เสียงโห่ร้องสรรเสริญดังกึกก้องกังวานทั่วนครพาณิชย์จินห่าย ราวเทศกาลเฉลิมฉลองชัยชนะแห่งแผ่นดิน
"บิดาแห่งธนาคารจงเจริญ!"
"มหาปราชญ์ผู้พลิกฟ้าระบบการเงินโลกจงเจริญ!"
"องค์เทพนิทราผู้ประทานตั๋วเงินจงเจริญ!"
คลื่นเสียงมหาชนทะลวงผ่านหน้าต่างราชรถดัดแปลง กระแทกโสตประสาทอย่างบ้าคลั่ง ดั่งหอกแหลมทิ่มแทงเยื่อแก้วหู ภายในห้องโดยสารหรูหรา ลู่ชิงนั่งตัวงอขดคุดคู้อยู่มุมเบาะ ดวงตาดำคล้ำลึกโหลราวหมีแพนด้าอดนอนต่อเนื่อง 10 คืนติด
เบื้องหน้าปรากฏูเากระดาษฟางสีเหลืองตุ่น กองลำดับ 1... กองลำดับ 2... กองลำดับ 3... กองลำดับ 4... กองกระดาษสูงตระหง่านเสียดสีเพดานรถม้า กระดาษตั๋วเงินจำนวน 10000 ใบถูกจัดเรียงเป็ตั้งประดุจกำแพงอิฐนรกภูมิ
กลิ่นหมึกดำทำจากเขม่าต้นสนผสมกาวหนังสัตว์ลอยคลุ้งเตะจมูกเหม็นคาว กลิ่นชาดสีแดงจากตราประทับผสมปนเปกลิ่นกระดาษฟางเพิ่งตัดใหม่ สำหรับวิญญูชนทั่วไป ย่อมถือเป็กลิ่นหอมหวนแห่งความมั่งคั่ง ทว่าสำหรับลู่ชิง... นี่ย่อมเป็กลิ่นสาบสางของโรงงานทาสแรงงานนรก!
"เริ่มได้ขอรับ!" จูหยวนะโฮึกเหิม พลางพลิกนาฬิกาทรายจับเวลาละเอียดยิบ "อัตราการผลิตเป้าหมายคือ 1 ใบต่อ 3 ลมหายใจนะขอรับท่านอาจารย์!"
กุนซือชราลูบเคราพยักหน้าปลื้มปีติ "วันนี้คือวันประวัติศาสตร์! ตั๋วเงินชุดแรกของแผ่นดินกำลังถือกำเนิด! เพื่อความศักดิ์สิทธิ์แลป้องกันการปลอมแปลง ทุกใบต้องผ่านลายมือแลตราประทับจากมือท่านอาจารย์เท่านั้น!"
ฝูงพ่อค้าแลเสมียนด้านนอกส่งเสียงโห่ร้องยินดีรับคำประกาศ ลู่ชิงอยากกัดลิ้นตายหนีหนี้กรรม
"เอามา..." ชายหนุ่มกล่าวเสียงแห้งผากดั่งศพไร้ิญญา
อาฝูยกกองกระดาษชุดแรกมาวางตรงหน้า พู่กันขนหมาป่าชั้นดีถูกยัดใส่มือขวา ตราหยกัดำถูกยัดใส่มือซ้าย
วงจรนรกเปิดฉากทำงาน!
ตวัดพู่กัน... เซ็นชื่อลู่ชิง... ปัง! ตราประทับัดำกระแทกลงกระดาษ
ตวัด... ปัง! ตวัด... ปัง! ตวัด... ปัง!
เวลาไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้าทรมาน หมึกเริ่มเปื้อนตามปลายนิ้ว กลิ่นกาวหนังสัตว์ฉุนกึกขึ้นทุกขณะ ซ้ำยังแห้งช้าจนต้องเป่าลมใส่จนหน้ามืด! เสียงเสียดสีของพู่กันกับกระดาษ แลเสียง 'ปัง' ของตราประทับ ดังซ้ำไปซ้ำมาราวบทสวดมนต์ต้องคำสาป
แกรก... แกรก... แกรก...
