ตอนที่ 5
ฤดูของความรัก
หลังจากที่ให้เบอร์กับแป้งไปแล้วทิมก็ได้แต่มองโทรศัพท์ตลอดเวลาแต่จนดึกแล้วแป้งก็ยังไม่โทรมา จากตอนแรกที่คิดว่าเธอคงยุ่งอยู่พอนานเข้าก็เริ่มคิดว่าเธอเป็อะไรรึเปล่าจนสุดท้ายเขาก็ท้อใจและหลับไปพร้อมกับความผิดหวัง
เช้ามาทิมมาถึงโรงเรียนเห็นแป้งเดินมากับเพื่อนเขารีบหันหน้าหนี เพราะรู้สึกน้อยใจที่แป้งไม่ยอมโทรมาแป้งเห็นทิมเดินหนีก็รู้ทันทีว่าโดนโกรธเสียแล้วและพยายามที่จะเข้าไปอธิบายแต่ก็เหมือนโดนฟ้ากลั่นแกล้ง พวกเพื่อนคนอื่นเดินเข้ามาทักทิมเสียก่อน
นาคร : เป็ไงวะหน้ามุ่ยมาเลย คุยแล้วไม่เหมือนที่คิดเหรอ?
ทิม : เปล่า ไม่ได้คุย
นาคร : อ่าวไมล่ะก็ให้เบอร์ไปแล้วนิ
ทิม : ก็น้องเขาไม่โทรมาให้กูทำไง
นาคร : เฮ้ย เป็ไปได้ไงต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ
ไม้ :มึงเขียนเบอร์ผิดเปล่าวะไอ้คร
นาคร : ไม่ผิดดิกูจดจากในโทรศัพท์เลยนะ
ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งตอกย้ำ ทิมไม่รู้เลยว่าทำไมแป้งถึงไม่โทรมาในตอนนั้นเขารู้สึกแค่ว่าเธอคงไม่อยากคุยกับเขาและเธออาจไม่คิดเหมือนที่เขาคิดก็ได้ หลังจากวันนั้นทิมหลบหน้าแป้งตลอดเวลาเดินผ่านก็ไม่ยิ้มให้เหมือนเดิม
แก้ว : เหมือนพี่ทิมโกรธแป้งเลยมีอะไรกันรึเปล่า
ขวัญ :ก่อนหน้านี้พี่ทิมให้เบอร์แป้งอ่ะ แต่โดนอาจารย์หน่อยยึดไป ก็เลยไม่ได้โทรไปสงสัยจะโกรธ
แป้ง : ทำไงดีหาโอกาสบอกไม่ได้เลย
แก้ว : จริงเหรอ...อิจฉาอ่ะได้ตัวท๊อปโรงเรียนเลยนะแป้ง ต้องหาทางเคลียร์ใจกันแล้ว
ถึงจะพูดแบบนั้นแต่แป้งก็หาทางคุยกับพี่ทิมได้ยากเพราะทุก่เวลาถ้าไม่อยู่กับเพื่อนก็จะมีผู้หญิงเข้าหาตลอดและเธอก็ไม่ความกล้าพอที่จะเข้าไปหาตอนที่ทิมอยู่กับคนอื่นได้แต่นั่งถอนหายใจและหม่นหมองอยู่ลำพัง
“เฮ้อออออ กำลังจะเป็เหมือนความรักในหนังสือเล่มนั้นแล้วเหรอเนี้ย”
แล้วแป้งก็พยายามนึกถึงชื่อหนังสือเล่มนั้น แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก่พักเที่ยงเลยไปที่ห้องสมุดอีกครั้งพอเข้าไปที่ช่องเดิมของหนังสือที่เคยอ่านก็เห็นทิมนั่งอ่านหนังสือเล่มนั้นอยู่แล้วเธอรู้สึกเหมือนตัวเองมีโชคนิดๆ ที่มีโอกาสได้อยู่กันสองต่อสองอีกครั้งพอมองหนังสือที่ทิมอ่านก็เป็เล่มเดียวกับที่เธอกำลังจะมาดู
“ฤดูของความรัก”
แป้ง : ยังอ่านไม่จบอีกเหรอคะ
ทิม : อ่านจบแล้วแหละแค่จะอ่านอีกรอบ อยากรู้ว่าทำไมความรักถึงได้เ็าขนาดนี้
แป้ง : (ลงไปนั่งข้างๆทิม)อาจารย์วลีเห็นตอนที่พี่ทิมเอากระดาษยัดใส่กระเป๋าแป้งน่ะค่ะ เลยเดินมาดู พอเห็นว่าเป็เบอร์โทรก็เลยยึดไปเลย(ก้มหน้าพูด) แล้วพี่ทิมก็ทำท่าเหมือนโกรธแป้ง ก็เลยไม่กล้าเข้าไปถาม
