“นี่ วันนี้ไปข้าวที่วิศวะกัน” เคียวกันไปบอกกับเพื่อน อารมณ์ไหนชวนไปข้าวที่วิศวะ
“ทำไมต้องไปกินไกลด้วย โรงอาหารคณะก็มี” เทียร่าถามเคียว ก็จริงปกติไม่ได้ไปไกลขนาดนั้น
“ก็เมื่อคืนบอกพี่ไว้แล้วอ่ะ ว่าจะไป อีกอย่างไม่เบื่อโรงอาหารคณะบ้างหรือไง”
“ก็เบื่อ” คราวนี้เป็เทียน่าที่ตอบ อ้อกลุ่มฉันมีแฝด 2 คน เทียน่ากับเทียร่า เพื่อนๆในกลุ่มมีลิเคียว นิวยอร์ค ดอลลาร์ ดิออร์ รวมฉันด้วยก็ 7 คน
“เออน่า ไปก็ไปสิฉันจะไปดูอาหารตาซะหน่อย” ดิออร์บอกพร้อมกับที่พวกเราเดินออกจากห้องพอดี
“โอเคร นั่งรถรางไปแล้วกันนะ ไม่เปลืองน้ำมันด้วย”
ตอนนี้เป็เวลาเที่ยงพอดี คนในรถรางเลยค่อนข้างเยอะ แต่ยังดีที่มีที่เหลือพอกับพวกเรา กลุ่มฉันไม่ค่อยได้นั่งรถรางเท่าไหร่เพราะคนค่อนข้างเยอะ แล้วอีกอย่างก็เพราะไม่ชอบให้ใครมอง
“เทีย เทียจะไปไหนเหรอ” เอ็มชะโงกหน้ามาจากด้านหลัง พอหันไปมองก็เห็นเพื่อนที่พอจะคุ้นหน้ากันอยู่บ้าง
“จะไปกินข้าวน่ะ”
“อ้อ แล้วไปกินที่ไหนอ่ะเราไปด้วยได้ไหม”
“เอ่อ”
“เราไปกินข้าวกับพี่ที่วิศวะน่ะ นายไปไหม” ยัยเคียวตอบแทนฉันเพราะฉันก็ไม่รู้จะตอบยังไงเหมือนกัน
“อะอ้อ พี่เคียวเหรอ เราว่าไว้ครั้งหน้าดีกว่าเรานึกได้ว่าวันนี้เรามีธุระน่ะ”
“อ้อโอเครจ้า”
หลังจากที่เคียวบอกว่าไปกินข้าวกับพี่ เอ็มก็หน้าซีดเเลย พี่เคียวน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ พูดไปก็ไม่รู้หรอก ฉันยังไม่เคยเจอพี่เคียวเลย
“เคียว พี่แกน่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมเอ็มถึงหน้าซีดเลย”
“โห ยัยเทียแกน่ะไม่รู้อะไร พี่ยัยเคียวโครตของน่ากลัว” ดิออร์หันมามองพลางลูบแขนตัวเองไปมา
“แกมั่วแล้วยัยออร์ พี่ฉันออกจะหล่อ เท่ รวย ไม่ได้น่ากลัวแบบที่แกพูดเลย” เคียวเถียงออร์กลับไป ความเห็นไม่ตรงกันอีก แล้วฉันควรเชื่อใคร
“หรอออ ไม่อยากจะพูดเทียแกต้องรอดูเอาเองบอกเลยแค่คิดถึงชื่อก็ขนลุกแล้ว”
“นี่ยัยออร์ แกอย่ามาว่าพี่ฉันนะ พี่ฉันไม่ได้น่ากลัวแบบนั้นเลย” เคียวเถียงขาดใจจริงๆ
นั่งฟัง2คนนี้เถียงกันไปเถียงกันมา จนตอนนี้เรามาอยู่ที่หน้าคณะวิศวะแล้ว
“ถึงแล้ว ฉันขอบอกพี่ก่อน”
“ป่ะเข้าไปกันเลยพี่ฉันรออยู่ที่โต๊ะแล้ว เออแต่วันนี้เพื่อนพี่มานั่งด้วยนะ ไม่เป็ไรใช่ไหม”
“ไม่เป็ไรอาหารตาทั้งนั้นฉันไม่ว่าคิคิ” เห้อ เสมอต้นเสมอปลายจริงๆนะออร์เนี่ย
พอเดินเข้ามาถึงโรงอาหารเท่านั้นและ นี่คนมือมดโครตของความเยอะ ดีนะที่โรงอาหารของคณะนี้ค่อนข้างใหญ่ ถ้าเล็กกว่านี้ไม่อยากจะคิดคงเหยียบกันตายก่อนได้กินข้าว
“จะมองอะไรกันนักหนา” นิวยอร์คบ่นออกมาด้วยความหัวเสีย
“ฉันก็เหมือนกัน ไม่เคยเห็นคนหรือไง” เทียร่าพูดตอบไป เห้อยัยสองคนนี้น่ะ แพนิคสุดๆเวลามีคนมาจ้องมองเยอะๆ