ธรรมเนียมการเขียนอักษรชั้นสูงบังคับผู้เขียนยกข้อศอกแลข้อมือลอยเหนือโต๊ะ ห้ามวางพักแขนเด็ดขาด! กติกาวิปลาสนี้สร้างภาระแก่เส้นเอ็นมหาศาล ลู่ชิงเริ่มรู้สึกคล้ายข้อมือขวาสูญเสียความรู้สึก กลายสภาพเป็เพียงก้อนเนื้อทำหน้าที่ขยับขึ้นลงซ้ำๆ
'บัดซบ! ผู้ใดเป็คนคิดค้นกติกาห้ามวางศอกบนโต๊ะ! ข้าต้องเกร็งกล้ามเนื้อหลังแขนยกค้างไว้ 4 ชั่วยามรวด! นี่คือการฝึกเพาะกายชัดๆ! ไอ้พู่กันขนหมาป่าเวรนี่! หมึกซึมช้า! ด้ามจับลื่น! ข้าคิดถึงปากกาลูกกลิ้ง! ข้าคิดถึงแป้นพิมพ์ดีด! ข้าอยากได้ตรายางวันที่หมึกในตัว! ระบบราชการนั่งวาดรูปอักษรทีละขีดคือความล้มเหลวแห่งวิวัฒนาการมนุษย์!'
กระดาษแผ่นลำดับ 100... ผ่านไป
กระดาษแผ่นลำดับ 200... ผ่านไป
กระดาษแผ่นลำดับ 500!
ลู่ชิงลากพู่กันตวัดหางตัวอักษรเสร็จสิ้นเป็ครั้ง 500 เขาหอบหายใจแฮ่กๆ เหงื่อกาฬไหลอาบหน้าผาก มือซ้ายสั่นระริก ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผลงาน
ชายหนุ่มมองไปยังูเากระดาษมหึมาเบื้องหน้า... เงียบงัน... เงียบอยู่ 3 ลมหายใจ
"อาฝู... ข้าตาฝาด หรือข้าโดนปีศาจบังตาอยู่หรือไม่..."
"เื่ใดหรือขอรับ"
"เหตุใดูเากระดาษฝั่งยังไม่ได้เซ็น... ยังดูสูงเท่าเดิมเลยวะ"
อาฝูหันไปหรี่ตามองกะระยะ ตอบด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด "สูงน้อยลงแล้วขอรับนายท่าน!"
"น้อยลงเท่าใด"
อาฝูยกนิ้วก้อยขึ้นมาวัดเทียบ "...ประมาณครึ่งข้อฝ่ามือขอรับ"
ลู่ชิงนิ่งค้าง โลกทั้งใบหยุดหมุน
"ข้าใช้เวลาหลังขดหลังแข็งไปครึ่งวัน..." ลู่ชิงเสียงสั่น "ลดูเาบัดซบนี่ลงไปได้แค่... ครึ่งฝ่ามือเนี่ยนะ?"
"ขอรับ ท่านทำเวลาได้ตามมาตรฐานท่านจูหยวนตั้งเป้าหมายไว้เลยขอรับ!"
ชายหนุ่มทิ้งตัวเอนหลังพิงพนัก ปล่อยพู่กันร่วงหล่น ดวงตาเหม่อลอยขึ้นไปบนเพดานไร้ิญญา
"อาฝู... ข้ารู้สึกว่าชีวิตนี้... ไม่มีความหมายให้เดินหน้าต่อแล้ว..."
อาฝูรีบเข้ามาบีบนวดไหล่ปลอบประโลม "นายท่านอย่าเพิ่งท้อแท้สิขอรับ! เหลืออีกเพียงแค่ 9500 ใบเท่านั้นเอง! อีกเพียง 19 เท่าของกองเมื่อครู่ย่อมเสร็จสิ้นแล้ว!"
คำปลอบใจแสนซื่อสัตย์ ฟังดูคล้ายหอกแหลม 100 เล่มพุ่งทะลวงเสียบกลางหัวใจ ลู่ชิงเกือบกระอักเืตายคาเบาะ
ทว่าความรันทดยังไม่จบแค่นั้น! ขณะชายหนุ่มกำลังพยายามรวบรวมเศษซากสติยกแขนขึ้นมาทำงานต่อ... ข้อมือขวาพลันกระตุกอย่างรุนแรง!
ตึง!! จี๊ดดด!
ความเ็ปแปลบปลาบแล่นปราดจากปลายนิ้วชี้ พุ่งทะลวงผ่านอุโมงค์ข้อมือตรงเข้าสู่เส้นประสาทแขน! เส้นเอ็นหลังมือบวมเป่งขึ้นมาทันตาเห็น!