พอได้ฟังแบบนั้น มันเหมือนกับยกูเาลูกใหญ่ออกจากอก “เธอไม่ได้เมินเราสินะ” เขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่
ทิม :งั้นเหรอ?...นึกว่าโดนความรักเมินใส่ซะอีก
ทิมขยับเข้ามาใกล้แป้งมากขึ้นจนไหล่ชิดกันแล้วเขาก็หยิบปากกาขึ้นมาก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก
“เขียนไว้ที่ปกเสื้อแล้วกันนะ จะได้ไม่มีใครยึดไปได้”
ทิมจับปกเสื้อของแป้งและพลิกด้านในออกมาเอาปากกาเขียนเบอร์โทรของเขาลงไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นมานิดหน่อยและจูบที่มุมปากของเธอ แป้งหน้าแดงก่ำใจเต้นรัวไม่รู้จะพูดหรือทำอะไรต่อจากนี้ได้แต่มองทิมที่กำลังยิ้มอย่างพอใจที่ได้แสดงความรักเล็กๆนี้ออกมา ทั้งคู่จ้องตากันอยู่นานทิมเริ่มขยับเข้าใกล้อีกมือเริ่มัักัน เขาเริ่มโน้มตัวเข้าหาแป้งอีกครั้ง
“เดี๋ยวแป้งกลับก่อนนะคะ เพื่อนรออยู่”
แป้งรีบลุกขึ้นทันทีก่อนหัวใจที่เต้นแรงอยู่นั้น จะหยุดเต้นอย่างเฉียบพลันกับััที่กำลังจะมาถึงทิมได้แต่ยืนมองและยิ้มอย่างมีความสุขและยิ่งรู้สึกหลงใหลไปกับความน่ารักไร้เดียงสา และอ่อนต่อโลกของแป้ง
พอกลับห้องทิมก็อารมณ์ดีแบบสุดๆจนเพื่อนพากันสงสัยว่าเขาไปทำอะไรเขามองหน้าอาจารย์วลีที่กำลังสอนภาษาอังกฤษและยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หลังสอนเสร็จอาจารย์จึงเดินเข้ามาถามด้วยความสงสัย
วลี : ทิมเธอยิ้มอะไรมากมาย
ทิม : เปล่าครับแค่วันนี้รู้สึกว่าอาจารย์สวยเป็พิเศษ
วลี :อะไรของเธอไม่ต้องปากหวาน ฉันไม่หลงเสน่ห์เธอเหมือนเด็กพวกนั้นหรอกนะ
ทิม :แล้วอาจารย์เอาเบอร์ผมไปทำไมล่ะครับ เอาไปแล้วก็ไม่โทรมา
วลี : นิทิมนีรกานต์นะยังเด็กนะ มันไม่เหมาะที่จะคบกัน มันยังไม่ถึงวัย
ทิม :ผมไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้นนะครับอาจารย์ แค่อยากคุยกันเท่านั้น ผมรอได้ครับ
วลี : เอาเถอะยังไงซะเดี๋ยวก็คงไปแอบให้กันทีหลังอีกนั่นแหละเด็กที่หมดอนาคตเพราะด่วนได้เสียกันมันมีเยอะนะอาจารย์ไม่อยากให้เกิดเื่แบบนั้นในโรงเรียนอีก
“คร้าบบบ” ทิมตอบรับสั้นๆก่อนที่เพื่อนจะเดินเข้ามาถามว่าคุยอะไรกับอาจารย์ ทิมจึงเล่าเื่ราวให้ฟัง
นาคร : อย่างนี้นิเองกูนึกว่าแม่งเมากัญชา นั่งยิ้มคนเดียวตลอดทั้งคาบ เข้าใจกันแล้วว่างั้น
ทิมพูดไปยิ้มไปและโยกตัวไปมาเหมือนมีความสุขมากๆอยู่ด้วยอาการและท่าทางที่ยิ้มไม่หยุดตลอดเวลานั้น ทำให้เพื่อนๆเริ่มสงสัย
ไม้ : ไอ้ทิมมึงคงไม่ได้ทำอะไรอย่างว่ากับน้องเขาไปแล้วนะ
ทิม : (ทำท่าใ) ไอ้บ้ากูไม่ใช่คนแบบนั้นโว้ย แค่ให้เบอร์แป้งเขาไปแล้วแค่นั้นอยู่ในโรงเรียนจะไปทำอะไรเขาได้วะ
แว่น :หรือว่า....ได้จับมือปรับความเข้าใจกันนั้นเหรอ?
