ฟาง : พี่ปาย! งานฟางได้ลงวรสารด้วย
ปาย : ไหนๆ โห้ เก่งมากๆ
ฟาง : ฟางไม่นึกเลยว่างานฟางจะได้ตีพิมพ์ นึกว่าอาจารย์จะพูดเล่นๆที่ไหนได้เอาจริง
ปาย : เก่งมากแล้ว แค่นี้ก็เก่งมากแล้ว
ฟาง : ถ้าพ่อกับแม่ยังอยู่คงดีเนาะ คงได้เห็นความสำเร็จของฟางบ้าง ไม่จากกันไปไวเลย
ปาย : ยังไงเราก็ยังเหลือพี่นะ ยังเหลือพี่อยู่ทั้งคนไม่ต้องเศร้า
วันนี้ก็ดูจะเป็วันพิเศษอีกวันที่เรารู้สึกดีใจกับความสำเร็จของฟาง น้องสาวและญาติคนเดียวของเราที่ยังเหลืออยู่นับั้แ่ที่พ่อแม่ถูกใครบางคนลอบยิงจนพรุนคารถ แต่ก็ช่างเถอะเราถือว่าพวกท่านไปสบายมากๆแล้วเท่าที่จะเป็ไปได้
ปาย : แล้วเราจะกินอะไรเป็พิเศษไหม พี่จะได้เตรียมไว้ให้
ฟาง : เป็ดพะโล้ได้ไหมค่ะ?
ปาย : นานเหมือนกันนะกว่าจะได้ เรารอได้ไหมล่ะ
ฟาง : ได้ค่ะ ถ้างั้นระหว่างที่รอน้องไปหาเพื่อนก่อนนะ
ปาย : อืมไปเถอะ
ฟาง : เดี๋ยวมานะพี่ปาย อุ้ย ขอโทษค่ะพี่นิศาขอโทษนะคะ
นิศา : จ๊ะๆ ปายน้องแกเป็ไรเนี่ย ดีใจจนหน้าย่นหมดล่ะ
ปาย : ก็ดีใจที่งานตัวเองได้ตีพิมพ์ในวรสารมหาลัยนะสิพี่นิศา
นิศา : น้องแกก็เก่งเอาเลยนะเนี่ย
ปาย : อืม แล้วพี่มามีธุระอะไรรึเปล่า
นิศา : เออใช่ พี่กะว่าจะมาชวนแกไปงานรำลึกยี่สิบปี หกตุลา แกจะไปไหม?
ปาย : โห้ กะว่าจะลืมได้แล้ว พี่เอาซะภาพตรงหน้ากลับมาเลย
นิศา : จริงๆเราทุกคนก็อยากลืมแหละปาย แต่ทุกคนที่ตายก็เพื่อนเราทั้งนั้น เอาน่าไปสักหน่อยนะอย่างน้อยก้ไปในฐานะผู้รอดชีวิต ไปหาเพื่อน ไปเล่าเื่ ไประบายความเ็ปออกบ้าง
ปาย : มันจะไม่เจ็บใช่ไหมพี่นิศา?
นิศา : ใจเราแข็งพอไหมเท่านั้นแหละ
เราพยายามคิดว่าเราควรไปดีไหม? เพราะมันเป็ความทรงจำที่แสนจะแย่อย่างหนึ่งในความคิดเรา ทุกคนถูกฆ่าตายกลางสนามบอลที่รุ่นน้องทุกคนเดินเหยียบ ต้นมะขามด้านหน้าที่ยังยืนอยู่เป็สัญลักษณ์ให้เราได้คิดถึง แต่บางทีการไปครั้งนี้ก็อาจทำให้เราลืมความทรงจำบางอย่างก็เป็ไปได้เราก็ตัดสินใจว่าจะ............
/////
6 ตุลาคม 2539
.
.
.
.
.
ปาย : (ปี๊ดๆๆ) พี่นิศาจะไปไหมเนี่ย ไม่ใช่งานเริ่มตั้งนานแล้วหรอ?
