“ตุบ”ลูกหยีชนกับใครสักคนและเธอก็สั่นไปตัวเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาแววตาหวาดระแวงฟ้าครามกระชากเธอไปไว้ด้านหลังเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามา
“ส่งผู้หญิงคนนั้นมาให้กู”คงเดชพูดเสียงเข้มเมือเห็นว่าชายหนุ่มทำท่าปกป้องเธอ
“ทำไมต้องส่งให้ด้วยในเมื่อผู้หญิงคนนี้มากับผม” ฟ้าครามแสยะยิ้มมุมปากอย่างเป็ต่อไม่ได้เกรงกลัวคนตรงหน้าถึงจะรู้ว่าเขาเป็ใคร
“มึง้าเท่าไหร่ค่าตัวผู้หญิงคนนี้”
“ผมไม่อยากได้ แค่อย่ามายุ่งกับคนของผม”
“คนของมึงงั้นเหรอ เด็กอย่างมึงมีปัญหาเลี้ยงผู้หญิงด้วยเหรอวะเป็แมงดารีดไถซะมากกว่า”
“คนอย่างกูไม่ต้องรีดไถใครเหมือนธุรกิจมึงหรอกนั่งกินนอนกินสิบชาติก็ยังไม่เป็ไร”ฟ้าครามพูดอย่างไม่ยี่หระเพิ่มอารมณ์โมโหให้คนตรงหน้า
“ปากดีนะมึง”คงเดชกระชากคอเสื้อของชายหนุ่มวาดหมัดลงบนใบหน้าหล่อเหลาฟ้าครามหลบได้อย่างเฉียดฉิวแต่เซไปนั่งอยู่ข้างล่าง ลูกหยีรีบประคองให้เขาลุกขึ้น
คงเดชเข้ามาประชิดตัวแต่ฟ้าครามใช้จังหวะที่เร็วกว่าสวนกลับด้วยหมัดตรงๆจนมีเืกลบมุมปากลงไปนั่งข้างล่างเสียงคนที่วิ่งมาทางทำให้ฟ้าครามรีบกระชากตัวลูกหยีพาวิ่งไปอีกทางอย่างไม่คิดชีวิต
ลูกหยีโดนเขากระชากแขนหลบไปตามทางเดินซอกแซกเขาพาวิ่งอย่างรวดเร็วถึงจะเห็นว่าเธอเหนื่อยหอบแต่มันหยุดไม่ได้นั่นหมายถึงความตายกำลังมาเยือนวิ่งมาจนถึงที่รับรถเขาคว้ากุญแจรถที่แขวนอยู่แล้วขึ้นรถสตาร์ทออกไปทันที กลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนวิ่งมาตรงประตูและมองรถวิ่งออกไป
“มันเป็ใครวะไอ้ห่านั่น”คงเดชถามลูกน้องนับสิบที่ยืนโค้งรอคำสั่ง
“มันชื่อฟ้าคราม แต่ไม่รู้ว่ามันเป็ใครครับนาย”คงเดชมองหน้าลูกน้องอย่างหัวเสียแต่ละคนโดนหมัดไปคนละทีจนเืซึมที่มุมปาก พวกเขาก้มหน้าก้มตามองมือตัวเองไม่กล้าสบตาเ้านายที่ต่างก็รู้ดีว่าโหดแค่ไหน
“อย่าให้กูเจอข้างนอก มึงไม่ตายดีแน่” คงเดชเตะสิ่งของที่อยู่ข้างตัวจนล้มระเนระนาด
ฟ้าครามขับรถมาได้สักพักและเห็นว่าไม่มีใครตามจึงจอดรถข้างทาง ชายหนุ่มถอดเสื้อคลุมของตัวเองคลุมให้กับร่างกายที่สั่นเทาเหลือแค่ชั้นในกอดตัวเองไว้มันดูน่าสงสารเขาดึงเข้ามากอดเพื่อปลอบใจ เธอกอดตอบและร้องสะอึกสะอื้น
