ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่กว่าผมจะสั่งให้ตัวเองหยุดได้ ผมรู้ตัวว่าควรต้องหยุดก็ตอนที่ร่างเล็กอ่อนปวกเปียกแล้วพึมพำว่าหิวน้ำ
เมื่อมาถึงคอนโดของผม ผมดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปมองคนข้างตัว เธอยังนั่งพิงเบาะ หลับตา มือก็ยังจับมือผมไว้แน่นอยู่แบบนั้น
“ส้ม ถึงแล้วนะ”
ร่างเล็กไม่ตอบ เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยแล้วซุกหน้ากับแขนเสื้อตัวเอง ผมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอ แล้วอ้อมรถไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร
ก่อนหน้านี้ผมได้โทรไปแจ้งแม่ของส้มกับแม่ของผมไว้ั้แ่ตกลงว่าจะไปงานเลี้ยง ว่าคืนนี้ผมคงไม่กลับบ้าน และส้มจะนอนค้างบ้านเพื่อนของเธอเพื่อทำรายงาน แม่ก็โอเคเพราะพากันไปเที่ยวตามประสาเพื่อนสาวอีกเช่นเคย เพราะไม่อยากให้ทุกคนเห็นส้มในสภาพแบบนี้จึงเลือกที่จะโกหกออกไปแบบนั้น
“ส้ม ถึงแล้ว ลุกไหวมั้ย?” ผมถามอีกครั้ง ขณะที่โน้มตัวเข้าไปพยุงเธอ ร่างเล็กยังคงนิ่งเงียบและขยับพลิกตัวเข้ามาเพื่อจะหาที่พิง
“งั้น…ก็ช่วยไม่ได้ละนะ” ผมพาร่างเล็กในอ้อมแขนเดินช้า ๆ ก่อนจะขึ้นลิฟต์และเปิดประตูเข้ามาในคอนโด
ผมวางเธอลงบนเตียงอย่างแ่เบา ก่อนจะนั่งลงแล้วค่อย ๆ แกะมือเล็กที่กำเสื้อผมไว้แน่นด้วยความระมัดระวัง ผมถอดรองเท้าของเธอออก จัดท่านอนให้สบาย และห่มผ้าให้คนตัวเล็ก
ผมนั่งมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกมาเงียบ ๆ เพราะผมรู้ดีว่า…ถ้าอยู่ต่อไปนานกว่านี้ มันคงไม่ดีต่อเธอเท่าไหร่
ฝุบ..เมื่อผมหันไปตามเสียง ก็เห็นร่างเล็กเตะผ้าห่มออกอย่างไม่รู้ตัว มือเล็กขยับไปมาเหมือนกำลังควานหาอะไรบางอย่าง
ผมเดินเข้าไปใกล้อีกนิด จึงเห็นคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน สีหน้าดูไม่สบายเอาเสียเลย
“กำลังฝันอะไรอยู่นะ…”
ผมเอื้อมมือไปดึงผ้าห่มกลับขึ้นมาห่มให้เธอใหม่อย่างแ่เบา ปลายนิ้วหยุดอยู่ห่างจากมือเล็กนิดเดียว ก่อนจะชะงักไว้
“ฝันไม่ดีสินะ…”
แต่จู่ ๆ เธอก็เอื้อมมือมาคว้ามือผมไว้แน่น ก่อนจะออกแรงดึงจนผมเสียหลัก ล้มลงไปนอนข้าง ๆ เธออย่างไม่ทันตั้งตัว ยังไม่ทันได้ขยับตัว ร่างเล็กก็โอบแขนเข้ามากอดผมไว้แน่น ซุกหน้าเข้าหาเหมือนกลัวว่าผมจะหายไปไหน
“ชักกี้… มาให้พี่กอดซะดี ๆ” เสียงพึมพำอู้อี้ดังแ่ที่ข้างหู พร้อมกับริมฝีปากอุ่นที่แตะลงบนแก้มผมเบา ๆ ผมนิ่งไปทั้งร่าง หัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่
“หา…นี่เธอเห็นพี่เป็ชักกี้ตุ๊กตาหมาในห้องของเธออย่างงั้นเหรอ…” ผมหันไปมองใบหน้าเธอ ที่ตอนนี้แนบอยู่ตรงอกของผม ขนตายาว ๆ ขยับเล็กน้อย ร่างเล็กหลับสนิท
โดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่ถูกกอดอยู่ตอนนี้…กำลังพยายามข่มใจและอดทนต่อความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในอกมากแค่ไหน ผมขยับแขนออกอย่างช้า ๆ ระวังที่สุด แต่ยิ่งขยับ เธอกลับยิ่งรัดแน่นขึ้น ผมหันหน้าไปมองเธออีกครั้ง
ลูกของเพื่อนแม่ เด็กผู้หญิงที่แม่ฝากให้ผมช่วยดูแล วันนี้กลับนอนอยู่ตรงหน้า กอดแขนผมไว้แน่น เหมือนเด็กที่ไม่ยอมปล่อยของรัก
ทำไมถึงได้น่ารัก…
น่ารักมาก ๆ แล้วเธอน่ารักขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กันนะ คำถามนี้ผุดขึ้นมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมถอนหายใจยาว หลับตาลง พยายามกดทุกความรู้สึกให้จมลึกลงไป
ใจเย็น ๆ เจ
ส้มยังเรียนไม่จบ
ส้มเมา
ผมเตือนตัวเองซ้ำ ๆ ในความเงียบ
แม้จะรู้ดีว่าคืนวันนี้ ผมคงไม่ได้นอนเลยก็ตาม
End Jay’ s part