“ไป๋ฟาง? เธอเป็คนจีนงั้นหรอ”ไป๋ฟางพยักหน้ารับ ก่อนจะถามวาสกลับว่า
“หน้าตานายก็น่าจะเป็คนเอเชียนี้ ทำไมชื่อแปลกจังแล้วอีกอย่างนายยังไม่บอกนามสกุลฉันเลย”วาสได้ยินเช่นนั้นก็ตีหน้านิ่งไม่พูดอะไร ไป๋ฟางเห็นเช่นนั้นก็คิดว่าวาสไม่อยากพูดเื่นี้ก็ไม่ซักถามต่อเปลี่ยนเื่ว่า
“แล้วกองผ้าพันแผลที่มีเืนายอยู่เราจะทำยังไง?”วาสได้ยินเช่นนั้นก็ใจหายวาบ เขาลืมเื่นี้ไปสนิท ผ้าพันแผลที่มีเืก็จะส่งกลิ่นเืออกมาซึ่งอาจจะทำให้หมาป่าพวกนั้นหาเขาเจอได้
วาสก้าวฉับๆไปยังกองผ้าพันแผลก่อนจะรีบยัดลงถุงพลาสติกและปิดปากถุงแ่า แต่ระหว่างเก็บวาสกลับนึกเื่หนึ่งได้ จึงหันกลับไปถามไป๋ฟางว่า
“แล้วดวงตาฉันละ เป็ยังไงบ้าง”ไป๋ฟางได้ยินเช่นนั้นก็รู้ว่าวาสกังวลเื่อะไรจึงเอ่ยว่า
“ไม่ต้องห่วงหรอก แม้แผลจะลึกแต่ส่วนดวงตาไม่ได้รับาเ็อะไรเพราะฉะนั้นตานายไม่บอดหรอก”ดวงตาเพียงข้างเดียวบนใบหน้าเบิกกว้าง ริมฝีปากฉากยิ้มอย่างที่ไม่เคยทำตามปกติ วาสแทบจะะโก้องด้วยความดีใจสุดตัว
‘แสดงว่าตลอดมาฉันคิดไปเองสินะ’วาสคิดในใจอย่างโล่งอก แม้ในใจเขาจะแสร้งทำใจได้ แต่ลึกๆในใจแล้วเขาย่อมเสียใจมากที่จะ้าเป็คนพิการ
“นี้นายยิ้มหรอเนี่ย”ไป๋ฟางเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มของวาส แม้จะรู้จักวาสไม่นานเท่าไหร่เธอก็พอจะดูออกว่าชายหนุ่มตรงหน้าน่าจะเป็คนยิ้มยากพอตัว เมื่อเห็นรอยยิ้มของเขาจึงอดเอ่ยแซวไม่ได้
วาสหุบยิ้มทันที ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบสัมภาระที่พกติดตัวตลอดเวลาอย่างกะเป๋าเป้และTwin Fang แล้วพูดกับไป๋ฟางว่า
“ฉันจะกลับลงไปข้างล่างนะ”ไป่ฟางหน้าเสียเล็กน้อย ถึงที่นี้จะค่อนข้างปลอดภัยแต่การต้องมาอยู่คนเดียวก็ทำให้เธอใจสั่นไม่น้อย ไป๋ฟางพยักหน้ารับแต่ก่อนไปวาสกลับหันมาพูดกับเธอเสียงเข้มว่า
"กฏการอยู่ที่นี้คือ ห้ามส่งเสียง ห้ามโผล่หน้าไปที่หน้าต่าง ห้ามทำอะไรที่จะทำให้มีกลิ่นเข้าใจไหม?”ไป๋ฟางพยักหน้า ดูเหมือนก่อนหน้านี้เธอจะทำลงไปทุกข้อเลยทีเดียว
ตอนนี้วาสได้กลับลงมายังท่อระบายน้ำแล้ว โดยในมือข้างหนึ่งของเขามีถุงพลาสติกที่ใส่ผ้าพันแผลเปื้อนเืของเขาไว้ แต่เขาไม่้าทิ้งไว้ใกล้ทางขึ้นที่อยู่ลับของเขาเพราะมันจะเป็ที่สังเกตว่าบริเวณนี้มีคนอาศัยอยู่
