ตอนที่ 1
คุณนายแววเดือนรู้สึกประหลาดใจเมื่อลูกชายคนเดียวอย่าง ธวัช เดินเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าบึ้งตึงก่อนที่จะพาร่างอันอวบอัดของตัวเองที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาของอายุเดินเข้าไปหาลูกชาย
“ตาธวัชทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะลูก”
เมื่อไม่สามารถทนเห็นสีหน้าแสนบูดบึ้งของลูกชายได้คุณนายแววเดือนก็เอ่ยถามด้วยความงงงัน
“ตอบแม่หน่อยสิตาธวัชแกจะมานั่งเงียบแบบนี้ไม่ได้นะ” ท่านพึมพำด้วยความไม่พอใจเมื่อลูกชายเพียงคนเดียวไม่ยอมตอบคำถาม แถมยังชักสีหน้าใส่ด้วยความหงุดหงิด
“ขอโทษครับแม่ผมอารมณ์ไม่ดี” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
คุณนายแววเดือนนั่งมองลูกชายด้วยความเครียดอารมณ์แบบนี้มีอยู่เื่เดียว สงสัยเป็เื่ของว่าที่ลูกสะใภ้ของท่านอย่างหนูริสาแน่นอน คนที่อาบน้ำร้อนมาก่อนมองลูกชายของตนทะลุปรุโปร่ง
“แล้วไปคุยกับหนูริสามาเป็ยังไงบ้าง”
“เหอะเป็ยังไงครับคุณแม่ อวดดี อวดเก่งขนาดนั้น ผมพูดตรงๆ นะครับผมไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงแบบนั้นเลย”ชายหนุ่มบอกผู้เป็แม่อีกครั้งด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด
ผู้เป็แม่อย่างคุณนายแววเดือนน่ะเหรอจะไม่รู้ว่าลูกชายของตนรู้สึกอย่างไร ต่อให้ลูกชายคนเดียวจะไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วยขนาดไหนท่านและครอบครัวของหนูริสาก็จัดการทุกอย่างอยู่ดี
ผู้เป็แม่เหรอจะไม่อยากให้ลูกมีความสุขไม่อยากให้ลูกพบเจอสิ่งที่ดี ทุกเื่ไม่ว่าจะเป็เื่อะไรท่านตามใจเขามาตลอดหากแต่นี่เป็การแต่งงาน หากใครจะมาเป็สะใภ้ คงมีแค่ริสาเท่านั้น
“เราไปทำอะไรให้น้องโกรธหรือเปล่าล่ะตาธวัช”ผู้เป็แม่ถามลูกชายด้วยแววตารู้ทัน
ลูกชายตนมีนิสัยยังไงจะรอดพ้นสายตาผู้เป็แม่ไปได้หรือ คนที่จะปราบนิสัยของเขาได้ยังไงก็ต้องเป็ริสา ถึงตอนนี้ลูกชายจะไม่ชอบเกลียดแสนเกลียดว่าที่ลูกสะใภ้ยังไงสุดท้ายแล้วธวัชจะต้องตกหลุมรักริสาอย่างแน่นอน
“คุณแม่ก็รู้ว่ายัยนั่นนิสัยยังไงคนไม่ยอมใครแบบนั้นพูดดีด้วยได้ที่ไหนกัน”
“แต่เราก็ไม่ยอมใครเหมือนกันนี่นาตาธวัช”ผู้เป็แม่สวนลูกชายทันควัน
“คุณแม่ครับยังไม่แต่งไม่ได้หรอครับ ผมไม่พร้อมจริงๆ นะครับ”ลูกชายหันมาถามผู้เป็แม่ด้วยสีหน้าจริงจัง
“ไม่ได้ทุกอย่างถูกเตรียมไว้หมดแล้ว”
“แต่ผมไม่ได้เต็มใจ”
“ไม่เต็มใจยังไงแกก็ต้องแต่งกับน้อง”
“แต่เราไม่ได้รักกันนะครับแม่!!”ผู้เป็แม่มองลูกชายด้วยความอ่อนใจ
ไม่ใช่ว่าเื่นี้ชายหนุ่มจะไม่เคยพูดเขาพูดทุกครั้งหากแต่คำตอบที่ได้รับก็คือประโยคเดิมๆ อย่าง
ไม่ได้แกต้องแต่ง!!
