ด้านนอกป่าจิตอสูร บรรดาผู้ที่มารับชม ต่างมองไปยังภาพฉายที่ปรากฏอยู่บนแผ่นกระจกขนาดใหญ่ทั้งสิบบาน
แผ่นกระจกเหล่านี้มีชื่อว่ากระจกสะท้อนภาพ ซึ่งเป็วัตถุวิเศษระดับหนึ่ง สามารถสะท้อนภาพเหตุการณ์ทุกอย่าง จากกระจกแผ่นอื่น ๆ ที่ถูกติดตั้งเอาไว้ทั่วป่าจิตอสูร
“ดูนั่นสิ กลุ่มของฮัวหนานกำลังเข้าปะทะกับสิงโตเกราะเหล็ก สัตว์อสูรระดับแปดในขอบเขตหลอมกายา”
ผู้คนต่างรู้สึกตื่นเต้น ที่เห็นกลุ่มของฮัวหนานกำลังจะเข้าปะทะกับสัตว์อสูรในขอบเขตหลอมกายา
ฮัวหนานปลดปล่อยพลังลมปราณ ผสานร่วงตัวเองเข้ากับดวงจิตของสัตว์อสูร ทำให้ทั่วร่างของเขาถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยขนสีแดงเพลิง กล้ามเนื้อทุกมัดขยายตัวใหญ่ขึ้นมา ทั้งแข็งแกร่ง ทรงพลัง และดูน่าเกรงขามเป็อย่างยิ่ง
จิ่วซาที่กำลังนั่งดูอยู่ ถึงกับต้องเอ่ยขึ้นมาว่า “ดวงจิตของจิ้งจอกเพลิงพิสุทธิ์ สัตว์อสูรในขอบเขตหลอมดวงจิต ดูท่า..ตระกูลเฟิงคงจะทุ่มเทให้กับฮัวหนานไปไม่น้อยเลยทีเดียว”
สิงโตเกราะเหล็กกระโจนเข้าใส่ฮัวหนาน มันใช้กรงเล็บทั้งสองข้างตะปบเข้าใส่โดยพลัน
ฮัวหนานไม่ได้หวั่นเกรงต่อกรงเล็บของมันแต่อย่างใด เขายกแขนทั้งสองข้างของตนขึ้นมาต้านรับเอาไว้
ตึ้งงง!
เมื่อขาทั้งสองข้างของสิงโตเกราะเหล็กถูกตรึงเอาไว้ ลูกน้องของฮัวหนาน ต่างก็ระดมการโจมตีเข้าใส่ โดยเล็งไปที่บริเวณรอยต่อของเกราะบนตัวมัน
ทวนปฐีทะลวงเกราะ! ดาบผ่าศิลา! ศรสะเก็ดดารา!
เคร้ง! เคร้ง! ฉั่วะ
สิงโตเกราะเหล็กโดนกระหน่ำโจมตีเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง ถึงจะมีเกราะหนา แต่เมื่อโดนโจมตีเข้าที่บริเวณรอยต่อของเกราะ มันจึงไม่ต่างไปจากสัตว์อสูรตนอื่น ๆ ร้องคำรามออกมาอย่างเ็ป
โฮกกกก!
สิงโตเกราะเหล็กได้รับาเ็จากการโจมตี มันสะบัดขาหน้าที่ถูกฮัวหนานยึดจับเอาไว้จนหลุดออก เหวี่ยงกรงเล็บอันแหลมคมเข้าใส่คนในกลุ่มของฮัวหนาน ทำให้พวกเขาได้รับาเ็จนต้องล่าถอยออกมา
ฮัวหนานใช้จังหวะที่สิงโต้เกราะเหล็กโจมตีเข้าใส่คนในกลุ่ม ฝ่ามือลุกโชนไปด้วยเปลวอัคคี ตบเข้าไปที่ใบหน้าของมันเต็มแรง
อุ้งเท้าจิ้งจอกเพลิง!
ปั๊บ!
