“ผลึก ผลึกทั้งนั้น หึหึ” เย่ซีดูจำนวนผลึกที่มีอยู่ตอนนี้แล้วยินดีอยู่ในใจ แค่คืนเดียวก็ได้มา 4,000 ผลึกแล้ว
“ชื่อเสียงก็ขึ้นมาเป็ 120เพิ่มขึ้นมานิดหน่อย”
“ระบบ ป้ายนี้มันมีเอฟเฟคเกินจำเป็ไปหน่อยปรับความสามารถมันลงได้ไหม ถ้าไปไหนมาได้แล้วมีแต่คนเดินตาลอยเข้ามาหาคงลำบากแย่” นึกขึ้นได้ว่ามันน่ากลัวเกินไป ชายหนุ่มจึงกล่าวถามกับระบบ
“โฮสสามารถปรับได้ด้วยตนเอง” ระบบตอบกลับมา
“ไหนดูสิ ปรับลงๆ ดึงดูดสายตาเฉยๆ โอเคเรียบร้อย”หลังจากปรับความสามารถของป้ายร้านด้วยหน้าต่างที่แสดงขึ้นมาเรียบร้อยเขาก็ไปนั่งมองท้องฟ้าต่อ
“ท่านเย่ซี อาหารพร้อมแล้ว” มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินถือชามไม้ใส่อาหารมาให้ชายหนุ่มจึงยื่นมือไปรับแล้วกล่าวขอบคุณ ทำให้หญิงสาวหน้าแดงก่อนจะรีบขอตัวกลับไป
“อร่อยใช้ได้อย่างน้อยก็ดีกว่าอาหารจากถังขยะที่ต้องคุ้ยกินจากโลกที่แล้วเยอะ”
เขานึกถึงอดีตที่ต้องหลบๆซ่อนๆงานก็ไม่มี เงินไม่ต้องพูดถึงของกินก็ได้แต่ไปคุยถังขยะหรือแอบขโมยของเหลือจากชาวบ้าน
ผ่านไปอีกสองวัน
กำแพงเมืองขนาดใหญ่มโหฬารก็ปรากฏให้เห็นในสายตากำแพงสีขาวสะอาดให้ความรู้สึกสะอาดตา แต่ไม่อาจทำลายได้นี่คือกำแพงที่ทอดยาวครอบคลุมทั้งอาณาจักรวูดเสธ ผ่านการสู้รบมาหลายร้อยปีแต่ก็ยังคงยืดหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้
“มีตรวจอะไรด้วย?”เย่ซีที่กำลังเข็นรถกล่าวถามซูไห่ที่อยู่ในรถม้าด้านข้างตอนนี้เขาลงจากหลังฟิชแล้วให้มันแปลงร่างเป็ปลาตีนตัวเล็กแทนเพื่อไม่ให้สะดุดตา
ด้วยสายตาที่ได้รับการปรับปรุงมาตลอดจากระบบชายหนุ่มเห็นว่าที่ด้านหน้าสุดของแถวอันยาวเหยียด มีทหารคอยตรวจสอบสัมภาระและบัตรอะไรสักอย่างอยู่
“การจะเข้าอาณาจักรจะต้องตรวจบัตรก่อนเพื่อป้องกันพวกโจรผู้ร้ายขอรับ”ซูไห่มองไม่เห็นถึงด้านหน้าสุดแต่ก็จับใจความที่ชายหนุ่มด้านข้างถามได้จึงตอบกลับไป
“แต่ข้าไม่มีบัตรอะไรนั่นนะ” เย่ซีตบๆตามตัวแล้วกล่าวตอบ
“อะ.. ไม่ต้องห่วงขอรับ ข้าจะจัดการให้” ซูไห่อึ้งไปนิดหน่อยแต่ก็รับปาก
หลังจากผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงคิวของขบวนตระกูลซู ทหารที่ทำหน้าที่ตรวจสอบก็ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดผ่านไปได้ด้วยดี จนมาถึงคิวของเย่ซี
“ขอตรวจค้นรถหน่อย แสดงบัตรประจำตัวด้วย” ทหารคนหนึ่งเดินเข้ามาจะตรวจค้นรถ แต่ซูไห่ได้ลากเขาเข้าไปคุยข้างๆก่อน
“ผ่านได้”ไม่รู้ว่าไปคุยกันแบบไหน เย่ซีถึงได้ผ่านเข้าเมืองอย่างง่ายดาย