ซึ่งเป็ประโยคที่ไม่ว่าจะได้ยินกี่ครั้งเขาก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้
“เหอะถ้าคุณแม่อยากให้ผมแต่ง ผมแต่งก็ได้ครับ แต่งได้ก็หย่าได้เหมือนกัน” พูดจบชายหนุ่มก็เดินหนีขึ้นห้องไปปล่อยให้ผู้เป็แม่มองตามหลังลูกชายด้วยความฉงนใจ
“วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาสองคนกันนะปกติไม่รุนแรงเท่านี้นี่นา” ท่านพึมพำอย่างไม่เข้าใจเมื่อลูกชายผู้ที่ต่อต้านการแต่งงานครั้งนี้มาโดยตลอดมีท่าทีที่รุนแรงขึ้นรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ท่านเคยเห็น
ซึ่งไม่ว่าจะสงสัยแค่ไหนท่านก็ไม่สามารถถามใครได้ เพราะเื่นี้เป็เื่ของคนสองคน คนที่รู้ดีที่สุดและจะตอบคำถามได้ชัดเจนที่สุดก็คงเป็ใครไปไม่ได้
...นอกจากเขาทั้งสองคน
ธวัชบุตรชายเพียงคนเดียวของคุณธีรวัชและคุณนายแววเดือน ธวัชเป็ชายหนุ่มรูปงามใบหน้าหล่อเหลา ปัจจุบันอายุยี่สิบเก้าปี เรียนจบด้านบริหารจากประเทศอังกฤษ
ปัจจุบันนี้ธวัชดำรงตำแหน่งเป็ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศไทยรวมถึงกิจการของครอบครัวทั้งหมดซึ่งมีมูลค่ามหาศาล
ด้วยความที่เป็หนุ่มรูปงามและเพียบพร้อมทั้งรูปร่างฐานะเขาจึงเป็ที่หมายปองของบรรดาผู้หญิงไม่ว่าจะสาวน้อยสาวใหญ่ต่างล้วน้าเขาทั้งสิ้น รวมถึงสังคมวงการธุรกิจต่างสนใจและจับตามองนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอย่างเขาทั้งสิ้นเรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จักเขา
ทุกอย่างในชีวิตของเขาดูเหมือนจะไปได้ดีไม่มีอะไรสะดุดหากแม่ของเขาซึ่งอยู่ในวัยใกล้หกสิบ ถึงแม้แม่ของเขาจะดูอ่อนไวกว่าอายุแต่บางสิ่งในตัวแม่เขานั้นไม่สามารถแก้ไขได้เพราะแม่ของเขาก็เป็เพียงมนุษย์ปุถุชนธรรมดา
ท่านก็เป็เหมือนคนแก่ทั่วๆไป เมื่อเริ่มมีอายุ ความน้อยใจก็เพิ่มขึ้น แล้วไหนจะอาการขี้เหงาอยากมีหลานมาวิ่งเล่นในบ้านมาคอยอยู่ใกล้ๆและเอาใจ
ทั้งนี้แม่ของเขาก็มีอาการโรคหัวใจเมื่อแม่พูดถึงเื่แต่งงาน เขาจึงขัดไม่ได้และไม่กล้าขัดเนื่องจากเกรงว่าท่านจะหัวใจกำเริบ!! สุดท้ายเขาก็ต้องจำยอมฝืนทนถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักอย่างเธอ...
รู้ถึงไหนอายถึงนั่น!!!
นายธวัชถูกแม่ผู้บังเกิดเกล้าให้แต่งงานกับผู้หญิงที่ท่านเลือกแล้วว่าดีและเหมาะสมกับเขาเป็ที่สุดถึงวันนี้จะยังไม่ได้แต่งงานกัน แต่อีกสองอาทิตย์ข้างหน้าเขาก็ต้องแต่งกับเธออยู่ดี
ถึงเขาจะปฏิเสธแม่เื่การแต่งงานไม่ได้แต่ธวัชก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ ว่าทำไมแม่ของเขาต้องให้เขารีบแต่งงานนักหนา ทั้งๆ ที่เขาก็อายุเพียงเท่านี้ครันจะถามผู้เป็แม่ก็ไม่อยากให้ท่านเครียดนอกจากจำยอมฝืนทนทำตามคำสั่งของผู้เป็แม่ให้จบๆ ไป
ธวัชไม่เข้าใจว่าผู้หญิงที่แม่บอกว่าดีเลิศในทุกๆ ด้าน จะเหมาะสมกับเขาตรงไหนเพราะเท่าที่เขาดูและัักับเธอมาเมื่อต้องพูดคุยกันเขากลับไม่เห็นความดีนั้นของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว สำหรับเขาแล้วเธอก็เป็เพียงแค่ผู้หญิงที่เขาไม่ได้รัก และไม่คิดจะรักก็เท่านั้น...
