ณป่ารกชัฏแห่งหนึ่ง
คืนนี้ก็เป็อีกคืนที่เหล่าสมาคมนักล่าออกทำงานกันอย่างหนักกระจายตัวกันออกไปทั่วทุกพื้นที่ในเขตความรับผิดชอบของตน กล่าวคือทุกพื้นที่ของสาธารณรัฐเซอร์เบียเลยทีเดียว
เซอร์เบียเป็ประเทศสาธารณรัฐที่ตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปยุโรปเมืองหลวงคือ กรุงเบลเกรด
เซอร์เบียมีอาณาเขตที่ติดต่อกับฮังการีทางทิศเหนือติดต่อกับโรมาเนียและบัลแกเรียทางทิศตะวันออก ติดต่อกับมาซิโดเนียและแอลเบเนียทางทิศใต้และยังติดต่อกับมอนเตเนโกร โครเอเชีย และบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนาทางทิศตะวันตก
สมาคมนักล่าสาขาใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนกลางของเซอร์เบียหรือก็คือเมืองหลวงของประเทศ ในเขตพื้นที่ของเบลเกรดล้วนแต่มีคนจากสมาคมนักล่าออกลาดตระเวนไปทั่วยามค่ำคืนไม่ว่าจะเป็ป่าเขาหรือพื้นที่รกร้าง เพื่อค้นหาผู้คนที่หายตัวไป ซึ่งส่วนมากพบเป็ศพ
หลังจากพบแล้วก็รีบประสานงานกับตำรวจและญาติพี่น้องของผู้สูญหายให้ทราบและแจ้งว่าควรทำพิธีเผาศพให้เร็วที่สุดเนื่องจากเป็การตายอย่างผิดธรรมชาติเพื่อป้องกันการฟื้นคืนชีพของเหล่าปีศาจอย่างยูเปียร์ จึงต้องเร่งรีบกำจัดมันเสีย
ดีหน่อยที่ในกรมตำรวจเองก็มีคนของสมาคมนักล่าซึ่งเป็ลูกหลานของนายตำรวจใหญ่ประสานงานให้เื่ต่างๆมันเลยจัดการได้ง่ายดาย ทว่า ผู้คนที่สูญหายส่วนใหญ่ ก็ยังไม่พบเห็นและไม่อาจรู้ได้เลยว่ายังมีชีวิตอยู่อีกหรือไม่
ถึงแม้ตอนนี้ตำรวจส่วนใหญ่จะเริ่มที่จะระแคะระคายเื่การตายปริศนาแบบนี้แล้วด้วยไหนจะผู้คนที่หายตัวไปอย่างลึกลับที่ปรากฏออกมาเรื่อยๆไม่หยุดหย่อนนั้นอีกแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดมาก เพราะคนของสมาคมนักล่าเป็ถึงผู้นำของกรมตำรวจจึงไม่มีใครกล้าพูดซี่ซั้ว
ถึงมันจะกลายมาเป็งานหนักของเหล่าสมาคมนักล่าก็ตามแต่แล้วระหว่างที่กำลังลาดตระเวนอยู่ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้น!
“กรี๊ด! ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยฉันด้วย!!”
“เสียงนั่นมัน!รีบไปเร็วเข้า!!” หลังจากเสียงกรีดร้องนั้นดังขึ้นเหล่านักล่าก็เร่งรีบตรงไปยังที่มาของเสียงกรีดร้องในทันที แต่พอไปถึงก็ต้องผงะเพราะพวกมันไม่ได้มีแค่ตัวเดียวอย่างที่ผ่านมา!
“ช่วยฉันด้วยฮืออ! ฉันยังไม่อยากตาย! กรี๊ด!”
“แบ่งกำลังไปช่วยพวกเขาเดียวนี้!!”
และแล้วการต่อสู้ระหว่างเหล่านักล่ากับยูเปียร์ก็เริ่มต้นขึ้นเสียงกรีดร้องอย่างหงุดหงิดที่มีคนเข้ามาขัดขวางการจัดการเหยื่อของมันก็ดังขึ้นพร้อมเสียงรัวะุใส่ไปไม่ยั้งแรงพวกมันก็พากันหลบะุเ่าั้ไปมาอย่างชำนาญ แต่ก็ยังคงพลาดโดนยิงอยู่ดี
ปังๆๆ!!
กี๊ดดด!!
