ขบวนราชทูตขององค์ชายอันฉู่ได้ออกเดินทางกลับแคว้นฉู่ทันที โดยองค์ชายและองค์หญิงประทับนั่งอยู่บนรถม้า เมื่อขบวนรถม้าได้เดินทางออกนอกเมืองและมาหยุดพักที่เมืองฉานโจ ในตอนนี้ทั้งสองพระองค์อยู่ในกระโจม องค์หญิงก็คอยดูแลองค์ชายอยู่ไม่ห่าง อยู่ปรนนิบัติพัดวีอย่างไม่มีปริปากบ่น
เวลาผ่านไปไม่นาน ซึ่งเป็ไปตามคาด กลุ่มเหล่านักฆ่าเข้ามาโจมตีกองทัพแคว้นฉู่อย่างรวดเร็ว โชคดีที่ท่านเสนาบดีและท่านแม่ทัพธงอี่แอบซุ่มดูอยู่แล้ว จึงรีบพากันเข้าไปช่วยกันจับกุมเหล่านักฆ่าทันที
ถึงกระนั้นก็มีนักฆ่าสองคนสามารถบุกเข้าไปในกระโจมของทั้งสองพระองค์ได้ องค์หญิงจึงถือดาบและใช้ตัวบัง หมายจะปกป้ององค์ชาย แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม แต่แล้วก็ต้องตกพระทัยสุดขีด เพราะองค์ชายทรงสามารถลุกยืนได้ปกติพร้อมกับดึงดาบที่มือขององค์หญิงไปต่อสู้กับนักฆ่าสองคนนั้น และพระองค์ก็พลั้งมือฆ่านักฆ่าทั้งสองคนตาย
องค์หญิงยังทรงยืนอึ้งและรู้สึกกริ้วที่ตนเองถูกองค์ชายหลอก ดังนั้นองค์หญิงจึงรีบเสด็จหนีหมายจะออกไปจากกระโจม แต่ถูกองค์ชายรั้งตัวเข้ามากอดไว้
“ปล่อยเราเดี๋ยวนี้นะ ท่านมีความสุขมากเลยใช่มั้ย ที่หลอกเราได้” องค์หญิงทรงกรรแสง
“ชานชิว อย่าโกรธเราเลยนะ เรารักเ้าจริงๆ ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ เ้าก็ไม่ยอมเข้าพิธีอภิเษกกับเรา ขนาดการแข่งขันเลือกพระชายา เ้าก็ยังหลอกเราเหมือนกัน เ้าทำเป็แกล้งแพ้ แล้วจะให้เราทำอย่างไรได้” องค์ชายตรัส
“ไม่ ในเมื่อท่านก็เป็ปกติดี เราก็ไม่จำเป็ต้องอยู่กับท่านอีก เราจะกลับวังเดี๋ยวนี้” องค์หญิงทรงพระทัยแข็ง
“งั้นได้ ชานชิว เราจะทำให้ขาของเราพิการเอง เ้าจะได้อยู่กับเราไง” องค์ชายทรงกำลังง้างดาบ
องค์หญิงทรงหันมาเห็นเข้าก็ตกพระทัยอย่างมาก จึงรีบไปกอดองค์ชายเพื่อห้ามไม่ให้พระองค์ฟันขาของตนเอง
“อันฉู่ ท่านทำอย่างนี้ทำไม ฮือ ฮือ” องค์หญิงทรงตกพระทัยจนกรรแสงหนักกว่าเดิม
“เราไม่รู้จะใช้วิธีไหน ให้เ้ายอมอยู่กับเรานี่” องค์ชายตรัส
“เรายอมแล้ว เรายอมอยู่กับท่านตลอดชีวิต ต่อไปอย่าทำแบบนี้อีกนะ” องค์หญิงทรงกรรแสงด้วยความตกพระทัย ทรงกอดองค์ชายไว้และซบที่พระอุระ
องค์ชายทรงปาดน้ำตาให้และกอดพระชายาอย่างรักใคร่ จนกระทั่งท่านเสนาบดีและท่านแม่ทัพบุกเข้ามาในกระโจมด้วยความเป็ห่วง แต่แล้วก็ต้องมาเห็นภาพทั้งสองพระองค์ทรงยืนกอดกันอยู่
“อะ แฮ่ม ขออภัยพะย่ะค่ะ บัดนี้พวกเราได้จับกุมและรวบรวมนักฆ่าได้ทั้งหมดแล้ว กระหม่อมจะรีบนำตัวพวกมันกลับไปยังเมืองหลวงเพื่อรับโทษพะย่ะค่ะ” ท่านเสนาบดีกล่าว
“ขอบใจท่านมาก ท่านเสนาบดี”
“ส่วนกระหม่อมและกองทัพแคว้นฉินจะคอยปกป้องขบวนราชทูตแคว้นฉู่จนถึงค่ายทหารของแม่ทัพไฉ่หลง เพื่อส่งต่อให้แม่ทัพไฉ่หลงปกป้องพระองค์จนถึงชายแดนแคว้นฉู่พะย่ะค่ะ”
“ขอบใจท่านมาก ท่านแม่ทัพธงอี่”
“ไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอตัวพะย่ะค่ะ”
เมื่อเหตุการณ์สงบแล้ว กระโจมแห่งนี้ก็กลายเป็เรือนหอขององค์ชายอันฉู่และองคหญิงชานชิวโดยปริยาย ช่างเป็ค่ำคืนอันแสนหวานของทั้งสองพระองค์โดยแท้
เมื่อท่านเสนาบดีเดินทางกลับเมืองหลวงไปแล้ว แต่ตัวแม่ทัพธงอี่ยังคงต้องเดินทางต่อไป ทำให้ค่ำคืนนี้ต้องอิจฉาทั้งสองพระองค์อย่างมาก และต้องทนคิดถึงฮูหยินสุดที่รัก “เมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ข้าจะรีบกลับไปหาเ้า ต่งหนาน”
“ฮัด เช่ย ฮัดเช่ย” ต่งหนานจาม
“เ้าเป็อะไรน่ะ ต่งหนาน อากาศข้างนอกก็ปกติดีนี่ ไม่เห็นจะเย็นเลย” ไป่หลิงถาม
“นั่นสิ สงสัยมีใครคิดถึงข้าอยู่มั้ง” ต่งหนานกล่าว
“555 รับรองเป็ธงอี่แน่นอน” ไป่หลิงกล่าว