ด้วยความที่จางหยวนไม่คาดคิดว่ามาก่อนว่าเม่ยซูจะไม่เชื่อใจตนเองถึงขนาดต้องวางยากัน เขาจึงกินยาที่นางนำมาให้แต่โดยดี มารู้ตัวว่าโดนวางยาก็ตอนกำลังจะสลบ
ก่อนหน้าที่จะสลบไป ตัวเขาเองกำลังสงสัยอยู่ว่าเหตุใดเม่ยซูจึงดูมีความสุขนักที่ได้ไปส่งสารให้เขา ทั้งยังรีบวิ่งออกไปทันทีที่เห็นเขากินยาเรียบร้อยแล้ว ที่แท้นางวางแผนเช่นนี้ไว้นี่เอง
ทางด้านหลี่ซูเม่ย หลังจากที่นางได้ทำการวางยาสลบจางหยวนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว นางก็ไม่ได้รีบนำสารไปส่งเนื่องจากหากนางคิดจะออกไปนอกสำนัก นางต้องขออนุญาตท่านอาจารย์เสียก่อน อีกทั้งนางไม่้าให้ท่านอาจารย์รู้ว่านางได้ช่วยเหลือคนแปลกหน้าเอาไว้ ทั้งยังเป็ผู้ชาย นาง้าตรวจสอบดูให้แน่ชัดก่อนว่าชายผู้นั้นเป็คนของวังรัชทายาทจริงหรือไม่
หากใช่นางจะขอให้ท่านอาจารย์ช่วยเหลือต่อไป แต่ถ้าไม่ใช่ เช่นนั้นนางจะได้เป็ผู้เดียวที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ท่านอาจารย์และสำนักจะได้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
อีกประการคือนางต้องรีบไปบอกท่านอาจารย์ว่าหากมีคนมาถามว่าท่านว่าเ้าของกระท่อมหลังสำนักเป็ใครมาจากไหน ให้ท่านตอบไปว่าเป็ศิษย์ของเซียนแพทย์มาอาศัยอยู่ชั่วคราว รอเซียนแพทย์กลับมารับ ซึ่งทางสำนักได้ให้ความช่วยเหลือด้านอาหารการกิน รวมทั้งเสื้อผ้าและสมุนไพรที่หาไม่ได้จากในป่าแถบนี้ ไม่เช่นนั้นแล้วชายผู้นั้นย่อมรู่ว่าสิ่งที่นางพูดไปไม่ใช่เื่จริง
เมื่อคิดได้ดังนี้นางจึงไปหาศิษย์พี่สี่เพื่อขอร้องให้นางออกไปเดินเล่นที่กลางเมืองหลวงเป็เพื่อนนาง ที่นางไปหาศิษย์พี่สี่ก็เพราะว่าตอนนี้ศิษย์ในสำนักเหลือเพียงนางและศิษย์พี่สี่ ศิษย์พี่ใหญ่ยังคงเรียนรู้งานการปกครองกับองค์ฮ่องเต้ ศิษย์พี่รองกับศิษย์พี่สามก็ออกไปทำภารกิจเพื่อเก็บประสบการณ์ยังต่างเมือง
ศิษย์พี่สี่ชิงหลงเยว่เล่อหรือองค์หญิงใหญ่นั้นมีความสามารถพิเศษอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งคนที่รู้ว่านางมีความสามารถมีอยู่เพียงไม่กี่คน นางมีความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ของทุกคนยกเว้นตัวนางเอง
นางเห็นภาพเหล่านี้ในความฝัน ส่วนใหญ่จะเป็เื่ที่เกี่ยวข้องกับคนใกล้ตัว และภาพที่เห็นมักเป็เพียงส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ทั้งหมด ตอนแรกนางคิดว่ามันเป็เพียงความฝัน แต่ทุกครั้งเหตุการณ์ที่นางเห็นฝันจะต้องเกิดขึ้นจริงภายในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
ตอนที่นางยังอยู่ในพระราชวังที่แคว้นชิงหลง นางเคยเล่าให้เสด็จแม่ฟังแต่พระองค์ไม่ทรงเชื่อ หลังจากนั้นนางจึงไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง ตอนที่นางอายุได้ 5 ปี หลังจากที่ตราสัญลักษณ์ปรากฏขึ้นบนไหล่ของนาง นางจำต้องจากเสด็จพ่อ เสด็จแม่และแคว้นชิงหลงไปยังแคว้นหวงหลงเพื่อฝากตัวเป็ศิษย์ของท่านนักพรตหญิง
