หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 4 บทที่ 115 ฮองเฮาแคว้นจิงทรงพระครรภ์

            วังหลวงของแคว้นเชินวิจิตรงดงามไปทุกหนแห่ง

            ทั้งสะพานน้อยสายน้ำไหล ทั้งป่าเขียวทิวสนงาม

            ส่วนวังหลังของแคว้นจิงนั้นทุกหนทุกแห่งกลับเต็มไปด้วยความดุดัน

            ธารน้ำที่ไหลผ่านสวนดอกไม้ในวังแห่งนี้ ล้วนแต่มาจากน้ำตกสูงนับพันฉื่อที่ตั้งตระหง่าน สายน้ำไหลบ่าจากที่สูงกระแทกลงบนหินก้อนใหญ่เบื้องล่างจนเกิดเสียงอึกทึก ชวนให้คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หูอื้อไปตามกัน

            ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของแคว้นจิงโปรดน้ำตกเป็นพิเศษ ทั้งยังบัญชาให้คนสร้างศาลาข้างน้ำตกขึ้นมา ทั้งยังในศาลาก็ยังวางกู่ฉินไว้

            ดูแล้วช่างน่าสนใจนัก ฮ่องเต้ที่ผู้คนประณามอยู่ไม่ขาดปาก กลับมีงานอดิเรกส่วนตัวที่แสนสง่างามอย่างการเล่นกู่ฉิน อีกทั้งยังบรรเลงกู่ฉินได้ไพเราะยิ่ง

            ยามที่ฮ่องเต้เล่นกู่ฉินนั้นดูแล้วไม่คล้ายกับชาวแคว้นจิงแม้แต่น้อย แต่กลับเหมือนกับปัญญาชนในแคว้นเชินเสียมากกว่า

            แคว้นจิงนั้นไร้อารยะ ระบบราชวงศ์ของแคว้นจิงเองก็เพิ่งจะสมบูรณ์เมื่อไม่นานมานี้

            ฮ่องเต้พระองค์ก่อน พระปิตุลาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันนั้นโปรดการเลียนแบบชาวแคว้นเชินเป็นอย่างยิ่ง

            กระทั่งอาภรณ์ของราชวงศ์ก็ยังทำตามแบบราชวงศ์แคว้นเชิน

            ทว่าชาวแคว้นจิงนั้นเดิมทีก็มีรูปร่างสูงใหญ่ ผิวพรรณดำคล้ำ ไม่เหมือนกับชาวแคว้นเชินที่ร่างกายผอมบางผิวขาว ดังนั้นยามที่ราชวงศ์แคว้นจิงแต่งกายตามราชวงศ์จิง จึงให้ความรู้สึกประดักประเดิดไม่ค่อยจะเข้ากันอยู่เสมอ ทั้งมองแล้วก็ช่างน่าขัน

            ราวกับชาวนามาสวมชุดคนเมือง ดูอย่างไรก็ประหลาดพิลึก

            หลังจากฮ่องเต้พระองค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ก็มีพระบัญชาให้ปรับปรุงทันที ไม่สวมอาภรณ์ตามแคว้นเชินอีกต่อไป

            เดิมทีแคว้นจิงนั้นอากาศค่อนข้างหนาว ยามต้องสวมผ้าไหมทอแบบชาวแคว้นจิง เมื่อถึงฤดูหนาวก็หนาวจนแทบจะขาดใจ ยามเดินเหินก็แทบจะยืนตัวตรงไม่ได้ หนาวจนตัวสั่นกันไปหมด ด้วยเพราะอยากจะดูสุขุมเยือกเย็น จึงต้องทนหนาวให้มากขึ้นอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นคงได้สุขุมเยือกเย็นกันจนสิ้นใจกันหมด

            ฮ่องเต้บัญชาให้ขุนนางพิธีการจัดการออกแบบอาภรณ์ของราชวงศ์จิงใหม่ทั้งหมด

            ทั้งฮ่องเต้นั้นยังเด็ดขาดนัก ขุนนางพิธีการคนแรกกล้าเอ่ยปากถากถางอาภรณ์แบบแคว้นเชินที่ทั้งใต้หล้าต่างก็ยอมรับว่างดงาม เพียงเท่านั้นก็ถูกฮ่องเต้สั่งประหารทันที