นิศา : เริ่มอะไรเล่า นี่พึ่งแปดโมงเองนะปายไม่ต้องรีบหรอก (ปิดประตู) ไปออกรถเลย
พวกเราที่ห่างจากกันไปนานก็นัดกันที่ประตูหอประชุมใหญ่ เหมือนทุกครั้งที่เรากลับมาเยี่ยมเยียนมหาวิทยาลัยและดูเหมือนว่าทุกคนก็จะมากันครบกันหมดทุกคนแล้ว
ปาย : เห้ย! ประชา
ประชา : ปายเป็ไงบ้างไม่เจอกันนาตั้งหลายปี มึงยังไม่เลิกตัดผมสั้นอีกหรอว่ะ?
ปาย : ก็ยังอ่ะ แต่ก็สบายดี แล้วนี่มานานรึยัง?
ประชา : ก็นานแล้วแหละ พี่ศักดิ์ก็เข้างานไปก่อนแล้ว ถ้างั้นพวกเราก็เข้าไปกันเถอะ
เราเดินเข้าไปในงานระลึกซึ่งก็ดูเหมือนว่าคนทั่วไปก็ดูให้ความสนใจเยอะมาก ทั้งการแสดงศิลปะกลางแจ้ง นิทรรษการในหอประชุมและที่สะดุดตามากที่สุดคือภาพของใครบางคนที่เราก็รู้สึกคุ้นๆเหมือนกัน ออ ฉันจำได้ล่ะรุ่นพี่ที่เตะบอลอัดหัวเราตอนเข้ามาเรียนปีแรกและพี่คนนี้ก็เป็คนที่ถูกลากกลางสนามบอลในวันนั้น และเราก็เห็นจิตกาธานตั้งอยู่ที่กลางสนามฟุตบอลซึ่งเราก็พอเดาออกว่าคืออะไร
ประชา : พี่ศักดิ์! พี่นิศากับปายมาแล้ว
พี่ศักดิ์ : อ้าวปายมาแล้วหรอ?
ปาย : สวัสดีค่ะพี่ศักดิ์ ไม่เจอกันนานเลยนะคะ
พี่ศักดิ์ : อืมไม่เจอกันนานเลย ส่วนนิศา.....
นิศา : มองหน้าหาเื่ไม่เปลี่ยน
ศักดิ์ : อ้าวนิศานี่มึงหาเื่กูหรอ?
นิศา : กูก็แค่แซวเล่นป่ะ ว่าแต่มึงเถอะสบายดีป่ะ
ศักดิ์ : กูสบายดี แล้วนิศาผัวมึงไม่มาหรอ?
นิศา : เตหรอ ติดสอนเลยมาไม่ได้
ศักดิ์ : ออ ถ้างั้นเราเข้างานกันเถอะ
เราทุกคนต่างก็ไปทักทายเพื่อนฝูงที่แทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลยสิบห้าปี บางคนก็พึ่งเจอหน้าเพื่อนด้วยซ้ำนับั้แ่ยี่สิบปี บางคนร้องไห้ที่ได้เจอหน้าเพื่อน บางคนร้องไห้ที่ได้ข่าวการสูญเสีย บางคนกอดกันหนึบจนไม่ยอมปล่อยกัน บางคนกอดเถ้ากระดูกกอดรูปเพื่อน บางคนจับกลุ่มกันพูดคุยกันถึงเื่ในอดีตไปจนถึงเื่สารทุกข์สุขดิบ จนกระทั่งโฆษกงานได้กล่าวคำประกาศขึ้นทุกคนก็จับสังเกตไปที่โฆษกคนนั้นทันที
" เรามาชุมนุมในที่นี้ เพื่อระลึกถึงการจากไปของเพื่อนรักเมื่อยี่สิบปีก่อน
เพื่อแบ่งปันความเ็ปจากหัวใจของพ่อแม่ครอบครัวของเพื่อนเรา "
ขณะที่หลายคำกำลังฟังคำประกาศของโฆษกงาน เรากลับเหลือบไปเห็นใครบางคนที่กำลังลุกออกไป คุ้นมาก คุ้นจริงๆ
ปาย : พี่นิศาหนูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ
นิศา : อืม รีบไปรีบมานะ
เราวิ่งตามหลังออกไปไม่นานแต่เขากลับหายตัวไป เราก็ไม่รู้ว่าจะใช่คนที่เราคิดรึเปล่าแต่เราก็เชื่อในสัญชาตญาณของเราว่าคนๆนั้นคือลูกแก้ว เราพยายามนึกถึงสถานที่ที่เราเคยนัดกันมาเจอกันเป็ประจำและอาจจะเป็ไปได้ว่าเราอาจจะเจออยู่ตรงนั้น เรารีบวิ่งไปที่นั่นด้วยความรีบด้วยความหวังที่อาจจะเจอ น้ำตาอยู่ๆก็ไหลออกมา เรากลั้นไม่อยู่ แค่คิดว่าใช่เราก็ดีใจมากๆแล้ว เราไม่รู้ว่าถ้าเจอหน้ากันจริงๆจะทำยังไงหรือจะพูดอะไร เราขอแค่เจอหน้า แค่ได้ัั แค่ได้บอกลา แค่นั้นมันก็พอแล้ว พอแล้วจริงๆ
ปาย : แก้ว...........
