ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    บทที่31 ผู้ช่วยเหลือปริศนา



    “ฉันรอฟังอยู่นะ ญาติของฉัน” เรนเดลกล่าวก่อนจะตวัดดาบสสารมืดใส่ฟรังซัวร์ ทำเอาร่างของฟรังซัวร์กระแทกติดกำแพงซ้ำ จนเขากระอักเลือดคำโตออกมา


             “ตระกูลนายเป็นคนฆ่าพ่อกับแม่ฉันใช่มั้ย” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าเงียบจะถือว่ายอมรับนะ”


    ฟรังซัวร์พูดอะไรไม่ออก ดาบของเรนเดลเมื่อกี้ตัดการโคจรกระแสมานาในร่างของเขา จนพลังเวทในร่างปั่นป่วน ไม่สามารถรวมพลังเวทในร่างกายเพื่อคิดโต้กลับได้ นี่คือพลังของมหาเวทสะบั้นมิติในระดับที่เจ็ด พลังดาบสสารมืด

    แต่พลังของดาบสสารมืดที่ฟรังซัวร์เจอนี้ยังมีความรุนแรงแค่หนึ่งในสิบเท่านั้น เนื่องจากเรนเดลเรียกออกมาโดยไม่ได้กล่าวร่ายเวทใดๆแม้แต่คำเดียว


    “เรนเดลคะ ได้โปรดหยุดเถอะ!!” ไอรินตะโกนลั่น “พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือ โตมาด้วยกันตั้งแต่เล็กๆ นายจะฆ่าเพื่อนที่เห็นหน้าค่าตากันมาตลอดสิบสีปีได้หรือไง”


    ไอรินกล่าวเพื่อให้เรนเดลฉุกคิด ก่อนจะรีบวิ่งมาขวางเรนเดลเพื่อเอาตัวของเธอบังไว้ ทำให้เรนเดลต้องเก็บมหาวงเวททั้งเจ็ดของเขาทันที เพราะถ้าไอรินสัมผัสโดนมันอาจทำอันตรายเธอได้


    “ใจเย็นก่อนเถอะนะ” ไอรินเอามือของเธอจับข้อมือเรนเดลเอาไว้ ก่อนจะกดให้เรนเดลลดคมดาบลง “ฉันเชื่อว่านายไม่ใช่คนแบบนี้ เรนเดลที่ฉันรู้จัก ไม่คิดจะฆ่าใครได้ง่ายๆ”


    เพื่อนๆในห้องที่เหลือไม่มีใครเข้าไปแทรก เพราะพวกเขามองรูปการณ์ออกว่านี่เป็นปัญหาภายในของประเทศ หากเข้าไปห้ามโดยไม่รู้เรื่องอะไรจะเสียเพื่อนเปล่าๆ แม้ว่าพวกเขาจะไม่อยากให้มือของเรนเดลเปื้อนเลือดก็ตามที


    “และจะให้ฉันทำยังไง” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “คนตรงหน้าขโมยวิชาของพ่อฉัน ขโมยทุกๆอย่างที่เป็นของฉัน ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าการตายของพ่อ แม่ และพี่ชายฉัน เป็นฝีมือใคร มันต้องเป็นฝีมือของตระกูลราฟบลัดอยู่แล้ว”


    “พะ...พ่อฉัน...ไม่ได้ทำ” ฟรังซัวร์กล่าวก่อนจะไอออกมาเป็นเลือด “ถ้าพวกท่าน...ทำจริง...จะเลี้ยงแกไว้เป็นหอกข้างแคร่เหรอ”


    “ฟรังซัวร์...ครอบครัวแกไม่ได้เลี้ยงฉัน แต่ใช้ฉันเพื่อหนทางสู่บัลลังค์ต่างหาก” เรนเดลกล่าวตอบกลับด้วยท่าทีไร้เยื่อใย “ฉันคือโล่ชั้นดีเพื่อกันความวุ่นวายจากการแย่งชิงอำนาจ พอทุกอย่างสงบแล้ว อำนาจทั้งหมดอยู่ที่ใครกันล่ะ ถ้าไม่ใช่ราฟบลัด...หรือแม้แต่บาชอค”