นิ้วทั้ง 5 ของลู่ชิงล็อกเกร็ง แข็งค้างอยู่ในท่าจีบนิ้วจับพู่กัน! แม้พู่กันหลุดร่วงจากมือไปแล้ว ทว่านิ้วกลับหงิกงอไม่ยอมคลายออก!
"อะ... เอ๊ะ?" ลู่ชิงกะพริบตาปริบๆ มองมือตนเอง
พยายามออกคำสั่งให้สมองขยับนิ้ว... นิ้วไม่ขยับ
พยายามใช้มือซ้ายแงะนิ้วขวาออก... นิ้วดีดกลับมาหงิกงอดังเดิมแถมเ็ปกว่าเก่า!
ความเงียบมรณะปกคลุมราชรถ จากนั้น...
"โอ๊ยยยยยยยย!!"
เสียงแหกปากร้องลั่นด้วยความเ็ปะเืไปทั้งขบวนคาราวาน! ชายหนุ่มะโพรวดขึ้นจากเบาะ สะบัดแขนขวาไปมาอย่างบ้าคลั่งดั่งคนถูกผีเข้า
"นิ้วข้าตายแล้ว! นิ้วข้าล็อก! ข้อมือข้าก่อฏแล้ว! ไม่เชื่อฟังคำสั่งเ้าของแล้ว!" ลู่ชิงสบถลั่น "นี่คือโรคภัยทาสแรงงานเสมียน! พังผืดทับเส้นประสาทชัดๆ! ฮ่องเต้หน้าเื ข้า้าเบิกค่าสวัสดิการรักษาพยาบาลด่วนนน!!"
อาฝูใสุดขีดจนหน้าซีดเผือด จูหยวนรีบพุ่งเข้ามาดู กุนซือชราวิ่งหน้าตั้งตามมาติดๆ
ทั้ง 3 คนจ้องมองข้อมือบวมแดง แลนิ้วมือหงิกงอแข็งค้างเป็รูปทรงประหลาดของลู่ชิง ทันใดนั้น ดวงตากุนซือชราค่อยๆ เบิกกว้างขึ้น... กว้างขึ้น... รูม่านตาสั่นระริกประดุจเพิ่งค้นพบสัจธรรมแห่งจักรวาล!
ลู่ชิงหันไปเห็นสีหน้านั้นเข้าพอดี ดวงหฤทัยเ็ปอยู่เดิมพลันเย็นเยียบดิ่งลงเหว
ชิบหายแล้ว... สีหน้าเยี่ยงนี้... ไอ้เฒ่าจอมกาวกำลังเข้าโหมดมโนแจ่มอีกแล้ว!
กุนซือชราน้ำตาคลอเบ้า ทรุดเข่าลงกราบมือหงิกงอของลู่ชิง "ท่านอาจารย์... เพื่อวางรากฐานระบบการเงินแผ่นดิน... เพื่อช่วยเหลือราษฎรให้พ้นจากความยากลำบาก... ท่านถึงกับยอมสละ ทำลายข้อมือตนเองเชียวหรือ!"
จูหยวนตาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นเทา "พวกเ้าดูนิ้วท่านอาจารย์สิ! นิ้วล็อกเกร็งจนโค้งงอนั้น... มิใช่อาการาเ็! ทว่าคือการเกร็งลมปราณจนก่อเกิดเป็รูป 'กรงเล็บั 5 เล็บ'!! นี่คือสภาวะหลอมรวมจิติญญาเป็หนึ่งเดียวกับตราหยกราชโองการ!! ท่านก้าวข้ามขีดจำกัดมนุษย์ ไปสู่สภาวะ 'กรงเล็บเทพนิทรา' แล้ว!!"
เศรษฐีหวังเพิ่งปีนขึ้นรถม้ามาเห็นเหตุการณ์ เริ่มร้องไห้โฮ "ข้า... ข้าซาบซึ้งในความเสียสละนี้จนพูดไม่ออกแล้ว!!"
ลู่ชิงตาเหลือกค้าง แทบพ่นไฟ "เดี๋ยวก่อน! ไอ้พวกสมองกลับ! พวกเ้าจงฟังก่อน! ข้าแค่นิ้วล็อกเพราะเขียนเยอะไป! ไม่ได้มีกรงเล็บับ้าบอใดๆ ทั้งนั้น!!"
