บทที่ 28 เคยรู้อะไรบ้างไหม?
ขณะที่ เสวียนอิ่งกำลังถอนหายใจอยู่นั้น ทันใดนั้นก็ต้องใกับรอยยิ้มหวาน ๆ ของเยี่ยหลิงหลง มันมีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก
ยิ่งยิ้มหวานเท่าไหร่ ใบหน้ายิ่งน่ารักเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นว่าในใจกำลังคิดแผนการชั่วร้ายมากขึ้นเท่านั้น
"เสวียนอิ่ง ดูท่าทางจากพลังของเ้า น่าจะมองเห็นข้อจำกัดบนบันไดนี้ได้อย่างชัดเจนกระมัง?"
เสวียนอิ่งถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เสียงเริ่มตะกุกตะกัก
"มอง มองเห็นก็ได้ แต่เ้าจะทำอะไร? ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ข้าไม่รู้วิธีแก้หรอก แม้แต่การทำลายก็ไม่ได้ ต่อให้ทำได้ หากไปกระตุ้นข้อจำกัดอื่นโดยบังเอิญ แล้วหอตำรานี่พังจะทำอย่างไร?"
ต่อมา เสวียนอิ่งก็ะโด้วยความหวาดกลัว พร้อมกับถอยหลังอย่างต่อเนื่อง
"เฮ้ย อย่าเข้ามานะ! ข้าขอเตือนเลย อย่าคิดวางแผนอะไรไม่ดีกับข้านะ! อย่ายิ้มสิ เ้ายิ้มแบบนี้ข้ากลัวจริง ๆ นะ!"
"ถ้าเ้ากล้าหนีละก็ ข้าจะ..."
เยี่ยหลิงหลงแกล้งลูบข้อมือซ้ายของตัวเอง ทำเอาเสวียนอิ่งไม่กล้าขยับ ดังนั้นนางจึงคว้าด้ามกระบี่ของมันได้ แล้วกดมันลงบนบันได
"เร็วเข้า ใช้พลังของเ้ากระตุ้นข้อจำกัดนี่ ให้มันปรากฏออกมา"
"เ้าจะดูทำไม? มันซับซ้อนขนาดนั้นเ้าอ่านไม่รู้เื่หรอก"
"เดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าเ้ากำลังจะลองแก้ข้อจำกัดนี่? เ้ากำลังล้อเล่นอะไรอยู่? เด็กอย่างเ้าที่แม้แต่เขียนอักขระยังไม่เป็ อ่านหนังสือยังไม่แตกฉาน จะไปแก้ข้อจำกัดอะไรได้?"
"เฮ้! ข้าไม่ได้ดูถูกเ้านะ แต่ความสามารถเ้ามันไม่ถึงจริง ๆ ต่อให้เ้าเห็นแล้วจะทำอะไรได้? เ้าจำได้หรือ? เ้าอ่านออกหรือ? เ้าแก้ได้หรือ?"
"อา… ไม่น่าเป็ไปได้นะ? เ้าคงไม่ได้จะใช้แสงจากข้าจนกว่าเ้าจะแก้มันออกจริง ๆ หรอกนะ? นี่เ้าเอาข้าผู้เป็กระบี่ศักดิ์สิทธิ์โบราณมาใช้เป็โคมไฟหรือ? เ้าเคยคำนึงถึงความรู้สึกของข้าบ้างหรือไม่?"
"เอาเถอะ ถึงแม้เ้าจะไม่คำนึงถึงความรู้สึกของข้า ก็คิดหน่อยว่าถ้าพลังิญญาของข้าเหือดแห้งจนิญญาสูญสลายจะเป็อย่างไร?"
......
ในที่สุด เสียงคร่ำครวญของเสวียนอิ่งก็เหลือเพียงความสิ้นหวัง เยี่ยหลิงหลงผู้มุ่งมั่นนั้นช่างโหดร้ายยิ่งนัก!
เมื่อเสวียนอิ่งส่องข้อจำกัดเป็ครั้งที่สิบ เยี่ยหลิงหลงก็ะโว่า "จบแล้ว"
เสวียนอิ่งร่วงหล่นลงพื้นราวกับกระบี่ที่ตายแล้วทันที
มองดูกระดาษที่กระจัดกระจายเต็มพื้น เยี่ยหลิงหลงขยี้ดวงตาที่อ่อนล้าของตนเล็กน้อย แล้วเงยหน้ามองท้องฟ้าด้านนอกหน้าต่างที่มืดสนิทดุจหมึก
นางคัดลอกส่วนพื้นฐานที่สุดของข้อจำกัดนี้ั้แ่เช้ายันค่ำ ใช้กระดาษไปถึงหนึ่งร้อยแผ่น แสดงให้เห็นว่าข้อจำกัดนี้ซับซ้อนเพียงใด
แต่ยิ่งซับซ้อน เยี่ยหลิงหลงก็ยิ่งตื่นเต้น นี่เป็สิ่งที่นางถนัดอยู่แล้ว การได้ทำอาชีพเดิมในต่างโลก ใครจะไม่ตื่นเต้นกันเล่า?