    เรนเดลกล่าวพลางหันไปมองไอรินด้วย ทำเอาเธอหน้าเสียทันที เพราะไม่คิดว่าเรนเดลจะเพ่งเล็งมาที่เธอเช่นกัน


    “เรนเดล ฟรังซัวร์ไม่โกหกนายนะ” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน “ลองคิดสักนิดเถอะ ชั่วชีวิตของนายโตมาภายในบ้านของตระกูลราฟบลัด ถ้าพวกเขาคิดจะแย่งชิงบัลลังค์นายจริงๆ ทำไมเขาไม่ทำตั้งแต่ตอนนั้น”


    “...ไอริน ถอยไปซะ” เรนเดลกล่าวพลางจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา “ไม่งั้นเธอจะโดนลูกหลงด้วย”


    “ทำไมกัน เรนเดล” ไอรินกล่าวเสียงสั่น “ถ้าฉันขวางนายไม่ให้ฆ่าฟรังซัวร์ นายจะฆ่าฉันเหรอ”


            จังหวะที่ไอรินกำลังขวางเรนเดลอยู่ ฟรังซัวร์เอามือของตัวเองทุบไปที่หัวใจ ก่อนที่อักขระวงเวทแบบฝังลงในร่างกายจะทำงาน วงเวทสีรุ้งส่องแสงที่อกของเขาทันที


    “ศาสตรากัมปนาท...” เรนเดลเอ่ยชื่อสิ่งที่ฟรังซัวร์ใช้ มันคือสิ่งที่เขามีในชาติที่แล้ว เป็นอักขระฝังร่างกายที่จะช่วยขยายพลังเวทในร่างถึงสามเท่า แลกกับใช้เวทขั้นสามขึ้นไปไม่ได้เป็นเวลาสามวัน แต่ถ้าหากแลกด้วยชีวิตตัวเอง พลังจะเพิ่มขึ้นถึงห้าสิบเท่า


            เสียงมังกรคำรามดังมาจากฟากฟ้าเบื้องบน มังกรอัญเชิญของฟรังซัวร์ถูกอัญเชิญมาด้วยพลังของศาสตรากัมปนาท เขาอาศัยจังหวะนี้บินหนีขึ้นไปหามังกรทันที


            “คิดจะหนีงั้นหรือ” เรนเดลกล่าวก่อนจะร่ายวงเวทเพื่อเตรียมสอยมังกร แต่ทว่าไอรินเอาตัวของเธอขวางเอาไว้ โดยการกอดเรนเดลเสียแน่น หากเรนเดลร่ายเวท ไอรินจะโดนเป็นคนแรก


    “ไปซะ ฟรังซัวร์!!” ไอรินตะโกนลั่นให้สัญญาณอีกฝ่าย ฟรังซัวร์ที่มีท่าทีลังเลพยักหน้า ก่อนจะสั่งให้มังกรบินหนีไปทันที


    “ปล่อยฉันนะ!!” เรนเดลสะบัดแขนของเขาใส่ไอรินอย่างแรงจนเธอล้มลง ใบหน้าของไอรินกระแทกกับพื้นอย่างแรง


    “ไอริน!!” เรนเดลลืมความโกรธชั่วขณะเมื่อเห็นไอรินล้มลง ก่อนที่เขาจะก้มลงไปพยุงเธอขึ้นมา หัวใจของเรนเดลหล่นวูบ เมื่อพบว่าคิ้วซ้ายของไอรินแตกและมีเลือดออกจนน่ากลัว เรนเดลตัดสินใจจะร่ายเวทรักษาเธอทันที แต่ทว่าไอรินกลับจับข้อมือของเรนเดลเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้เขารักษา


    “ทำบ้าอะไร เดี๋ยวก็ได้มีแผลเป็นหรอก” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงโมโห แต่ทว่าไอรินก็ยังไม่ยอมปล่อยมือของเขา