ยัยริสา! เป็ลูกสาวของเพื่อนคุณแม่เธออายุห่างจากเขาห้าปี ไอ้ชอบก็ชอบอยู่หรอกที่เธออายุน้อยกว่า แต่... เขาไม่ชอบผู้หญิงที่ชอบทำตัวขี้อ้อนซึ่งคนที่เขากำลังจะแต่งงานด้วย กลับมีนิสัยแบบนั้น สำหรับคนอื่นมีคนอ้อนแล้วอาจจะดูน่ารักแต่สำหรับเขามันไม่ใช่!!! ไม่ว่าใครจะมองเธอแบบไหน สุดท้ายแล้วสำหรับเขาเธอก็คือคนธรรมดาเท่านั้นแหละ...
อีกด้านฝั่งหญิงสาวที่ตกเป็โจทย์ในการสนทนาของครอบครัว ก็มีสีหน้าบึ้งตึงไม่แพ้กันจนผู้เป็แม่อย่างคุณนายสารินี อดที่จะเข้ามาพูดคุยด้วยไม่ได้
“ริสาลูก...พี่เขาเป็คนดี”
“เหอะถ้าตานั่นเป็คนดีก็ไม่มีใครดีแล้วค่ะคุณแม่”หญิงสาวตอบผู้เป็แม่ด้วยท่าทีที่หงุดหงิดไม่หาย
“ริสา! เรียกพี่เขาดีๆ”
“คุณแม่คะทีเขายังไม่เรียกสาดีเลย แล้วทำไมสาต้องพูดดีกับคนแบบนั้นด้วยล่ะคะ”หญิงสาวแทนตัวเองว่าสาเมื่อคุยกับผู้เป็แม่
คุณนายสารินีอดที่จะมองลูกสาวด้วยความอึดอัดใจไม่ได้ในเมื่อเพื่อนสาวที่สนิทกันมาั้แ่ยังไม่แตกเนื้อสาว ขอให้เธอยกลูกสาวเพียงคนเดียวให้ลูกชายของเพื่อนสนิทอย่างเธอเธอจึงอดที่จะตกปากรับคำไม่ได้
ไม่ใช่ว่าไม่เห็นใจลูกสาวกับชายหนุ่มลูกชายของเพื่อนสนิทแต่ในสายตาผู้ใหญ่แล้ว หากจะรับใครมาเป็คนในครอบครัว ก็ขอให้เป็คนที่รู้จักคุ้นเคยกันจะดีกว่าที่สำคัญคุณนายสารินีมั่นใจ ว่าลูกชายเพื่อนจะดูแลลูกสาวของเธอได้
เื่ความสัมพันธ์เป็เื่ละเอียดอ่อนเป็เื่ของหัวใจ มันต้องใช้เวลาเป็ข้อพิสูจน์เท่านั้นว่าสิ่งที่เธอกับเพื่อนคิดนั้นมันไม่ผิด!