“ไม่ต้องกลัวลูกหยีไม่มีอะไรแล้ว”เขาลูบหลังให้เธอสงบลงและมันก็ได้ผลลูกหยีร้องไห้บนอกเขาแค่ไม่กี่นาทีแล้วเธอก็ทำใจได้บ้าง ถึงแม้จะไม่เข้มแข็งเท่าเดิมแต่เธอก็พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล
เขาพาเธอมาส่งคอนโดแต่เมื่อเห็นผู้ชายร่างสูงคล้ายๆกับคนที่เคยเจอลูกหยีก็เอาแต่สั่นงกๆด้วยท่าทางหวาดกลัว ฟ้าครามจึงตามขึ้นมาส่งบนห้อง
“ขอบคุณครามมาก พี่ไม่เป็ไรแล้วกลับไปเถอะ”เธอฝืนยิ้มให้เขาแต่พอผู้ชายข้างห้องสองคนเดินผ่านและเหลือบมองเธอลูกหยีกลับทำท่ากลัว
“เข้าไปข้างในเถอะ”เขาพูดและผลักประตูตามเข้าไปในห้องถึงเขาจะใจร้ายแต่คงไม่ปล่อยให้ผู้หญิงที่น่าสงสารอยู่คนเดียว เธอคงกลัวมาก
“ผมจะอยู่เป็เพื่อนพี่ จนกว่าพี่จะโทรให้เพื่อนมาอยู่ด้วย”
“ไม่เป็ไรพี่อยู่ได้ คงไม่รบกวนเพื่อนคนอื่นหรอก”เธอเงยหน้าเถียงเขาพร้อมคราบน้ำตา
“ผมว่าพี่ไปล้างหน้าแต่งตัวใหม่ก่อนดีกว่า” เธอก้มลงมองตัวเองแล้วก็รีบไปในห้องหน้าแดงก่ำเมื่อคิดว่าเขาได้เห็นร่างเปลือยของเธอบนรถ
ลูกหยีเข้าไปอาบน้ำเธอเห็นร่องรอยตามตัวที่โดนมือหนากระชากจนเสื้อขาดเป็แค่รอยแดงเล็กๆแต่มันสะท้อนใจทำให้เธอหวาดระแวง พยายามจะไม่ร้องไห้แต่น้ำตามันก็ไหลไม่หยุดกว่าจะทำใจได้ไม่หยุดร้องก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงจึงออกจากห้องน้ำ
“พี่ไปนอนเถอะ ผมจะนั่งเป็เพื่อนอยู่ตรงนี้จนกว่าพี่จะหลับ”เขายิ้มบางๆให้เธอผู้หญิงบางคนไม่ควรจะล้อเล่นนึกโทษตัวเองที่พาเธอไปที่แบบนั้น
ลูกหยีพยักหน้าไม่อยากให้เขากังวลใจจึงเดินไปยังห้องนอนและทิ้งตัวลงบนที่นอนพยายามข่มตาหลับแต่ใบหน้าของคงเดชที่ลอยเข้ามาในหัวทำให้เธอผวาลุกขึ้นยืนและเป็อยู่หลายครั้ง เธอจึงเปิดประตูไปข้างนอก
เสียงเปิดประตูทำให้เขาหันหน้าไปมองดวงตากลมโตที่ดูหวาดระแวงทำให้เขาเข้าใจว่าเธอจะฝันร้าย
“พี่นอนไม่หลับ ครามกลับไปก่อนเถอะไม่ต้องห่วง”ลูกหยียังคงเกรงใจถ้าขืนให้เธอหลับคืนนี้ทั้งคืนจะหลับลงหรือเปล่าไม่รู้
“พี่ต้องหลับไม่งั้นความทรงจำแย่ๆจะคอยหลอนให้พี่ไม่มีความสุขถ้าพี่หลับและผ่านคืนนี้ไปได้ พรุ่งนี้ก็จะไม่มีอะไรทำร้ายพี่ได้อีก”เขาไม่ได้พูดเฉยๆแต่ดึงแขนเล็กบอบบางให้เดินตามและพาเธอมานอนบนเตียงโดยที่เขานั่งอยู่ข้างเตียงมองเธอ