    “ถ้ามันแลกกับการเรียกสติของนายกลับคืนมาได้...ฉันก็ยินดีค่ะ เรนเดล” ไอรินเอามือปิดตาของตัวเองเพื่อกันเลือดไหลเข้าตาเธอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ “ถือเป็นคำขอของฉัน คำขอจากรักแรกในชีวิตนาย และคำขอจากว่าที่ราชินีของนาย ไม่ว่ายังไงก็อย่าคิดฆ่าฟรังซัวร์โดยเด็ดขาด”


    เรนเดลไม่ได้รับปาก เขาจะรักษาไอรินก่อน แต่เธอหลบมือของเขาไม่ยอมให้รักษา


    “รับปากมาก่อนสิคะ ว่าจะไม่ฆ่าฟรังซัวร์” ไอรินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดูเหมือนหัวของเธอจะแตกด้วย เพราะแรงสะบัดของเรนเดลเมื่อกี้ใส่พลังเวทเข้าไป ยิ่งทำให้เรนเดลรู้สึกผิดหนักกว่าเดิม


    “ก็ได้...ฉันรับปาก” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงปวดใจ ก่อนจะเอามือของไอรินออกและเริ่มร่างมหาวงเวทสีรุ้งห้าขั้นขึ้นมา แล้วประทับมันลงบริเวณหน้าของเธอ


    ระหว่างรักษา เรนเดลหรี่ตามองที่แผลของไอรินเล็กน้อย เขาสังเกตุได้ถึงไอพลังเวทธาตุดินสลายออกจากแผลของเธอ...นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นฝีมือการเล่นละครของไอริน เธอจงใจทำร้ายตัวเอง เพื่อดึงความสนใจของเรนเดล

    แต่ท่วาตอนนี้เขาห่วงใบหน้าของไอรินมากกว่า เธออาจเสียโฉมได้ถ้าเขาไม่รักษา เรนเดลจึงเก็บความขุ่นเคืองใจครั้งนี้เอาไว้ก่อน


    “เธอเป็นเพื่อนในสมัยเด็กของฉัน” เรนเดลกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ ระหว่างรักษา “เป็นรักแรกในชีวิตของฉัน...แต่เธอจะไม่มีวันได้เป็นราชินีของฉัน รู้เอาไว้ด้วยนะ ไอริน และถ้าหากฟรังซัวร์ยังคงหาเรื่องใส่ตัวอีก เขาอาจไม่โชคดีแบบนี้”


    หลังการรักษาเสร็จ เรนเดลก็ผละตัวออกมาจากไอรินทันที ก่อนจะหันมามองเพื่อนๆทุกคน


    “ขอโทษทุกคนที่ทำให้เสียเวลา ฉันคิดว่าได้เวลาอวดโฉมสัตว์ภูติกันแล้วล่ะ”


    “ก็อยากจะทำแบบนั้นอยู่หรอกนะคะ” โคโตโนฮะกล่าว พลางมองไปที่ด้านหลังเรนเดล “ดูเหมือนว่าเรื่องเมื่อครู่มันจะไม่จบ”


    เหล่าอาจารย์ในโรงเรียนบินมายังสนามประลองด้วยความรีบร้อน โดยเฉพาะอาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์ เขาไม่ได้มีท่าทีเกรี้ยวกราดใดๆ แต่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตะลึง


    “พวกเราได้รับสัญญาณว่ามีคนบรรลุมหาเวทขั้นที่เจ็ด...ก็กะไว้แล้วล่ะนะ ว่าต้องเป็นเธอ เรนเดล”


    “เป็นเรื่องจริงหรือเปล่าจ๊ะ นักเรียนจ๋า” อาจารย์ฟิลิปปาเอ่ยถามเรนเดลเพื่อความแน่ใจ เรนเดลพยักหน้าตอบรับ


    “เรื่องนั้นฉันยืนยันได้ค่ะ” เรอา จอมเวทเจ็ดดาราธาตุดินคนปัจจุบันกล่าว เธอหลบมุมไปฟื้นพลังที่โดนเรนเดลดูดไป จึงพึ่งโผล่มาตอนนี้ “เรนเดลในตอนนี้ มีพลังทัดเทียมกับฉันแล้ว และอีกหน่อยคงมากกว่าอย่างแน่นอน”


