พอพับกระดาษเสร็จไปเกือบหลายร้อยใบฉินไห่เยว่และฉินไห่หยางก็ง่วงจนผล็อยหลับไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตรวจนับกล่องกระดาษพวกนั้นที่พับเสร็จอย่างละเอียดแล้วเก็บให้เข้าที่ เธอหันไปมองฉินซู่นั่งอยู่ข้างเตียง"อย่าทำงานหนักนักเลย นายเป็นคนป่วย ควรพักผ่อนให้มากๆ"
ฉินซู่ส่ายหน้า พลางยิ้มขมขื่นแต่ก็ไม่หยุดมือจากงาน "มีแต่ทำแบบเท่านั้นแหละฉันถึงจะรู้สึกว่าตัวเองยังมีค่าอยู่บ้างไม่งั้นจะปล่อยให้ผู้หญิงออกไปหาเลี้ยงครอบครัวอยู่คนเดียวได้เหรอ..."
ฉินซู่แค้นใจจริงๆเขาเกลียดที่ตัวเองไร้ความสามารถแบบนี้
พอได้ยินคำพูดของเขาต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจ "นายไม่ต้องกดดันตัวเองขนาดนั้นก็ได้"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเก็บกล่องกระดาษทั้งหมด"ฉันแค่อยากให้นายพักรักษาตัวให้หายดีถึงฉันจะลำบากไปบ้างพักหนึ่งแต่พอนายหายแล้วค่อยเป็นหน้าที่นายหาเงินมาให้พวกเราใช้จ่ายบ้างไง"
พูดจบเธอก็เงยหน้าขึ้นยิ้มฉินซู่เห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ บนหน้าผากกับเส้นผมที่เปียกชื้นของเธอ
รอยยิ้มนั้นดูสบายตาจริงๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบก็จับไหล่เขาเบาๆ"นายพักสักหน่อยเถอะ ฉันจะไปล้างหน้าก่อน แล้วค่อยมาฝังเข็มให้"
พอได้ยินคำว่าฝังเข็มฉินซู่ก็เผลอเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนัง ตอนนี้เป็นเวลาตีสองครึ่งแล้ว
เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ลุกออกไปล้างหน้าก่อน
เขานั่งอยู่ในห้อง ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ถือกะละมังเดินเข้ามา
กว่าจะเตรียมเข็มเงินเรียบร้อยตอนนี้ก็ใกล้จะตีสามแล้ว
"หรือว่า..." ฉินซู่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เสียงเบาลงเล็กน้อย "หรือว่าค่อยฝังเข็มพรุ่งนี้ดีไหม เธอจะได้พักผ่อนเยอะๆ ทุกวันๆมานี้เธอก็ตื่นเช้ามากอยู่แล้ว"
ฉินซู่ชินกับการตื่นเช้าแล้วเพราะอย่างนั้นตอนเช้าเขาจึงนอนต่อไม่ไหว
พอต่งเสี่ยวเสี่ยวตื่นเขามักจะหันไปมองเวลาตลอด
ช่วงนี้เธอตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าอยู่ตลอดถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปร่างกายคงจะทรุดไปก่อน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำเหมือนไม่ได้ยินเธอขยับเก้าอี้มานั่งตรงหน้าเขา "นายไม่อยากให้ขาหายไวๆเหรอ?"