นางไม่ได้บอกท่านอาจารย์ของนางเื่ความฝัน แต่ท่านอาจารย์กลับสังเกตเห็นถึงความวิตกกังวลของนาง ท่านจึงเรียกนางไปพูดคุย จากการพูดคุยในครั้งนี้ทำให้นางตัดสินใจเล่าเื่ความฝันที่นางเห็นให้ท่านฟัง ท่านบอกให้นางมาบอกท่านทุกครั้งที่นางฝันว่านางฝันว่าอะไร ท่านจะช่วยตรวจสอบดูว่าเหตุการณ์เ่าั้เกิดขึ้นจริงหรือไม่
ผ่านไปเพียงเดือนเดียวท่านอาจารย์ได้เรียกนางให้ไปพูดคุยอีกครั้ง รอบนี้ท่านบอกว่านางมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นอนาคต ถึงแม้ว่าจะเห็นเพียงบางส่วนก็ตาม ซึ่งเื่นี้นางต้องห้ามบอกใครเด็ดขาดเพราะมันสามารถทำให้นางตกอยู่ในอันตรายได้
พร้อมทั้งยังบอกอีกว่า ต่อไปนี้หากนางเห็นว่าเื่ที่นางเห็นในฝันไม่ได้ส่งผลเสียต่อผู้คนหรือแผ่นดินต้าชิง นางก็ไม่จำเป็ต้องมาบอกความฝันของนางกับท่านก็ได้ นางจึงเล่าความฝันของตนให้ท่านฟังก็ต่อเมื่อเป็เื่ที่นางเห็นว่าสำคัญหรือน่าสนใจจริงๆเท่านั้น
เหมือนตอนที่หลี่ซูเม่ยกำลังจะเข้ามาเป็ศิษย์น้องเล็ก นางก็ฝันเห็นเด็กผู้หญิงดวงตาสีอำพันนั่งอยู่ในความมืด ก่อนที่จะมาปรากฏตัวอยู่ข้างท่านอาจารย์ เมื่อนางเล่าเื่นี้ให้ท่านอาจารย์ฟัง ท่านเพียงกล่าวว่า "มาแล้วหรือ เช่นนั้นคงต้องเตรียมเรือนหลังใหม่อีกแล้วสินะ" ก่อนจะบอกให้พ่อบ้านไห่เตรียมเรือนหลังใหม่และเตรียมการต้อนรับสมาชิกคนใหม่ที่กำลังจะมา
ตอนนี้เมื่อนางเห็นว่าศิษย์น้องเล็กมาชวนนางไปเดินเล่นในเมืองหลวง นางจึงจอบตกลงอย่างไม่ลังเล เพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนนางได้ฝันถึงเื่ราวที่มีความเกี่ยวข้องกับศิษย์น้องเล็ก ซึ่งเื่ที่นางเห็นนั้นถือเป็เื่ที่ดี สมควรสนับสนุน
เมื่อตกลงกันได้แล้ว ทั้งคู่จึงไปขออนุญาตท่านอาจารย์ ซึ่งท่านก็อนุญาต และบอกให้ทั้งคู่ดูแลตัวเองให้ดี ก่อนจะไปหลี่ซูเม่ยบอกให้ศิษย์พี่สี่ไปที่รถม้าก่อนได้เลย เพราะนางมีเื่จะบอกท่านอาจารย์ หลังจากที่ศิษย์พี่สี่ออกจากห้องไปแล้ว นางจึงเข้าไปบอกท่านเื่ที่นาง้าให้ท่านให้ความช่วยเหลือ ก่อนที่จะรีบวิ่งตามศิษย์พี่สี่ออกไป
กลางเมืองหลวงแห่งแคว้นหวงหลงนั้นเต็มไปด้วยร้านค้า รถม้าและผู้คน ทั้งคู่ลงจากรถม้าที่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง เนื่องจากเวลานี้คือเวลาที่ผู้คนที่เดินทางไกลต่างหยุดพักเพื่อมารับประทานอาหารเที่ยง ทำให้ในโรงเตี๊ยมเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา
หลี่ซูเม่ยและชิงหลงเยว่เล่อนั่งอยู่ในห้องพักที่ชั้นสามของโรงเตี๊ยม มองจากตรงนี้หลี่ซูเม่ยสามารถมองเห็นวังตะวันออกหรือวังรัชทายาทได้อย่างชัดเจน
ด้วยความที่นางไม่อยากบอกเื่ชายแปลกหน้ากับใคร นางจึงบอกศิษย์พี่สี่ไปว่านางอยากไปดูวังตะวันออกใกล้ๆ แล้วจะไปหาซื้อสมุนไพรต่อ แต่นางพูดยังไม่ทันจบศิษย์พี่สี่ก็พูดขึ้นมาว่า "เ้าไปเถอะ ข้าจะนั่งรอเ้าอยู่ที่นี่แหละ หากมีอะไรก็อย่าลืมส่งสัญญาณมาละ"
หลี่ซูเม่ยคิดรับคำก่อนจะในใจ 'ข้าอุตส่าห์คิดตั้งนานว่าจะพูดยังไงให้ศิษย์พี่รอข้าอยู่ที่นี่ คิดไม่ถึงว่าศิษย์พี่จะเป็คนขออยู่ที่นี่ต่อเอง'
---------------------------------------
* มาลงให้แล้วนะค่าา ฝากติดตามตอนต่อไปของไรท์ด้วยน้าาา ขอบคุณค่ะ♥️