    “เรนเดล ตามฉันมาที่ห้อง” อาจารย์ใหญ่เฮคเตอร์กล่าว “ตอนนี้เธอคือบุคลากรสำคัญของมวลมนุษยชาติแล้ว ตัวตนของเธอเกินกว่าที่เราจะเก็บเอาไว้เฉยๆ มีเรื่องมากมายต้องคุยกับเธอเลยล่ะ”


    เรนเดลพยักหน้ารับให้กับอาจารย์ใหญ่ ก่อนจะหันไปมองเพื่อนๆในห้อง


    “ขอโทษนะทุกคน ไว้ฉันจะไปให้ทันงานเปิดตัวสัตว์ภูติอัญเชิญของพวกเรานะ”


    “ไปเถอะ” เรียวจิกล่าว “อย่าลืมเล่าให้พวกเราฟังล่ะ ว่าเกิดอะไรขึ้น ยังไงนายก็ยังมีพวกเรา เรนเดล”


    “ฉันมีความคิดเข้าท่ากว่านั้นค่ะ” เซร่ากล่าว “ทำไมพวกเราทุกคน ไม่ไปพร้อมๆกับเรนเดลเลยล่ะ จะได้รู้ด้วยว่าอาจารย์จะคุยอะไรกับเพื่อนของพวกเรา”


    “ความคิดเข้าท่านะ” โคโตโนฮะกล่าวเสริม “เรนเดลจะได้ไม่ต้องเสียเวลามาเล่าให้พวกเราฟังอีกทีด้วย...จริงไหม”


    เรนเดลส่งยิ้มให้กับโคโตโนฮะ พร้อมพยักหน้ารับ ทำเอาอาจารย์ใหญ่ถอนใจเบาๆ


    “งั้นเปลี่ยนที่ล่ะกัน ไปยังห้องประชุมสำหรับคณาจารย์ที่ชั้นสาม พวกเธอจะได้รับรู้ว่าพวกเราเหล่าคณาจารย์ จะคุยอะไรกับเรนเดล”




    ทางด้านของฟรังซัวร์ที่ใช้มังกรหนีเรนเดลมานั้น เขามีสีหน้าซีดเซียว พลางอ้วกออกมาเป็นเลือดไม่หยุด ศาสตรากัมปนาทรีดพลังเวทอันน้อยนิดในร่างของเขามาใช้จนคุ้มค่า ตัวเขาในตอนนี้แค่คุมมังกรก็ลำบากเต็มกลืนแล้ว


    “ไอ้บ้าเรนเดล แกร่งขนาดนี้เลยหรือ” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยความเจ็บใจ “แบบนี้ฉันจะช่วยไอรินที่ฉันรักมาได้ยังไงกันล่ะ”


    ฟรังซัวร์กัดฟันแน่น พลางหลั่งน้ำตาแห่งความแค้น เขาย้อนนึกถึงสมัยวันวาน ตอนที่ได้พบกับไอรินครั้งแรกที่โรงเรียนกวดวิชาเวทมนตร์ ไอรินในตอนนั้นเป็นเด็กน้อยที่น่ารักราวกับตุ๊กตา เขาหลงรักเธอตั้งแต่แรกพบ และคิดหาทางมาตลอดว่าจะทำยังไง จึงจะได้รู้จักเธอ


    และแล้วโชคชะตาก็เข้าข้างเขา ในงานประกวดใช้เวทมนตร์ขั้นพื้นฐาน ประจำปีชั้นประถมที่ห้า ฟรังซัวร์แสดงให้ทุกคนในกลุ่มเห็นว่าเขาใช้เวทมนตร์ได้เก่งกาจขนาดไหน รวมทั้งเรื่องของปรัชญาและการเมือง เขาก็มีความรู้ไม่น้อยไปกว่าใคร เนื่องจากเขาถูกฝึกสอนมาให้เป็นผู้ปกครองในอนาคต อีกทั้งตอนนั้นเขาได้รับเลือกให้เป็นลูกศิษย์ของจอมเวทเจ็ดดาราแห่งแสง ไอรินเป็นฝ่ายเข้ามาทักทายเขาก่อน เมื่อได้เห็นความสามารถอันโดดเด่นของเขา