            ส่วนขุนนางคนที่สองกลับตั้งใจกว่ากันมากนัก

            ชีวิตน้อยๆ นี่ช่างสำคัญนัก ขอแค่ไม่ปากมาก เขารู้ดีว่าฮ่องเต้องค์ใหม่ล้วนตัดสินตามเนื้อผ้า เพียงแค่ทำงานให้ดี ไม่ทำให้แคว้นจิงขายหน้า เพียงเท่านี้ก็ไม่มีปัญหาใดแล้ว

            ดังนั้นเขาจึงได้เลือกใช้ขนสัตว์ชนิดหนึ่ง ขนสัตว์นี้ทั้งอบอุ่นทั้งเบาสบาย ส่วนแขนเสื้อก็ใช้ผ้าทอขนสัตว์ต่อออกมา

            เมื่อสวมแล้วก็รู้สึกทั้งอบอุ่น และหรูหรา

            เช่นนั้นขุนนางนายนี้จึงได้รับการตกรางวัลเสียมากมาย

            บัดนี้ฮ่องเต้รุ่ยก็ฉลองพระองค์ด้วยอาภรณ์ยาวสีนิลอยู่เช่นกัน ปลายแขนฉลองพระองค์ยังมีขนสัตว์สีขาว มองแล้วช่างหรูหราเหนือสามัญ ทั้งยังรักษาความอบอุ่นได้ดี ช่างมีประโยชน์เหมาะสมกับวสันตฤดูที่แสนจะหนาวเย็นของแคว้นจิงนัก

            โดยเฉพาะยามที่ยืนอยู่หน้าน้ำตกเช่นนี้ ละอองน้ำที่สาดกระเซ็นลงมานั้น เมื่อสัมผัสกายแล้วก็ทำให้คนรู้สึกเย็นยะเยือกเหลือเกิน

            เสียงกู่ฉินที่บรรเลงช่างเปี่ยมไปด้วยพลัง

            แม้น้ำตกจะเสียงดังอึกทึกนัก ทว่าเสียงกู่ฉินนั้นกลับดุดันยิ่งกว่า

            เมื่อทั้งสองเสียงปะทะกัน เหล่าฝ่ายในที่ยืนอยู่ด้านข้างก็พลันหน้าซีดเผือด ทว่าฮ่องเต้นั้นกลับดุดันขึ้นเรื่อยๆ

            จวบจนเสียง “ผึง” ของสายกู่ฉินที่ขาดสะบั้นดังขึ้น

            ฮ่องเต้พลันลุกขึ้น เมื่อมองออกไปนอกศาลาก็เห็นว่ามีคนสองคนกำลังคุกเข่าอยู่

            คนหนึ่งสวมชุดดำ กำลังโขกศีรษะลงกับพื้น ส่วนอีกคนสวมชุดสีเหลืองขนเป็ด แม้จะกำลังคุกเข่าอยู่เช่นกันแต่แผ่นหลังนั้นกลับยืดตรง

            “เจ้าพูดก่อน” ฮ่องเต้ชี้ไปที่นางกำนัลนางหนึ่ง

            “ฮองเฮาขอเข้าเฝ้าฝ่าบาทเพคะ” นางกำนัลทูลขึ้น

            ฮ่องเต้เมื่อได้ยินว่าฮองเฮาขอพบตน ใบหน้าก็พลันปรากฏแววตื่นเต้นอย่างหาได้ยากขึ้นมา ดังนั้นจึงรีบเสด็จไปหานางทันที ส่วนคนชุดดำที่คุกเข่าอยู่อีกด้านหนึ่งก็รีบโขกศีรษะขึ้นมา เพียงแค่ไม่กี่ครั้งใบหน้านั้นก็ปรากฏรอยเลือดจากการกระแทกกับพื้นหิน

            “ทูลฝ่าบาท เหล่าทหารบนทุ่งหญ้าพ่ายแล้ว ทั้งยังมีทหารล้มตายอีกนับหมื่นเพคะ”

            ฮ่องเต้ที่กำลังย่างเท้าจะจากไปก็พลันหันกลับมายกเท้าเตะใส่คนชุดดำจนตัวลอย สีหน้าปรากฏแววโทสะ และตรัสขึ้น “มีตาหามีแววไม่ ข้าเคยกล่าวไปแล้วว่าในวังหลวงแห่งนี้ เรื่องของฮองเฮาสำคัญที่สุด ฮองเฮาจะพบข้า เจ้ายังมาขวางไว้ให้เรื่องติดขัด ตายเป็นหมื่นครั้งก็ยังไม่สาสม”