สิงโตเกราะเหล็กโดนฝ่ามือของฮัวหน้าตบเข้าไปจนหัวโยก ใบหน้าของมันมีรอยไหม้จากเปลวเพลิงปรากฏขึ้นแผลใหญ่
แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำลายเกราะของเหล็กของมันได้ ฮัวหนานจึงใช้กระบวนท่าต่อเนื่อง ะโขึ้น้า รวบรวมพลังทั้งหมดไปที่กำปั้น ก่อนยกขึ้นเหนือศีรษะ ใช้กระบวนท่าอันตรายที่สุดของตนออกมา
จิ้งจอกเพลิงทำลายล้าง!
ร่างของฮัวหนานถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยเปลวอัคคี ทิ้งดิ่งลงมา ราวกับดาวหางที่กำลังร่วงหล่น ทุบกำปั้นสุดแรงเข้าใส่บริเวณศีรษะของสิงโตเกราะเหล็ก
ตู้มมม!
กำปั้นของฮัวหนานทุบเข้าใส่ศีรษะของสิงโตเกราะเหล็ก ทำเอาเกราะส่วนหัวของมันแตก เืสด ๆ ไหลเยิ้มออกมา ถูกเปลวเพลิงที่ร้อนแรงแผดเผาจนระเหยกลายเป็ไอ เดินโซซัดโซเซก่อนจะล้มลงไปนอนกองกับพื้น
ตุบ!
เมื่อฮัวหนานสามารถล้มสิ่งโตเกราะเหล็กลงได้ ผู้ชมที่ดูการต่อสู้ผ่านกระจกสะท้อนภาพต่างส่งเสียงโห่ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
เฮ้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ฮัวเจี่ยยืนอยู่ใกล้ ๆ รีบวิ่งเข้ามาแสดงความยินดีกับพี่ชายของตน “ท่านพี่! ท่านสามารถสังหารสิงโตเกราะเหล็กลงได้ ช่างร้ายกาจยิ่งนัก”
ฮัวหนานหาได้ใส่ใจกับคำเยินยอของฮัวเจี่ยผู้เป็น้องชายสั่ เขางให้ลูกน้องของตน ลงมือเก็บดวงจิตของสิงโตเกราะเหล็กในทันที
ขณะที่ฮัวหนานกำลังนั่งรอให้ลูกน้องของตนเก็บดวงจิตของสิงโตเกราะเหล็กอยู่นั้น กลุ่มของโม่เฟิงก็ได้วิ่งผ่านจุดที่พวกเขาอยู่ เมื่อฮัวเจี่ยเห็นจึงได้รีบะโบอกกับพี่ชายของตนว่า
“ท่านพี่! เ้าพวกนั้นมันทำให้ข้าต้องอับอาย ข้าจะไปจัดการกับพวกมัน”
สิ่งที่ฮัวเจี่ยผู้เป็น้องชายพูดออกมาทำให้ฮัวหนานที่กำลังนั่งพักต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน
เขาได้ยินเื่ที่น้องชายถูกทำให้อับอายต่อหน้าคนหมู่มาก แม้ตัวเขาจะไม่ค่อยใส่ใจกับน้องชายผู้นี้สักเท่าไหร่นัก แต่การที่มีคนทำให้ตระกูลเฟิงของตนนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียง ไหนเลยเขาจะปล่อยเื่นี้ให้ผ่านไปได้
อีกฝากหนึ่ง โม่เฟิงพาทุกคนมุ่งหน้าไปยังจุดศูนย์กลางของป่าจิตอสูร พยายามหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรทุกตัวให้ได้มากที่สุด
“มีสัตว์อสูรอยู่ข้างหน้า หลบไปทางซ้าย!”
