เมื่อ “นายหญิง” ทราบความจริงจากปากของจ้อยว่าหากไม่ได้ “พลังทิพย์”มาต่อชะตา ร่างกระรอกที่แสนจะน่าสงสารนี้จะมีอายุขัยเหลือเพียงแค่สามวันเท่านั้นแววตาของนางที่เคยดุเพราะเื่ที่จ้อยไปฉกชิงย่ามท่านเ้ากรม์มาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็ความตระหนกและเวทนาจับจิตนางมองดูเ้ากระรอกตัวจ้อยที่กำลังเคี้ยวสมบัติ์อย่างเอาเป็เอาตาย
“จ้อย... เ้านี่มันบ้าจริง ๆ!” นายหญิงร้องออกมาพลางรวบชายสไบสีนวลขึ้นเหนือเข่าถลกแขนเสื้อกว้าง ๆ ของนางรั้งขึ้นไปถึงศอกอย่างไม่ห่วงสวย“ของพวกนั้นบางอย่างมันเป็แค่เครื่องประดับทิพย์ มีพลังบารมีอยู่เบาบางกินเข้าไปก็เสียเวลาเปล่า! มานี่... ข้าจะช่วยเ้าเลือกของที่ ‘ขลัง’ ที่สุดเอง!”
ว่าแล้วเทพธิดาจันทราผู้เลอโฉมก็ทรุดกายลงกวาดสายตาผ่านกองสมบัติที่ะเิออกมานางหยิบ “ตลับทองคำลงยา” ที่บรรจุเกสรดอกพิกุลทองหมื่นปี และ “ลูกแก้วมณีจันทร์”ที่เรืองแสงนวลเข้มข้นส่งให้จ้อยทันที “อันนี้มีฤทธิ์ทางหนุนธาตุไฟและลมในกายเ้ากินเข้าไปซะ! ส่วนไอ้พวกกำไลหินทิพย์นั่นทิ้งไปก่อน พลังมันอ่อน!”
จ้อยถึงกับอ้าปากค้าง แววตาซาบซึ้งใจจนบรรยายไม่ถูก ‘โถ...นายหญิงของผม ถึงคราวคับขันก็นักเลงพอตัวเหมือนกันนะเนี่ยการได้เกิดมาเป็สัตว์เลี้ยงสไตล์ไทยประยุกต์ของท่านนี่มันคือบุญหัวของการันต์จริงๆ!’
....
จ้อยเริ่มรู้สึกถึงแรงปะทะภายในร่างกายยิ่งเขาเขมือบของวิเศษเข้าไปมากเท่าไหร่ “วิชาอาคมกายาเหล็กไหล”ที่เขาได้รับมาแบบงงๆ ก็เริ่มทำงานหนักเหมือนเตาหลอมที่ถูกเร่งไฟพลังงานที่ได้มาถูกเปลี่ยนไปซ่อมแซมกระดูกและกล้ามเนื้อให้แข็งแกร่งปานเหล็กไหลแต่ปัญหาใหญ่คือ... ร่างกายเขามันเหมือนเครื่องยนต์รถสปอร์ตที่ซดน้ำมันนรกยิ่งพลังงานเข้มข้นเขาก็ยิ่งโหยหาพลังงานมากขึ้นไปอีก!
‘ตายล่ะหว่า! นี่มันเหมือนซดแกงป่าที่อัดพริกมาทั้งสวนพลังมันพล่านจนจะะเิออกมาทางรูขุมขนแล้ว!ตาเฒ่าเ้ากรม์นี่ก็ช่างสะสมจริงๆ มีแต่ยาทิพย์ระดับกลางๆ ถ้าเทียบกับเข็มขัดอาคมของน้าขามแล้วพลังยังห่างชั้นกันเยอะ!’
จ้อยบ่นไปเคี้ยวไป พลางนึกถึงความทรงจำที่น้าขาม (กระต่ายั์)เคยบอกไว้ว่าพลังชีวิตของเขามันรั่วเหมือนถังน้ำก้นทะลุถ้าไม่รีบเติมบารมีให้เต็มถัง ชาตินี้เขาคงไม่ได้กลับไปเป็คนหล่อๆ แน่
....
ทางด้านหน้าถ้ำวิมานจันทรา เสียงสายรุ้งทิพย์แหวกอากาศดังสนั่นท่านเ้ากรม์ร่อนลงมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ ท่านไม่รอช้าพยายามจะพุ่งเข้าไปทวงของคืนทันที “เทพธิดาจันทรา! อย่าให้ข้าต้องใช้ไม้ตาย!ส่งเ้ากระรอกหน้าขนที่ฉกย่ามข้าไปออกมาเดี๋ยวนี้!”
นายหญิงกางแขนขวางทางหน้าถ้ำไว้พลางทำสีหน้าโศกเศร้าเคลือบน้ำตา“ท่านเ้ากรมโปรดเมตตาด้วย จ้อยเขามีเคราะห์หนัก โรคเก่ากำเริบจนเห็นภาพหลอนเขาไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่ท่านหรอกเ้าค่ะ...”
“เห็นภาพหลอนรึ!เห็นภาพหลอนแต่ะโงับด้ายทองคำย่ามข้าขาดกระจุยในคำเดียวเนี่ยนะ!”ท่านเ้ากรมตวาด “ในย่ามนั้นมีทั้งยาทิพย์ที่ข้าเบิกมาจากคลัง์และของสะสมั้แ่สมัยข้ายังเป็เทวดาฝึกหัดเชียวนะ!”
ทั้งสองยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งท่านเ้ากรมทนความเสียดายไม่ไหวใช้คาถาพรางตัวแทรกผ่านม่านอาคมเข้าไปในถ้ำจนได้!
