พิมพ์ไหมไปมหาลัยด้วยพลังงานเต็มเปี่ยม แต่เมื่อเจอกับมหกรรมรถติดพลังงานที่ว่าก็ถูกสูบออกไปอย่างง่ายๆ
อ่า รถติดพาลทำให้อะไรดีๆ เสียหมดเลย!
จากที่คิดว่าน่าจะไปถึงทันกลายเป็เลทสิบโมง ต่อให้ลงจากรถเมล์แล้วต่อวินมอเตอร์ไซด์เข้ามหาลัยก็ยังไม่ทันพิมพ์ไหมแง้มประตูหลังห้องประชุมเพื่อดูลาดเลา เมื่อเห็นว่าทุกคนมุ่งความสนใจไปยังการถกเถียงเธอจึงคลานต่ำแอบย่องเข้าไป
“ไหม… ทางนี้ๆ”
กวางก็เหมือนจะรู้ว่าพิมพ์ไหมต้องมาสายจึงจองที่นั่งด้านหลังไว้ให้ แล้วเรียกเสียงแ่พร้อมทั้งส่งสัญญาณทำให้เธอแอบเนียนไปนั่งได้โดยที่รุ่นพี่และคนอื่นๆ ไม่ทันสังเกต
“ฟู่ รอดตายฉิวเฉียด”
“ไหนว่าจะไม่มาสายไงล่ะ”
“โทษที รถติดกว่าที่คิดน่ะ ติดอะไรก็ไม่รู้”
ระยะทางจากมหาลัยกับบ้านก้านธูปไกลก็จริงแต่เธอก็อุตส่าห์เผื่อเวลาไว้ตั้งชั่วโมงครึ่ง มันควรจะถึงในหนึ่งชั่วโมงมันกลับสายไปสองชั่วโมงเสียนี่
“แหงล่ะ วันนี้วันจันทร์นี่ รถติดเป็ธรรมดา”
กวางพูดเสียงเบา เหล่ตาไปทางรุ่นพี่ที่กำลังอธิบายบนกระดานเป็ระยะ
“ว่าแต่นี่กำลังประชุมอะไรกันอยู่น่ะ?”
พิมพ์ไหมที่มาสายจับต้นชนปลายไม่ทัน กวางจึงอธิบายให้ฟัง
“รู้ใช่ไหมว่าเร็วๆ นี้จะมีงานตลาดนัดหกภาคของมหาวิทยาลัย”
“อืม”
“รุ่นพี่อยากให้การออกบูธของพวกเราดูพิเศษ เลยเสนอให้ทุกคนคอสเพลย์เป็ตัวละครจากในอนิเมะดึงดูดพวกเด็กๆน่ะ”
พิมพ์ไหมยิ้มแหย “คอสเพลย์งั้นเหรอ…?”
เธอไม่ถูกกับการต้องแต่งชุดอะไรแปลกๆ เลย เพราะตัวละครในอนิเมะน่ะพอมาเป็เวอร์ชั่นคนจริงจะไปสวยเท่าได้ยังไงกัน
“ใช่แล้ว คอสเพลย์” กวางผุดยิ้มราวกับชอบใจที่ทางคณะเสนอแบบนี้“เพราะเธอมาสายทางนี้ก็เลยอยู่ระหว่างเสนอชื่ออยู่”
“จะว่าไปบนกระดานนั่นมันอะไรน่ะ ชื่อการ์ตูน?”
