ตอนที่10พ่อแจ็ค!!!!
“เ้าว่าไงนะลูกข้าดีขนาดเ้าหาทั่วอาณาจักรยังไม่ได้ไม่พอใจหรือ” ลูเซียสเถียงแจ็คอย่างไม่ยอม
สองพ่อก็เถียงกันอยู่อย่างนั้น
……………...
จิลไอออกมาอลันก็เริ่มเป็ห่วงจิลจึงถือวิสาสะปลดกระดุมเสื้อของจิลภาพที่อลันเห็นนั้นทำให้เขาใจเต้นกระหนำเนินอกขาวผ่องล้นทะลักถูกผ้าขาวดิบรัดพันไว้ต่อให้รัดพันแบบนั้นแต่ก็เดิมพันได้เลยว่าถ้าปลดผ้าดิบผืนนั้นออกมาต้องต้องเป็อะไรที่น่าตื่นตะลึงแน่นอน
อลันสลัดความคิดเหลวไหลออกอย่างรวดเร็วและเอามือลูบสีข้างของจิลคลำเบาจนมาถึงเอวคอดบางของจิลจิลร้องครางออกมาเหมือนเ็ป
“น่าจะซี่โครงร้าว”อลันคิดในใจ
ในขณะที่อลันกำลังจะติดกระดุมคืนผัวะ!!!กบาลของอลันลั่นดังสนั่นอลันใกำลังจะตั้งท่าต่อสู้แว็บนั้นในสมองของอลันคิดว่าแย่แล้วศัตรูร้ายกาจเข้ามาทางข้างหลังโดยเข้าไม่รู้ตัวเลย
“พ่อแจ็ค!!!!” ‘o’! อลันหน้าเหวอเหมือนวัวสันหลังหวะใจนพูดผิด
“ใครพ่อเ้า!”แจ็คพูดอย่างไม่สบอารมณ์อารมณ์ขึ้นจนใบหูแดง
“ข้าแค่ตรวจดูอาการของจิลนางกระดูกซี่โครงร้าวขอรับข้าไม่ได้คิดจะล่วงเกินนางจริงๆนะขอรับท่านลุงแจ็ค”อลันพูดรั่วเร็วเหมือนคนร้อนตัว
“ไม่คิดเกินเลยบ้อบออะไรข้าเห็นเ้ามองเหม่อน้ำลายยืดข้าถึงเข้ามาตบกบาลเ้าทางข้างหลังได้ง่ายๆ แบบนี้ไง”แจ็คโวยวาย
“ไม่จริงท่านลุงแจ็คท่านปรักปรำข้า”อลันเรียกร้องความยุติธรรมให้ตัวเองอลันคิดว่าเขาไม่ได้ทำแบบที่แจ็คกล่าวหาจริงๆ
“หุบปาก!ข้าจะพานางกลับนางไม่ควรมาอยู่ที่นี่ผู้หญิงเป็นักรบไม่ได้มันเป็กฎหมาย” แจ็คพูด
“ใจเย็นน่าเพื่อนข้าเด็ก ๆ ยังไม่รู้ความเ้าถือสาอะไรนัก”ลูเซียสก้าวเดินเข้ามาช้าๆ ขยิบตาให้อลันที่หน้าจ๋อยอยู่
“เ้าก็หุบปาก!ลูเซียสถ้าเ้าเห็นข้าเป็สหายเื่ที่ลูกสาวข้าแอบมาทดสอบเ้าอย่ามาสอดส่วนเื่ที่ลูกชายเ้าทำกับลูกสาวข้าข้าถือว่าจบแค่นี้และห้ามใครไปแพร่งพราย”แจ็คคลุ้มครั่งอย่างหมูป่า
“ตกลงตกลง ข้าเข้าใจ เ้าใจเย็นๆ ก่อน” ลูเซียสพูดพร้อมทำท่าหงายฝามือสองข้าง
แจ็คอุ้มจิลออกจากถ้ำไปทันทีเื่ไปเมืองรีเรคเป็เพื่อนลูเซียสจึงต้องยุติลง
“ท่านพ่อกับลุงแจ็คจะบาดหมางกันจริงๆ หรือขอรับ” อลันถามลูเซียส
“ไม่หรอกแจ็คกับพ่อเป็เพื่อนรักกันเราเคยร่วมเป็ร่วมตายกันมาเื่แค่นี้….ไม่แย่เท่าไหร่หรอกมั้ง”ลูเซียสยักไหล่
“ท่านมาได้อย่างไรขอรับ”อลันถามลูเซียสอย่างสงสัย
“พ่อเดินทางผ่านมาพ่อต้องไปทำงานที่นครรีเรค”ลูเซียสพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
ทั้งสองนั่งลงข้างกองไฟและเอาเนื้อที่เก็บไว้มาอุ่นร้อนก่อนนั่งกินด้วยกัน
“ท่านพ่อท่านมาทันเห็นการต่อสู้ไหม”อลันหยั่งเชิงถาม
“โอ้วทันสิ พ่อนี่ยืนดูอย่างใจเย็นเลยเชื่อมั่นสุด ๆว่าเ้าต้องทำได้สำเร็จ”ลูเซียสพูดหน้านิ่ง
“มีแต่เ้าแจ็คนั่นแหละพอหน้ากากกระเด็นนะจะพุ่งเข้ามาทันทีเลยดีนะพ่อล็อคไว้ได้ทัน”ลูเซียสพูดต่อซึ่งถ้าแจ็คได้ยินคงต้องควันออกหูอีกแน่นอน
“ข้าหมายถึงท่านเห็นสิ่งที่ข้าทำได้ไหมขอรับที่ดาบของข้า….ติดไฟ”อลันถามลูเซียส
“อืม...พ่อเห็นมันแต่พ่อก็ไม่เข้าใจกระบวนการที่เ้าทำมันขึ้นมาได้”ลูเซียสเปลี่ยนสีหน้าเป็โหมดจริงจังแล้วพูดสำทับต่อไป
“โดยปกตินักบวชแบบพ่อจะเป็เหมือนตัวสื่อกลางแปลงพลังงานธรรมชาติให้เป็รูปธรรมเมื่อพลังธรรมชาติไหลผ่านร่างกายร่างกายของนักบวชจะแปลงพลังงานเ่าั้ออกมาโดยไม่สามารถเก็บมันไว้ในร่างกายหรือวัตถุได้ยิ่งัักับพลังธรรมชาติจนเข้าใกล้ความเป็หนึ่งเดียวกับพลังงานธรรมชาติได้มากยิ่งปลดปล่อยพลังออกมาได้มาก”ลูเซียสอธิบายกลไกของพลังให้อลันฟัง
ลูเซียสไม่ได้พูดทั้งหมดเขาเห็นและััการไหลของพลังธรรมชาติในนาทีที่อลันจุดเพลิงที่ใบดาบจนเป็สีแดงส้มได้ชัดเจน
สิ่งที่อลันทำได้ดูคล้ายทักษะของนักบวชแต่มีความต่างอยู่ค่อนข้างมากเพราะนาทีนั้นอลันสามารถเอาพลังธรรมชาติมากักเก็บในตัวได้ชั่วขณะและยังสามารถส่งถ่ายพลังงานให้ไปสถิตอยู่ที่ดาบได้ด้วย(ถ้าอธิบายด้วยอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายขึ้นนักบวชแบบลูเซียสและทั่วไปคือหม้อแปลงส่วนอลันคือแบตเตอรี่)
แต่สิ่งที่ลูเซียสเห็นมันค่อนข้างอธิบายยากเพราะปกติพลังธรรมชาติจะวิ่งเข้าหาเหล่านักบวชเองตามการััพลังงานธรรมชาติของนักบวชเองแต่ตอนนั้นพลังเหมือนโดนบังคับให้ไหลเข้าไปในตัวอลันมันเหมือนอลันกำลัง่ชิงพลังธรรมชาติมาโดยพลังธรรมชาติไม่ยินยอมพร้อมใจ
คำพูดพวกนี้ติดอยู่ที่ปากลูเซียสด้วยนิสัยของเขาที่เป็คนแบบ‘ถ้ารู้ไม่ถ่องแท้จะไม่พูดให้มากความ’แล้วยิ่งเป็เื่เกี่ยวกับอลันเขายิ่งไม่สามารถอธิบายแบบเดามั่วให้ลูกฟังได้เพื่อไม่ให้ลูกสับสนกับข้อมูล
“ตอนนี้เ้าอย่าเพิ่งคิดมากเกี่ยวกับมันเลยเดี๋ยวมีโอกาสเราค่อยมาศึกษาเื่นี้ไปด้วยกัน”ลูเซียสพูดกับอลันด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
“ขอรับท่านพ่อ”อลันได้พูดคุยกับพ่อก็ผ่อนคลายลงจึงเอาเนื้อใส่ปากคำโต
แล้วหนึ่งคืนก็ผ่านไป………
เช้าวันต่อมาอลันไปตามเก็บหัวของเอนกิดูเพื่อนำไปเป็หลักฐานการทดสอบเมื่อวานที่ผ่านมาจิตใจเขาว้าวุ่นเพราะเหตุการที่จิลาเ็จนเขาลืมเื่การทดสอบเข้ากองนักรบไปเลย
น่าแปลกที่หัวและร่างกายของเอนกิดูไม่ถูกสัตว์อื่นๆคาบไปอลันสันนิฐานว่าอาจเป็เพราะกลิ่นสาบของเอนกิดูจึงทำให้ไม่มีสัตว์ใดกล้าเข้าใกล้ที่นี่
เขาเหลือบไปเห็นซากดาบเคเพชของเขาใบดาบละลายไม่เป็รูปทรงคงเป็เพราะความร้อนของเพลิงที่อลันสร้างขึ้นมาตอนนี้เขาไม่มีอาวุธมีคมติดตัวอีกแล้วจะมีก็แค่คันธนูไม้ที่เหลาเองกับศรไม้ที่เหลืออีกดอกเท่านั้น
“ท่านพ่อข้าไปส่งผลงานก่อนนะขอรับท่านพ่อจะเดินทางไปริเรคต่อใช่ไหม”อลันถามลูเซียส
“อืมเดินทางดี ๆ ละลูก เจอกันที่บ้านนะ”ลูเซียสยิ้มแย้มบอกลาลูกชาย
“ขอรับ”อลันหันหลังออกเดินย้อนกลับไปทางเดิมที่เขามาลูเซียสยืนมองส่งอลันอยู่ที่เดิมจนอลันหายไปจากสายตา