“เอาน่าใจเย็นๆ เคียวพี่แกนั่งอยู่ไหนอ่ะ รีบไปก่อนยัย2คนนี้เหวี่ยงเถอะ” ดอลลาร์พูดห้ามเพื่อนทั้งสองคนก่อนจะหันมาถามเคียวเื่โต๊ะที่จะนั่ง
“รอเดี๋ยวนะ เจอแล้วๆ เดิมตามมาเลย”
“เฮียยเคียวมาแล้ว พี่ๆสวัสดีค่ะ” พวกฉันเดิมตามเคียวมาก็เจอเข้ากับโต๊ะใหญ่ที่มีผู้ชายนั่งอยู่ประมาณ 4-5 คนน่าจะได้
“พี่ๆสวัสดีค่ะ ” ฉันทั้ง6คนไหว้พวกพี่นั่งอยู่บนโต๊ะ แล้วคนที่อยู่ในโต๊ะพยักหน้ารับ
“สวัสดีครับสาวๆวันนี้มากินข้าวที่นี่ใช่ไหม” พี่คนที่นั่งด้านหน้าสุดพูดขึ้นมา
“ใช่แล้วพี่จากัวน์” เป็เทียน่าที่ตอบเพราะยัยเคียวมัวแต่กดโทรศัพย์อยู่
“อ้อโอเคร นั่งได้เลยๆ” พวกฉันพยักแล้วหาที่นั่งตรงที่ว่างนั่งลง
“นี่เฮียเตอร์ เฮียรัมกับเฮียก้าล่ะไปไหนแล้ว” ยัยเคียวที่เงยหน้าขึ้นมาถามพี่ที่นั่งตรงข้ามตัวเอง
“รัมไปหาอาจารย์ ก้าไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวมา”
“เคร งั้นพวกหนูไปซื้อข้าวก่อนนะ ป่ะแก” เคียวหันไปบอกพี่เขาแล้วจึงหันมาชวนพวกฉัน
“อือ แกกินไร”
“เดินดูก่อนดีกว่าไม่รู้จะกินไรเหมือนกัน ฮิ”
“งั้นแยกกันไปซื้อแล้วกันนะ ฉันอยากกินข้าวมันไก่” หลังจากพูดจบก็แยกย้ายกันไป
ระหว่างที่เดินดูร้านอาหารอยู่ก็โดนสายตาของผู้หญิงจ้องมายังกับเกลียดกันมาแต่ชาติก่อน
“เคียว ทำไมพวกผู้หญิงถึงจ้องเราแบบนี้ล่ะ” ตอนนี้ฉันเดินกับเคียว2คน คนอื่นๆแยกย้ายกันไปซื้อข้าวแล้ว
“ก็แค่พวกบ้าผู้ชาย แกอย่าไปสนใจ เทียฉันอยากกินก๋วยเตี๋ยวแกเอาไหม” ยัยเคียวหันไปเห็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่มีคนอยู่ค่อนข้างเยอะแล้วหันมาถามฉัน
“ไม่ดีกว่าฉันอยากกินข้าวผัด” แค่เห็นคนฉันก็เหนื่อยแล้ว แกกินคนเดียวเถอะนะ
“โอเครงั้นฉันไปต่อแถวก่อน เจอกันที่โต๊ะแล้วกันนะ”
“อือ”
หลังจากที่แยกกับเคียวฉันก็เดินหาร้านอาหารตามสั่ง จนมาเจอกับร้านสุดท้ายอยาติดกับร้านขายน้ำคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่จึงเดินไปต่อแถว รอไม่นานก็มาถึงคิวฉัน
“เอาไรลูก”
“เอาข้าวผัดกุ้ง 1 จานค่ะ”
“ป้าครับ เอาเป็ 2 จานเลย”
เสียงค่อนข้างคุ้นหูดังมาจากด้านหลัง ฉันเลยหันไปมองแล้วก็พบว่าเขาคือคุณรัมที่ช่วยฉันไว้เมื่อคืน
“คุณรัม!! สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ” หลังจากที่เขาตอบฉันแล้วก็มองหน้าฉันอยู่อย่างนั้น
“เพิ่งรู้นะคะว่าคุณรัมก็เรียนที่นี่ด้วย”
“อืม เรียนอยู่ปี 3 เครื่องยนต์”
“คุณ ”
“ไม่ต้องพูดสุภาพก็ได้ อายุเราน่าจะห่างกันไม่มาก” ฉันยังพูดไม่ทันจบคุณรัมก็พูดขัดขึ้นมาก่อน
“ค่ะ งั้นเพื่อเป็การของคุณเทียของเลี้ยงข้าวได้ไหมคะ” ฉันถามเขาเพราไม่รู้จะตอบแทนเขายังไงดีที่ช่วยไว้
“….”