บนไวท์บอร์ดรุ่นพี่เขียนชื่ออนิเมะต่างๆ ไว้ มีทั้งที่รู้จักอย่างโดราเอม่อน, เซเลอร์มูน, ดราก้อนบอล, วันพีซ, นารูโตะ แต่ก็ยังมีชื่อแปลกๆที่เธอไม่คุ้นอยู่ด้วย อย่างเช่นเลิฟไลฟ์!, เฟท, ผ่าพิภพไททัน และอื่นๆถึงจะมองภาพรวมแล้วพิมพ์ไหมก็รู้สึกว่าการแต่งคอสเพลย์มันชักจะไม่เข้าท่าซะเท่าไหร่
“แหม ถ้าจะแต่งคอสเพลย์ทั้งที ฉันไม่อยากใส่ชุดโดเรม่อนหรอกนะ ดราก้อนบอลก็...ชุดผู้หญิงที่น่ารักๆ จะมีสักกี่ตัวกัน ยังไงก็ไม่เอาอ่ะ” กวางทำมือไขว้เป็รูปกากบาท
“ถ้าจะแต่งจริงๆ ฉันคงยอมเป็เซเลอร์มูนนะ”
ยังไงซะมันก็เป็อนิเมะเื่เดียวที่เธอรู้จักดีและชุดก็ไม่แปลกมากเกินไป
“แต่ฉันอยากได้เฟทมากกว่านี่นา” กวางเท้าคางบ่นงึมงำ “ชุดของเื่นี้สวยๆ ทั้งนั้น ถ้าใส่ก็คงจะเท่ดี”
“เฟท… มันเป็เื่เกี่ยวกับอะไรเหรอ?”
ได้ยินกวางบอกว่าชุดมันสวย พิมพ์ไหมจึงรู้สึกสนใจ
“ชื่อไทยก็มหาาจอกศักดิ์สิทธิ์ละนะ เหล่าจอมเวทย์กับผู้รับใช้จะต้องมาต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ประทานพรแห่งความปรารถนาแถมตัวละครผู้รับใช้หรือเซอร์แวนท์ก็เป็บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ด้วย อย่าง ฌาณ,เซเบอร์, กษัตริย์อาเธอร์ อะไรตั้งเยอะ ฉันว่ามันต้องดีมากแน่ๆ”
“งั้นเหรอ”
เนื่องจากกวางสรุปเื่ได้สั้นจนไม่รู้เื่พิมพ์ไหมก็คิดว่าคงต้องไปดูเอาเอง แต่จากที่เล่ามามันก็น่าสนใจดี
“เอาล่ะ ทุกคนมาลงคะแนนกันนะ ใครจะเอาเื่ดราก้อนบอล ยกมือขึ้น!”
รุ่นพี่เริ่มไล่ไปทีละเื่นับจำนวนคนที่ยกมือแล้วเขียนตัวเลขไว้ด้านหลัง พอมาถึงเื่เฟทปรากฏว่ามีคนยกมือกันเกินครึ่งห้อง
“อนิเมะเื่นี้ดังมากเลยเหรอ”
พิมพ์ไหมถึงกับอึ้งที่ทุกคนยกกันมากกว่าที่คิด กวางจึงเอียงหัวเข้ามาหาเธอ
“แหงล่ะ มีอนิเมะตั้งหลายภาค มีไลท์โนเวล สปินออฟ เกม กาชา… ต่อให้ไม่เคยดูเื่เต็มๆ มาก่อน แต่ก็ต้องเคยผ่านหูผ่านตามาบ้างล่ะ”
“แต่ฉันไม่รู้จักเลยนะ…”
พิมพ์ไหมรู้สึกว่าตัวเองหลงพวก คิดว่าถ้าว่างต้องไปหาอนิเมะเื่นี้มาดูจริงๆจังๆ เสียแล้ว
รุ่นพี่กวาดตาไปรอห้องแล้วพยักหน้า
“ไม่ต้องนับก็คงจะเข้าใจตรงกันนะ ตกลงว่าเราจะคอสเพลย์เป็เื่เฟท ที่นี้เดี๋ยวจะทำสลากตัวละครให้ทุกคนมาจับกัน! ต่อให้ผู้ชายจับได้ชุดของผู้หญิงก็ต้องใส่นะ”
“เอ๋!?”
พวกผู้ชายพากันโอดครวญ แต่ประธานคณะก็ไม่สนใจ ซ้ำยังฉีกยิ้มชั่วร้าย
“เื่นี้เกี่ยวพันกับรายได้พิเศษของคณะ ถ้าไม่ร่วมมือโดยดีล่ะก็จะเอาเื่นี้ไปบอกอาจารย์นะเพราะคนที่เสนอแินี้ขึ้นมาก็คืออาจารย์เอง”
“โหย!”
พวกผู้ชายทำได้แค่แสดงความไม่พอใจ แต่ไม่มีใครเถียงกลับ ถ้าลองอาจารย์เป็คนคิดพวกเขาจะขัดขืนอะไรได้ล่ะ
“ผู้หญิงก็ต้องแต่งชุดผู้ชายเหมือนกันล่ะน่า น้องๆทั้งหลายเลิกส่งเสียงแล้วมาจับฉลากซะ”
รุ่นพี่ที่เขียนชื่อตัวละครที่ลอกมาจากในเน็ตเรียบร้อยแล้ว ก็เขย่ากล่องใส่สลากเสียงดังกรึกๆทุกคนค่อยๆ ทยอยไปจับฉลากจากนั้นก็มารายงานกับรุ่นพี่ที่ทำหน้าที่จดชื่อว่าได้แต่งคอสเพลย์เป็ตัวละครอะไรพิมพ์ไหมกับกวางปล่อยให้คนอื่นๆ จับกันไปก่อน พอคนเริ่มน้อยจึงค่อยออกไป
ในกล่องเหลือสลากอีกไม่กี่ใบ พิมพ์ไหมไม่เื่มากคว้าอันที่แตะถูกมือเธอก่อน พอคลี่ออกมาก็เห็นว่าตัวละครที่เธอได้คอสเพลย์คือ 'มาโต้ซากุระ'
ซากุระไหนเนี่ย…
พิมพ์ไหมนึกออกแค่ซากุระในเื่นารูโตะกับซากุระในการ์ดแคปเตอร์เท่านั้นแหละ
“น้องจับได้อะไรจ๊ะ?”
รุ่นพี่ถือปากการอจดอยู่ พิมพ์ไหมจึงตอบไป
“เอ่อ ได้เป็มาโต้ ซากุระค่ะ”
“แหม ได้เป็ตัวละครหญิงซะด้วย ชุดของซากุระ คอสเพลย์ง่ายนะน้องแต่งออกมาแล้วต้องน่ารักแน่ๆ เลย”
“ขอบคุณค่ะ”
พิมพ์ไหมไม่แน่ใจว่ามันจะน่ารักจริงเปล่าเพราะเธอไม่เคยเห็นชุดของซากุระที่ว่าเสียด้วย
“ชิ! ดวงซวยชะมัด”
กวางที่เดินตามหลังเธอมา พอเปิดสลากออกถึงกับสบถไม่พอใจ ทำให้ทั้งเธอและรุ่นพี่ต้องหันไปมอง
“ดวงซวยงั้นเหรอ น้องจับได้อะไรเอ่ย? ตัวละครผู้ชายเหรอ?”
“เปล่าค่ะ ตัวละครผู้หญิงนี่แหละ”
กวางตอบแล้วย่นคิ้ว รุ่นพี่กะพริบตาปริบๆ
“ถ้างั้นมันแย่ตรงไหนล่ะ?”
ก็หนูดันจับได้เป็เซเบอร์นี่คะ!”
“อุ๊ย เซเบอร์เหรอ! ตัวเอกอันดับหนึ่งตลอดกาล นี่เรียกว่าดวงเฮงมากกว่าดวยซวยนะจ๊ะ”รุ่นพี่ทำหน้าประทับใจ จากนั้นก็เขียนชื่อลงไปในรายงาน
“แต่หนูอยากแต่งเป็แอสโทลโพนี่!”
“เอิ่ม… ถึงภายนอกจะน่ารักเป็ผู้หญิง แต่นั่นมันตัวละครผู้ชายนะ?”
“เขาเรียกว่าสาวดุ้นค่ะ! ถึงจะเป็ตัวละครผู้ชายก็ไม่เป็ไรแอสโทลโพน่ารักนี่นา! หนูชอบชุดเขา แต่ในเมื่อได้เซเบอร์มาก็ช่างเถอะค่ะ”
กวางทำหน้าสลดจากนั้นก็เดินกลับไปนั่งที่พิมพ์ไหมเปิดมือถือใช้เน็ตเสิร์ชดูภาพของมาโต้ ซากุระจากเื่เฟทแล้วลงความเห็นว่าชุดของซากุระดูสวยดีทีเดียว ไม่ประหลาดจนเกินไปทำให้เธอโล่งอกขึ้น
พอจับสลากกันครบทุกคนแล้ว รุ่นพี่ก็ขนเอกสารมาอีกกองหนึ่งแล้วเดินแจกให้ทุกคนทั่วถึงกัน
“นี่เป็เอกสารรายละเอียดของงานคร่าวๆ รับไปอ่านกันด้วยนะเลิกประชุมเพียงเท่านี้”
การประชุมเช้าเสร็จสิ้นก็ได้เวลาที่ต้องเข้าเรียนพอดี แต่ละคนแยกย้ายกันเข้าชั้นเรียนบางคนยังไม่มีเรียนก็ไปนั่งเล่นฆ่าเวลาพิมพ์ไหมตรวจเช็คตารางในมือถือแล้วถามกวางว่า
“ได้ลงเรียนรายวิชาภาษาและวัฒนธรรมหรือเปล่า”
“ลงสิ ไหมก็ลงเหมือนกันเหรอ”
“อื้ม ฉันกะจะลงเรียนเป็วิชาแบบง่ายกับวิชาแบบยากอย่างละครึ่งน่ะจะได้ไม่หนักเกินไป”
มหาวิทยาลัยที่พิมพ์ไหมเรียนสามารถจะลงวิชาอะไรก็ได้ตามใจขอแค่ให้ครบจำนวนหน่วยกิตเท่านั้นซึ่งการที่ทางมหาลัยให้อิสระแบบนี้ทำให้เธอจัดการเื่การเรียนได้อย่างสบายใจขึ้น
“คิดแบบเดียวกันเลย ง่ายกับยากอย่างละครึ่ง งั้นเราก็เรียนคาบเดียวกันน่ะสิพอดีเลยไปเข้าเรียนด้วยกันนะ”
กวางจัดการควงแขนพิมพ์ไหมแล้วเดินไปที่ตึกเรียนอย่างไม่สนใจสายตาใครเพราะมีกวางอยู่ชีวิตของพิมพ์ไหมในมหาวิทยาลัยจึงไม่โดดเดี่ยวเกินไปเนื่องจากที่นี่มีนักเรียนหลายคนจากโรงเรียนเก่าเข้ามาด้วยถึงจะไม่มีใครอยู่คณะเดียวกับเธอ แต่คนปากร้ายคิดร้ายมันก็มีจึงเกิดข่าวลือเื่ที่เธอเป็เลสเปี้ยนและเป็คนประหลาดแพร่ไปทั่วพิมพ์ไหมทำเป็หูทวนลมกับข่าวลือบ้าบอนั่น เธอไม่สนหรอกว่าใครจะมองยังไงเพราะเธอก็เป็แบบนี้รับไม่ได้ก็ช่างถึงจะมีคนคบแบบผิวเผินอันเนื่องมาจากการทำงานกลุ่มก็ไม่มีปัญหา พิมพ์ไหมไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายอยู่คนเดียวเงียบๆก็ดีไปอีกแบบ
ยิ่งมากคนก็มากความนี่นา
พวกเธอเข้าเรียนตามปกติ ผ่านไปสองชั่วโมงขชั้นเรียนก็เลิก หลังเรียนคาบนี้ก็เป็เวลาพักของพิมพ์ไหมแต่กวางต้องเรียนต่อ เธอจึงแยกจากเพื่อนชั่วคราว ระหว่างนั้นก็หาโต๊ะหินอ่อนนั่งลงทำรายงานที่อาจารย์สั่งระหว่างรอคาบเรียนต่อไปพลางก็กินแซนด์วิชกับน้ำผลไม้รวมรองท้องไปก่อน
เฮือก!
พิมพ์ไหมโอบกอดตัวเอง เอามือลูบต้นแขนแล้วหันซ้ายหันขวาไม่รู้ทำไมจู่ๆ เธอก็ขนลุกขึ้นมา ทั้งที่อากาศก็ร้อนอ้าวและลมพัดมาอ่อนๆไม่ได้หนาวอะไรเลย แต่กลับรู้สึกใจเต้นระทึกขึ้นมา
ไม่ใช่แค่นั้นเธอรู้สึกถึงอะไรไม่ดีบางอย่าง… จิตอาฆาตรุนแรงแผ่พุ่งเหมือนกับตอนที่ถูกิญญาร้ายรุมที่สุรินทร์
“อาการแบบนี้เป็ั้แ่ตอนนั้น...”
พิมพ์ไหมมักจะอ่อนไหวต่อสิ่งที่มุ่งร้ายนับั้แ่ที่เจอผีและพบกับก้านธูปชีวิตของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกเลย
แรกๆ มันก็แค่อาการสั่นแบบไม่มีสาเหตุพอเวลาผ่านไปเธอจะเริ่มสะดุ้งและจมูกได้กลิ่นเหม็นคาวบางทีเธออาจจะคิดไปเองแต่พอตั้งใจสวดมนต์อาการที่ว่าก็หายไป
“อึก! อีกแล้ว”
จมูกของเธอได้กลิ่นของเื…
เืสดใหม่
กลิ่นที่เหมือนกับสนิมนั้นติดคอและลิ้นของพิมพ์ไหมจนเธอต้องปิดปากกลั้นอาเจียนแซนด์วิชกับน้ำผลไม้ทำให้ท้องไส้ของเธอปั่นป่วนไปหมดร่างกายยิ่งเย็นเยือกเข้าไปอีก
ไม่รู้ทำไม... แต่เธอรับรู้ได้ถึงความตายที่อบอวลอยู่รอบๆ นี้ความตายอันมืดสนิท...
หนาวเหน็บ เงียบเหงาและช่างเดียวดายเหลือเกิน
“ตะ ต้องสวดมนต์”
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเธอภาวนาถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์มันจะช่วยปัดเป่าได้ทุกครั้งพิมพ์ไหมพนมมือแล้วหลับตาลง ยังไม่ทันขึ้นตั้งนโมก็ได้ยินเสียงที่ทำลายสมาธิของเธอจนกระเจิง
“กรี๊ดดดดด!!”
เสียงกรีดร้องนั้นดังมาก ทำให้คนในละแวกนั้นพากันมองไปที่ต้นเสียงพิมพ์ไหมสะดุ้งสุดตัว สังหรณ์ร้ายผุดขึ้นมาในทันที
“เกิดอะไรขึ้นน่ะ กรี๊ดซะดังเชียว”
“คงไปเจอแมลงสาบเข้าล่ะมั้ง อย่าสนใจเลย”
“แต่เหมือนหวาดกลัวอยู่จริงๆ นะ ลองไปดูกันเถอะ”
“เสียงเหมือนมาจากด้านหลังตึกนะ”
คนที่อยู่รอบๆ ตัวพิมพ์ไหมพูดคุยเื่เสียงกรี๊ดเมื่อกี้บางคนก็ไม่สนใจ บางคนก็อยากรู้ บางคนก็นิ่งเฉย แต่ความสับสนนั้นคงอยู่ได้อีกไม่นานเพราะคนที่มุ่งไปยังต้นเสียงก็วิ่งหนีแตกตื่นออกมาพร้อมกับกรีดร้องไปด้วย
“ว๊ากกกก!!”
“กรี๊ดดดด!!”