            และนับตั้งแต่นั้นฟรังซัวร์และไอรินก็สนิทกัน และกลายเป็นเพื่อนซี้กัน พวกเขาเข้าเรียนต่อในระดับมัธยมต้นตอนอายุสิบเอ็ดปี ที่โรงเรียนเวทมนตร์มังกรไฟ และพ่อของทั้งสองก็จัดให้หมั้นหมายกันหลังจากนั้น เมื่อเห็นว่าพวกเขาเหมาะสมกัน ทั้งฐานะและหน้าตา


            นั่นคือความสุขชั่วชีวิตของฟรังซัวร์ ที่ได้เคียงคู่กับคนที่เขารัก จนกระทั้งระดับมัธยมปลาย ที่เขาไม่ถูกรับเลือกโดยคัมภีร์พระเวทจนต้องเรียนที่โรงเรียนเดิม ส่วนไอรินนั้นกลับสามารถเข้าไปเรียนในโรงเรียนที่ดีที่สุดได้



    “ฉันได้กลิ่นของความแค้น และความเจ็บช้ำ...เด็กน้อยเอ๋ย”


    เสียงปริศนาดังก้องเข้ามาในหัวของฟรังซัวร์ ระหว่างที่เขาเลือกใช้เส้นทางลัดเพื่อบินกลับเมือง มังกรของฟรังซัวร์กำลังบินอยู่เหนือซากเมืองในอดีต ที่เหล่าจอมเวทเรียกกันว่าเมืองที่ล่มสลาย


    “เจ้าอยากเอาชนะศัตรูไหม...มันง่ายนิดเดียว ด้วยพลังของข้า สามารถทำให้ความปราถนาเจ้าเป็นจริง จงลงมาจากหลังมังกรสิ มาหาข้าที่พื้นดินด้านล่าง เพื่อคุยกัน”


    เสียงปริศนายังคงดังก้องในหัวของเขา ก่อนที่ดวงตาของฟรังซัวร์จะค่อยๆเป็นสีชมพู ฟรังซัวร์โดนเวทสะกดใจของอันเดดด้านล่างที่จ้องเล่นงานเขาอยู่ เนื่องจากตัวเขาในเวลานี้นั้นอ่อนแอ จึงไม่อาจต้านทานได้เลย


    “จง...ลง...มา เจ้าเด็กน้อย ไม่ต้องห่วง เจ้าจะปลอดภัย ข้ารับปาก”


    “ลงไปหาคนที่เรียกฉันข้างล่าง” ฟรังซัวร์ออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเหม่อลอย แต่ทว่ามังกรขาวของเขากลับคำรามอย่างไม่พอใจ จนฟรังซัวร์ต้องสั่งซ้ำ


    “เจ้ามังกร จงลงไปเดี๋ยวนี้ ข้าขอสั่งเจ้า!!” ฟรังซัวร์สั่งมังกรขาวของเขาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด มังกรจึงลงจอดที่สะพานลอยที่ขาดทั้งหัวและหาง มันตั้งตระหง่านอย่างเคว้งคว้าง พร้อมซากรถยนต์ขึ้นสนิมจอดอยู่เป็นเพื่อน แน่นอนว่านี่ไม่ใช่พื้นดินข้างล่าง พวกเขากำลังอยู่บนสะพานลอยที่ไร้ทางขึ้นมา


    เท้าอันแข็งแแกร่งของมังกรเหยียบลงบนซากรถตำรวจจนแหลกละเอียด ก่อนจะเตะซากรถที่เหลือบนสะพานลอยให้กระเด็นกลิ้งตกลงไปข้างทาง เพื่อให้ทั้งมันและฟรังซัวร์ได้มีที่นั่งพัก มันก้มหัวลงเพื่อให้ฟรังซัวร์กระโดดลงจากตัวมันได้สะดวก