จูหยวนส่ายหน้าปฏิเสธความถ่อมตัวของอาจารย์ ชายอ้วนหันไปสั่งการฉับพลัน "ท่านอาจารย์เกร็งลมปราณกรงเล็บัจนธาตุไฟแตกซ่าน! พลังปราณร้อนแรงเกินไป! อาฝู! รีบไปนำ 'เหล็กเผาไฟ' มาจี้สกัดจุดทะลวงเส้นเอ็นข้อมือท่านอาจารย์ด่วน!"
ลู่ชิงเบิกตาถลนแทบถลอก ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"เอาเหล็กเผาไฟออกไปห่างๆ ข้าเดี๋ยวนี้!" ลู่ชิงแหกปากลั่น พุ่งตัวหลบหลังเบาะรถม้าราวกับกระต่ายตื่นเหยี่ยว
จูหยวนถือเตาถ่านแดงฉานสะดุ้งเฮือก ชายวัยกลางคนชะงักฝีเท้า สีหน้ากังวลปนศรัทธา "ท่านอาจารย์... ข้าน้อยเพียงหวังใช้เหล็กร้อนสกัดตราประทับแทนลายเซ็น เพื่อแบ่งเบาภาระเส้นเอ็นให้ท่านเท่านั้นขอรับ!"
"แบ่งเบามารดาเ้า!" ลู่ชิงชี้หน้าเดือดดาล "ข้าต้องมานั่งแกะสลักเหล็ก! สกัดลายเส้น! แกะตัวอักษรบนของแข็งๆ เนี่ยนะ! ใช้แรงหนักกว่าจับพู่กันเขียนอีกโว้ย!"
อาฝูรีบกางแขนขวางกลาง "ใจเย็นขอรับนายท่าน ใจเย็น!"
กลิ่นถ่านไฟลอยอวลในอากาศ ความวุ่นวายเตรียมปะทุระลอกใหม่ ทว่าจังหวะนั้นเอง... กลิ่นหอมหวานอ่อนๆ ลอยผ่านเข้ามา กลิ่นแป้งนุ่มร้อนๆ ผสานกลิ่นดินสดหลังการต้มสุก
อาฝูเดินถือถาดไม้เข้ามา บนถาดวางหัวมันูเาต้มร้อนๆ หลายหัว ควันสีขาวลอยกรุ่นเป็สาย
"นายท่าน..." อาฝูพูดอย่างระมัดระวัง "ท่านยังไม่ได้ทานอาหารกลางวันเลยขอรับ ข้าน้อยต้มหัวมันมาให้ อย่างน้อยท่านควรทานรองท้องก่อนนะขอรับ..."
ลู่ชิงเตรียมอ้าปากบ่น ทว่ายามสายตาตกลงบนหัวมันต้ม... ชายหนุ่มพลันนิ่งค้าง
ดวงตาหรี่ลง สมองหยุดทำงานไปนานเริ่มหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว
หัวมันกลมๆ สีเหลืองอ่อน... เนื้อแน่น... นิ่ม... แกะสลักง่าย... จับถนัดมือ... แลสำคัญที่สุด... แป้งดูดซับของเหลวแลกดเป็รอยได้!
วินาทีนั้น สายฟ้าแห่งสติปัญญาคนี้เีฟาดผ่านสมองดังเปรี้ยง!
เดี๋ยวนะ... ตราประทับ... แม่พิมพ์ทดแทนแรงงาน... หัวมัน... ข้าไม่ต้องเขียนเองแล้วนี่หว่า!
ลู่ชิงลุกพรวดขึ้นทันที ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า "อาฝู!"
"ขะ... ขอรับ!"
"มีด! ส่งมีดพกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
ทุกคนสะดุ้งพร้อมกัน อาฝูรีบล้วงมีดพกเล่มเล็กส่งให้ ลู่ชิงคว้าหัวมันขึ้นมา 1 หัว มันยังร้อนลวกมือจนควันขึ้น ทว่าชายหนุ่มผู้ปรารถนาการพักผ่อนไร้ความสนองตอบต่อความเ็ป
ชายหนุ่มฟันมีดลงกลางหัวมันทันที!
ฉัวะ!
หัวมันแยกออกเป็ 2 ซีก เผยเนื้อแป้งสีเหลืองทองแน่นละเอียด ลู่ชิงแสยะยิ้มกว้าง เป็รอยยิ้มแบบเดียวกับก่อนเกิดมหาถนน 500 ลี้... ก่อนเกิดเสบียงบะหมี่ะ... แลก่อนเกิดธนาคารเทพนิทรา!
กุนซือชราขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ขนแขนสแตนด์อัพชูชัน "มาแล้ว... สายตาแห่งผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน... ท่านอาจารย์กำลังเตรียมเผยสุดยอดวิชาอีกแล้ว!"
ลู่ชิงไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ชายหนุ่มก้มหน้าก้มตาแกะสลักหัวมันอย่างจริงจัง ปลายมีดลากผ่านเนื้อแป้งนิ่มๆ อย่างง่ายดาย ซ้าย ขวา บน ล่าง เศษมันต้มกระเด็นออกเป็ชิ้นๆ
ผ่านไปเพียง 10 ลมหายใจ ตัวอักษรนูนต่ำ 2 คำปรากฏขึ้นบนหน้าตัดหัวมัน
'ลู่ชิง'
ตัวอักษรเบี้ยว เอียง ไม่สมดุล เส้นสายโย้เย้น่าเกลียดราวกับไส้เดือนคลาน ทว่าเ้าของผลงานกลับพอใจสุดขีด
"เสร็จสิ้น!" ลู่ชิงประกาศกร้าว "สุดยอดนวัตกรรมทุ่นแรง! สมบูรณ์แบบ!"
ทุกคนสุมหัวมองผลงานบนมือลู่ชิงอย่างงุนงง
จูหยวนกลืนน้ำลายฝืดคอ "ทะ... ท่านอาจารย์... นี่คือสิ่งใดหรือขอรับ..."
"ตราประทับ!" ลู่ชิงตอบอย่างภาคภูมิใจ "ตราประทับลายเซ็นส่วนตัว! ข้าี้เีเซ็นเอง! ใช้ไอ้นี่แปะแทนจบเื่!"
ลู่ชิงคว้าหัวมันซีกนั้น จุ่มหน้าตัดลงในถาดหมึกสีดำ หมึกซึมเข้าสู่ร่องแกะสลักแลเนื้อแป้งอย่างพอเหมาะ จากนั้นชายหนุ่มยกหัวมันขึ้น กดประทับลงบนกระดาษฟาง
จุ๊บ! แปะ!
เสียงแป้งดูดกระดาษดังขึ้นอย่างมีเอกลักษณ์ ลู่ชิงยกมือขึ้น
จุ๊บ! แปะ! จุ๊บ! แปะ! จุ๊บ! แปะ!
มือขวาเคลื่อนไหวขึ้นลงรวดเร็วราวกับเครื่องจักรทอผ้า! ไร้การเกร็งข้อมือ ไร้การวาดพู่กันให้ปวดเส้นเอ็น
กระดาษ 10 ใบ... 20 ใบ... 50 ใบ... 100 ใบ...
ผ่านไปเพียงไม่ถึงครึ่งก้านธูป โต๊ะทั้งตัวเต็มไปด้วยตั๋วเงินปรากฏคำว่า 'ลู่ชิง' เหมือนกันทุกแผ่นแป๊ะ! แม้ลายเส้นดูอัปลักษณ์โย้เย้ ทว่าอ่านออกชัดเจน แลสำคัญสุด... ผลิตได้เร็วกว่าการเขียนด้วยมือหลาย 10 เท่า!
ลู่ชิงโยนหัวมันเปื้อนหมึกลงบนถาด เอนตัวพิงพนักเบาะอย่างสบายอารมณ์ ชายหนุ่มหยิบหัวมันต้มอีกครึ่งซีกเหลืออยู่โยนเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ สีหน้ามีความสุขแลผ่อนคลายอย่างยิ่ง
"เห็นหรือไม่" ลู่ชิงกลืนมันต้มลงคอ "ชีวิตคนเราต้องรู้จักใช้สมองประดิษฐ์เครื่องมือทุ่นแรง นั่งเขียนให้ข้อมือพังผืดถามหาทำไม โง่สิ้นดี"
อาฝูยืนอ้าปากค้าง... จูหยวนยืนนิ่งเป็หิน... กุนซือชรายืนตาเหลือกค้างนิ่งยิ่งกว่าหิน...