เป้าหมายที่เขาลงมาวันนี้ก็เพื่อจะมาเอาผลตอบแทนจากบาร์น วาสไม่รอช้าเดินมุ่งหน้าไปยังที่อยู่บาร์น เขาไม่อยากอยู่ที่นี้นานนัก เพราะถึงแม้แผลของเขาจะทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วเขาก็ยังกลัวมันจะติดเชื้ออยู่ดี
วาสเดินทางเพียงครู่เดียวก็มาถึงที่อยู่ของบาร์น เมื่อมาถึงปากทางเข้าด้านหน้าก็ยังมีชายร่างใหญ่สองคนเฝ้าอยู่ดังเดิม วาสเดินไปหาชายสองคนนั้นก่อนจะเอ่ยว่า
“ฉันมาหาคุณบาร์น”หนึ่งในชายสองคนนั้นมองหน้าวาสก่อนจะพูดว่า
“หัวหน้าบอกไว้แล้ว เข้าไปได้”
สภาพด้านในยังคงเป็เช่นเดิม วาสกวาดตามองรอบๆก่อนจะเห็นบาร์นนั่งเอกเขนกสูบบุหรี่อยู่ที่มุมเดิม วาสเดินไปหาบาร์นช้าโดยที่สองมือยังคงถือTwin Fangอยู่
บาร์นที่สังเกตก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินมาหาเขาเช่นกัน จนในที่สุดทั้งคู่ก็มายืนประจันหน้ากัน วาสยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดบาร์นก็เอ่ยขึ้นมาว่า
“ตามฉันมา”ว่าแล้วบาร์นก็ออกเดินไปโดยมีวาสเดินตามเงียบๆ
ในที่สุดทั้งสองก็มาหยุดอยู่ที่แห่งหนึ่งซึ่งคือกระโจมใหญ่โต บาร์นพยักหน้าให้กับชาย2คนที่เฝ้าอยู่หน้ากระโจม ก่อนจะเดินนำวาสเข้าไป
ภายในนั้นเต็มไปด้วยเสบียงอาหารมากมาย วาสมองไปรอบๆด้วยความสนใจ ก่อนจะพบว่าบาร์นได้ยื่นถุงกระสอบผ้าฝ้ายขนาดใหญ่ให้เขาแล้วเอ่ยว่า
“ใส่ได้ตาม้า ขอแค่ไม่เกินถุงใบนี้ก็พอ”วาสพยักหน้า ก่อนจะรับถุงใบใหญ่มาแล้วเดินไปยังูเาอาหารเบื้องหน้า
วาสใช้เวลาถึง30นาทีในการกวาดอาหารใส่กระสอบผ้าฝ้าย เพราะว่าเขาคัดเลือกแต่อาหารจำเป็ต่างๆที่ให้พลังงานสูงเหมาะแก่การเอาชีวิตรอด ซึ่งบาร์นที่มองอยู่ไกลๆก็ไม่ว่าอะไร
“เสร็จแล้วสินะ”วาสพยักหน้ารับ ตอนนี้ที่ไหล่ของเขามีถุงใบใหญ่พาดอยู่ ส่วนอีกมือยังคงกระชับปืนแน่นไม่ยอมปล่อย
“ก่อนจะไปฉันมีเื่จะถามแก”บาร์นมองหน้าวาส สายตาของเขานิ่งเฉย
“แกสนใจจะมารวมกลุ่มกับฉันมั้ยไอ้หนู”วาสยืนเงียบ ก่อนจะเอ่ยว่า
“ขอโทษครับ ผมไม่ชอบอยู่กับคนหมู่มาก”อันที่จริงไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบอยู่กับคนหมู่มาก แต่เป็เพราะเขาไม่ไว้ใจใครเลยต่างหาก
บาร์นหัวเราะเบาๆเหมือนจะเดาคำตอบได้อยู่แล้ว ไม่เอ่ยอะไรอีก แต่ก่อนจะจากไปวาสได้ถามคำถามหนึ่งกับบาร์น
“อีกกลุ่มที่ไปหาอาวุธทำสำเร็จหรือเปล่าครับ?”