            เมื่อฮ่องเต้ตรัสเช่นนี้ขึ้น เหล่าฝ่ายในคนอื่นๆ จึงรีบลงมือลากนางออกไปทันที

            ส่วนนางกำนัลที่ยังคุกเข่าอยู่ด้านหลังนั้นกลับยังเย็นชาไร้ซึ่งอารมณ์ดังเดิม นางคือนางกำนัลที่เคยรับใช้ฮองเฮาอยู่ในหุบเขานักโทษ จึงเคยเห็นความเป็นความตายมามากมายนัก

            ตำหนักของฮองเฮาเป๋านั้นอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกนัก

            ยามเข้าไปในตำหนัก ก็ยังคงได้ยินเสียงน้ำตกอยู่

            ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ที่เอาแต่ฆ่าแกงคนไม่หยุดหย่อน ยามย่างกรายเข้ามาในตำหนักแห่งนี้กลับเปลี่ยนไปราวเป็นอีกคน

            ฮ่องเต้ยามเสด็จดูมีแววล่องลอย หากมิใช่ว่ามีเหล่านางกำนัลอยู่ด้านข้าง ฮ่องเต้ก็รู้สึกราวกับว่าตนนั้นจะกระโดดโลดเต้น

            ฮองเฮาเป๋าบัดนี้ประทับอยู่บนเบาะนุ่ม ร่างงดงามอยู่ในฉลองพระองค์ยาวสีชมพูอ่อน

            ลักษณะของนางนั้นแตกต่างกับที่ใต้หล้ากล่าวขานว่านางงดงามราวกับเทพเซียน ใบหน้ารูปไข่หงส์มีแววเข้มงวด คิ้วและดวงตาห่างกัน ทำให้คนรู้สึกว่านางนั้นดูยิ่งใหญ่ไม่เบา บนแก้มมีไฝเม็ดเล็กอยู่มากมาย ผิวพรรณขาวกระจ่างจึงทำให้ไฝบนแก้มนั้นดูเด่นชัดขึ้น และดูน่าเกลียดไม่เบา ทว่าไฝเหล่านี้ก็ทำให้เจ้าของใบหน้านี้ดูซุกซนไม่เบา

            ริมฝีปากไม่ได้เล็กอย่างผลอิงเถาที่ชาวแคว้นเชินนิยม แต่กลับหนาอวบอิ่ม

            รวมๆ ทั้งใบพักตร์แล้วก็ทำให้คนมองอยากมองต่ออีกสักหน่อยด้วยความฉงน แต่ในขณะเดียวกันก็มองแล้วรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจเหลือเกิน

            เมื่อฮ่องเต้รุ่ยเสด็จเข้ามา เหล่านางกำนัลก็พากันถอยหลังไปทันที

            ด้วยเพราะเมื่อก่อนนั้นเคยมีนางกำนัลไม่รู้ความ นางกำนัลเหล่านั้นล้วนแต่ถูกฮ่องเต้ปลิดชีพทั้งสิ้น

            ฮ่องเต้เสด็จมาหยุดลงหน้าเบาะนุ่ม ก่อนจะลงมือถอดรองเท้าออก แล้วนั่งขัดสมาธิลงบนเบาะนุ่ม ทอดพระเนตรมองฮองเฮาเป๋าอย่างเบิกบานใจ

            รูปลักษณ์ของฮ่องเต้รุ่ยก็มิอาจนับได้ว่าน่ารัก มีลักษณะของสามกษัตริย์ห้าจักรพรรดิ หน้าผากสูง จมูกโด่ง แก้มทั้งสองด้านแดงระเรื่อ ติ่งหูอวบหนา ความจริงแล้วก็ฟังดูโอ้อวดไปเสียหน่อย จิตรกรที่วาดรูปเหมือนของฮ่องเต้ เพื่อจะประจบประแจงจึงลอบเปลี่ยนรายละเอียดเล็กน้อย

            ทว่าบัดนี้ฮ่องเต้พระองค์ใหม่ในยามปกติกลับไม่เหมือนเดิม ใบหน้านั้นประดับด้วยรอยยิ้มราวกับพี่ชายข้างบ้านผู้หนึ่ง