นอกจากโม่เฟิงจะใช้กลิ่นของว่านทลายอสูรในการขับไล่สัตว์อสูรแล้ว เขายังใช้ความสามารถพิเศษของบันทึกอสูร เพื่อตรวจสอบตำแหน่งของสัตว์อสูรทุกตัวที่อยู่ในรัศมีห้าจั้ง ทำให้กลุ่มของพวกเขานั้น รอดจากการปะทะกับสัตว์อสูรในขอบเขตหลอมกายาไปได้หลายครั้ง
อีกด้านหนึ่ง กลุ่มของเฉียนเป่ยเพิ่งทำการสังหารสัตว์อสูรในขอบเขตหลอมกายาได้สำเร็จ
ขณะที่ปิงหยุนกำลังทำการเก็บดวงจิตของสัตว์อสูรอยู่นั้น เขาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มของโม่เฟิงที่กำลังวิ่งเข้าไปยังส่วนลึกของป่า
“ทำไมพวกนั้นถึงเข้ามาลึกขนาดนี้..?”
ด้วยระดับพลังลมปราณของโม่เฟิงและคนในกลุ่มที่ต่ำจนเกินไป การเข้ามาลึกขนาดนี้นับว่าอันตรายมาก เฉียนเป่ยจึงรีบเก็บดวงจิตจองสัตว์อสูรที่ล่าได้ เตรียมจะไล่ตามกลุ่มของโม่เฟิงไป
แต่ทว่า..ผ่านไปไม่ถึงสามลมหายใจ เขาก็เห็นกลุ่มของฮัวหนานกำลังวิ่งไล่ไปยังทิศทางเดียวกับที่กลุ่มของโม่เฟิงเพิ่งวิ่งผ่านไป และเมื่อดูจากนิสัยที่เ้าคิดเ้าแค้นของฮัวหนานและฮัวเจี่ยแล้ว การไล่ตามกลุ่มของโม่เฟิงไปเช่นนี้จึงไม่ใช่เื่ที่ดีนัก
เฉียนเป่ยรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่าง เลิกสนใจดวงจิตของสัตว์อสูรที่ล่าได้ พาคนในกลุ่มของตน วิ่งไล่ตามกลุ่มของฮัวหนานไปเช่นกัน
กลุ่มของโม่เฟิงไปถึงบริเวณลานกว้างแห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็จุดศูนย์กลางของป่าจิตอสูร
ด้านหน้าของพวกเขามีกลุ่มของหลันหลันกำลังต่อสู้กับวานรเถ้าธุลี สัตว์อสูรในขอบเขตหลอมกายาระดับเจ็ดตนหนึ่งอยู่
วานรเถ้าธุลีกำลังฟาดแขนเข้าใส่คนในกลุ่มของหลันหลัน แต่ทุกคนในกลุ่มของนางนั้นสามารถหลบหลีกได้อย่างว่องไว รอดพ้นการโจมตีไปได้อย่างง่ายดาย
แต่ถึงแม้จะหลบได้ พวกนางกลับไม่กล้าประมาท เพราะการโจมตีของวานรเถ้าธุลีนั้นทรงพลังยิ่งนัก
ยามที่มันเหวี่ยงแขน ต้นไม้ ใบหญ้า หรือแม้แต่ก้อนหินขนาดใหญ่ล้วนถูกทำลายจนไม่เหลือซาก
ด้วยร่างกายที่แข็งดุจหินของวานรเถ้าธุลี กลุ่มของหลันหลันจึงใช้การเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว หาจังหวะโจมตีจุดอ่อนของมัน
เมื่อสบโอกาส ว่านหลินที่มีพลังกล้าแข็งที่สุดในกลุ่ม ผสานพลังลมปราณธาตุวายุเข้าสู่ฝ่าเท้าและตัวกระบี่ ะโหลบท่อนแขนของเ้าวานรที่เหวี่ยงเข้ามาอย่างรวดเร็ว ถีบร่างของตนเข้าไปใกล้ศีรษะของเ้าวานร
กระบี่ทะลวงวายุ!
กระบี่ของว่านหลินถูกห่อเอาไว้ด้วยวายุอันคมกริบ เสือกแทงเข้าไปที่ดวงตาข้างซ้ายของเ้าวานรเถ้าธุลี
สวบ!
