การะเกดเดินถือตะกร้าสานไปถึงทุ่งนาเห็นน้องทั้งสองกำลังก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่กลางแจ้ง
“น้องสาวได้เวลาพักแล้ว รีบมากินข้าวเที่ยวเร็วแล้วค่อยไปทำต่อ”การะเกดะโเรียกน้องทั้งสองก่อนที่เธอเดินไปใต้ต้นไม้ใหญ่ และนำเสื่อสานออกมาปูบนพื้นใต้ต้นไม้ ก่อนจะนำกล่องอาหารออกมาเปิดเรียงรอน้องๆ
“พี่การะเกด พี่ไม่จำเป็ก็เดินตากแดดมาเลยนะ ถ้าพี่เป็ไข้อีกจะทำไง”แก้วใสเดินเข้ามาบ่นพี่สาวคนโต เธอถอดหมวกสานออกจากบนหัวของเธอและนำมาพัดลมให้พี่สาว
“นั้นสิ เดี๋ยวพวกฉันพักก็เดินกลับไปกินที่บ้านได้”กานพลูที่เดินตามหลังมาพูดต่าจากพี่สาวคนรอง
“พี่ก็บอกแล้วว่าหายป่วยแล้ว และพี่จะอยู่บ้านเฉยโดยที่น้องทั้งสองพี่ออกมาทำงานหนักกลางเเจ้งนั้นเหรอ พี่ไม่เอาด้วยหรอกนะ พรุ่งนี้พี่จะมาทำงานในทุ่งนาด้วย”การะเกดบอกกับน้องๆก่อนจะยืนกระติบข้างส่งให้น้องๆ พร้อมนำกระบอกน้ำที่เธอใส่มาไว้ให้น้องๆใช้ล้างมือออกมาล้างมือให้กับน้องทั้งสอง
“ไม่ต้อง งานในทุ่งนาวันนี้ก็จัดการหมดแล้ว พรุ่งนี้ก็วางเเล้ว รอยุ่งอีกทีตอนการเก็บเกี่ยวก่อนหน้าหนาวก็พอ”แก้วใสที่ล้างมือบอกพี่สาวที่อยากจะมาช่วยงานเธอ
“ก็ได้ มากินข้าวเถอะ กินเสร็จจะได้นอนพักก่อนจะไปทำงานตอนบ่ายอีก”การะเกดบอกน้อง
“อากาศร้อนแบบนี้ ฉันว่าตอนบ่ายจะขึ้นเขาไปหาผักมาทำอาหารที่บ้านหน่อย”แก้วใสบอก ตอนบ่ายพวกเธอไม่คิดจะทำงานในทุ่งนาอีก แดดจะร้อนมากในช่วยบ่ายต่างจาก่เช้า
“ตอนบ่ายเข้าป่า พี่ก็จะไปช่วยด้วย ไม่ต้องพูดแล้ว”การะเกดเห็นน้องทั้งสองจะพูดขัดเธออีก เธอเลยบอกไม่ให้พูดอีก
“หนูการะเกดหายป่วยแล้วหรือ”เสียงชาวบ้านที่หยุดพักกินข้าวเห็นการะเกดจึงเอ่ยถาม
“ใช่จ้ะ หายป่วยได้สองวันแล้ว”การะเกดตอบกลับ
“ดีดี หายป่วยก็ดีแล้ว น้องๆเป็ห่วงกันมาก ต่อไปก็ระวังตัวหน่อยอย่าไปจนน้ำอีกละ ดีนะที่มีคนช่วยไว้ทัน”ป้าในหมู่บ้านกล่าวก่อนจะขอตัวเดินไปกินข้าวกับครอบครัว
“ป้าจัน เขาเป็ห่วงพี่นะ ตอนที่พี่เป็ไข้ขึ้นสูงพวกฉันก็ไม่รู้จะทำยังไง น้องเล็กก็เอาแต่ร้องไห้ ฉันทำอะไรไม่ถูกในตอนนี้ห่วงพี่ก็ห่วงจะต้องปลอบน้องเล็กอีก จนป้าเ้าเข้ามาช่วยเหลือดูแลพี่ บอกให้ฉันไปตามหมอและปลอบน้องเล็กจนหยุดร้อง”แก้วใสเห็นพี่สาวทำหน้ามองตามหลังป้าจันเพ็ญไปก็เอ่ยบอก
“พี่รู้แล้ว เอาไว้พี่จะไปขอบคุณป้าจันแล้วกัน”การะเกดฟังน้องสาวแล้วเธอมีคนที่ต้องขอบคุณหลายคนเลย