ลูกแก้ว : ปาย..........
ปาย : แก้ว ฮึก แก้วจริงๆใช่ไหม
ลูกแก้ว : อืม แก้วเอง
ปาย : แก้ว แก้วจริงๆด้วย
ลูกแก้ว : ปาย.........
ปาย : แก้วไปไหน ทำไมแก้วไม่รอเรา ทำไม ทำไมไม่รอเรา
ลูกแก้ว : ปายนั่นแหละหายไปไหนมา ทำไมพึ่งโผล่มาตอนนี้ ปายหายไปตั้งสิบห้าปี ปายไปอยู่ไหน ทำไม ทำไมปายต้องทิ้งเราให้อยู่ป่าคนเดียว ทำไม ทำไม ทำไม (ทุบอกปาย)
ปาย : เราอยู่นี่ เราอยู่นี่แล้ว เราไม่ไปแล้ว เราไม่ไปแล้ว
ลูกแก้ว : ไม่ไปไหนได้ไหม อย่าไปได้ไหม?
ปาย : ไม่ไปแล้ว ไม่ไปแล้ว
ลูกแก้ว : แก้วรอปายมาตลอดเลยนะ แก้วเฝ้ารอแต่วันนี้วันที่จะได้เจอปาย แก้วยังรอปายมาตลอดเลยนะ
ปาย : ปายก็รอแล้วตามหาแก้วเหมือนกัน เราตามหาแก้วมาตลอดเลยนะ ฮึก
ลูกแก้ว : พอแล้ว ไม่ร้องแล้ว
ปาย : ก็เราดีใจนี่น่า อุตส่าห์ได้เจอกันสักที
ลูกแก้ว : แก้วก็ดีใจที่ได้เจอปาย ดีใจ ดีใจมากๆเลยแหละ
ปาย : เราจะได้อยู่ด้วยกันตามสัญญาแล้วนะ แก้วยังไม่มีใครใช่ไหม?
ลูกแก้ว : ไม่ ยังไม่มีใครเลย มีแต่ปายคนเดียว
ปาย : งั้นเรากลับมาอยู่ด้วยกันอีกนะ
ลูกแก้ว : อืมอยู่ด้วยกัน แก้วจะอยู่กับปายตลอดไป
ปาย : เราก็จะอยู่กับแก้วตลอดไป
.
.
.
.
.
.
.
.
มอบความรักเพื่อเธอเอาไว้
มอบดวงใจเพื่ออุดมการณ์
กี่ขวากหนามจะสู้ไม่หวั่น
เพียงได้กำลังใจจากเธอ
แด่เธอผู้เป็ดวงใจและไฟฝัน - ไฟเย็น
.
.
.
.
.
.
.
.
( จบ )
---- พิเศษ ----
.
.
.
.
.
ลูกแก้ว : ปาย
ปาย : อะไรหรอ?