โฮกกกกกก!
วานรเถ้าธุลีโดนกระบี่ของว่านหลินแทงเข้าไปที่ดวงตาซ้าย มันกู่ร้องคำราม สะบัดตัว พร้อมกับเหวี่ยงท่อนแขนไปมาอย่างอย่างทุรณทุราย
ว่านหลินถือกระบี่อยู่ โดนเหวี่ยงท่อนแขนเข้าใส่หลายครั้ง เมื่อเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดี เธอจึงจำใจต้องปล่อยกระบี่ ะโถอยหลังออกมาตั้งหลักใหม่
วานรเถ้าธุลีเหวี่ยงแขนไปมาอย่างคลุ้มคลั่งอยู่นานสองนาน ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างเหนื่อยหอบอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ส่งเสียงคำรามด้วยพลังทั้งหมดที่มีอยู่
เมื่อได้ยินเสียงคำรามของวานรเถ้าธุลี โม่เฟิงััได้ถึงอันตรายที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้..แย่แล้ว!
โม่เฟิงรีบะโบอกคนในกลุ่มของหลันหลันให้รีบวิ่งหนีออกมา
“รีบหนีเร็ว”
เสียงของโม่เฟิงทำให้คนในกลุ่มของหลันหลันต้องชะงักร่าง พวกนางหันมาสบตากัน ไม่เชื่อในคำพูดของโม่เฟิง
“มันใกล้จะตายแล้ว ล้อมเอาไว้”
ขณะที่กลุ่มของหลันหลันกำลังล้อมวานรเถ้าธุลีอยู่นั้น ต้นไม้ ใบหญ้าและผืนดินเกิดการสั่นไหว
“เกิดอะไรขึ้น?”
หลันหลันที่ยืนดูการต่อสู้ของคนในกลุ่มอยู่ห่าง ๆ เห็นวานรเถ้าธุลีอีกตัวหนึ่งกระโจนออกมาจากป่า อีกทั้งยังเหวี่ยงท่อนแขนเข้าใส่ว่านหลินจากด้านหลัง
“พี่ว่านหลิน ข้างหลังท่าน”
เสียงของหลันหลันทำให้ว่านหลินที่กำลังสนใจอยู่กับวานรตัวที่าเ็ รวบรวมพลังลมปราณทั้งหมดขึ้นมาป้องกันแผ่นหลังของตนเอาไว้ได้ทัน
ตึ้ง!
แม้ว่านหลินจะใช้พลังลมปราณทั้งหมดป้องกันแผ่นหลังของตัวเองเอาไว้ได้ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะต้านทานการโจมตีของวานรเถ้าธุลีตนนี้
ร่างของว่านหลินลอยละลิ่วไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปถึงสามจั้ง สร้างความใให้กับทุกคนที่เห็น
่เวลาที่หลันหลันกำลังใกลัวอยู่นั้น เหนือขึ้นไป้า มีวานรเถ้าธุลีอีกตัวหนึ่งได้กระโดลงมาจากต้นไม้ ใช้กำปั้นทั้งสองข้างทุบเข้าใส่หลันหลันที่ไม่ทันได้ระวังตัว
ปิงหยุนเห็นว่าหลันหลันไม่ทันได้สังเกตเห็นวานรเถ้าธุลีที่ะโลงมาจากต้นไม้ เขาที่อยู่ห่างออกไปก็ไม่อาจช่วยนางได้แล้ว เขาทำได้แค่เพียงแค่ะโบอก
“้า!”
หลันหลันได้ยินเสียงะโของปิงหยุน รีบเงยหน้าขึ้น แต่จะให้นางหลบหรือป้องกันตัวก็ไม่ทันการแล้ว
ตูมมมม!
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อะไรกัน…หลันหลันพึ่งโผล่มาเองนะ จะตายแล้วหรือเนี่ย..? T-T
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเื่นี้ รวมถึงกดไลค์หรือกดติดตามเพจ Facebook :Nightfall.Novel ด้วยนะครับ