเป็การประลองข้าสามารถประลองกับพวกท่านได้”
ศิษย์พี่ทั้งยี่สิบเอ็ดคนเมื่อได้ยินเช่นนั้นต่างถอยหลังมีเพียงผู้เดียวที่ยืนอยู่
“ข้าเป็คนจากศิษย์พี่เซียะเอียนศิษย์อันดับห้า เขาเพียงไหว้วานให้ข้ามาเตือนเ้าเพียงเท่านั้น เพราะศิษย์ที่ติดตามหยางเฟยเทียนตอนนี้เริ่มรวมกลุ่มจ้องทำร้ายเ้าอยู่ ข้าหาได้อยากประลองกับเ้าไม่ศิษย์น้อง”
จินหยางก้มคารวะ
“ขอบคุณศิษย์พี่ที่มาเตือนขอรับ ต้องขออภัยที่ข้ากล่าววาจาล่วงเกินท่านเมื่อครู่ ดีเช่นกันข้าก็อยากรู้ว่าศิษย์ที่ติดตามหยางเฟยเทียนมีฝีมือมากเพียงใด”
“ข้ามีนามว่าเล่าจือ เ้าใจกล้าไม่น้อยศิษย์น้องจินหยาง”
“หากข้ายอมพวกเขาั้แ่แรก ข้าก็จะถูกรังแกเรื่อยไปขอรับ การเผชิญหน้าต่อปัญหาเป็ทางออกที่ดีที่สุดขอรับ”
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงตบมือดังมาจากทางขวามือ เมื่อหันไปมองพบศิษย์พี่อีกสามคนก้าวเดินเข้ามา
“ดี เ้ากล่าวได้ถูกต้องศิษย์น้อง จะเป็อะไรหรือไม่ที่พวกข้าทั้งสามจะท้าประลองเ้า”
ศิษย์พี่ที่เอ่ยวาจาหันไปมองเล่าจือ
“จะเป็การรบกวนหรือไม่หากจะให้ศิษย์พี่เล่าจือเป็พยาน”
เล่าจือหันไปมองจินหยาง
“ศิษย์น้องจินหยาง ทั้งสามคนเป็คนของหยางเฟยเทียนเ้า”
จินหยางยกมือขวาขึ้นมาห้ามเล่าจือ
“ข้าไม่เป็ไรขอรับ รบกวนศิษย์พี่เล่าจือเป็พยานการประลองครั้งนี้ด้วยขอรับ ข้าจะประลองกับพวกเขาทั้งสามคนในคราวเดียวกัน”
ทั้งหมดต่างหันไปมองจินหยางด้วยความตื่นใ จินหยางก้าวเดินออกไปด้านหน้าสิบก้าวยกมือขวากวักเรียกศิษย์พี่ทั้งสามคน
“รีบเถอะขอรับ อย่าให้เสียเวลาอีกพวกท่านต้องรีบไปรักษาตัว”
ทั้งสามคนได้ยินเช่นนั้นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นก้าวเดินล้อมตัวจินหยางเอาไว้
“เทียนคงในสามคนนี้ผู้ใดมีพลังปราณมากที่สุด”
“คนที่อยู่ด้านหน้าคุณชายขอรับ”
ทันทีที่เล่าจงเอ่ยวาจาเริ่มการประลองจินหยางก็ใช้ทักษะย่างก้าวพยัคฆ์พุ่งเข้าหาศิษย์พี่ที่ยืนทางขวามือ จินหยางใช้มือขวาจับข้อมือขวาของศิษย์พี่ที่กำลังจะชักกระบี่เขาใช้ฝักกระบี่ในมือซ้ายฟาดหวดไปที่หัวไหล่ขวา เปรี้ยง! ถีบเท้าะโหมุนตัวไปด้านหลังใช้ฝ่ามือขวาฟาดไปที่ด้านหลังเต็มแรง เปรี้ยง! ศิษย์พี่ผู้นั้นถึงกับล้มไปนอนกับพื้น จินหยางใช้เท้าซ้ายช้อนกระบี่ที่ร่วงลงพื้นขึ้นมาเตะออกไปพร้อมกับพุ่งติดตาม ทันทีที่ศิษย์พี่อีกคนใช้มือขวาคว้ารับกระบี่จินหยางก็เข้าประชิดตัวใช้ฝักกระบี่ฟาดหวดไปที่หัวเข่าด้านขวา เปรี้ยง! ในจังหวะที่ศิษย์พี่ทรุดตัวลงเขาก็ต่อยหมัดขวาไปที่ปลายคางอย่างถนัดถนี่ เปรี้ยง! ไม่รอช้าจินหยางถีบเท้าขวาพุ่งเข้าหาศิษย์พี่ที่เหลืออีกคนที่ยืนตัวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว
“เหตุใดศิษย์พี่ถึงสั่นเช่นนั้นละขอรับ?”
“ข้าขอยอม”
จินหยางแสยะยิ้มใช้มือขวาบีบไปที่ปากของศิษย์พี่ด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
“จุ จุ จุ จุ หยางเฟยเทียนรับปากข้าว่าจะไม่ส่งคนมากลั่นแกล้งข้า เพียงแค่วันเดียวเขาก็ส่งพวกท่านมาเสียแล้ว เช่นนั้นข้าจะฝากข้อความถึงคนไร้สัจจะหน่อยก็แล้วกัน”
จินหยางใช้ด้ามกระบี่ในมือซ้ายกระแทกไปที่หน้าท้อง หลังจากนั้นเขากระหน่ำต่อยหมัดขวาไปที่ใบหน้าและลำตัว เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! เสียงหมัดปะทะกล้ามเนื้อดังลั่นนานนับยี่สิบลมหายใจ หลังจากนั้นจินหยางก็หยุดมือเมื่อได้ยินเสียงแว่วเข้ามาในหู
“คุณชายผู้าุโอู่หยงกำลังมาที่นี่ขอรับ”