“อุแหวะ อ๊อก!”
บางคนถึงขั้นเป็ลมหรือไม่ก็อาเจียน เห็นสภาพคนที่เป็แบบนั้นทุกคนยิ่งตระหนกไปกันใหญ่
“เป็อะไรไปกันน่ะ!?”
มีคนจุดประเด็นถาม แล้วผู้ชายที่นั่งอาเจียนอยู่ก็พูดเสียงสั่นว่า
“เื ดะ ด้านหลังตึกนี้ มะ มีคนตาย!”
“เอ๋!?”
พิมพ์ไหมผุดลุกขึ้น ระฆังเตือนภัยดังระรัวอยู่ในหัว เธอตามคนอื่นๆไปมุงดูสถานที่เกิดเหตุ ก่อนจะผงะอึ้งเมื่อได้เห็นความสยดสยองเบื้องหน้า
ด้านหลังตึกนั้นเต็มไปด้วยสีแดง...
สีแดงที่ลบเลือนภาพสีอื่นๆ รอบด้านไปสิ้น!
เืสีแดงฉานเจิ่งนองอยู่บนพื้นกลายเป็แอ่งน้ำตามกำแพงมีเืสาดกระเซ็น ร่างของผู้เสียชีวิตอยู่ที่นั่นแต่เนื้อตัวเละเทะไปหมดจนจำสภาพเดิมไม่ได้มองเห็นกระทั่งเครื่องในกองอยู่ข้างนอกด้วยซ้ำ
หะ โหดร้าย…
“อุ๊บ!”
พิมพ์ไหมวิ่งหนีออกมาจากที่เกิดเหตุ พยายามกลั้นอาเจียน ลากตัวเองกลับไปยังที่นั่งนึกเสียใจที่วิ่งไปดูอย่างยิ่ง
นักศึกษาคนอื่นๆ มีสภาพไม่ต่างกัน เสียงอาเจียนดังกระจายมาจากบางจุด บางคนก็กรีดร้องเสียสติมีคนบอกให้ไปแจ้งอาจารย์กับโทรเรียกตำรวจ เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในเขตมหาวิทยาลัยก่อนที่อาจารย์จะประกาศเสียงตามสายว่าให้งดการสอนชั่วคราวและบอกให้ทุกคนยกเว้นที่อยู่รอบๆสถานที่เกิดเหตุเดินทางกลับบ้านไปก่อน
นั่นหมายความว่าเธอจะต้องอยู่ที่นี่ต่อเหรอ ไม่นะ ไม่อยากอยู่แล้ว…
พิมพ์ไหมรวบรวมข้าวของใส่กระเป๋าด้วยมือที่สั่นเทาหัวได้ยินเสียงหึ่งๆ ภาพสีแดงยังคงจำได้ติดตาไม่ลืมเลือน อยากจะมุ่งกลับบ้านไปกินยานอนหลับจะได้ลืมเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้หมด
แต่เธอไม่อาจทำได้ เมื่อเหล่าอาจารย์มากวาดต้อนนักศึกษาที่อยู่ใกล้สถานที่เกิดเหตุเพื่อเป็พยานให้ปากคำกับตำรวจ พิมพ์ไหมจึงรู้ว่าไม่มีทางเลือกและนั่งแข็งทื่ออยู่ตรงม้านั่งหินอ่อนรอจนกว่าตำรวจจะมาถึง
เกิดเหตุที่หลังตึกเรียนซึ่งคนไม่ค่อยไปกัน จัดว่าเป็ที่ลับตาฆาตกรที่สังหารคนได้โเี้แบบนี้มันไม่ธรรมดาแล้ว ที่สำคัญคือทำได้ยังไงก่อเหตุฆาตกรรมในมหาวิทยาลัยที่มีอาจารย์พนักงานและนักศึกษาโดยที่ไม่มีใครสงสัยได้ยังไงกัน!?
บางทีฆาตกรคนนี้อาจจะไม่ธรรมดาเสียแล้ว...