เสียงปืนดังลั่นขึ้นทันทีแต่ก็อย่างที่ทุกคนรู้ พวกยูเปียร์เป็พวกที่รับมือยาก แถมยังตายยากอีกต่างหากพละกำลังระหว่างพวกแวมไพร์และมนุษย์ว่าต่างแล้วแต่ยิ่งอีกฝ่ายเป็พวกกลายพันธุ์มันยิ่งยากเป็เท่าเดิม!!
“ยิงสกัดมันอย่าให้มันหนีรอดไปได้!!”
ลาเฟ่เอ่ยสั่งการก่อนจะรีบวิ่งเข้าดูเหล่าหญิงสาวที่ดูจับตัวมาแต่ทว่า ตายไปสองส่วนอีกหนึ่งนั่นหมดสติไปแล้ว
กี๊ดดด!!
“ยิงเข้าไปอย่าหยุด!!ใครมีะุเงินอีกบ้าง!!”
ปังๆๆ!!
เสียงการไล่ล่าดังขึ้นไม่ได้หยุดหลังจากที่พวกเขาที่กำลังออกลาดตระเวนก็ได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นจึงได้ตามมาแต่โชคยังดีที่ช่วยเหยื่อไว้ได้ทัน และแค่สลบไปเท่านั้น ยังไม่ถูกกัดตรงไหนซึ่งมันก็ดีไปที่ยังคงรอดแค่หนึ่งคน
กี๊ดดด
ปังๆๆ
โครม!!
เสียงกรีดร้องของเหล่ายูเปียร์ดังขึ้นก่อนที่มันจะหันกลับมาซัดโครมเอาร่างของเหล่านักล่ากระเด็นออกไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ดังโครมใหญ่
“มีร่า! ธนูไฟ!!” สิ้นเสียงคำสั่งธนูไฟก็ถูกยิงออกไป
เปรี้ยง! พรึ่บ!!
กี๊ดดดด!!!
หลังจัดการมันได้ตัวหนึ่งตัวอื่นๆที่เหลือต่างก็โดนธนูไฟยิงเข้าร่างอย่างไม่สามารถหลีกหนีได้ เพียงไม่นานร่างทั้งร่างของพวกยูเปียร์ก็ถูกไฟคลอกตายไปพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนที่จางหายไปพร้อมกับกลิ่นเนื้อไหม้ที่โชยมา เหล่านักล่าจึงได้กลับมาร่วมกลุ่มกันอีกครั้ง
“เทร่าจัดการพาเหยื่อไปส่งที่โรงพยาบาลที แล้วก็จัดการพวกที่ถูกกัดให้เรียบร้อยก่อนที่จะฟื้นขึ้นมาเป็พวกเกิดใหม่ด้วย”
“ได้ค่ะหัวหน้า!”
“เมกันดูแลที่เหลือให้เรียบร้อย แล้วส่งคนออกไปดูว่าแถวนี้ยังมีพวกมันอยู่อีกไหม”
“ได้เลยหัวหน้า”
ลาเฟ่ถอนหายใจที่งานในคืนนี้จบไปอีกงานหนึ่งแล้วนี่ถ้าเกิดมาช้ากว่านี้อีกนิดคงไม่มีใครรอดแน่ๆ
“ปัญหาตอนนี้มันเกินกว่าพวกเราจะแก้ได้แล้วนะ”เสียงเลอร์ดิกดังขึ้นหลังจากที่เดินเข้ามาสมทบเป็คนสุดท้าย
“ฉันว่าควรจะขอความร่วมมือจากแดนมืดนะลาเฟ่แค่พวกเราคงจัดการพวกมันไม่หมดหรอก”
“อืม พรุ่งนี้ฉันจะเดินทางไปแดนมืดใครจะไปกับฉันบ้าง ฉันคิดว่ายังไงทางโน้นเองก็น่าจะรู้เื่นี้แล้วเหมือนกัน”
ความจริงแล้วลาเฟ่เองก็ไม่ได้อยากจะให้ฝ่ายโน้นรู้เื่เองหรอกแต่จากสถานการณ์ตอนนี้มันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะปลีกตัวไปส่งข่าว ทั้งมีร่าและเลอร์ดิกหันมามองหน้ากันก่อนจะตัดสินใจ
“ฉันเอาด้วย”
“ไม่มีปัญหาฉันยังไงก็ได้” หลังจากที่ได้คำตอบแล้วว่าควรปรึกษากับพวกแดนมืดที่คนทั่วไปอาจจะเรียกพวกนั้นว่าเหล่าแวมไพร์
พวกเขาพากันลาดตระเวนแถบอื่นกันต่อพอไม่พบอะไรที่ผิดปกติอีกก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน ก่อนที่เช้าวันต่อมาจะได้เร่งเดินทางไปแดนมืดของเหล่าแวมไพร์โดยที่ให้เทร่ากับเมกันคอยดูแลที่สมาคมแทน
….