ลูกแก้ว : เราคิดถึงปายจัง อยากอยู่กับปายไปนานๆจังเลย
ปาย : เราก็อยากอยู่กับแก้วไปนานๆ (ดมผม) หอมจังเลย
ลูกแก้ว : จะเอาต่ออีกหรอ? นี่มันก็ดึกแล้วนะ
ปาย : เรายังไหวนะ
ลูกแก้ว : แล้วแต่เลย
ค่ำคืนวันที่หกตุลาแต่เป็อีกยี่สิบปีต่อมา เราสองคนกลับมาเจอกันอีกครั้ง ความรักที่เราสองคนไม่เคยเปลี่ยนไปจากกัน ความเป็ห่วงที่เรายังมีให้กับแก้วมันยังคงอยู่ และวันนี้เป็ที่ดีที่น้องไม่อยู่บ้านกลายเป็เหลือแต่เราที่อยู่กับแก้วตอนนี้
ฟาง : (ก็อกๆ) พี่ปาย หนูซื้อข้าวมาจะกินไหม? ไม่ตอบเข้าไปนะ
ในขณะที่เรากำลังเปลือยกายกัน ฟางกลับเปิดประตูเข้ามาอย่าง.............
ฟาง : นี่พวกพี่ทำไรกันเนี่ย? แล้วนี่ใครอ่ะพี่ปาย แอบเอาผู้หญิงเข้าบ้านโดยไม่บอกน้องหรอ?
ปาย : ไอ้ฟางแกออกไปก่อนเดี๋ยวไปรอฉันข้างล่าง เดี๋ยวลงไป
ฟางปิดประตูแล้ว เราสองคนจ้องหน้าแล้วหัวเราะกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะว่าไปนี่ก็น่าตลกเกินไปแล้วที่น้องสาวต้องมาเจอพี่สาวกำลังเอากับผู้หญิง เราสองคนได้แต่มุดหน้าด้วยความเขิน ไม่น่าเกิดขึ้นเลย เราลงไปข้างล่างตามที่นัดกับฟางไว้พร้อมกับลูกแก้วและเราสามคนก็นั่งมองกัน
ฟาง : บอกน้องได้หรือยังว่านี่ใคร
ปาย : นี่ลูกแก้ว เป็แฟนพี่เอง
ฟาง : ห้ะ แฟนพี่ พี่ไปมีแฟนตอนไหน?
ปาย : ก็ั้แ่สมัยเรียน
ฟาง : อย่าบอกนะว่า..............
ปาย : อืม คนนี้นี่แหละที่ฉันตามหา
ฟางทำหน้าตาตื่นเต้นที่ได้เจอลูกแก้ว เพราะฟางรู้ดีว่าการที่เราเป็เศร้าไม่มีความสุขมาตลอดสิบห้าปีคือคนนี้
ฟาง : พี่คะ พี่รู้หรือเปล่าว่าพี่ปายร้องห่มร้องไห้ตามหาพี่แทบตาย เอาแต่เพ้อหาพี่่ออกมาจากป่าแรกๆ แล้วหนูก็ไม่รู้อะไรด้วยตอนนั้น แต่ว่าตอนนี้หนูของให้พี่กับปายอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขนะคะ
ปาย : อ้าวแกจะไปไหน?
ฟาง : กลับขอนแก่นไง โชคดีนะคะพี่สาวและพี่สะใภ้
เราสองคนเพียงแค่มองฟางขับรถออกไปพร้อมกับการขนกระเป๋ากับบ้านเกิด เราจ้องมองลูกแก้วอย่างไม่กระพริบเพราะรอคำถามที่ลูกแก้วจะถาม
ลูกแก้ว : จ้องเราขนาดนี้ อยากได้อะไรคะ?
ปาย : อยากได้แก้ว
ลูกแก้ว : อุ้มเราไปสิ
แม้ว่าอุดมการณ์จะสำคัญมากมายสักเพียงใด หากแต่ความรักนั้นกลับสำคัญยิ่งกว่า
ยิ่งความรักนั้นส่งเสริมอุดมการณ์มากเท่าใด อุมดมการณ์ก็จะแรงกล้ามากขึ้น
.
.
.
.
.
(จบ)