เงียบ เงียบแบบกริบเลย คุณพี่คะ อย่าทำให้ฉันเดดแอร์ได้ไหม
“เอ่อ คุณรัมคะ”
“ไม่เป็ไรเอาไว้เลี้ยงครั้งหน้าก็ได้”
“ครั้งหน้า อ่อ ได้เลยค่ะ”
พอมองหน้าฉันเสร็จก็หยิบโทรศัพท์เปิด IG ขึ้นมาแล้วยื่นมาให้ฉัน
“คะ?”
“ขอไว้ติดต่อเผื่อได้บอกว่าจะให้เลี้ยงตอนไหน”
“อ้อค่ะ”
ฉันรับโทรศัพท์แล้วพิมพ์ชื่อ IG ตัวเองลงไป
“นี่ค่ะ ถ้าอยากให้เทียเลี้ยงเมื่อไหร่บอกได้เลยนะคะ”
“อืม”
“เธออยู่คณะอะไร”
“เทียอยู่ ปี2 คณะบริหารค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ป่าวแค่ถามดู”
“ค่ะ”
เราขยับมาตรงจุดที่รอจ่ายเงินในขณะที่ยืนอยู่ตรงนั้นฉันก็มองไปรอบๆตัว ตอนนี้คนค่อนข้างที่จะบางตาลงบ้างแล้ว
“ข้าวผัดกุ้งได้แล้วจ่ะ คิดรวมหรือคิดแยกจ้ะ” ป้าแม่ค้าหันมาถามหลังจากเอาจานข้าวมาให้
“คิดรว..”
“คิดรวม เท่าไหร่ครับ” ในตอนที่ฉันจะฉวยโอกาสจ่ายรวมไปเลย พี่รัมก็ชิตัดหน้าไปก่อน
“จานละ 40 รวม2จานก็ 80 บาทจ่ะ” พี่รัมยื่นแบงค์100ให้ ก่อนจะหันไปหยิบจานข้าวมาถือทั้ง 2จาน
“นี่จ่ะทอน 20 นะ”
“รับให้หน่อยมือเต็ม” แล้วพี่จะเอาไปถือทำไม 2 จาน ฉันก็ต้องยื่นมือไปรับเพราะไม่อยากเสียเวลาของคนข้างหลัง
“เอ่อพี่รัมคะ เอาจานของเทียมาค่ะเดี๋ยวเทียถือเอง” ฉันยื่นมือจะไปรับแต่พี่เขาขยับมือหนี
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวถือให้”
“แต่พี่..”
“เอาเงินที่เหลือไปซื้อน้ำให้ได้ไหม”
“ได้ค่ะ พี่จะเอาน้ำอะไรคะ” ฉันหันไปมองร้านน้ำข้างๆก็ไม่มีคนแล้ว
“น้ำป่าว เธอจะเอาอะไรก็ซื้อมาเลย”
“เดี๋ยวเทียซื้อเองก็ได้ค่ะ” แค่ค่าข้าวฉันก็เกรงใจแล้วนะ
“ซื้อมาเถอะค่อยมาให้ทีหลังก็ได้”
“ค่ะ”
หลังจากตอบ ฉันก็เดินไปซื้อน้ำป่าวมา 1 ขวด ส่วนของฉันเอาน้ำซ่าชนิดหนึ่งมา
“นี่ค่ะพี่”
“เดินไปที่โต๊ะสิเดี๋ยวไปส่ง”
“เทียว่าเดี๋ยวเทียเดินไปเองดีกว่า”
“รีบไปเถอะฉันหิว” แล้วจะมองดุทำไมเอาจานข้าวมาแล้วเอาน้ำไปก็จบแล้วไหมคะ
“ค่ะๆ ”
สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือกนอกจากเดินนำเขามาที่โต๊ะ