ตอนนี้ทุกอย่างกำลังตึงเครียดกันไปหมดไม่ว่าจะเป็ลูคัสวินเซนต์หรือคนอื่นๆ ตอนนี้พวกเขาล้วนมีบรรยากาศแบบเดียวกันหมด
ั้แ่วันนั้นแล้วข่าวเื่การหายตัวไปของเหล่านักศึกษาและผู้คนตามเขตพื้นที่ต่างๆเอาง่ายๆคือตอนนี้ทั้งโลกกำลังตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว
ตอนนี้คริสตัลกับซาลัมกำลังเร่งไปให้ถึงห้องโถงใหญ่เพราะาาเหล่าแวมไพร์อยากให้เขารับรู้แผนการในครั้งนี้ด้วย
ในตอนนั้นเองที่ซาลัมหยุดนิ่งไปในระหว่างที่เรากำลังเดินไปยังห้องโถงั์ตาสีเทาเรืองแสงสีแดงขึ้นมาวูบหนึ่งก่อนจะจางหายไป
“กำลังจะมีแขกมาเยือนเรารีบไปหาทุกคนกันเถอะ”
“ครับ ” ตอบรับก่อนจะเดินตามซาลัมไปเพราะตอนนี้ทุกคนรออยู่ที่ห้องโถงกันหมดแล้ว
หลังจากที่เข้าห้องโถงมาซาลัมก็บอกให้ทุกคนได้ทราบว่าอีกไม่ถึงสิบนาทีจะมีแขกจากสมาคมนักล่ามาถึง
แล้วก็เป็จริงดังคาดแถมเป็สมาคมนักล่าที่ว่าเป็มนุษย์เหมือนคริสตัลซะด้วย ตอนนี้แปลกใจ จนไม่รู้จะแปลกยังไงแล้วแต่มีอย่างหนึ่งที่เขายังไม่เคยพบเจอนั้นก็คือพวกมนุษย์หมาป่า
“กำลังคิดอะไรอยู่”
“กำลังคิดว่าพวกมนุษย์หมาป่ามีจริงไหม?”คริสตัลพูดออกไปตามที่ใจคิด แต่ทุกสิ่งกลับเงียบกริบหลังจากคำพูดนั้นได้หลุดออกไปจากปากของเขา
“ไม่เอาน่าผมก็แค่สงสัยเท่านั้นเองนะครับ ขนาดพวกคุณที่ผมคิดว่าเป็เพียงเื่เล่านิทานปรัมปราที่นำไปสร้างเป็ภาพยนตร์ยังมีจริงเลย ไม่แปลกไม่ใช่เหรอครับที่ผมจะคิดว่า..”
คริสตัลกำลังอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่คิดก็เป็อันต้องเงียบกริบลงไปอ่า ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่ที่นี่มาสักพักแต่กลับลืมไปว่าตัวเองเป็เพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งถึงแม้ว่าจะมีฐานะอะไรบางอย่างที่เรียกว่าทายาทแห่งจันทราก็เถอะ
“ข้าเข้าใจเ้าดีนะคริสตัลแต่ว่าเผ่าของเรากับพวกนั้น ไม่เคยติดต่อกันเลยต่างหาก”
“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าพวกแวมไพร์กับพวกมนุษย์หมาป่ามีความขัดแย้งกันอย่างที่ภาพยนตร์เขาสร้างขึ้นมานะสิครับ”
“เื่นั้น…”
“พวกสมาคมนักล่ามาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!!”
แต่ก่อนที่องค์าาจะเอ่ยตอบคำถามของคริสตัลก็มีคนมาขัดซะก่อน แล้วนั่นจึงเป็ครั้งแรกที่ได้เห็นมนุษย์คนอื่นที่เข้ามาสู่แดนมืดในฐานะสมาคมนักล่า
“เอาไว้เดียวฉันจะเล่าให้นายฟังเอง”
“ครับ” คริสตัลรับปากลูคัสแล้วนั่งรอนิ่งๆจนคนจากสมาคมนักล่าเข้ามาจนครบแล้ว
….