    วงเวทสีรุ้งปรากฏที่ปากของมังกร ก่อนที่มันจะเอ่ยกล่าวด้วยภาษาของมนุษย์


    “ไอ้หนู นายกำลังโดนเวทสะกดใจของพวกปีศาจ ไม่ว่ามันจะพูดอะไร อย่าฟังมันโดยเด็ดขาด ข้าขัดคำสั่งเจ้าไม่ได้ แต่ข้าแนะนำเจ้าได้”


    มีเสียงกรีดร้องคำรามจากข้างล่างสะพานลอย พวกอันเดดร่างมนุษย์ที่สภาพศพเน่าเปื่อย บางร่างเหลือแต่โครงกระดูก พวกมันต่างกรูกันมาที่ต้นเสาสะพานลอย หวังจะปีนขึ้นมาหาเหยื่ออย่างฟรังซัวร์ แน่นอนว่าพวกมันปีนขึ้นมาไม่ได้


    “ทั้งเจ้าและข้าไร้พลังในตอนนี้” มังกรสีขาวกล่าว “เชื่อข้า ขึ้นมาบนหลังข้า และรีบออกไปจากเขตต้องห้ามนี้ซะ...ข้าสัมผัสได้ถึงอันตราย มันกำลังมาทางเรา”



    มีเสียงของเสือคำรามดังสนั่นทั่วทั้งบริเวณ เสียงคำรามนั้นแฝงพลังเวทกดดันมาด้วย จนเวทสะกดใจของฟรังซัวร์ถูกยกเลิก เหล่าอันเดดด้านล่างต่างพากันเงียบเสียง และก้มตัวลงราวกับกำลังจะหลบอะไรบางอย่าง มังกรขาวของฟรังซัวร์ตั้งท่าพร้อมสู้ทันที


    เสียงคำรามของเสือดังเข้ามาใกล้บริเวณยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่เสือโคร่งตัวหนึ่ง ที่ร่างกายเน่าเฟะผสมโครงกระดูกจะกระโดดขึ้นมาจนถึงสะพานลอย วงเวทสีม่วงหกขั้นลอยอยู่ด้านหลังของมัน เพื่อบ่งบอกว่ามันเป็นสัตว์ปีศาจระดับสูง


    “แย่ละสิ อันเดดระดับปีศาจ แถมมีพลังเวทระดับหก นี่มันหายนะชัดๆ” มังกรขาวกล่าวพลางทำท่าสะอิดสะเอียน เพราะกลิ่นซากศพของเสือนั้นโชยมาแต่ไกล แม้กระทั้งฟรังซัวร์ยังต้องเอามือปิดจมูก และหายใจทางปากแทน


    มังกรขาวของฟรังซัวร์ร่ายเวทลำแสงสีรุ้งยิงใส่เสือโครงปีศาจทันที แต่ทว่าเสือโคร่งตัวนั้นกลับควบคุมวงเวทสีม่วงมาขวางลำแสงเอาไว้ ก่อนมันจะใช้วิชาเคลื่อนตัวเหนือแสงปรากฏทางด้านหลังมังกรขาว


    กรงเล็บแฝงพลังเวทของมันตบกระแทกจนปีกมังกรขาวฉีกขาด มังกรขาวร้องโหยหวนก่อนจะใช้กรงเล็บตบคืน แต่ทว่าการโจมตีของมังกรขาว ราวกับเอามือไปตีก้อนหิน กรงเล็บของมังกรถูกดีดกลับด้วยเวทสะท้อนของอีกฝ่าย


    “ข้าขอโทษ...ฟรังซัวร์” มังกรขาวกล่าวก่อนจะหายกลายเป็นแสง พลังเวทที่ฟรังซัวร์ใช้หล่อเลี้ยงมันหมดสิ้นแล้ว มังกรขาวจึงไม่อาจคงสภาพร่างกายเอาไว้ได้