“สำเร็จสิ! คงจะเป็เพราะพวกเราช่วยล่อพวกหมาป่านั้นไว้”วาสได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า แต่อดจะอารมณ์เสียไม่ได้เพราะเขาเลือกกลุ่มผิดไป หากเขาไปกับอีกกลุ่มแต่แรกเขาก็คงไม่าเ็เช่นนี้
“หึหึ! อย่าไปคิดมากเลยไอ้หนู ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับดวง”บาร์นที่รู้ว่าวาสคิดอะไรจึงเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนที่วาสจะยิงคำถามต่อว่า
“แล้วคุณจัดการแบ่งอาวุธให้พวกเขาไปหรือยัง”พวกเขาที่วาสหมายถึงคือกลุ่มของเจสันที่เป็คนเสนอแผนการขึ้นไปเอาอาวุธของพวกเขา
“ฉันจัดส่งไปเรียบร้อยแล้ว”
“แล้วพวกเขาจะเริ่มออกจากท่อระบายน้ำนี้เมื่อไหร่ครับ”
“เ้าหนูผมทองนั้นบอกจะมีการประชุมที่ท่อระบายน้ำหลักในอีก3วัน”วาสพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะบอกลาบาร์นแล้วเดินจากไป
เมื่ออกมาจากถิ่นของบาร์นวาสถอนหายใจอย่างโล่งอก อันที่จริงเขากังวลไม่น้อยว่าบาร์นจะหักหลังไม่ยอมให้เสบียงแก่เขา
วาสกระชับถุงใบใหญ่ที่ใส่เสบียงพาดบ่า ก่อนจะมุ่งหน้ากลับสถานที่ลับของตน โดยระหว่างทางวาสเพิ่มความระมัดระวังอย่างยิ่งยวด เพราะหากคนอื่นรู้ว่าเขามีอาหารจำนวนมากอยู่ในมือ เขาคงโดนรุมทึ้งจากฝูงชนที่หิวโหยแน่
วาสเดินกลับอย่างระมัดระวังจนมาถึงบันไดทางขึ้นที่พักลับของเขา วาสกวาดสายตามองรอบๆ เมื่อก่อนเขาจะกวาดตามองเพียงผ่านๆเท่านั้นแต่รอบนี้เขายืนนิ่งอยู่กับที่ถึง5นาที
‘ไม่มีอะไรสินะ’ขณะกำลังจะขึ้นไปนั้นวาสกลับมองเห็นเงาตะคุ่มอยู่ที่ทางแยกแห่งหนึ่ง
‘เวรเอ้ย!’วาสคิดในใจอย่างหัวเสีย ก่อนจะวิ่งเต็มฝีเท้าไปหาเงานั้น เ้าของเงาที่เห็นวาสวิ่งมาก็รีบวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว
วาสที่วิ่งมาถึงทางแยกจึงเห็นว่ากำลังมีชายคนหนึ่งรูปร่างผอมกะหร่องกำลังวิ่งเต็มฝีเท้าเพื่อหนีจากเขา
ปัง!
วาสลั่นไกอย่างไม่ลังเลส่งผลให้ชายคนที่วิ่งอยู่นั้นถลาล้มไปข้างหน้าแน่นิ่งทันที วาสเดินไปที่ชายนนั้นก่อนจะเท้ายันศพของชายคนนั้นขึ้นมา ก่อนจะเห็นว่าเป็หน้าของชายที่เคยจ้องมองเขาอย่างหิวกระหายตอนที่เขาาเ็กลับมาจากโลกข้างบน
วาสแค่นเสียงก่อนจะเตะร่างชายคนนั้นลงในน้ำเสียแล้วเดินจากไปอย่างไม่ไยดี
เสียงเปิดประตูเรียกความสนใจของไป๋ฟางให้หันไปมอง ก่อนจะเห็นวาสเดินเข้ามาภายในห้องโดยมีถุงผ้าฝ้ายใบใหญ่พาดบ่าอยู่ ไป๋ฟางมองถุงนั้นอย่างสนใจ ก่อนจะเอ่ยถามวาสว่า
“ถุงนั้นคืออะไรนะ”วาสตอบกลับเสียงเรียบ
“ผลตอบแทนจากการไปเสี่ยงตาย”ไป๋ฟางตาลุกวาวแล้วเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า
“แสดงว่านั้นคืออาหารสินะ”วาสพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยขัดว่า
“นี้คืออาหารของฉันห้ามยุ่งเด็ดขาด”ไป๋ฟางหน้ามุ่ยก่อนจะเอ่ยประชดว่า
“เหอะ! ฉันไม่สนอาหารของนายหรอก ของฉันก็มี”ไป๋ฟางพูดพลางกอดอาหารที่วางอยู่รอบตัว ซึ่งอาหารเหล่านี้คืออาหารที่เธอได้มาจากวาส
แม้ปากจะบอกไม่สน แต่ไป๋ฟางก็อดอิจฉาไม่ได้เพราะอาหารที่เธอมีอยู่ตอนนี้ อย่างมากก็พอกินได้ราว2วันเท่านั้น หรือถ้าประหยัดสุดขีดก็อาจจะได้สัก3-4วัน
วาสไม่สนใจท่าทางของหญิงสาว เขานำถุงใส่อาหารไปไว้ที่ข้างเตียงก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงเตรียมตัวจะเข้าสู่ห้วงนิทราโดยที่มือยังไม่ปล่อยออกจากปืน
“เดี๋ยวสิ นายจะนอนแล้วหรอ ฟ้ายังไม่มืดเลยนะ”วาสเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิดก่อนจะพูดทั้งๆที่หลับตาว่า
“ฉันพึ่งฟื้นจากอาการาเ็ใจคอ เธอจะไม่ให้ฉันพักผ่อนเลยหรือไง”ไป๋ฟางมุ่ยหน้าก่อนจะบ่นหงุงหงิงว่า
“ก็ฉันอยู่ในห้องเงียบๆทั้งวันมันหน้าเบื่อนี้”
“งั้นก็ไปหาเพื่อนคุยด้านล่างสิ”
“ไม่เอา!”