เสียงเครื่องปรับอากาศที่เริ่มทำงานผสานกับเสียงหัวใจของเธอที่ลอบมองเขาฝ่ามือหนายังกุมมือของเธอไว้ไม่ปล่อย เขาห่มผ้าให้เธอผ้าให้อย่างเบามือพร้อมๆกับเปลือกตาที่ปิดลง
พยายามหลับตาลงแล้วแต่ทุกครั้งที่ใกล้หลับก็จะผวากระวนกระวายใจจนทำให้ไม่อยากนอน เหลือบมองครามเขากำลังฟุบหลับกับขอบเตียงคิดในใจอยู่นานว่าจะปลุกเขาให้กลับบ้านหรือให้นอนแบบนี้ อารมณ์ของเขาคาดเดาไม่ถูก แต่ดูแล้วเขาคงไม่สบายตัวจึงตัดสินใจปลุก
“ครามกลับไปนอนห้องเถอะ พี่อยู่ได้”เธอเขย่าตัวเขาให้รู้สึกตัวเขาลืมตาขึ้นมองยังงัวเงียอยู่
“แล้วพี่ไม่นอนหรือไง ดึกแล้วเนี่ยตอนนี้”น้ำเสียงหงุดหงิดจนััได้ เธออ้ำอึ้งไม่กล้าตอบเขาแต่ครามในตอนนี้เหมือนเด็กเล็กๆที่กำลังง่วงนอนเขากระเถิบขึ้นมาบนเตียง
“ขยับไปดิ ผมจะนอนนี่แหละ”
เธอทำตามเขาสั่งอย่างว่าง่ายและคร้ามก็ล้มตัวลงนอนข้างเธอและหันหน้ามาหาเธอห่างกันไม่ถึงคืบเธอแทบจะหยุดหายใจ ต่างจากเขาที่หลับตาลงและหายใจสม่ำเสมอฝ่ามือหนากอดเอวเธอไว้อุ่นวาบไปทั้งตัวไม่กล้าขยับ ััแค่เล็กน้อยแต่มันทำให้เธอหลับได้ในเวลาต่อมา
ความเคยชินที่ตื่นแต่เช้าทำให้รู้สึกตัวถึงแม้ว่าเมื่อคืนจะนอนดึกครามยังคงนอนขี้เซาไม่รู้สึกตัว ใบหน้าคมเข้มที่รับกันเหมาะเจาะทั้งรูปหน้า แพขนตาที่ยาวกว่าผู้หญิงบางคนทำให้เขาเหมือนเด็กน้อยในความรู้สึกของเธอเขากำลังโอบเอวเธอไว้และแนบชิดลำตัวแทบจะไม่มีอะไรกางกั้นระหว่างสองคน
หน้าเห่อร้อนวูบวาบกับััของผู้ชายคนแรกที่ใกล้ชิดลมหายใจสม่ำเสมอของเขาแสดงให้รู้ว่าเขายังหลับลึกเธอค่อยๆวางมือเขาลงข้างลำตัวช้าๆ ในใจคอยลุ้นกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาเมื่อเขาไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกตัวให้โล่งใจไปบ้าง ลุกเดินไปเข้าห้องน้ำอย่างเบามือ
เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จฟ้าครามก็ยังไม่ตื่นเธอจึงย่องออกไปทำข้าวต้มร้อนๆกับเครื่องเคียงที่เหลือในตู้เย็นลงมือปรุงอาหารจนเสร็จกลับเข้ามาในห้องได้ยินเสียงอาบน้ำ
“คราม แปรงสีฟันกับผ้าขนหนูอยู่ตรงชั้นบน” เธอะโบอกให้คนในห้องน้ำได้รู้ได้เตรียมไว้ให้เขาล่วงหน้าและนำไปวางไว้ในห้องน้ำเรียบร้อยของพวกนี้เธอมีติดห้องไว้เผื่อแตงไทยเพื่อนสนิทมาค้างด้วยนานๆครั้งหลังจากต่างคนต่างทำงานก็ไม่ค่อยมีเวลามาเจอกันเหมือนสมัยเรียน
ครามออกมาจากห้องน้ำด้วยเสื้อผ้าชุดเดิมท่าทางเขาดูสดชื่นเขาเดินตามกลิ่นอาหารมาเพราะท้องเริ่มร้องเมื่อวานยังไม่ได้กินอะไรเป็ชิ้นเป็อันแค่ดื่มกับเพื่อนไม่กี่แก้วตอนที่ลูกหยีเดินออกไปเขาเห็นแต่คิดว่าเดี๋ยวคงกลับมา
แต่ผ่านไปหลายนาทียังไม่กลับเขาจึงออกมาตามเพราะรู้ว่าที่แห่งนั้นอันตรายสำหรับผู้หญิงที่มาคนเดียวและก็เป็จริงดังคาดเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดกลับมาและเขาคงถูกขึ้นบัญชีของที่นั่นไปแล้วโทษฐานที่ไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนไม่ใช่นายคงเดชที่แค้นแค่ฝ่ายเดียวเขาเองก็อยากจะจัดหนักให้มันเหมือนกันข้อหาที่หื่นไม่เลือกที่
“ครามทานได้หรือเปล่า”ลูกหยีเห็นครามจ้องอยู่นานไม่ยอมลงมือกินสักทีทั้งๆที่เขาจ้องเพราะว่าเมนูนี้มันอยู่ในความทรงจำที่แม่เคยทำให้แม่เป็ผู้หญิงที่ทำอาหารไม่เป็หรอกนอกจากข้าวต้มและยำกุนเชียงความทรงจำตอนสิบขวบยังอยู่ทั้งๆที่อยากจะลืม
“พี่ไปทำให้ใหม่ได้นะ เอาข้าวผัดไหมทำแปบเดียวเองไม่ช้าหรอก”
“ทานได้พี่ทานเถอะไม่ต้องยุ่งยากเพราะผมหรอก”เขาตักยำกุนเชียงมาโป๊ะลงบนข้าวต้มแล้วกินอย่างอร่อยเธอมองเขากินแต่ตัวเองกินได้นิดเดียวแล้ววางช้อน
“บอกให้ผมกิน แล้วพี่ทำไมไม่กินมั่งหรือว่าใส่อะไรลงไปในข้าว”เขาหรี่ตามองอย่างสงสัย
“เปล่านะคราม พี่ไม่ได้ใส่อะไรในข้าวต้มหรือยำพี่ทานได้นิดเดียวเพราะทานไม่ลง”
ลูกหยีร้อนตัวเธอไม่กล้าบอกว่าเื่เมื่อวานมันยังหลอนลึกๆยังกลัวส่งผลกับจิตใจทำให้ห่อเหี่ยวเขาคงไม่เข้าใจหรอกเพราะคนเข้มแข็งปากดีแบบเขาคงมีแต่ทำคนอื่นมากว่าโดนกระทำ
“พี่ก็อย่าคิดมากเลยมันไม่มีอะไรแล้ว”เขาเอื้อมมือมากุมเธอไว้สบตาอย่างแน่วแน่ความอ่อนโยนเล็กน้อยที่ทำเขาจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแต่มันทำให้เธอคลายกังวลได้มากทีเดียว
“พี่จะพยายามลองดู”เธอบอกเสียงแ่เพราะสายตาคมเข้มที่จ้องทำให้ประหม่าเพื่อนชายบางคนก็เคยจ้องมองแบบนี้ ธันวาก็เคยจ้องแต่ความรู้สึกมันไม่เหมือนกันอาจจะเขินเพราะเขาเด็กกว่าเท่านั้นอย่าคิดมากพยายามปลอบใจตัวเอง