บทที่ 1
"องค์ชายเพคะ ตื่นบรรทมหรือยังเพคะ หรือไข้จะกลับมาอีก"นางกำนัลส่งเสียงเรียกอยู่หน้าประตูเสียงเบาอีกใจหนึ่งก็รู้สึกกังวลกลัวองค์ชายจะมีไข้อีกครั้ง ทั้งๆ ที่ไข้เพิ่งจะลดลงไปเอง
"ข้าตื่นแล้วเข้ามาเถอะ"จ้าวหรงในวัยแปดขวบบอกกันนางกำนัลให้เข้ามาตอนนี้เด็กน้อยนั่งรอให้นางกำนัลเข้ามา
"ไม่ต้องข้าจัดการเอง ข้ากลับตำหนักมาได้อย่างไรถ้าจำไม่ผิดข้าอยู่ตำหนักของเสด็จพ่อนี่" จ้าวหรงรับผ้ามาเช็ดหน้าตัวเอง และถามออกไปด้วยความแปลกใจที่รู้สึกตัวอีกทีก็ตื่นนอนอยู่ที่เตียงของตัวเองแล้ว
"องค์ชายทรงลืมไปแล้วหรือไปเพคะ ตอนที่อยู่ตำหนักของฝ่าาอยู่ๆ องค์ชายก็มีไข้สูงและหมดสติไปตั้งหลายวันและไข้ก็ไม่ยอมลดเลย ไข้เพิ่งจะลดเมื่อคืน ตอนรุ่งสางถึงจะไม่มีไข้พวกหม่อมฉันเลยออกไปเตรียมของเพื่อรอองค์ชายตื่นบรรทมเพคะ"นางกำนัลอธิบายให้จ้าวหรงฟัง
"แล้วเสด็จแม่กับเสด็จพ่อล่ะ"จ้าวหรงจำเหตุการณ์ที่นางกำนัลเล่ามาไม่ได้ถามออกไปอย่างมึนงง และตอนนี้จ้าวหรงรู้สึกปวดเมื่อยตามตัวเล็กน้อย สงสัยอาจจะเกิดเพราะอาการป่วยที่ว่า
"ฝ่าากับกุ้ยเฟยเสด็จมาเยี่ยมองค์ชายทุกวันเลยเพคะ และตอนเช้าก่อนไปประชุมขุนนางฝ่าาก็จะมาทรงเยี่ยมองค์ชายทุกครั้งอีกเดี๋ยวฝ่าาก็คงเสด็จมาแล้วเพคะ"นางกำนัลพูดด้วยรอยยิ้ม
"อย่างนั้นหรือ"จ้าวหรงยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าเสด็จพ่อจะมาเยี่ยม
"เพคะ และวันนี้กุ้ยเฟยลุกมาทำโจ๊กให้องค์ชายั้แ่ฟ้ามืดแล้วเพคะ กุ้ยเฟยเป็ห่วงองค์ชายมากเลยนะเพคะ"นางกำนัลพูดออกไปด้วยรอยยิ้ม
"องค์ชายเพคะ ฝ่าาเสด็จมาแล้วเพคะ "นางกำนัลคนหนึ่งเข้ามารายงาน พร้อมๆ กับเสียงขันทีประกาศจนดังไปทั่ว จ้าวหรงที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาทันที
"ถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ"จ้าวหรงจะลุกลงจากเตียงแต่จ้าวิรีบไปคว้าตัวลูกชายเอาไว้
"หรงเอ๋อร์ไม่ต้อง เ้านอนลงไปเถอะเป็ยังไงบ้างดีขึ้นหรือไม่"จ้าวิจับตัวจ้าวหรงให้นอนลงอีกครั้ง แต่จ้าวหรงฝืนตัวเอาไว้
"ลูกไม่เป็อะไรแล้วพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อไม่ต้องเป็ห่วง"จ้าวิพูดด้วยรอยยิ้มที่สดใส
"คราวหลังไม่เอาแบบนี้อีกแล้วนะ พ่อเป็ห่วงเ้ามากหมอหลวงเกือบต้องโทษพระหารที่หาสาเหตุไม่ได้ว่าทำไมเ้าอยู่ๆ ก็ป่วยขึ้นมา"จ้าวิแตะที่หน้าผากจ้าวหรงเบาๆ ก็เห็นว่าไม่มีไข้จึงวางใจ
"ลูกจะพยายามรักษาตัวเองให้แข็งแรงจะไม่ทำให้เสด็จพ่อเป็ห่วงอีกพ่ะย่ะค่ะ"จ้าวหรงพูดด้วยความมุ่งมั่น
"ดีมาก"จ้าวิหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี
"ฝ่าา ใกล้จะได้เวลาประชุมเช้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ และยังมีรายงานมาว่าไม่เกินเที่ยงทัพของจวิ้นอ๋องจะเคลื่อนทัพมาถึงประตูเมือง ท่านอ๋องให้คนส่งข่าวมาพ่ะย่ะค่ะ"ขันทีใหญ่ขันทีที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้เรียกได้ว่าเป็คนที่แม้แต่ขุนนางสนมยังต้องให้ความเกรงใจเมื่อเห็นเขา นั่นก็คือลิ่วกงกง
"อย่างนั้นหรือดีมาก พวกเขาเคลื่อนทัพได้เร็วมาก"จ้าวิที่ได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าด้วยความพอใจ
"จวิ้นอ๋องคือใครหรือพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ"จ้าวหรงถามด้วยความแปลกใจ เพราะเขาจำได้ว่าเสด็จพ่อไม่มีน้องชายที่ไหนอีกและไม่มีอ๋องต่างแซ่ด้วย แล้วจวิ้นอ๋องที่ว่าคือใคร และสามารถนำทัพได้ด้วย
"เ้าไม่เคยเห็นเขาหรอก เขาถือว่าเป็น้องชายของพ่อเชียวนะ และเขาก็เป็ท่านอาของเ้าด้วย เขาเป็คนที่ช่วยพ่อเอาไว้ในสนามรบและเขาเป็คนที่เก่งด้านต่อสู้มาก หรงเอ๋อร์ก็ชอบด้านนี้ไม่ใช่หรือไปขอร้องให้ท่านอาเฟิงเสวียนสอนสิ ถ้าท่านอาสอนหรงเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์ก็จะเป็คนที่เก่งกาจเหมือนกับท่านอา"จ้าวิพูดด้วยรอยยิ้ม
"ได้หรือพ่ะย่ะค่ะ"จ้าวหรงถามด้วยความตื่นเต้นแววตาเป็ประกาย
"ได้สิ ถ้าท่านอาตกลงที่จะสอนหรงเอ๋อร์พ่อก็จะสนับสนุน"จ้าวิพูดออกมาอย่างใจดียิ่งเห็นรอยยิ้มลูกชายรอยยิ้มของจ้าวิก็กว้างมากขึ้น
"จริงนะขอรับ"จ้าวหรงถามเพื่อความมั่นใจ
"จริงสิ"
"ถ้าอย่างนั้นลูกจะไปขอให้ท่านอารับลูกเป็ลูกศิษย์ให้ได้ ลูกสัญญาลูกจะเป็แม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อที่จะปกป้องเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ" จ้าวหรงพูดด้วยความมุ่งมั่นแววตาเป็ประกาย
"ฝ่าาได้เวลาประชุมเช้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ"ลิ่วกงกงเตือนอีกครั้ง
"พ่อคงต้องไปประชุม่เช้าก่อน ถ้าเ้าอาการดีขึ้นแล้ว่เที่ยงพ่อจะพาเ้าไปรับเสด็จอาของเ้าด้วยกันดีหรือไม่"จ้าวิถามด้วยรอยยิ้ม
"ดีพ่ะย่ะค่ะ"
"ถวายพระพรเพคะฝ่าา"จางกุ้ยเฟยที่เดินเข้ามารีบถวายพระพรก่อนจะมองไปที่ลูกชายที่ตอนนี้ดูจะอาการดีขึ้นแล้ว
"เ้ามาแล้วหรือ งั้นก็ดูแลหรงเอ๋อร์เถอะข้าไปประชุมก่อน"จ้าวิบอกกับสนมคนโปรด
"เพคะ"จางกุ้ยเฟยรับคำก่อนจะเดินไปหาลูกชายและแตะที่หน้าผากเบาๆ เพื่อตรวจดูว่ามีไข้หรือไม่
"พ่อไปก่อนนะหรงเอ๋อร์"จ้าวิบอกกับลูกชาย
"พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ"
"มาเร็วลูกทานโจ๊กดีกว่าแม่ทำสุดฝีมือเลยนะ"จางกุ้ยเฟยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ให้นางกำนัลยกโจ๊กเขามา
"พ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่"จ้าวหรงยอมทานข้าวอย่างโดยดีจนทานโจ๊กเรียบร้อยแล้วจ้าวหรงยังต้องทานยังที่หมอหลวงจัดมาให้อยู่และก็นอนพักผ่อนอีกครั้งตามคำขอของจางกุ้ยเฟย
"เป็ไงบ้าง เฟิงเสวียนเดินทางเป็อย่างไรบ้าง"จ้าวิทักทายน้องชายบุญธรรมด้วยท่าทีที่เป็กันเอง
"เรียบร้อยดีพ่ะย่ะค่ะ"เฟิงเสวียนตอบกลับเสียงเรียบและนั่นทำให้ขันทีที่ทำหน้าที่รับใช้ต่างลอบมองกันเป็สายตาเดียวคงจะมีแค่สายตาที่มองมาด้วยสายตาชื่นชม
"เ้านี่น้า ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีก็ยังมีนิสัยเ็าไม่เคยเปลี่ยน"จ้าวิพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูและนั่นยิ่งทำให้ขันทีที่ รอรับใช้รอรับใช้อยู่ต่างมองด้วยใขึ้นไปอีก เพราะพวกเขารู้นิสัยของฮ่องเต้ของพวกเขาดีว่าเป็คนเด็ดขาดและดุมากแค่ไหนเห็นเพียงมีแค่องค์ชายใหญ่และองค์ชายรองที่ฮ่องเต้ของพวกเขาที่อ่อนโยนด้วย
"ฝ่าาก็ทรงสบายดีนะพ่ะย่ะค่ะ"เฟิงเสวียนยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะของไปที่องค์ชายน้อยที่นั่งอยู่ใกล้ๆ
"สบายดี ต่อไปนี้เ้าก็พักผ่อนให้สบายอยู่ที่เมืองหลวงนี่แหละ"
"ตามแต่ประสงค์ของฝ่าาพ่ะย่ะค่ะ"
"ดี หรงเอ๋อร์เ้ารับมาทักทายท่านอาเ้าสิ รีบฝากเนื้อฝากตัวเร็ว ขอให้ท่านอารับเ้าเป็ศิษย์"จ้าวิบอกกับบุตรชายที่นั่งอยู่ข้างๆ
"คารวะท่านอาพ่ะย่ะค่ะ"จ้าวหรงรับลุกขึ้นคารวะท่านอาคนใหม่ทันที
"ไม่ต้องหรอกพ่ะย่ะค่ะองค์ชาย"เฟิงเสวียนรีบห้ามเอาไว้แต่ก็ไม่ทัน