“งั้นก็เงียบซะ”สิ้นคำทั้งห้องก็ตกอยู่ท่ามกลางความเงียบ วาสพ่นลมหายใจพลางคิดว่าหญิงสาวคงจะหยุดจ้อแล้ว
“นายชอบกินอะไรงั้นหรอ?”
กรอด!
วาสกัดฟันอย่างหงุดหงิดปกติเขาจะไม่หงุดหงิดง่ายขนาดนี้แต่ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะเป็คนหนึ่งที่เขาแพ้ทาง วาสเลือกที่จะเงียบไม่ตอบคำถามไป๋ฟางเพื่อให้เธอหยุดพูดไปเองแต่ดูเหมือนความคิดของวาสจะไม่สมหวังไป๋ฟางยังพูดอยู่เรื่อยๆไม่หยุดหย่อนจนวาสทนไม่ไหว
“เธอจำกฎการอยู่ที่นี้ไม่ได้รึไง!”ไป๋ฟางหุบปากเงียบ เธอลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ธออยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน บางทีเสียงที่เธอพูดนั้นอาจจะไปล่อบางสิ่งที่อันตรายมาหาเธอก็ได้
“ก็ฉันเบื่อนี้นา”ไป๋ฟางเอ่ยเสียงอ่อย วาสกลอกตาอย่างเบื่อหน่ายพยายามๆข่มตาลงเพื่อให้นอนหลับ ก่อนจะได้ยินไป๋ฟางเอ่ยขึ้นมาว่า
“งั้นฉันขอถามนายคำถามเดียว ได้ไหม?”วาสถอนหายใจก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ
“ได้! คำถามเดียวเท่านั้นนะ”ไป๋ฟางพยักหน้าก่อนจะเงียบไปราวกับกำลังค้นหาคำถามที่เธอ้าถามมากที่สุดก่อนจะเอ่ยว่า
“ต่อไปนายจะทำอะไร?”วาสทอดสายตามองแพดานอย่างเหม่อลอย คำถามนี้เขาก็คอยถามตัวเองอยู่ทุกวันเช่นกัน ชีวิตของเขาทั้งชีวิตแทบไม่เคยคิดถึงเป้าหมายในชีวิตเลยสักครั้ง วาสถอนหายใจก่อนจะตอบหญิงสาวว่า
“อย่างแรกที่ฉันจะทำต่อไปคือออกจากเมืองนี้”
“นายจะออกไปพร้อมพวกของเจคงั้นหรอ”ไป๋ฟางก็รู้จักเจสันเช่นกัน เพราะเธอทั้งเรียนปีเดียวกันและมหาลัยเดียวกันกับเจค
“สำหรับฉัน จะไปกับกลุ่มไหนไม่สำคัญขอแค่ได้ออกจากเมืองนี้ก็พอ”ไป๋ฟางเงียบไปก่อนจะเอ่ยถามวาสว่า
“งั้นฉันควรจะทำยังไงดีละ”ไป๋ฟางกลัวการที่จะออกไปข้างนอก สถานที่ที่อันตรายเ่าั้มันไม่น่าเสวนาด้วยสักนิด ตอนนี้เธอมีที่พักพิงที่ปลอดภัยแล้ว ทำให้เธอไม่อยากจะออกไปมีชีวิตที่ต้องคอยหวาดกลัวอีก
“ชีวิตของเธอ เธอต้องเลือกเอง”วาสเอ่ยเบาๆ ไป๋ฟางจมอยู่กับความคิดเงียบๆ ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงบ ก่อนที่วาสจะผล็อยหลับไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย