หลังจากการผ่าตัดเสร็จสมบูรณ์ หลี่จ้าน ถูกย้ายกลับมายังเรือนพักของเขาอย่างเงียบเชียบ เขายังคงไร้สติจากฤทธิ์ยาชาที่รุนแรงของ จ้าวชิงเหยา การผ่าตัดลบล้างร่องรอยการทรยศออกไปได้สำเร็จ แต่ ความเสี่ยง ที่แท้จริงยังไม่จบลง
เช้าวันรุ่งขึ้นในจวนฉินอ๋อง ทุกอย่างยังคงดำเนินไปอย่างปกติ ภายนอกไม่มีใครรู้ถึง การผ่าตัดที่เสี่ยงอันตราย ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน พ่อบ้านคนที่สอง ผู้เป็ไส้ศึก ยังคงส่งข่าวลวงเกี่ยวกับ ‘ชายาผู้ป่วยหนัก’ ออกไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ องค์ชายรอง และพันธมิตรยังคงประมาทและเฉลิมฉลองชัยชนะที่คิดว่าได้มาแล้ว
ภายในเรือนของหลี่จ้าน ชิงเหยา และ เสี่ยวเยว่ เฝ้าดูแลอาการของเขาอย่างไม่ห่าง หลี่จ้าน นอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายของเขายังคงอ่อนแอจากการถูกผ่าตัด แต่การหายใจของเขาสม่ำเสมอและใบหน้าของเขาดูผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“คุณหนูเ้าคะ” เสี่ยวเยว่ กระซิบด้วยความกังวลขณะวัดอุณหภูมิร่างกายของหลี่จ้าน “ท่านอ๋องยังไม่ฟื้นเลยเ้าค่ะ! การผ่าตัดจะสำเร็จจริงหรือเ้าคะ?”
ชิงเหยาจับมือเสี่ยวเยว่ไว้เบา ๆ “ยาชาของข้ามีฤทธิ์รุนแรงเพื่อให้แน่ใจว่าท่านอ๋องจะไม่รู้สึกตัวระหว่างการผ่าตัดที่ซับซ้อน” เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนล้าแต่หนักแน่น “ตอนนี้การผ่าตัดเสร็จสิ้นแล้ว แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงคือ การติดเชื้อ และ การฟื้นตัวของเส้นประสาท”
ชิงเหยาใช้ความรู้ของเธอในการดูแลหลังการผ่าตัดอย่างเข้มงวด เธอสั่งให้เสี่ยวเยว่ดูแลความสะอาดของาแด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เธอปรุงขึ้นจากสมุนไพรอย่างเคร่งครัด เธอต้องมั่นใจว่าไม่มีสิ่งสกปรกแม้แต่น้อยจะเข้าสู่าแที่เพิ่งเย็บไป
เธอใช้เวลาทั้งวัน ทบทวนความรู้และเทคนิค ของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้จะประสบความสำเร็จในการผ่าตัด แต่เธอก็ยังมีความกังวลถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา การผ่าตัดเส้นประสาทต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว และความรู้ทางการแพทย์โบราณของเธออาจไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูร่างกายของอ๋องได้อย่างสมบูรณ์
ในคืนนั้น หลี่จ้าน เริ่มรู้สึกตัว เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาในความสลัวของห้องนอน เขาพยายามขยับตัว แต่ความเ็ปที่าแทำให้เขาต้องหยุดชะงัก
สิ่งแรกที่เขาเห็นคือ จ้าวชิงเหยา ที่นั่งหลับพิงขอบเตียงอยู่ข้างกาย ใบหน้าของเธอซีดเผือดจากการไม่ได้พักผ่อน แต่การแสดงออกถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของเธอนั้นชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
หลี่จ้านมองดูภรรยาของเขาอย่างเงียบ ๆ ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ของเขาถูกฉายชัดผ่านสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน มันไม่ใช่แค่ ความเชื่อใจ หรือ ความชื่นชม อีกต่อไป แต่มันคือ ความผูกพัน และ ความรัก ที่ก่อตัวขึ้นจากความร่วมมือในการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด
เขาพยายามเอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะผมของเธอเบา ๆ แต่ความเ็ปที่ขาก็ทำให้เขาต้องหยุดการเคลื่อนไหว
“ท่านอ๋อง! ท่านฟื้นแล้วหรือเพคะ!” ชิงเหยา สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เธอรีบลุกขึ้นมาตรวจอาการของเขาด้วยความเป็ห่วงอย่างแท้จริง
“อย่า... อย่าเพิ่งขยับตัวเพคะ” ชิงเหยาเตือนอย่างรวดเร็ว “าแของท่านยังไม่หายดี!”
หลี่จ้านสบตาเธออย่างอ่อนโยน “เ้า... ไม่ได้พักผ่อนเลยใช่หรือไม่?”
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน ทำให้ชิงเหยาใจเต้นแรง เธอพยายามควบคุมอารมณ์และกลับไปสู่บทบาทของแพทย์
“ข้าสบายดีเพคะ” ชิงเหยาตอบ “สำคัญที่สุดคืออาการของท่าน”
หลี่จ้านยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ใช่ความเยือกเย็น แต่เป็ รอยยิ้มที่แสดงความจริงใจ
“เ้าทำสำเร็จใช่หรือไม่ ชิงเหยา” หลี่จ้านถามเสียงแ่เบา แต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วย ความคาดหวัง ที่ถูกเก็บกดมานานหลายปี “ร่องรอยการทรยศนั้น... ถูกลบล้างไปแล้วใช่หรือไม่?”
ชิงเหยาพยักหน้าอย่างมั่นคง “ข้าได้นำ ร่องรอยการทรยศ นั้นออกจากร่างกายของท่านอย่างถาวรแล้วเพคะ แต่ตอนนี้ท่านต้องพักผ่อนอย่างเต็มที่ และรอให้เส้นประสาทของท่านฟื้นตัว การต่อสู้ครั้งสำคัญยังไม่จบลง”
หลี่จ้านหลับตาลงอย่างช้า ๆ ความโล่งใจที่ถาโถมเข้ามานั้นรุนแรงยิ่งกว่าความเ็ปใด ๆ ที่เขากำลังเผชิญอยู่ กำแพงที่พังทลาย ในใจของเขาทำให้เขาตระหนักว่าเขาไม่ได้เพียงแค่ได้ภรรยา แต่ได้ ผู้ช่วยชีวิต และ คู่ชีวิต ที่เขาสามารถมอบความไว้ใจให้ได้อย่างเต็มที่
ความเงียบสงัดในห้องนอนของ หลี่จ้าน ถูกทำลายด้วยเสียงลมหายใจที่แ่เบาของชายาผู้ทุ่มเท จ้าวชิงเหยา เธอนั่งอยู่ข้างกายเขาตลอดคืน เฝ้าดูทุกการเปลี่ยนแปลงของอาการหลังการผ่าตัดที่เสี่ยงอันตรายที่สุดในชีวิตของเธอ
หลี่จ้าน ลืมตาขึ้นในความสลัวของยามเช้ามืดอีกครั้ง คราวนี้เขาพยายามรวบรวมสติและความแข็งแกร่ง เขาไม่รู้สึกถึงความเ็ปที่รุนแรงอีกต่อไป แต่กลับรู้สึกถึง ความหนักอึ้ง และ ความอ่อนแรง ของร่างกายหลังการผ่าตัด สิ่งนี้เป็สัญญาณที่ดี — ร่องรอยการทรยศ ถูกลบล้างไปแล้ว
เขาเห็นชิงเหยานั่งหลับพิงขอบเตียงอยู่ เธอเหนื่อยล้าจนแทบหมดสติจากการใช้สมาธิสูงสุดในการผ่าตัดและการเฝ้าดูแลตลอดคืน หลี่จ้านรู้สึกถึง ความผิด และ ความรัก ที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ เขาเอื้อมมือไปคว้าผ้าห่มผืนหนา แล้วพยายามคลุมไหล่ของเธอเบา ๆ
การเคลื่อนไหวเล็กน้อยของเขานั้นดึงดูดความสนใจของ หลิ่งเฟิง ผู้ซึ่งยืนเฝ้าอยู่นอกห้องอย่างเคร่งครัด
“ท่านอ๋อง! ท่านฟื้นแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?” หลิ่งเฟิงรีบเข้ามาด้วยความยินดี แต่ก็รักษาความเยือกเย็นไว้
หลี่จ้านส่ายหน้าเบา ๆ โดยไม่ตอบคำถามขององครักษ์ แต่เขาหันไปมองชิงเหยาที่กำลังหลับใหล
“หลิ่งเฟิง” หลี่จ้านกล่าวเสียงแหบพร่า “ดูนางสิ นางเสี่ยงชีวิตตนเองเพื่อช่วยข้า และไม่ได้พักผ่อนเลยแม้แต่นาทีเดียว”
“พ่ะย่ะค่ะ” หลิ่งเฟิงตอบด้วยความเคารพอย่างสูง “ชายาจ้าวเป็สตรีที่น่าชื่นชมที่สุดพ่ะย่ะค่ะ ข้าเคยระแวงนางมาก่อน แต่ตอนนี้ข้ายอมรับในความสามารถและความจริงใจของนางอย่างสิ้นใจ”
หลี่จ้านตระหนักว่าเขาไม่ได้้าเพียงแค่ การรักษา เท่านั้น แต่เขา้า การเยียวยาจิตใจ และชิงเหยาได้มอบสิ่งนั้นให้เขาแล้ว เขาตัดสินใจที่จะ เปิดใจยอมรับ ความรู้สึกที่เขามีต่อเธออย่างสมบูรณ์
“การผ่าตัดสำเร็จไปแล้ว” หลี่จ้านกล่าว “แต่การต่อสู้ครั้งสำคัญยังไม่จบลง”
“หมายถึง การฟื้นฟู รึพ่ะย่ะค่ะ?” หลิ่งเฟิงถาม
“ไม่... หมายถึง ความรัก” หลี่จ้านตอบด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน “ข้าไม่สามารถให้ความสัมพันธ์ของเราเดินหน้าไปได้อย่างเต็มที่ จนกว่าข้าจะได้ เอาชนะ ความเ็ปจากอดีตของข้า และกลับมาเดินได้อีกครั้ง การกลับมาเดินได้ของข้าคือ การพิสูจน์ ที่ข้า้ามอบให้นาง”
หลี่จ้านสั่งให้หลิ่งเฟิงดูแลความปลอดภัยของชิงเหยาอย่างเคร่งครัด และห้ามไม่ให้ใครรบกวนการพักผ่อนของเธอแม้แต่นาทีเดียว
เมื่อ จ้าวชิงเหยา ตื่นขึ้นมาในตอนสาย เธอรู้สึกถึงผ้าห่มที่คลุมไหล่อยู่ และเห็นหลี่จ้านมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนเป็พิเศษ
“ท่านอ๋อง” ชิงเหยาลุกขึ้นทันที “ท่านรู้สึกเป็อย่างไรบ้างเพคะ?”
“ดีขึ้นมาก” หลี่จ้านตอบ “เ้าพักผ่อนเถิด ชิงเหยา เ้าได้ทำสิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดแล้ว”
ชิงเหยาไม่สนใจคำพูดของเขา เธอรีบตรวจาแและสัญญาณชีพของเขาอย่างละเอียด “าแไม่มีการติดเชื้อ และการหายใจเป็ปกติแล้วเพคะ” เธอรายงานด้วยความโล่งใจอย่างที่สุด “แต่ตอนนี้การผ่าตัดสำเร็จแล้ว เราต้องเข้าสู่ ขั้นตอนการฟื้นฟู ทันที”
เธอใช้ความรู้ด้าน ศัลยกรรมฟื้นฟู ของเธออธิบายถึงความสำคัญของการบำบัดทางกายภาพและการนวดเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง ซึ่งเป็สิ่งที่แพทย์โบราณไม่เคยมีตำรา
“การฟื้นฟูนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสี่ถึงหกเดือน” ชิงเหยากล่าวอย่างจริงจัง “ข้าจะนวดและกระตุ้นกล้ามเนื้อของท่านอย่างต่อเนื่องทุกวัน และท่านต้องฝึกขยับขาตามที่ข้าสอน”
“ข้าจะเชื่อเ้าทุกอย่าง” หลี่จ้านรับคำอย่างเด็ดขาด “ข้าจะฝากชีวิตของข้าไว้ในมือของเ้าทั้งหมด”
ความรู้สึกของทั้งสองอยู่ในจุดสูงสุดของ ความเชื่อใจ และ ความหวัง หลี่จ้าน เปิดใจยอมรับชิงเหยาอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ฐานะทางการเมือง แต่ในฐานะภรรยาและผู้ช่วยชีวิตของเขา
“ท่านอ๋องเพคะ” ชิงเหยากล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “การผ่าตัดครั้งนี้ทำให้ท่านสามารถลบล้างความแค้นในอดีตได้แล้ว แต่ความสำเร็จที่แท้จริงคือการ กลับมาเดินได้ ของท่าน”
หลี่จ้านมองไปยังขาที่ถูกเย็บแผลอย่างประณีต เขาไม่ได้รู้สึกถึงความพิการอีกต่อไป แต่รู้สึกถึง ความหวัง ที่ส่องประกายอยู่ตรงหน้า อดีตแม่ทัพผู้เกรียงไกร กำลังจะกลับมาสู่สนามรบทางการเมืองอีกครั้ง โดยมี แพทย์ศัลยกรรมประสาทผู้ชาญฉลาด เคียงข้าง
“เ้าทำได้ดีมาก ชิงเหยา” หลี่จ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยนที่ถูกเก็บซ่อนมานาน “ข้าจะรอคอยวันนั้น... วันที่ข้าจะเดินเคียงข้างเ้าอย่างสง่างาม ในฐานะ ฉินอ๋องผู้ที่กลับมามีอำนาจ และ สามีที่อ่อนโยน ของเ้า”