บทที่ 3 ซื้อบ้าน
เมื่อเห็นเฉินอวี่รับของไว้ ถังเต๋อจงจึงยิ้มและพูดว่า "คุณเฉิน ผมอยากเชิญคุณไปทานอาหารที่คฤหาสน์ใบไม้แดงไม่ทราบว่าคืนนี้สะดวกไหม?"
การนัดเฉินอวี่ทานข้าว แน่นอนว่าจุดประสงค์หลักคือ้าให้เฉินอวี่ช่วยรักษาอาการป่วยของเขานั่นเอง
"ได้" เฉินอวี่ตอบอย่างเรียบ ๆ
หลังจากที่ถังเต๋อจงและเฉินอวี่แลกเบอร์โทรศัพท์กันแล้ว เฉินอวี่ก็เก็บข้าวของที่แผงลอยแล้วเดินจากไปทันที
หลังจากที่เงาของเฉินอวี่เลือนหายไปแล้ว ถังรั่วเซวียนจึงเอ่ยว่า
"คุณปู่ เขาเป็แค่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ทำไมคุณปู่ถึงต้องให้หนูขอโทษเขาด้วย?" ดวงตาคมสวยของถังรั่วเซวียนเต็มไปด้วยน้ำตา เธอกล่าวด้วยความน้อยใจ
เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมคุณปู่ที่ตามใจเธอมาั้แ่เด็ก ถึงยอมเอาใจคนแปลกหน้าถึงขนาดให้เธอไปขอโทษเขา
ถังเต๋อจงถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ "เพราะเขามองปราดเดียวก็รู้ถึงอาการป่วยของปู่ ถ้าไม่เอาใจเขาไว้ อาการป่วยของปู่คงไม่มีทางรักษาหาย"
ถังรั่วเซวียนที่ยังไม่ค่อยเชื่อ พอได้ยินคุณปู่ยอมรับเช่นนั้น ก็ตะลึงแข็งทื่ออยู่กับที่ทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความงงงวย
จากนั้นถังเต๋อจงก็กดโทรศัพท์หาใครบางคน "สืบประวัติคนชื่อเฉินอวี่มาให้ฉันทันที ฉันอยากรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา"
หลังจากจากไปเฉินอวี่ก็ขึ้นรถแท็กซี่คันหนึ่ง
"น้องชาย จะไปที่ไหนเหรอ?" คนขับถามขึ้น
"ไปที่เขตวิลล่าเขาห้วงั" เฉินอวี่ตอบไปตามตรง
จากนั้น คนขับก็สตาร์ตรถออกเดินทาง
ตลอดเส้นทาง คนขับมองดูเฉินอวี่อยู่ครู่หนึ่ง สังเกตเห็นว่าเขาแต่งตัวธรรมดา กางเกงยีนสีซีดจากการซักบ่อยครั้ง จึงถามขึ้นว่า "น้องชาย ดูท่าทางแล้วไม่น่าจะเป็คนที่อยู่ในเขาห้วงันะ คงจะไปทำงานที่เขาห้วงัใช่ไหม"
คนขับ ขับรถมากกว่าสิบปี ทุกแห่งหนในเสาโจวเขาได้ไปหมดแล้ว โดยเฉพาะเขาห้วงันั้นผ่านมาไม่น้อยครั้ง
แต่ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่ครั้งเดียว คนที่เข้าไปในเขาห้วงัล้วนแต่เป็คนร่ำรวยหรือมีฐานะสูง แต่งกายด้วยสูทราคาแพงทั้งนั้น
เขาไม่เคยพบเห็นคนอย่างเฉินอวี่มาก่อน
เฉินอวี่มองออกไปนอกหน้าต่างพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า "ผมจะไปซื้อบ้าน ไม่ได้ไปทำงาน"
ในเมื่อตอนนี้เขาไม่มีที่พัก จะให้ไปนอนใต้สะพานลอยก็คงไม่ใช่เื่
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คนขับก็ไม่ได้โต้ตอบอะไร แต่แอบแสยะยิ้มหยันอยู่ในใจ
"คนที่ซื้อบ้านในเขตวิลล่าเขาห้วงัได้นั้น หากไม่ใช่คนใหญ่คนโตที่มีบารมีใครจะซื้อได้กัน?"