่บ่ายโมงการะเกดให้น้องสาวทั้งสองนอนพักใต้ร่มเงา อากาศไม่ได้ร้องอบอ้าวด้วยมีลมพัดมาตลอดเวลา การะเกดที่นั่งมองทุ่งนา ดูน้องๆนอนหลับ ไปๆมาๆเธอก็ง่วงนอนเช่นกันจึงนอนหลับไปอีกคน
“พี่การะเกด แดดร่มแล้วเราไปขึ้นูเาหาของป่ากันเถอะ”แก้วใสปลุกพี่สาวและน้องเล็กก่อนจะพากันกลับบ้านน้ำของไปเก็บและพากันสะพายตะกร้าคนละลูกเขาป่า การะเกดเธอนำธนูและลูกธนูไปด้วยเข้าป่าไม่รู้จะเจอสัตว์อันตรายอะไรไหม การะเกดคิดว่านำอาวุธไปด้วยดีกว่าเพื่อความปลอดภัยของเธอและน้องๆ
การะเกดมองธนูคันนี้ ไม่รู้เธอจะใช้เป็ไหม การะเกดคิดไม่น่าจะไม่มีปัญหาด้วยความทรงจำและความคุ้นเคยทำกับจับธนูของร่างกายนี้ น่าจะเป็ความเคยชิน การะเกดเห็นน้องๆหยิบมีดและตะกร้าขึ้นสะพายข้างหลังเท่านั้น การะเกดเรียกแก้วใสและกานพลูไว้ก่อน ก่อนจะเดินไปทางครัว หยิบขวดน้ำใส่น้ำลงไปและน้ำออกมาใส่ในตะกร้าของน้องทั้งสอง พร้อมกับเดินไปหยิบหมวกมาสวมหัวให้เด็กทั้งสองและตัวเอง
“ใส่หมวกกันด้วย ถึงแดดจะร่มลงมามากแต่ก็ยังมีแดด”การะเกดจับปีกหมวกเดินนำน้องๆออกจากบ้าน
“ได้คะ”แก้วใส
“ได้ค่าาา”กานพลู
ป่าทางด้านนี่ เป็ป่าที่อยู่ติดกับหมู่บ้านและเป็ป่าที่ชาวบ้านมักเข้าป่าไปเก็บผักป่าของป่ามาขายและหาฟืน การะเกดพาน้องสาวทั้งสองเดินเข้าป่า
เวลาบ่ายชาวบ้านส่วนมากก็ยังลงแปลงนากันอยู่ เหลือแค่คนแก่ชราที่ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปทำนาแล้ว ถึงจะพากันขึ้นมาหาผักป่า หาฟืน หรือของป่าไปขายที่ตลาดนัดของหมู่บ้าน หรือตลาดนัดระหว่างหมู่บ้าน ตลาดนัดใหญ่ของหมู่บ้านจะถูกจัดขึ้นเดือนละครั้ง เพื่อใช้สำหรับเเลกเปลี่ยนสินค้าที่ชาวบ้านหามาได้ระหว่างชุมชน อันนั้นจะเป็ตลาดใหญ่ที่รวมหลายหมู่บ้าน
“พี่การะเกดฉันจะไปดูผักป่าฝังนั้นนะ”แก้วใสบอกพี่สาวหลังจากเดินเข้าป่ามา
“ฉันจะไปดูหน่อยว่าในป่ามีผลไม้เหลือให้เก็บบ้างไหมและก็หนูจะเก็บฟืนกลับบ้านไปด้วยเลย”กานพลูบอกก่อนจะขอตัวแยกออกไปอีกคน
“ก็ดี พวกเราเริ่มเก็บวันนี้พอถึงหน้าหนาวคงเก็บฟืนได้เต็มห้องเก็บฟืนแล้วล่ะ”แก้วใสพูดขึ้นเห็นด้วยกับน้องๆ ตอนนี้บ้านเรามีแต่ผู้หญิงงานหนักงานเบาต้องจัดการกันเองหมด
“อย่าไปกันไกลนักนะ เดินระวังกันด้วย”การะเกดบอกน้องๆ
การะเกดมองน้องๆแยกกันไปเก็บของป่าอยู่ไม่ไกล การะเกดมองไปรอบๆเธอก็พอมีความรู้เื่ของป่าไม่มากก็เยอะ การะเกดมองแล้วเดินไปเก็บฟืน มาวางกองๆไว้ก่อน รอจะกลับค่อยมัดเป็มัดๆขนกลับบ้าน