“สา...หนูเชื่อแม่เถอะว่าตาธวัชเป็คนดี แม่ดูคนไม่ผิด แล้วถึงเวลาลูกจะรู้เองว่าสิ่งที่แม่พูด แม่ไม่ได้โกหกลูกเลย”
“หนูไม่คุยเื่นี้แล้วค่ะขอตัวขึ้นห้องก่อนนะคะคุณแม่” หญิงสาวตอบผู้เป็แม่เสร็จก็เดินจากไปปล่อยให้ผู้เป็แม่มองตามแผ่นหลังบางด้วยความหนักใจ
ริสาเป็บุตรสาวเพียงคนเดียวของคุณภูริชและคุณนายสารินี ปัจจุบันมีอายุยี่สิบสี่ปีเรียนจบบริหารจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในประเทศไทย
ปัจจุบันหญิงสาวดำรงตำแหน่งรองประธานบริหารบริษัทั์ใหญ่มีชื่อเสียงทั้งในไทยและต่างประเทศมีมูลค่ามหาศาล เธอดำรงตำแหน่งรองประธานหลังจากที่บิดาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุตอนเธออายุยี่สิบสามปีเธอจึงดำรงตำแหน่งและบริหารบริษัทมาั้แ่ตอนนั้น
ริสามีคุณสมบัติหลายอย่างที่คนนอกไม่ค่อยรู้หนึ่งในนั้นคือเธอเป็คนชอบขี้อ้อน เอาใจเก่ง เป็คนอ่อนไหวแต่ไม่อ่อนแอแข็งนอกอ่อนใน ด้วยเหตุนี้เธอจึงพยายามสร้างกำแพงเพื่อป้องกันตัวเองจากคนที่เข้าหาเธอทุกคน
ทั้งนี้...หญิงสาวนามว่าริสา ยังมีใบหน้าที่สวยสดงดงาม รูปร่างดี อกเป็อก เอวเป็เอวส่วนไหนควรมีก็มีตามแบบฉบับหญิงไทยเธอเป็ที่ถูกเล่าขานในกลุ่มผู้ชายเสมอั้แ่สมัยเรียนจวบจนปัจจุบัน
เฮ้อ
เสียงหญิงสาวถอนหายใจหลังจากที่ขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วเธอคิดเื่ที่จะต้องแต่งงานกับคนที่ผู้ใหญ่เลือกให้อย่างผู้ชายที่ชื่อธวัชไม่ตก
ผู้ชายแบบนั้นไม่สมควรที่เธอจะแต่งงานด้วยทั้งเขาและเธอไม่เหมาะสมกันสักนิด เขาไปซ้ายเธอไปขวาไหนจะคำพูดคำจาที่ไม่นึกถึงจิตใจของคนฟังอย่างธวัชอีก
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมแม่ของเธอและคุณป้าแววเดือนแม่ของชายหนุ่มต้องให้เธอและเขาแต่งงานกันด้วย ที่สำคัญเธอพึ่งจะอายุยี่สิบสี่!เธอยังใช้ชีวิตของเธอไม่คุ้มเลยด้วยซ้ำ ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งไม่เข้าใจ
วันนี้ที่ต้องไปลองชุดแต่งงานด้วยกันเขาก็ทำให้เธอไม่พอใจมากพออยู่แล้ว หากต้องมาอยู่ด้วยกัน ไม่ตายกันไปข้างเลยเหรอ
หญิงสาวได้แต่จมอยู่ในความคิดตัวเองไม่สนใจสิ่งรอบข้างแม้แต่เสียงของโทรศัพท์ที่กำลังดัง
“ผู้ชายแบบนั้นให้ฟรียังไม่เอาเลยแม่นะแม่... จะให้แต่งกับเขาทำไมก็ไม่รู้”
หญิงสาวพูดกับตัวเองด้วยความกลัดกลุ้มในอกที่ไม่สามารถปฏิเสธงานแต่งงานที่จะมาถึงในเวลาอันใกล้นี้ได้
เดิมที...ริสาไม่ได้รังเกียจที่จะแต่งงานกับชายหนุ่ม หากจะให้พูดตรงๆ ก็เพราะว่าเขาหล่อโปรไฟล์ดีทุกอย่างเธอจึงไม่ปฏิเสธคำขอของผู้เป็แม่ ที่มาบอกเื่นี้กับเธอในตอนที่เธออายุยี่สิบปีหากแต่เมื่อได้รู้จักนิสัยของเขา ั้แ่ที่เขากลับมาจากอังกฤษต่างหากที่เธอรับไม่ได้เขาควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แถมเวลาเจอกับเธอก็มักจะพูดจาแบบขวานผ่าซากเสมอ เพราะเหตุนี้จึงทำให้เธอตั้งแง่รังเกียจเขาและได้ปฏิญาณกับตัวเองว่า... เธอจะไม่มีวันหลงรักเขาเด็ดขาด!
เธอจะแต่งตามคำขอของผู้ใหญ่หากเมื่อไหร่ที่ครบปีแล้ว เธอจะหย่าขาดจากเขา และทวงอิสระของเธอคืนเมื่อเวลานั้นมาถึงก็จะไม่มีใครสามารถห้ามเธอได้อีกแล้ว...