"คนหนุ่มสาวสมัยนี้นะ เพื่อสนองความโอ้อวดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็พูดโม้โดยไม่แม้แต่จะคิด"
ประมาณยี่สิบนาทีต่อมา เขาห้วงัก็ปรากฏให้เห็นตรงหน้า
ต้องยอมรับเลยว่าเขาห้วงันั้นยิ่งใหญ่อลังการ มีเทือกเขาทอดยาวสุดลูกหูลูกตา และเต็มไปด้วยความงดงามตามธรรมชาติ
ยิ่งไปกว่านั้น ระดับการถ่ายเทพลังปราณที่นี่ยังอุดมสมบูรณ์กว่าในเขตเมืองมากนัก
"ที่นี่น่าจะพอจะวางค่ายกลรวบรวมปราณได้อยู่" เฉินอวี่เอ่ยเสียงเรียบ
หลังจากจ่ายค่ารถเรียบร้อย เฉินอวี่ก็ก้าวเข้าไปยังห้องโถงต้อนรับของเขาห้วงั
ห้องโถงมีพื้นที่กว้างขวางมาก พนักงานขายหญิงหลายคนกำลังนั่งคุยกันอยู่
ทันทีที่เฉินอวี่เดินเข้ามา ก็มีพนักงานขายอสังหาริมทรัพย์เดินเข้ามาต้อนรับ
"สวัสดีค่ะ คุณมาสมัครเป็ยามรักษาความปลอดภัยใช่ไหมคะ?"
"ฉันมาซื้อบ้าน" เฉินอวี่พูดพลางมองดูแบบแปลนห้องไปด้วย
พนักงานต้อนรับชะงักไปครู่หนึ่ง เธอมองดูเฉินอวี่ที่ใส่เสื้อผ้าราคาถูกจากแผงลอย ดูไม่ออกเลยว่าจะเป็คนมีเงิน
แต่ด้วยมารยาทวิชาชีพ เธอก็ยังคงรอยยิ้มเอาไว้ "คุณอยากดูบ้านแบบไหนคะ?"
เฉินอวี่มองดูแปลนห้อง สายตาจึงตกลงที่คฤหาสน์บนยอดเขาแห่งหนึ่ง แล้วพูดว่า "เอาหลังนี้แหละ"
พนักงานขายหลี่เหวินมองตามสายตาของเฉินอวี่สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด "คุณผู้ชาย คฤหาสน์บนยอดเขาแห่งนี้ราคาอยู่ที่ 76 ล้านหยวน คุณแน่ใจนะคะว่าจะซื้อหลังนี้?"
เฉินอวี่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็มีเสียงอุทานด้วยความประหลาดใจดังขึ้น
"เฉินอวี่?"
เฉินอวี่หันไปตามเสียงที่ได้ยิน เขาเห็นผู้หญิงรูปร่างโค้งเว้าสวยงาม สวมชุดสูทสีดำ กำลังค่อย ๆ เดินเข้ามา ขาเรียวยาวทั้งสองข้างของเธอถูกห่อหุ้มด้วยถุงน่องสีดำ เย้ายวนใจยิ่งนัก
"อ้อ? เธอนี่นา" เฉินอวี่จำหลิวอิ๋งได้เช่นกัน
หลิวอิ๋งเป็เพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายของเขา เป็นางฟ้าประจำห้องเลยทีเดียว แต่เธอมีนิสัยรักเงินทองเป็ชีวิตจิตใจ
ด้วยเหตุนี้ ทั้งสองคนจึงไม่ค่อยได้มีปฏิสัมพันธ์กันสักเท่าไหร่
หลิวอิ๋งเหลือบตามองชุดราคาถูกของเฉินอวี่จากหัวจรดเท้า แล้วหันไปมองที่หลี่เหวิน "เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?"
"ผู้จัดการหลิว..."
หลี่เหวินอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียดถี่ถ้วน
หลิวอิ๋งส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมาทันที "หลี่เหวิน เธอโง่หรือไง? วิลล่าหมายเลข 1บนยอดเขานั่น คิดว่าคนจนขนาดนี้จะซื้อได้เหรอ?"
ระหว่างที่พูด หลิวอิ๋งก็มองไปที่เฉินอวี่ด้วยสายตาดูถูก "เฉินอวี่ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่นายจะมาสร้างความวุ่นวายได้ รีบออกไปเถอะ"
เฉินอวี่พูดด้วยน้ำเสียงสงบ "โอ้ แล้วถ้าไม่ไปล่ะ?"
"ไม่ไปเหรอ? ก็ได้ ฉันจะให้รปภ.เชิญนายออกไปเอง" หลิวอิ๋งพูดด้วยสายตาดูถูก ไม่มีความเกรงอกเกรงใจใด ๆ และมีนัยขู่คุกคามแฝงอยู่ในถ้อยคำ
ก่อนหน้านี้หลิวอิ๋งเป็เพียงพนักงานต้อนรับธรรมดาคนหนึ่ง แต่เธอมีหน้าตาที่โดดเด่น รูปร่างเซ็กซี่ และมีความสามารถรอบด้านทั้งดนตรีและศิลปะ เธอจึงกลายเป็คนโปรดของเ้าของโครงการเขาห้วงั
หลังจากนั้น เธอก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งและขึ้นเงินเดือน จนสามารถก้าวขึ้นมาเป็ผู้จัดการของเขตวิลล่าเขาห้วงัในวัยเพียงยี่สิบห้าหรือยี่สิบหกปีเท่านั้น
"มาซื้อบ้านที่นี่ แต่กลับไล่ลูกค้าออกไป นี่คือวิธีการต้อนรับลูกค้าของเขาห้วงังั้นเหรอ?" เฉินอวี่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตำหนิ
ใบหน้าของหลิวอิงค่อย ๆ บึ้งตึงขึ้น เดิมทีเธอคิดว่าเฉินอวี่จะรู้จักกาลเทศะแล้วรีบไสหัวไปเอง
ทว่า เฉินอวี่กลับยืนนิ่งไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว
เธอจึงแสยะยิ้มอย่างนึกสนุก
"หลังที่นายพูดเมื่อกี้ ราคาเดิมมันหกสิบเจ็ดล้าน พวกรวมค่าตกแต่งภายในสุดหรูสารพัดอย่างแล้ว เบ็ดเสร็จก็คือเจ็ดสิบหกล้านหยวน"
"ถ้านายจ่ายเต็มจำนวนได้ ฉันจะคุกเข่าให้ แต่ถ้าซื้อไม่ได้ อย่ามาโกรธฉันที่ไม่มีน้ำใจนะ"
"ได้เลย เอาหลังนี้แหละ" เฉินอวี่ตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับการซื้อวิลล่าหลังนี้สำหรับเขาแล้วนั้น ไม่ต่างอะไรกับการซื้อผักในตลาดสักเท่าไหร่
เมื่อคำพูดจบลง ทั้งห้องก็เงียบสนิท
แต่ทันใดนั้นหลิวอิ๋งก็กุมท้องหัวเราะลั่น
"ซื้อเต็มราคาเลยเหรอ ทำเป็วางท่าไปได้ ขนาดจะผ่อนนายยังไม่มีปัญญาเลยมั้ง"
"โม้ทั้งที่ไม่มีอะไรเลย ตลกจะตายอยู่แล้ว ฮ่า ๆ!"
ในสายตาของเธอ เฉินอวี่ก็แค่พวกกะล่อนที่ยอมตายดีกว่าเสียหน้า
หลิวอิ๋งจ้องมองดูเฉินอวี่ด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
เธออยากดูให้ชัด ๆ ว่าเฉินอวี่จะเอาเงินเจ็ดสิบหกล้านมาจากไหน
หากเฉินอวี่ไม่มีเงินจ่าย เธอจะทำให้เขาต้องอับอายขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเลยทีเดียว
"รูดบัตรได้เลย" เห็นแต่เฉินอวี่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า แล้วหยิบบัตรธนาคารที่ถังเต๋อจงมอบให้ในวันนี้ออกมา
หลิวอิ๋งถึงกับตะลึงงันไปในทันที!
เธอไม่นึกเลยว่าเฉินอวี่จะรูดบัตรจริง ๆ
ไม่รู้ทำไม...
ในใจของเธอกลับเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ เหมือนคำพูดที่พ่นออกมามันย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว
หลี่เหวินหยิบเครื่องรูดบัตรออกมาแล้วทำการรูดบัตรทันที
"ชำระเงินสำเร็จ!"
เสียงผู้หญิงจากเครื่องรูดบัตรดังขึ้นอย่างเ็า
ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึงจนตาค้าง บรรยากาศเต็มไปด้วยความโกลาหล
‘ตูม!’
หลิวอิ๋งรู้สึกเหมือนมีเสียงะเิดังขึ้นในหู สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ดวงตาเหม่อลอยไร้สติ "เขา... เขาซื้อไปจริง ๆ ด้วย!"
ในฐานะเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายของเฉินอวี่ มีหรือที่เธอจะไม่รู้สถานการณ์ทางบ้านของเฉินอวี่?
คนที่แม้แต่จะกินข้าวในโรงอาหารยังต้องเถียงกับพนักงานอยู่นานครึ่งวัน จะมีเงินมากขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?
หลี่เหวินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มีสีหน้าตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด การที่ เฉินอวี่ซื้อบ้านหลังนี้ หมายความว่าตัวเองจะได้รับค่าคอมมิสชันกว่าสองล้านหยวน
สองล้านกว่าหยวนนะ!
แม้จะทำงานถึงยี่สิบปีก็ใช่ว่าจะเก็บเงินก้อนนี้ได้
หลิวอิงในตอนนี้ยืนเซ่อไปแล้ว ไม่มีทางที่เธอจะสู้คนที่ควักเงินออกมาได้เจ็ดสิบล้านในครั้งเดียวแบบนี้ได้
หากเมื่อครู่ไม่ได้พูดคำเ่าั้ออกไป บางทีตัวเองอาจจะมีโอกาสได้เป็ผู้หญิงของเฉินอวี่ก็ได้
เธอมั่นใจในรูปลักษณ์และความสามารถด้านการแสดงออกของตัวเองมาก คิดว่าจะสามารถควบคุมเฉินอวี่ได้อย่างแน่นอน
แม้จะไม่สามารถเป็ผู้หญิงของเฉินอวี่ได้ การเป็ชู้รักก็ไม่ใช่เื่เลวร้ายอะไรนัก
แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็ว่า เธอทิ้งภาพลักษณ์ที่เลวร้ายอย่างสุดขีดไว้ในใจของเขา
"พระเ้า! ทำไมท่านต้องให้ฉันทำตัวปัญญาอ่อนแบบนั้นด้วย!" หลิวอิงแผดเสียงร้องโวยวายอยู่ในใจ
ความเสียใจอย่างสุดซึ้งถาโถมเข้ามาอย่างท่วมท้น กลืนกินความคิดทุกอย่างในใจของเธอจนหมดสิ้น
การกระทำของเฉินอวี่ที่ใช้บัตรธนาคารศตวรรษซื้อบ้านแบบจ่ายเต็มจำนวน ถูกใจเ้าของใหญ่ของเขาห้วงัอย่างชัดเจน
บัตรธนาคารศตวรรษนี่หน่า!
นี่คือบัตรที่ต้องมีทรัพย์สินถึงหมื่นล้านขึ้นไปถึงจะมีสิทธิ์สมัครได้
จนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาจึงได้ตระหนักว่าเฉินอวี่ไม่ใช่เด็กหนุ่มยากจนแต่อย่างใด แต่เป็ัคึกคะนองที่ออกมาจากตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน
เขารีบเดินมาหาเฉินอวี่
"คุณเฉินครับ เื่เมื่อครู่ผมเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว ผมรู้สึกปวดใจและละอายใจอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมของพนักงานคนนี้ คุณสบายใจได้เลยครับ คนที่มีทัศนคติยอดแย่แบบนี้ ทางเราจะไม่เก็บไว้ทำงานอย่างแน่นอน!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวอิงถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ราวกับโลกทั้งใบพังครืนลงมา
"คุณนี่โผล่มาได้จังหวะพอดีเลยนะ" เฉินอวี่พูดอย่างมีนัย
ั้แ่ตอนที่หลิวอิ๋งเริ่มเยาะเย้ยเฉินอวี่ก็สังเกตเห็นแล้วว่าเ้าของกิจการกำลังจับตามองอยู่ตลอด เพียงแต่รอจนกว่าตนเองจะรูดบัตรสำเร็จก่อนจึงค่อยเดินออกมา
เมื่อถูกเฉินอวี่พูดเช่นนั้น เ้าของกิจการก็ถึงกับเหงื่อตก
คนที่บัตรธนาคารศตวรรษนั้น เป็บุคคลที่เขามิอาจล่วงเกินได้อย่างแน่นอน
เ้าของกิจการโค้งคำนับเก้าสิบองศาต่อหน้าของทุกคนที่อยู่ตรงนั้นทันที พร้อมกล่าวกับเฉินอวี่ว่า "คุณเฉินครับ... ผมต้องขอประทานโทษจริง ๆ!"
ในจังหวะนั้น ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ล้วนพากันแสดงสีหน้าตกตะลึงพรึงเพริดไปตาม ๆ กัน