หลังจากคัดลอกเสร็จ นางก็เริ่มอ่านตำราเกี่ยวกับอักขระที่อยู่ข้าง ๆ
นางเริ่มอ่านจากเล่มที่ง่ายและพื้นฐานที่สุด อ่านอย่างรวดเร็ว รวดเดียวสิบบรรทัด
ไม่ใช่เพราะนางฉลาดเกินไป แต่เป็เพราะตอนที่คัดลอก มีการใช้อักขระพื้นฐานจำนวนมาก ทำให้นางจดจำได้ในระหว่างที่คัดลอก ไม่เพียงแต่จดจำได้ แม้แต่วิธีใช้นางก็รู้แล้ว
ดังนั้น นางจึงใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามในการอ่านตำราเกี่ยวกับอักขระสิบเล่ม ไล่จากง่ายไปยาก
การอ่านหนังสือสำหรับนางไม่ใช่การเรียนอักขระใหม่ แต่เป็การตรวจสอบข้อสันนิษฐานบางอย่างเกี่ยวกับอักขระที่นางคัดลอกก่อนหน้านี้
ดูเหมือนว่าข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับอักขระพื้นฐานเ่าั้ที่นางคัดลอกไว้ ส่วนใหญ่ถูกต้องทั้งหมด
นี่ทำให้เยี่ยหลิงหลงพอใจมาก เพราะความจำและความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของนางไม่ได้หายไปแม้แต่น้อย
ดังนั้น นางจึงเริ่มหยิบปากกาขึ้นมาลองวาดอักขระเหล่านี้บนกระดาษ หนึ่งแผ่น สองแผ่น...
"อ๊า..."
เสียงกรีดร้องของเยี่ยหลิงหลง ทำให้เสวียนอิ่งที่หมดแรงนอนพังพาบสะดุ้งตื่น
เสวียนอิ่งลุกขึ้นมาทันทีแล้วมองไปทางเยี่ยหลิงหลง เห็นเืสีแดงสดไหลออกมาจากหางตาและมุมปาก คนที่ดูดีอยู่แล้วตอนนี้กลับกลายเป็เหมือนผีไปเสียได้ ทำให้เสวียนอิ่งใจนฝักกระบี่หลุด พู่กระบี่แตกเป็ริ้ว
"เ้า เ้า เ้า… เ้ากำลังทำอะไรอยู่?"
เยี่ยหลิงหลงชี้ไปที่หยดเืบนกระดาษยันต์ แล้วพูดกับเสวียนอิ่งด้วยใบหน้าเศร้าสร้อย "ข้าดูเหมือนจะเืออกแหละ"
เสวียนอิ่งที่ใจนกระบี่แทบเบี้ยวเพราะนางเืไหล: ???
ดูเหมือน? เ้าเพิ่งจะรู้ตัวตอนนี้เองหรือว่าตัวเองเืออก? เ้าอาจจะไม่รู้ถึงความร้ายแรงของปัญหา
ดังนั้นเสวียนอิ่งจึงวางตัวกระบี่ที่ถอดฝักออกไว้ตรงหน้าเยี่ยหลิงหลง เพื่อให้นางเห็นสภาพของตัวเองในตอนนี้ที่เหมือนผี
เยี่ยหลิงหลงเบิกตากว้างเมื่อเห็นรูปลักษณ์ของตัวเองที่สะท้อนบนตัวกระบี่ แล้วพูดอย่างงุนงง "เสวียนอิ่งที่แท้ร่างจริงของเ้าเป็ผีสาวที่มีเืไหลท่วมหน้าหรือนี่! น่ากลัวจริง ๆ! แต่ทำไมเสียงเ้าถึงเป็ผู้ชายล่ะ?"
เสวียนอิ่งรู้สึกอ่อนใจ จึงเปลี่ยนร่างเป็กระจกบานใหญ่ วางไว้ตรงหน้าเยี่ยหลิงหลง
เยี่ยหลิงหลง เมื่อเห็นคนในกระจกก็ชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นถามอย่างงุนงง "ทำไมคนในกระจกถึงดูคล้ายข้าหน่อย ๆ นะ?"