    ฟรังซัวร์ตัวสั่นด้วยความกลัว เขารู้ว่าเขาไม่รอดแน่ และในไม่ช้าเขาก็ต้องมีสภาพกลายเป็นอันเดด


    ฟรังซัวร์กำลังเตรียมจะใช้ศาสตรากัมปนาทขั้นสูงสุด ที่ต้องสละชีวิตตัวเองเพื่อดึงพลังขั้นสูงสุดมาใช้ เขาคิดว่ายอมตายดีกว่ากลายเป็นพวกมัน…


    เจ้าเสือปีศาจเตรียมพุ่งเข้าขย้ำเขา แต่ทว่าธนูสีม่วงอันทรงพลังถูกยิงลงมาจากเบื้องบน ปักลงกลางร่างของเสือปีศาจ และทันทีที่ธนูปักลงบนร่างของเสือปีศาจ เจ้าเสือก็คำรามโหยหวน พร้อมกับร่างที่ระเบิดออกเป็นกลีบดอกบัวดูสวยงาม


    “เจ้าจะปลอดภัย ฉันรับปากแล้วไง”


    หญิงสาวในชุดคลุมสีดำคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่า เธอถอดฮูดคลุมหัวออก เผยให้เห็นใบหน้าที่งดงาม และเรือนผมสีดำยาวสยาย แม้ว่าผิวของเธอจะขาวซีดราวกับซากศพ และดวงตาสีแดงก่ำราวกับปีศาจก็ตามที


    “ตัวตนแห่งภัยพิบัติ...” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แม้เขาจะรอดจากสัตว์ปีศาจ แต่การเจอกับตัวตนแห่งภัยพิบัติ ก็ไม่นับว่าเขาโชคดีเท่าใดนัก


    “อย่าเข้ามานะ” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว ก่อนเขาจะหลับตาปี๋ เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาใกล้


    พลังเวทอันอบอุ่นค่อยๆแทรกซึมเข้ามาในร่างของฟรังซัวร์ เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา ฟรังซัวร์พบว่าตัวตนแห่งภัยพิบัติกำลังร่ายเวทรักษาให้เขา และแค่ชั่วอึดใจ พลังของเขานั้นกลับมาเต็มเปี่ยม


    “เวทธาตุแสง...เป็นไปได้ยังไงกัน” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยความประหลาดใจ “ผมได้ยินมาว่าพวกคุณจะใช้เวทของคนตายเท่านั้น ไม่มีทางมีเวทธาตุอื่นได้”


    “พลังดาบสสารมืดนี้ช่างโหดร้ายนัก หากข้าไม่รักษา เจ้าก็คงตายในไม่กี่วัน เพราะเจ้าของพลังไม่คิดไว้ชีวิตเจ้าตอนโจมตีใส่” ตัวตนแห่งภัยพิบัติสาวกล่าวเสียงเรียบ ก่อนเธอจะร่ายวงเวทสีรุ้ง ที่เจอด้วยสีม่วงใส่หน้าผากของฟรังซัวร์


    “ท่านเป็นใคร” ฟรังซัวร์เอ่ยถามด้วยท่าทีเป็นมิตร เมื่อเขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะทำร้ายเขา


    “ไม่สำคัญว่าข้าเป็นใคร แต่หากเจ้าอยากชนะผู้ใช้พลังของมหาเวทสะบั้นมิติ ก็จงรับข้าเป็นอาจารย์เสีย...แล้วข้าจะสอนให้เจ้านั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้สืบทอดพลังของอาร์กัส”


    “”อาจารย์ข้าคือจอมเวทเจ็ดดาราคนปัจจุบัน...เกรงว่าข้าไม่อาจรับท่านเป็นอาจารย์ได้อีก” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น เขารู้ว่าตัวตนแห่งภัยพิบัติเบื้องหน้าเขาแข็งแกร่ง แต่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ว่าปีศาจจะมาสอนเวทมนตร์ให้มนุษย์