"อะแฮ่ม แต่ฉันอยากให้นายหายนะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวแกล้งกระแอมเลาๆ เธอหยิบเข็มเงินขึ้นมากดเบาๆที่จุดบนหัวเข่า แล้วฝังเข็มลงไป
ขาข้างนี้คือขาข้างที่ไม่ได้บาดเจ็บต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งใจจะรักษาให้หายพร้อมกัน
เวลาค่อยๆ ผ่านไปต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้พูดอะไรสักคำในระหว่างที่ฝังเข็ม
ฉินซู่ตั้งใจจะเปิดปากชวนเธอคุยสักหน่อยแต่พอเขาพูดไปคำหนึ่ง ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ตอบกลับมาคำหนึ่งสุดท้ายแล้วก็ไม่มีเรื่องอะไรให้คุยกัน
เขาจึงเงียบไปแต่ในใจกลับมีความคิดมากมายผุดขึ้นมา
ฉินไห่หยางนอนหลับไม่สนิทเหมือนกำลังฝันร้าย
ฝันร้ายเกินไปจนเขารู้สึกกลัวสองมือกำผ้าปูที่นอนแน่น "ไม่นะ อย่า"
เขาเอาแต่ส่ายหน้าแต่ไม่สามารถตื่นจากฝันได้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งจะถอนเข็มเงินออกเธอสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงรีบเดินเข้าไป
เธอจับมือฉินไห่หยางไว้แน่น"ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แม่อยู่นี่แล้ว"
เธอพูดซ้ำๆ อย่างนั้นไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้ว ลมหายใจของฉินไห่หยางจึงค่อยๆ สม่ำเสมอเหงื่อบนหน้าผากก็ถูกต่งเสี่ยวเสี่ยวเช็ดออกจนหมด
ฉินซู่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะค่อยๆหันคอไปอีกด้านอย่างเก้ๆ กังๆ
ใกล้จะตีสี่แล้ว
ในใจของเขาสับสนวุ่นวายส่วนต่งเสี่ยวเสี่ยวยืนขึ้นหาว โยกหัวไปมา ก่อนจะล้มตัวลงนอนในที่ของตัวเองไม่ถึงนาทีเธอก็หลับไป
เธอเหนื่อยเกินไปจริงๆ
ฉินซู่ไม่ได้นอนทั้งคืนเขาเอาแต่คิดว่าเขายังสามารถทำอะไรได้บ้างเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว
ไม่ใช่ปล่อยให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวต้องเหนื่อยอยู่คนเดียวแบบนี้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวตื่นตอนหกโมงเช้าจุดไฟก่อเตาแล้วต้มข้าวต้มให้ทุกคนอย่างคล่องแคล่วก่อนจะออกไปขุดผักในแปลงผักนอกบ้าน
หลังจากนั้นเด็กๆ ทั้งสองก็ตื่นนอนก็ยังคงเหมือนเดิมกับเมื่อวาน พอกินอาหารเช้าเสร็จเธอก็พาพวกเขาขึ้นไปเก็บสมุนไพรบนเขา
ฉินซู่นอนอยู่บนเตียงด้วยความสับสนต่งเสี่ยวเสี่ยวได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ตื่นขึ้นมาแล้ว ร่างกายจะทนไหวได้จริงเหรอ?
พอเก็บสมุนไพรเสร็จกลับมาเธอก็เริ่มทำอาหารกลางวัน
หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จเขาเห็นว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะออกไปขายของอีกแล้ว ฉินซู่ก็เรียกเธอไว้"เสี่ยวเสี่ยว"
"หืม?"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวแปลกใจแต่ก็ยังนั่งลงข้างเตียง "นายมีอะไรจะพูดเหรอ?พูดมาเลย เดี๋ยวฉันต้องเอาสมุนไพรไปแปรรูป ตากให้แห้งอีกครึ่งเดือนจะได้เอาไปส่ง"
อุตส่าห์ต่อรองเรื่องราคากับชายชราคนนั้นได้สำเร็จจะปล่อยโอกาสนี้ทิ้งไปไม่ได้หรอกจริงไหม?
"เธอพักก่อนเถอะ" เสียงของฉินซู่ค่อนข้างอึมครึม "นอนสักงีบก่อนค่อยไปทำยังไงมันก็ทันอยู่ดี"
"ฉันไม่..."
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังจะพูดต่อฉินซู่ก็เอื้อมมือมาจับเธอไว้ "ฟังที่ฉันพูดนอนพักสักหน่อยเถอะนะ"
"แต่ฉัน..." ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังคงบอกว่าเธอตั้งใจจะไปห่อซานจาจิ่วต่อฉินซู่หันไปมองข้างนอก แล้วพูดว่า "ฉันให้ไห่หยางกับไห่เยว่ช่วยกันทำแล้ว"
"อ้าว!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวลุกขึ้นยืนทันที"ถ้าเด็กๆ สองคนทำเจ็บตัวขึ้นมาจะทำยังไง ฉัน..."
"เหล่าผัว[1]" ฉินซู่เรียกอีกครั้ง คราวนี้ทำเอาต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงกับไปไม่เป็น
เธอยืนงงอยู่ที่เดิมได้ยินเสียงของฉินซู่ดังขึ้นข้างหู "เธอพักผ่อนให้เต็มที่เถอะการเลี้ยงลูกไม่ต้องเคร่งขนาดนั้นหรอก ปล่อยไปตามธรรมชาติก็พอ"
"งานที่ทำได้ พวกเขาก็ควรจะช่วยทำไม่อย่างนั้นก็จะไม่ได้กินข้าว!"
นี่...
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินเขาเรียกเธอแบบนี้แต่ละรั้งที่ได้ยินความรู้สึกก็แตกต่างกัน
"นอนพักสักหน่อยเถอะนะ"
เพราะคำขอร้องอย่างหนักแน่นของฉินซู่ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงแกล้งทำเป็นเอนตัวลงนอนบนเตียง
เมื่อกี้ฉินซู่บอกว่าเขานอนไม่หลับอยากให้เธอนอนเป็นเพื่อน
จริงๆ แล้วการนอนเป็นเพื่อนคนอื่นมันไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันง่ายๆ เลย!
แต่ฉินซู่หมายถึงแค่นอนจริงๆต่งเสี่ยวเสี่ยวเลยได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
เธอจะรอให้ฉินซู่หลับแล้วค่อยลุกขึ้นมาแต่กว่าฉินซู่จะปลุกเธอ หวังเต๋อจู้ก็มาถึงแล้ว
เหลืออีกสองชั่วโมงโรงเรียนในเมืองก็จะเลิกเรียนแล้ว ถ้าไม่ไปตอนนี้ซานจาจิ่วก็จะขายไม่ออก
"นี่..." ต่งเสี่ยวเสี่ยวเกาหัวเล็กน้อย"งั้นฉันไปก่อนนะ"
พูดจบก็หยิบของที่ฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่เตรียมไว้รีบวิ่งออกจากบ้านไป
ฉินไห่เยว่เดินเข้ามานั่งข้างเตียง"พ่อคะ พ่อก็ทำดีกับแม่เหมือนกันนะคะ"
เด็กน้อยพูดจบก็ขยิบตาเล็กๆ ของตัวเอง
ฉินซู่หันไปมองฉินไห่หยางที่อยู่ข้างๆ"ไปตามอาเสิ่นต้าลี่ของลูกมาให้พ่อหน่อย พ่อมีเรื่องจะคุยด้วย"
ช่วงก่อนหน้านี้มีผู้รับเหมาเคยมาหาเขาบอกว่าแบบแปลนที่เขาเคยวาดไว้ดีมาก เจ้าของบริษัทชมเขาไม่หยุด
อยากจะชวนเขาไปวาดแบบแปลนให้บริษัทแต่ตอนนั้นเขาคิดว่าการทำงานก่อสร้างได้เงินมากกว่า เลยปฏิเสธไป
ตอนนี้คงถึงเวลาที่เขาต้องกลับไปทำอาชีพเดิมได้แล้ว
"ครับ"
เมื่อจัดการเรื่องต่างๆ ในบ้านเรียบร้อยแล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รีบร้อนไปที่หน้าโรงเรียนชิงเย่กับหวังเต๋อจู้
โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนที่เด็กที่ค่อนข้างมีฐานะหลายๆคนมาเรียนกัน
หลังจากมาถึงได้ไม่นานต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เห็นว่ามีแผงลอยมากมาย ทุกคนต่างขายของคนละอย่างกัน
สิ่งเดียวที่เหมือนกันคือกล่องที่ใส่ของค่อนข้างประณีต ดูสะอาดถูกสุขลักษณะ
พอต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก โชคดีที่กล่องกระดาษที่เธอทำมาเป็นของคุณภาพดี
"กริ๊ง!"
เสียงกริ่งเลิกเรียนเพิ่งจะดังขึ้น เด็กๆจำนวนมากก็พากันออกมา
"ซานจาจิ่วจ้า ซานจาจิ่วหวานชื่นใจ!"
เสียงตะโกนของต่งเสี่ยวเสี่ยวดึงดูดให้เด็กๆ จำนวนมากมาที่แผงของเธอ
[1] เหล่าผัว หมายถึง ภรรยา