ถึงแม้คนรอบข้างจะสงสัยแต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ในโลกนี้อำนาจ พลัง ถือเป็ใหญ่ ใครอ่อนแอก็อยู่ยากไม่นับเป้นเื่แปลกอะไร
“อา.. สวยจริงๆ”หลังผ่านประตูเมืองเข้ามาได้ เย่ซีก็ได้เห็นสภาพแวดล้อมของบ้านเมืองในโลกนี้ส่วนใหญ่จะคล้ายๆหมู่บ้านในจีนชนบท แต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายแห่งจอมยุทธเขารู้สึกชอบมันมากกว่าโลกที่เต็มไปด้วยบ้านปูน คอนโดสูงระฟ้า และเทคโนโลยีมากนัก
“ท่านเย่ซีมีแผนจะอันใดต่อสนใจจะไปที่ตระกูลของข้าไหม” ซูไห่กล่าวถาม
“ไว้คราวหลังก็แล้วกันข้าอยากจะสำรวจเมืองสักหน่อย” ชายหนุ่มบอกปัดไปซูไห่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรเขาส่งมอบศิลาให้ก้อนหนึ่งก่อนจะบอกว่ามันคือศิลาแสดงตำแหน่งของตัวเขาถ้าชายหนุ่มเดือดร้อนอะไรให้มาหาเขาได้ทุกเมื่อ
“ขอบคุณ ถ้ามีวาสนาเราคงได้พบกันใหม่” เย่ซีกล่าวจบเขาก็เดินจากมา
[ส่งมอบภารกิจ....หาที่ดินเปิดร้าน]
รายละเอียด : บางคราคนเราก็ควรจะมีที่อยู่เป็หลักแหล่งกรุณาหาที่ดินเพื่อทำการเปิดร้านค้าสักแห่งภายในอาณาจักรวูดเสธแห่งนี้
ระยะเวลา : 4 สัปดาห์
รางวัล : ร้านเซียนรับจ้าง
เขาไม่ได้วางแผนอะไรไว้แต่ที่แรกที่ต้องไปก็คือศาลากลางเมือง เพราะซูไห่บอกว่าบัตรแสดงตัวตน จำเป็ต้องมีไว้ไม่อย่างนั้นทำอะไรก็จะลำบากไปหมด
“น้ำเต้าหู้จ้า!น้ำเต้าหู้ร้อนๆ” พ่อค้าที่สวมผ้าโพกหัว เหงื่อท่วมร่าง ะโขายน้ำเต้าหู้สีเหลืองทองอยู่ข้างทาง
“ผัก ผลไม้ สดๆจากไร่เลย แวะมาดูได้” แม่ค้าที่ตั้งแผงขายผักผลไม้ ะโเรียกลูกค้า
“พี่ชายท่านนั้น สนใจเคล็ดวิชาลับไหมข้าบังเอิญไปได้มาขายให้ถูกๆเลย”ชายหน้าตาเ้าเล่ห์เดินขายของให้ผู้คน
บรรยากาศเต็มไปด้วยความครึกครื้นมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยสิ่งแปลกตา ร้านค้า ร้านอาวุธ โรงเตี๊ยม ร้านอาหารคนขายของริมทาง ชาวบ้านธรรมดา ผู้ฝึกตน เต็มไปหมด
“ข้าขอซื้อซาลาเปาไส้เนื้อสิบลูก” เย่ซีเดินเข้าไปซื้อซาลาเปาจากร้านข้างทางหลังจากรับถุงซาลาเปามาจากพ่อค้าแล้วชายหนุ่มก็หยิบมากินทันทีความจริงราคาแค่ไม่กี่เหรียญทองแดงแต่ด้วยยังไม่ได้แลกเงินมาพระเอกเลยให้พ่อค้าไปหนึ่งผลึกแทน
“อร่อยแหะ ถึงจะเป็แค่อาหารธรรมดาแต่ข้าก็ชอบมัน”
“พ่อค้าท่านพอจะทราบทางไปศาลากลางเมืองหรือไม่” หลังกินหมดไปลูกนึงจึงเอ่ยถามทางกับพ่อค้าไป
พ่อค้าก็ใจดีบอกทางโดยละเอียดให้ชายหนุ่มจึงเดินไปถึงที่หมายได้โดยไม่หลงทาง แต่ก่อนจะไปศาลากลางชายหนุ่มตัดสินใจแวะโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเพื่อหาข้อมูลหลังจ่ายเงินให้เสี่ยวเอ้อไปตอนแรกที่เห็นว่าเขาสั่งแค่น้ำชาก็ทำท่าไม่อยากจะให้บริการเท่าไหร่แต่พอจ่ายไปหนึ่งผลึก ก็บอกข้อมูลทุกอย่างที่เขาอยากรู้ให้ทันที