ทั้งรถม้าตกอยู่ในความเงียบงันระดับสุสาน ลู่ชิงี้เีสนใจพวกหน้าโง่ ชายหนุ่มตบมือปัดเศษมันต้ม
"อาฝู เอากระดาษ 100 ใบพวกนี้ไป ประทับตราหยกัดำทับอีกชั้น ส่งออกไปให้พวกพ่อค้าหน้าเืข้างนอก ส่วนข้า..." ชายหนุ่มล้มตัวลงนอนตะแคง ดึงผ้าห่มขนสัตว์ขึ้นมาคลุมถึงคอ "ข้าจะงีบ ห้ามผู้ใดรบกวนการพักผ่อนของมหาผู้ตรวจการอย่างเด็ดขาด"
ไม่ถึง 3 ลมหายใจ เสียงกรนแ่เบาดังขึ้นจากใต้ผ้าห่ม
ครืด... ครืด... ครืด...
ภายในรถม้า... คณะกรรมการความกาวทั้ง 3 คนยังคงยืนนิ่ง ราวกับเวลาถูกหยุดเอาไว้ด้วยเวทมนตร์
กุนซือชราจ้องมองซีกหัวมันต้มเปื้อนหมึกบนถาด... สลับกับจ้องตั๋วเงิน 100 ใบ... แลสลับกับจ้องตราประทับลายเซ็นโย้เย้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ตั๋วเงินมูลค่า 100 ตำลึงทองคำ มีตราั์ประทับรับรอง ทว่าลายเซ็นมหาปราชญ์กลับถูกปั๊มด้วย 'หัวมันต้มคลุกฝุ่น' จากเตาถ่านชาวบ้าน! ความย้อนแย้งระดับพิสดารนี้ทะลวงสติปัญญากุนซือชราจนแตกซ่าน!
เปลือกตากุนซือชราเริ่มสั่นกระตุก ลมหายใจสูดเข้าออกถี่แลแรงขึ้น ดวงตาเริ่มแดงก่ำแลเบิกกว้างทะลัก
อาฝูคุ้นเคยอาการนี้เป็อย่างดี! กระบวนการ 'บรรลุธรรมระดับมโนแจ่มขั้นสูงสุด' เตรียมปะทุขึ้นอีกครั้ง!
"์..." กุนซือชราคุกเข่าลงกับพื้น หยิบตั๋วเงินลายเซ็นมันต้มขึ้นมาด้วยมือสั่นเทา น้ำตาไหลพราก "ลายเส้นอัปลักษณ์บิดเบี้ยว ไร้ความงาม ไร้ระเบียบ... ทว่ากลับแฝงพลัง!"
จูหยวนรีบคุกเข่าตาม "หมายความว่าอย่างไรหรือท่านกุนซือ!?"
"พวกเ้ามองไม่ออกหรือ!" กุนซือชราชี้รอยหมึก "ท่านอาจารย์จงใจแกะสลักให้มันน่าเกลียด! นี่คือสภาวะ 'คืนสู่สามัญ'! ละทิ้งความสวยงามจอมปลอมทางโลกโลกีย์ เหลือเพียงแก่นแท้แห่งการสื่อความหมาย! ปรัชญาเต๋าขั้นสูงสุดแห่งการดำรงชีวิต!!"
เศรษฐีหวังเพิ่งปีนขึ้นรถม้ามาเห็นเหตุการณ์ ยกมือทาบอก "ลึกล้ำ! ลึกล้ำยิ่งนัก! แล้ว... เหตุใดท่านอาจารย์ถึงกินหัวมันต้มอีกครึ่งเข้าไปด้วยเล่า!?"
กุนซือชราปาดน้ำตาแห่งความปิติ "นั่นคือการแสดงธรรมขั้นสุดยอด! อุปกรณ์มหาปราชญ์ช่างเรียบง่าย เกิดจากผืนดิน ใช้สร้างคุณประโยชน์ต่อแผ่นดิน แลเมื่อหมดหน้าที่... ถูกกลืนกินกลับคืนสู่ร่างกาย ไม่สร้างขยะทิ้งเป็ภาระแก่โลกใบนี้! ช่างเป็ผู้มีเมตตาต่อธรรมชาติอย่างแท้จริง!!"
"โอ้วววววววว!!" เสียงอุทานแห่งความเลื่อมใสศรัทธาดังประสานขึ้นพร้อมกันในรถม้า
ทว่ายามนั้นเอง ดวงตาจูหยวนอดีตประธานหอการค้า พลันเบิกกว้างทะลักยิ่งกว่ากุนซือชรา! สมองนักธุรกิจเชื่อมโยงนวัตกรรมนี้เข้ากับวงการสิ่งพิมพ์ทันที!