....
เมื่อท่านเ้ากรม์เข้ามาถึงส่วนลึกของถ้ำภาพที่เห็นเกือบทำให้ท่านธาตุไฟแตก ย่ามแพรของท่านกลายเป็เศษผ้าขาดรุ่งริ่งและเ้าสัตว์ตัวน้อยขนสีขาวมุกก็นั่งพิงโขดหินลูบพุงป่องๆ พร้อมกับส่งเสียง“เอิ๊ก!” ดังสนั่นหวั่นไหว
“ของข้า... สมบัติข้าล่ะ?” ท่านเ้ากรมเสียงสั่น
ท่านพุ่งเข้าไปหิ้วหูจ้อยขึ้นมาหมายจะเขย่าให้คายออกมา “คายออกมา!เ้ากินยาบำรุงพระศุกร์พระเสาร์ของข้าเข้าไปได้ยังไงหมดนั่น!”
จ้อยอ้าปากกว้างให้ดู แสร้งทำเป็ตาเหลือกซึ้ง “มะ... หมดแล้วครับท่านรสชาติออกเค็มๆ หวานๆ เหมือนขนมเบื้อง์เลยนะน้าโดยเฉพาะลูกแก้วมณีจันทร์นั่นน่ะ เคี้ยวแล้วสดชื่นถึงปอดเลย!”
ท่านเ้ากรมทรุดลงนั่งกับพื้นถ้ำ ร้องไห้โฮแบบไม่อายฟ้าดิน “หมดกัน...ของที่ข้ากะจะเอาไปกำนัลนางอัปสรในงานเลี้ยงเดือนแปด... ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!”
จ้อยเห็นดังนั้นก็เริ่มปฏิบัติการ “ขวางโลกสายปั่น” ทันทีเขาขยับเข้าไปใกล้เทวดาผู้เฒ่าแล้วเอาหัวนุ่มๆ ถูไถที่หลังมือท่านเป็การปลอบ
“น้า... อย่าร้องสิครับ ท่านเป็ถึงเ้ากรม์ใจคอจะคับแคบกับสัตว์ตัวเล็กๆ ที่กำลังจะตายจริงๆ หรือ?” จ้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“น้าลองคิดดูนะ ยาพวกนั้นท่านเก็บไว้มันก็แค่ของแห้ง แต่ตอนนี้ท่านได้ ‘ลงทุน’ครั้งใหญ่ที่สุดในสามโลกแล้ว!”
ท่านเ้ากรมชะงัก “ลงทุน? ลงทุนอะไรของแก?”
“น้าเห็นไหมว่าผมไม่ใช่กระรอกธรรมดา ผมมีพลังมหาเวทย์ที่ซ่อนอยู่ถ้าผมรอดตายครั้งนี้ไปได้ ผมสัญญา... เมื่อผมยิ่งใหญ่ขึ้น ผมจะปล้น... เอ๊ย...หาของวิเศษจากป่าหิมพานต์มาคืนท่านเป็สามเท่า!นี่เขาเรียกการลงทุนในความเสี่ยงครับน้า! ถ้าท่านฆ่าผมตอนนี้ท่านก็ได้แค่ซากกระรอกหนึ่งตัว แต่ถ้าท่านปล่อยผมไปท่านจะได้มหามิตรที่มีพระคุณต้องทดแทนในอนาคตนะ!”
....
คำพูดไหลลื่นปลาไหลเรียกพี่ของจ้อยทำเอาท่านเ้ากรม์นิ่งอึ้งไปแม้จะรู้ว่าไอ้เด็กนี่มันกะล่อนแต่แววตาที่มุ่งมั่นประกอบกับพลังทิพย์ที่เรืองรองออกมาจากขนของมันทำให้ท่านเริ่มฉุกคิด
“เอาเถิด...” ท่านเ้ากรมถอนหายใจยาว“ในเมื่อมันเข้าไปอยู่ในท้องเ้าจนย่อยหมดแล้ว ข้าจะทำอะไรได้...ข้าจะถือว่าทำบุญล้างซวยก็แล้วกัน แต่จำไว้เ้ากระรอกแสบ ถ้างานเลี้ยง์ครั้งนี้เ้าไม่ทำให้นายหญิงของเ้าโดดเด่นหรือเ้าไปทำเื่งามหน้าข้าจะเป็คนส่งเ้าลงไปเป็กระรอกย่างที่เมืองมนุษย์เอง!”
“รับรองด้วยเกียรติของการันต์ บินทะลุดาวอังคารเลยครับน้า!”จ้อยชูอุ้งเท้าสาบาน
เมื่อท่านเ้ากรม์เหาะจากไปอีกครั้ง นายหญิงก็เดินเข้ามาหาจ้อยพลางบีบหูเขาเบาๆด้วยความเอ็นดูผสมหมั่นไส้ “เ้านี่มันหาเื่เก่งจริงๆ นะจ้อย แต่ก็เอาเถอะ...ในเมื่อได้พลังมาเพิ่มแล้ว เราก็พอจะมีทางรอดในงานเลี้ยงที่จะถึงนี้”
จ้อยมองใบหน้าที่งดงามของนายหญิงแล้วลอบยิ้มในใจ ‘นายหญิงจ๋า...จ้อยคนนี้จะถล่ม์เอาบารมีมาคืนให้ท่านเอง เส้นผมขาวๆ นั่นน่ะผมจะหาวิธีทำให้มันกลับมาดำขลับเหมือนเดิมให้ได้ ต่อให้ต้องเหนื่อยจนขนร่วงผมก็ไม่ยอมถอย!’