เมื่อทราบสิ่งที่้าแล้วเย่ซีจึงเดินทางต่อพอไปถึงที่หมายเขาก็พบกับอาคารขนาดใหญ่หน้าประตูมีทหารเฝ้าอยู่สองนาย้าแขวนป้ายอักษรเขียนว่า ศาลายี่หลง
ด้วยความที่อาณาจักรแห่งนี้ใหญ่โตนักจึงแบ่งการปกครองออกเป็หลายเขตแต่ละเขตก็จะมีผู้ครองเขตต่างกันไปซึ่งเขตที่อยู่ติดกับป่าที่ซึ่งเย่ซีเพิ่งเดินทางมาก็คือเขตยี่หลงที่ตระกูลซูกับ ตระกูลฉู่ครองอยู่ ทั้งสองตระกูลต่างแก่งแย่งกันมานาน ชิงดีชิงเด่นกันทุกด้านแต่ก็ยังไม่มีใครได้เป็เ้าผู้ครองเขตนี้ไป
“ค่าลงทะเบียน 50 เหรียญเงิน” เ้าหน้าที่กล่าวกับเย่ซีหลังจากที่ต่อคิวอยู่นาน
“ข้าไม่มี...”นึกขึ้นได้ว่าเขามีแต่ผลึกจึงได้แต่ด่าตัวเองในใจที่ไม่หาแหล่งแลกเหรียญต่างๆมาก่อน
“อะไรกัน แค่เหรียญเงินก็ยังไม่มียาจกแบบนี้ใครปล่อยเข้ามากัน หลบทางไป!”ยังไม่ทันจะพูดจบก็มีเสียงที่ฟังดูน่ารำคาญดังมาจากด้านหลัง
พอหันไปมองก็พบเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่งท่าทางดูเย่อหยิ่ง มองก็รู้ว่าคงเป็ลูกคุณหนูของสักตระกูลที่ถูกตามใจมานานใส่ชุดสีน้ำเงินดูหรูหรา แตกต่างจากชุดของเย่ซีที่เป็ชุดผ้าฝ้ายขาดๆ
“แล้วเ้ายุ่งอะไรด้วย? ” เย่ซีถามกลับไป ทำให้ใบหน้าของชายคนนั้นเริ่มแดงขึ้นด้วยความโกรธยาจกตรงหน้ากล้ามาต่อปากต่อคำกับเขาที่เป็คนของตระกูลฉู่เนี่ยนะ
“เหอะ ทำมาปากดี แค่ 50เหรียญเงินยังไม่มีปัญญาจ่ายชุดก็ขาดรุ่งริ่งแบบนี้ไปขอทานให้ได้ครบก่อนค่อยมาดีกว่าไหม?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
ผู้คนรอบข้างที่ได้ยินเสียงดังก็พากันหันมาดูเมื่อเห็นว่าอาจจะมีเื่เกิดขึ้นจึงพากันมุงเข้ามา เพราะชายคนที่กำลังเยาะเย้ยยาจกตรงหน้าเป็คนของตระกูลฉู่เชียวนะใครไม่รู้บ้างว่าตระกูลนี้อันธพาลขนาดไหน
“ประสาทรึ? เ้าหน้าที่ ข้าไม่มีเหรียญเงิน...”
“แต่ข้ามีผลึก ใช้แทนกันได้ไหม?” ว่าแล้วเขาก็เรียกผลึกออกมาจากแหวนมิติแล้วส่งให้ตรวจสอบดู
ทุกคนต่างพากันเงียบกันหมดผลึกไม่นับว่าหายากอะไร เพราะเป็สิ่งที่ผู้ฝึกตนทุกคนต่างก็มีกันแต่สิ่งที่น่าใก็คือแหวนมิติ เพราะคนที่จะได้มีน้อยคนนัก มันหายากมากแม้แต่ในตระกูลฉู่ก็ยังมีแค่ไม่กี่คนที่มีใน
“ดะ.. ได้ๆ ได้ขอรับ”เ้าหน้าที่รีบกล่าวตอบทันที มีแหวนมิติในแบบนี้บุรุษตรงหน้าของเขาจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
“แก... ไอ้ยาจก แกไปขโมยแหวนของใครมาใช่ไหมสภาพอย่างแกจะไปมีของแบบนั้นได้ยังไง!” คนตระกูลฉู่ที่รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าจึงะโออกมาทันที