"จะเป็อะไรไปเล่า เ้าอย่าคิดมากเลย หรงเอ๋อร์เขาอยากเป็แม่ทัพอย่างเ้า ข้าจะอยากให้เ้าช่วยดูแลและสอนวิชาต่างๆ ให้กับเขา"จ้าวิบอกจุดประสงค์ของตัวเอง
"ฝ่าาแน่ใจหรือพ่ะย่ะค่ะที่จะให้กระหม่อมสอน แม้จะเป็องค์ชายกระหม่อมก็จะไม่เกรงใจ หรอกนะพ่ะย่ะค่ะ"ด้วยเพราะเฟิงเสวียนเป็คนสอนองครักษ์และทหารมามากมาย แต่วิธีของเขานั้นไม่มีผ่อนปรน แม้แต่คนเดียวทำให้ฝีมือของมากเขาเป็ที่เลื่องลือเป็อย่างมาก
"หลานจะตั้งใจเรียนและอดทนในการเรียนพ่ะย่ะค่ะ ท่านอาได้โปรดสอนหลานด้วยเกิด"จ้าวหรงรับพูดออกมาทันทีเมื่อได้ยินที่เฟิงเสวียนพูด
"เ้าก็สอนหลานหน่อยจะเป็อะไรไป"จ้าวิช่วยพูดอีกแรง
"ถ้าฝ่าา้าเช่นนั้นก็ได้พ่ะย่ะค่ะ"
"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะท่านอา"จ้าวหรงรีบกล่าวขอบคุณด้วยความดีใจ
"นายท่านจะยอมตามที่ฝ่าา้าจริงหรือขอรับ"อู๋จวินคนสนิทของเฟิงเสวียนพูดออกมาหลังจากออกจากห้องทรงอักษรแล้ว
"เื่ไหนล่ะ"เฟิงเสวียนถามเสียงเรียบระหว่างทางก็เจอนางกำนัลขันทีที่คารวะเขาเป็ระยะ
"ก็เื่ที่ฝ่าา้าตราพยัคฆ์คืนอย่างไงเล่าพ่ะย่ะค่ะ"อู๋จวินพูดออกมาเขาๆ ด้วยความไม่พอใจ
"ถ้าเขาอยากได้คืนก็คืนเขาไปสิ ของของเขาไม่ใช่ของของเราเก็บไว้ทำไม"เฟิงเสวียนไม่เดือดร้อนแม้แต่น้อยที่จะโคนยึดตราพยัคฆ์คืนไป
"ที่ฝ่าาทำอย่างนี้ไม่เหมือนกับเสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพลหรือขอรับ"
"ข้ามาแต่ตัวของทุกอย่างที่มีอยู่ตอนนี้ก็เพราะฝ่าายกให้ ถ้าเขาจะเอาคืนข้าก็แค่คืนเขาไปเท่านั้น"
"นายท่านทนได้แต่ข้าทนไม่ได้ สิ่งของที่ได้มาก็เพราะนายท่านต้องเสี่ยงชีวิตอยู่ชายแดนไม่ใช่หรือขอรับ ไม่ใช่ได้มาเปล่าๆ สักหน่อย"อู๋จวินพูดออกมาด้วยความแค้นใจไม่ว่าจะเป็ตำแหน่ง จวิ้นอ๋องหรือตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ก็เป็นายของเขาไม่ใช่หรือที่ไปสู้รบมา
"เ้าอย่าไปยึดติดกับอะไรพวกนั้นเลย ตอนแรกข้าคิดจะไปจากแคว้นนี้อยู่แล้ว แต่รอหน่อยก็แล้วกัน ดันรับปากเด็กคนนั้นไปแล้วนี่ว่าจะอยู่สอนเขา"เฟิงเสวียนนึกไปถึงจ้าวหรงตอนที่เขายอมรับปากว่าจะสอนวิชาให้แววตาของเด็กคนนั้นเป็ประกายขึ้นมาทันที และเขาเชื่อว่าเด็กคนนี้ถ้าโตขึ้นจะเป็แม่ทัพที่ดีได้แน่นอน
"ท่านช่าง"อู๋จวินถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว แต่ก็เอาเถอะนิสัยของนายท่านก็เป็แบบนี้อยู่แล้ว