ลาเฟ่กับมีร่าหลังจากที่เข้ามาสู่ห้องโถงของเหล่าแวมไพร์แล้วนั้นถึงกลับชะงักค้างและนิ่งไปทันทีเมื่อสายตาได้ไปสบกับร่างของใครบางคนเส้นผมสีฟ้าที่ดุจพระจันทร์สีเงินไหนจะั์ตาสีน้ำเงินนั้นอีก ไม่ผิดแน่
เขามาอยู่ที่นี้ได้อย่างไร!!
ทั้งลาเฟ่และมีร่าต่างกรีดร้องในใจเป็ประโยคเดียวกันซึ่งต่างจากเลอร์ดิก ที่ขมวดคิ้วสงสัยในท่าทีของหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานของตนเองแต่ก็อย่างว่า ทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถรอดพ้นไปจากสายตาของาาเหล่าแวมไพร์ไปได้
แต่เลโอเซียสกลับนิ่งเงียบ
ลาเฟ่ส่ายศีรษะไล่เื่ที่สงสัยออกไปเพราะตอนนี้มีเื่อื่นที่สำคัญกว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงนั้นเป็ไหนๆ!
นั่นก็คือาที่ใกล้จะเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะเหล่ายูเปียร์ปรากฏตัวนั่นเอง!!
“ต้องขออภัยพระองค์ด้วยที่แจ้งเื่ช้าแต่ตอนนี้พวกยูเปียร์มีมากเกินกว่ากำลังของพวกเราที่จะกำจัดมันไปได้” ลาเฟ่เอ่ยขึ้น ถึงแม้ว่าคำพูดจะดูเหมือนไม่ค่อยเคารพพวกราชวงศ์แวมไพร์แต่ก็อย่าลืมว่าพวกเขาทั้งสองฝ่ายต่างก็เป็ศัตรูที่สงบศึกกันก็แค่นั้น
“พวกข้าทราบเื่แล้วเมื่อไม่นานมานี้ พวกข้าเองก็ติดตามข่าวจากสื่อที่พวกมนุษย์ใช้เช่นกัน”
“ถ้าเช่นนั้นพระองค์เห็นควรที่จะกำจัดพวกมันอย่างไร?” มีร่าเอ่ยถามบ้างซึ่งเลโอเซียสก็มิได้โกรธเคืองอันใด แต่กลับส่งสายตาไปยังใครบางคนแทนทั้งสามที่เห็นสายตาของาาเหล่าแวมไพร์จึงหันมองตามก่อนจะขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“พระองค์มองเขาเช่นนี้้าจะสื่ออะไร”ลาเฟ่เอ่ยถามออกไปอย่างไม่เกรงกลัวอะไร
“ข้ามิรู้หรอกว่าตระกูลนักล่าของพวกเ้ามีเื่เล่าหรือตำนานของนัสเจสนิค ซานดร้ากับเซฟนิซาฟิ หรือไม่”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมนุษย์คนนั้นกัน?”
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็มนุษย์?”เลโอเซียสตอบคำถามด้วยคำถามออกไปและนั้น ทำให้ลาเฟ่ถึงกับสะอึก
“คือว่า..”
….
แล้วเื่ราวก่อนหน้านี้ก็ถูกเล่าออกมาให้แวมไพร์ทุกตนที่อยู่ณ ที่แห่งนี้ได้รับฟัง โดยเฉพาะคริสตัลที่พอได้รู้ว่าใครเป็คนช่วยเขาเอาไว้แต่พ่อกับแม่ของตัวเองดันตายจากไปนั่นคือใคร น้ำตาก็ไหลออกมาเมื่อค่ำคืนที่เป็ดั่งฝันร้าย ได้เข้ามาตอกย้ำความเป็จริงว่าพ่อแม่ของเขาไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว
ลูคัสที่พอรับรู้ความรู้สึกของคู่ที่ทำพันธะก็ทำได้เพียงกอบกุมมือนั้นเอาไว้ ทั้งที่ในความรู้สึกอยากจะกระชากร่างเล็กที่กำลังสั่นเทานั่นเข้ามากอดแต่ก็ทำไม่ได้