            “เสี่ยวเป๋า จะช่วยข้าตัดชุดหรือ” ฮ่องเต้รุ่ยตรัสถามขึ้น

            เขาเอนกายสูงใหญ่ของตนพิงฮองเฮาข้างกาย สัมผัสความอบอุ่นจากกายนาง

            เข็มในมือของฮองเฮาพลันชะงักค้าง

            นางกับเขานั้นเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน เช่นเดียวกันกับฮ่องเต้พระองค์ก่อน

            ตั้งแต่เล็กความสัมพันธ์ระหว่างนางกับพวกเขาทั้งสองก็นับว่าไม่เลว นางนั้นยังทำตัวคล้ายกับเด็กชายคนหนึ่งด้วยซ้ำ

            ญาติผู้พี่นั้นนิสัยดีนัก ญาติผู้น้องกลับมุทะลุไปสักหน่อย

            ต่อมาฝั่งตระกูลก็ให้นางแต่งงานญาติผู้พี่

            นางยังจำวันแต่งงานของตนได้ ยามที่นางยังอยู่ในห้องหอ สวมชุดผ้าไหมสีแดง คลุมหน้าด้วยผ้าคลุมศีรษะผืนงาม

            รุ่ยนั้นซุกซนลอบบุกเข้ามาเพื่อเอาขนมมาให้นาง ด้วยกลัวว่านางจะหิว

            ปกติยามเล่นซนกันนั้นนางเล่นกับรุ่ยแล้วสนุกที่สุด ความสัมพันธ์ของพวกเขานับว่าดีเยี่ยม เพราะรุ่ยนั้นซุกซนเช่นเดียวกับนาง

            นางยิ้มแป้นกินขนมที่เขายื่นมาเข้าไป

            ยามทั้งสองอยู่ใต้แสงสีแดงจากเทียนนั้นก็รู้สึกว่าสีแดงของมันช่างเย้ายวนอย่างประหลาด

            รุ่ยในตอนนั้นพลันร้องไห้ขึ้นมา

            ต่อมาหลังจากที่นางได้เป็นฮองเฮา เขาก็ถูกเนรเทศไปอยู่ที่อื่นเสียแล้ว

            “อารุ่ย ข้าไม่ได้ทำให้ท่านสักหน่อย” ฮองเฮาเป๋าตรัสขึ้น

            น้ำเสียงของนางแห้งผาก ทั้งที่เคยสดใส ลำนำของนางบนทุ่งหญ้านับว่าเลื่องชื่อ ในตอนนั้นนางนับว่าขับลำนำได้ดีที่สุด พิณเองก็ดีดได้ดีไม่แพ้กัน

            ทว่าความหนาวเหน็บในหุบเขานักโทษนั้นได้ทำลายเสียงของนางจนหมดสิ้น บัดนี้จึงได้แหบแห้งเช่นนี้

            ใบหน้าของฮ่องเต้พลันขรึมลง ก่อนจะคว้าร่างของสตรีตรงหน้าเข้ามาใกล้

            “เสี่ยวเป๋า เจ้ามีน้ำมีนวลขึ้นหรือไม่” ยามนี้ฮ่องเต้ราวกับได้กลายเป็นเด็กหนุ่มในวันวาน ซุกซนไม่เกรงกลัวสิ่งใด

            “เสี่ยวเป๋าเสียงพิณที่ข้าดีดเมื่อครู่เพราะหรือไม่”

            ฮองเฮาเป๋าวางเข็มในมือลง แล้วหันไปสบกับฮ่องเต้

            ฮ่องเต้ยื่นมือไปลูบลำคอของฮองเฮาเบาๆ มือนั้นช่างอ่านโยน ไม่เหมือนกับสิ่งที่ตรัส

            “ไม่เพราะเท่าใดนัก ไอสังหารรุนแรงเกินไป อารุ่ย ข้าท้องแล้ว ตอนนี้ข้ากำลังทำชุดให้บุตรของพวกเรา” ฮองเฮาตรัสขึ้นพร้อมรอยยิ้มจางๆ

            “อารุ่ย ถอนกำลังจากทุ่งหญ้าเถิด ตั้งแต่วันแรกที่ข้าส่งเขาไป ข้าก็ไม่ใช่มารดาของเขาอีกแล้ว ชาตินี้ข้าจะไม่ตามหาเด็กคนนั้นอีก ข้ากำลังจะมีบุตรของตนเองแล้ว พวกเราช่วยกันเลี้ยงลูกของเราให้ดีเถิด ต่อไปก็ให้เขาขึ้นเป็นฮ่องเต้แคว้นจิงต่อไป”

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508