เยี่ยหลิงหลงยกมือขึ้นมาเช็ดใบหน้าของตัวเอง เมื่อเห็นเืบนฝ่ามือ ทั้งตัวก็หงายหลังล้มตึง ไม่ขยับเขยื้อน
"เฮ้! เฮ้! เ้าถั่วงอก อย่ามาทำให้ข้าใสิ!"
เยี่ยหลิงหลงไม่รู้ว่าตนเองสลบไปนานเท่าไร เมื่อตื่นขึ้นมาก็เห็นเสวียนอิ่งนอนอยู่ข้างกาย กระบี่ทั้งเล่มเหมือนถูกบีบจนแห้งเหี่ยวและตายไปแล้ว สูญเสียแสงเรืองรองทั้งหมด ไม่ว่าจะเรียกอย่างไรก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง
แต่ในขณะเดียวกัน ความไม่สบายทั้งหมดบนร่างของนางกลับหายไปจนสิ้น แถมยังรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยปราณิญญา ไม่เหมือนคนที่เพิ่งฟื้นจากการสลบ แต่กลับเหมือนได้นอนหลับเต็มอิ่มเสียมากกว่า
นางใช้วิชาชำระล้าง ขจัดคราบเืบนใบหน้าและร่างกายจนสะอาดหมดจรด จากนั้นก็หยิบพู่กันขึ้นมาวาดอักขระที่ยังวาดไม่เสร็จต่อ
"เ้าถั่วงอก เ้าอย่าวาดต่อเลย ข้าทนไม่ไหวแล้ว"
เยี่ยหลิงหลงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหน้าไปมอง
"เสวียนอิ่ง เ้ายังไม่ตายอีกหรือ"
"ก็เพราะเ้านั่นแหละ เกือบทำให้ข้าิญญาหลุดลอยไปแล้ว"
"จริงหรือ ข้าเก่งขนาดนั้นเลยหรือ เป็เพราะอักขระที่ข้าวาดมีพลังมหาศาลจนทำให้เ้าาเ็สาหัสใช่หรือไม่"
...
เสวียนอิ่งคิดว่าลมหายใจที่เหลืออยู่นี้สักวันก็คงหลุดลอยไป เพราะถั่วงอกน้อยแน่
เคยรู้อะไรบ้างไหม?
"เ้ารู้หรือไม่ว่าการวาดอักขระเป็เื่ที่สิ้นเปลืองปราณิญญาและพลังจิตมาก เ้ารู้หรือไม่ว่าตามวิธีที่เ้าวาดเมื่อคืน สำหรับเ้าที่เป็แค่ขอบเขตสร้างรากฐาน แม้แต่เซียนผู้ยิ่งใหญ่ก็ช่วยเ้าไม่ได้"
"หือ งั้นก็แปลว่าเ้าเป็คนช่วยข้าสินะ นั่นก็แปลว่าเ้าเก่งกว่าเซียนผู้ยิ่งใหญ่อีกน่ะสิ"
...
ถึงแม้จะเป็คำชม แต่เสวียนอิ่งบอกเลยว่าไม่อยากได้สักนิด
"เ้าทำช้า ๆ หน่อยได้หรือไม่? อย่าวาดตลอดเวลา? ถ้าเ้าอยากตาย ก็ไปหาที่เงียบสงบตามลำพัง อย่ามาตายต่อหน้าข้าแล้วให้ข้าช่วย นั่นไม่ต่างจากบอกให้ข้าฆ่าตัวตายเลย เข้าใจหรือไม่?"
เสียงคำรามของเสวียนอิ่งเพิ่งจบลง เยี่ยหลิงหลงก็นำถุงหินิญญามากองไว้ข้าง ๆ มัน จากนั้นวางยันต์สองสามแผ่นไว้บนนั้น
ชั่วพริบตา พลังจากหินิญญาก็ไหลทะลักเข้าสู่ตัวกระบี่อย่างบ้าคลั่ง ความรู้สึกอิ่มเอมแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวกระบี่ มันรู้สึกดีมาก จนอดหัวเราะราวคนเสียสติ พร้ะโกนว่า้าอีก!
"เ้าถั่วงอก โอ้ย โอ้ย โอ้ย ข้าขอถอนคำพูด เ้าจะวาดก็วาดไป ต่อให้ิญญาข้าแหลกสลาย ข้าก็จะช่วยเ้า!"