    “น่าขำ” ตัวตนแห่งภัยพิบัติสาวกล่าว “ไม่มีใครได้รับการถ่ายทอดวิชาต่อจากข้า จะมีจอมเวทเจ็ดดาราธาตุแสงได้อย่างไร...คงเป็นฝีมือของสมาคมจอมเวท ที่สถาปนาตำแหน่งขึ้นใหม่สินะ”


    ฟรังซัวร์ไม่เข้าใจที่ตัวตนแห่งภัยพิบัติสาวกล่าว เขาจึงเงียบ แต่ทว่าดวงตาสีแดงราวกับปีศาจกลับจ้องมองเขาอย่างมีเลศนัย และส่งยิ้มแบบกวนๆ


    “ข้าตัดสินใจแล้วละ” ตัวตนแห่งภัยพิบัติสาวกล่าว “เจ้ามีคุณสมบัติพอที่จะสืบทอดวิชาของข้า ข้าจะสอนเจ้าให้แข็งแกร่งกว่าใคร”


    วงเวทสีม่วงคำสาปปรากฏบนมือของตัวตนแห่งภัยพิบัติสาว ก่อนที่เธอจะกระแทกมันเข้ากับร่างของฟรังซัวร์ เวทคำสาปอักขระแทรกซึมไปทั่วทั้งร่างของเขาทันที


    “ท่านทำอะไร” ฟรังซัวร์กล่าว “ข้ารู้สึกได้ถึงพลังของพวกอันเดดแทรกซึมเข้ามาในตัวข้า”


    “อย่าเอ็ดไป ไอ้หนู” ตัวตนแห่งภัยพิบัติสาวกล่าว “สิ่งที่เจ้ากำลังจะได้รับนั้น มีค่าทัดเทียมกับการโคจรกระแสเวทแบบสลับธาตุ ซึ่งเป็นเคล็ดลับเด็ดของจอมเวทเจ็ดดาราเชียวนะ และเจ้าจะต้องขอบคุณข้าที่หลัง”


    ฟรังซัวร์รับคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่ง ที่ตัวตนแห่งภัยพิบัติสาวโยนให้เขา มันเป็นคัมภีร์โบราณมาก แต่ถูกรักษาสภาพไว้ด้วยพลังเวทที่ห่อหุ้มตัวของมันเอง


    “มหาเวทศรพรหมาสตร์” ฟรังซัวร์กล่าวชื่อคัมภีร์ที่เขาได้รับ “ข้าไม่เคยได้ยินนามของมหาเวทนี้ นี่มันวิชายุคพระเวทสมัยพราหมณ์ฮินดูเลยหรือเปล่า ชื่อมันโบราณมากๆเลยนะท่าน”


    “พรุ่งนี้ เวลานี้ จงมาหาข้าที่จุดนี้” ตัวตนแห่งภัยพิบัติสาวกล่าว เธอไม่สนคำถามฟรังซัวร์ “ข้าจะดูว่าเจ้าได้นำคัมภีร์ของข้าไปฝึกจริงหรือเปล่า”


    “หากข้าไม่มา ข้าต้องตายสินะ” ฟรังซัวร์เอ่ยถามเสียงเรียบ “เพราะท่านใส่เวทลงในตัวข้า เพื่อควบคุมเอาไว้แล้ว”


    “ฉลาดมาก เด็กน้อย” ตัวตนแห่งภัยพิบัติกล่าวก่อนที่จะหายไปกับอากาศธาตุ ราวกับว่าเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่


    ฟรังซัวร์หยิบคัมภีร์ออกมา แล้วเริ่มพลิกรัวอ่านคร่าวๆ ถึงแม้จะยังไม่ได้ฝึก แต่ทันทีที่เขาได้เห็นตัวอักษรและอักขระข้างใน เขาก็รู้ทันที ว่ามันเป็นมหาเวทที่ทรงพลังมาก และน่าจะทรงพลังกว่ามหาเวทในยุคนี้หลายเท่าตัวนัก


    “รอก่อนนะ ไอริน ฉันจะช่วยเธอออกมาจากเรนเดลให้ได้”

    คล้ายกับเรื่องถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic ที่คุณอ่าน