พอพูดเื่นั้นออกมาทิมก็หน้าแดงและเดินหนีทันที
“มึงก็พูดไปเรื่อย ไอ้บ้า”
เขาเดินออกจากห้องไปดื้อๆ เพราะเขินที่จะตอบคำถาม มันทำให้เขานึกถึงตอนที่จูบแป้งที่ห้องสมุดยิ่งคิดก็ยิ่งอายตัวเอง ทำไมถึงกล้าทำอะไรแบบนั้น พอออกมานอกห้องก็เจอแป้งตรงทางเดินอีก เขาจึงชะงักไปแป็บหนึ่งพอแป้งเห็นทิมก็หน้าแดงและเขินอายอย่างหนัก หลบสายตาและก้มหน้าลงทันทีทั้งเพื่อนแป้งและเพื่อนทิม ต่างเดากันได้ว่า ทั้งคู่ต้องทำอะไรกันมา ที่มากกว่าการพูดคุยปรับความเข้าใจแว่นเดินเข้ามาใกล้ๆและกระซิบถาม
“มากกว่าจับมือเหรอ?”
ทิมเอามือปิดปากแว่นและลากไปที่อื่นทันทีเพราะไม่อยากให้แว่นพูดถึงเื่นั้นให้แป้งได้ยิน แต่แป้งกับเพื่อนก็ได้ยินไปแล้วขวัญกับแก้วจึงลากแป้งออกไปบ้าง และพาไปหาที่เงียบๆเพื่อสอบถามทั้งคู่ให้แป้งนั่งลงที่เก้าอี้ ส่วนพวกเธอก็ยืนจ้องหน้าทำเหมือนกำลังจะคาดคั้นความจริงออกจากปากแป้งให้ได้
ขวัญ :ไปทำอะไรมาตอนพักเที่ยง บรรยากาศมันเปลี่ยนไปนะ
แก้ว :ใช่...คืนดีกันแล้วเหรอ? นัดกันตอนไหน? ไปเจอกันที่ไหน? แล้วทำอะไรกันมา?
แป้ง : ใจเย็นๆไม่ได้มีอะไรแบบนั้นหรอกไปเจอพี่เขาที่ห้องสมุดก็เลยบอกไปว่าที่ไม่ได้โทรไปเพราะอาจารย์เอากระดาษที่ให้ไป
แก้ว : แล้วยังไงต่อทำไมถึงหน้าแดงกันทั้งคู่ มีไรมากกว่านั้นแน่
แป้ง :พี่เขาก็ให้เบอร์ใหม่มาแค่นั้นแหละ ก็แค่เขินเอง เพราะ....แบบ...เหมือนแบบ(เริ่มอ้ำอึ้ง)
ขวัญ :เหมือนอะไร?.....จะคบกันงั้นเหรอ?
แก้ว : ถามแปลกๆอ่ะขวัญให้เบอร์มาแล้วก็แปลว่าขอเป็แฟนสิ จะมีอย่างอื่นเหรอ
ขวัญ : จะไปรู้ได้ไงพี่ไม้ยังเคยให้เบอร์ บุ๋มห้อง 5 เลย แล้วไง..คบกับพี่เฟิร์นเฉยเลยเห็นป่ะ
แก้ว : เออเหมือนบุ๋มเคยเล่าให้ฟังเหมือนกันนะ แต่เขาว่าบุ๋มโม้อ่ะเพราะลองเอาเบอร์ที่บุ๋มให้มาโทรไปมันบอกเลขหมายนี้ยังไม่เปิดบริการอ่ะ
ขวัญ : ก็เปลี่ยนเบอร์หนีไงอาจจะคุยแล้วไม่ปลื้มก็เลยไม่คบก็เป็ได้ หรืออาจจะใช้ข้ออ้างแค่อยากคุยเฉยๆก็มีนะ
แก้วกับขวัญคุยกันเื่นั้น ทำให้ความสดใสที่มีเมื่อกี้ของแป้งหมดไปเธอเริ่มวิตกว่าถ้าคุยกันแล้วพี่ทิมเกิดไม่ปลื้มเธอเหมือนที่ขวัญเล่าจะทำยังไงแป้งเอามือจับที่ปกเสื้อที่เขียนเบอร์ไว้และเกิดความลังเลที่จะโทรไป
กลับถึงบ้านเธอก็เมมเบอร์พี่ทิมใส่เครื่องไว้และคิดว่าจะเอาไปซักออกก่อนที่แม่จะเห็นแต่กลับตัดสินใจเอาไปเก็บใส่ตู้ไว้ เพื่อเป็ความทรงจำ อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จบ ม.3แล้ว ใส่ที่มีอยู่ 3 ชุดน่าจะพอ แป้งเดินไปเดินมาในห้องหลายรอบกว่าจะตัดสินใจโทรไปหาทิม
ตึ๊ด ตึ๊ด ตี๊ด
“ฮัลโหล พี่ทิมเหรอคะ?”