"์! ท่านกุนซือ! ลองคิดดูสิ!" จูหยวนเสียงสั่นระริก "ช่างตีเหล็กต้องใช้เวลาหลอมแม่พิมพ์โลหะนานนับเดือน... ทว่าท่านอาจารย์ใช้หัวมันต้มราคา 2 อีแปะ แลเวลาเพียง 10 ลมหายใจ ผลิตเอกสาร 100 ใบ! หากพวกเราใช้หัวมัน 1000 หัว แกะสลักตัวอักษร 1000 คำเรียงกันเป็ 'แท่นพิมพ์แบบเรียงพิมพ์' เล่า!!"
กุนซือชราสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ "หมายความว่า... เราสามารถคัดลอก 'ตำราพิชัยา' หรือ 'คัมภีร์เต๋า' แจกจ่ายราษฎรได้ 10000 เล่มใน 1 วัน โดยไม่ต้องจ้างบัณฑิตคัดลอก!"
"นี่คือการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์วรรณกรรมแผ่นดิน! ทำลายการผูกขาดความรู้ของเหล่าขุนนางชั้นสูง!" จูหยวนะโสุดเสียง "มหาปัญญา! มหาปัญญาพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน!!"
ลู่ชิงนอนหลับกรนอย่างมีความสุข ไร้ความรับรู้โดยสิ้นเชิง...
ภายนอกราชรถดัดแปลง ความโกลาหลปะทุขึ้นราวกับกองทัพเตรียมทำศึกใหญ่ เสียงผู้คนวิ่งขวักไขว่ดังระงม เกวียนบรรทุกมันูเาสดถูกลากเข้ามา 1 คัน... 3 คัน... 5 คัน... 10 คัน! กองหัวมันสีน้ำตาลสูงตระหง่านบดบังแสงแดดยามบ่าย
จูหยวนยืนเท้าสะเอวบนลังไม้ ะโก้อง "เร็วเข้า! คัดเฉพาะหัวมันขนาดเท่าเทียมกัน! หัวเล็กโยนทิ้ง! หัวใหญ่เก็บไว้! เวลาล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำ!"
เสมียนกว่า 100 ชีวิตวิ่งวุ่นหัวฟัดหัวเหวี่ยง กุนซือชรายืนลูบเคราสีหน้าเคร่งขรึมดั่งกำลังวางหมากพลิกชะตาแผ่นดิน "ตัวอักษรพื้นฐาน 3000 คำ... ศัพท์ราชการ 2000 คำ... ศัพท์เกษตรแลพาณิชย์ 3000 คำ... รวมคำสำคัญ 8000 คำ" ชายชราหรี่ตาลง "เตรียมสำรองไว้อีก 2000 คำ... รวม 10000 คำพอดิบพอดี!"
เศรษฐีหวังตัวสั่นสะท้านด้วยความปีติ "ยอดเยี่ยม! พวกเรากำลังสร้างคลังอักษรแห่งแรกของใต้หล้า! ตำรา 1 เล่มจักมิใช่สมบัติผูกขาดของชนชั้นสูงอีกต่อไป! แม้นเป็เด็กยากไร้ในหมู่บ้านกันดาร ย่อมมีสิทธิ์ร่ำเรียนคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์!" สิ้นคำกล่าว ทุกคนสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ จินตภาพอนาคตเบื้องหน้าชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
ตัดมาภายในรถม้า ลู่ชิงค่อยๆ ปรือตาตื่นจากการหลับใหล ชายหนุ่มบิดี้เียืดเส้นยืดสายกระดูกลั่นดังก๊อบแก๊บ ความสดชื่นจากการนอนหลับสนิท 1 ชั่วยามเต็มช่วยฟื้นฟูอารมณ์ขุ่นมัว
"อาฝู..." เสียงงัวเงียเอ่ยถาม "ตั๋วเงินประทับตราเสร็จสิ้นแล้วใช่หรือไม่"
"เสร็จสิ้นแล้วขอรับ"
"ดีมาก ท้ายสุดปัญหาย่อมจบลงเสียที เตรียมตัวออกเดินทางต่อ"
ชายหนุ่มผลักบานประตูรถม้า แสงแดดสาดส่องกระทบใบหน้า รอยยิ้มผ่อนคลายพลันแข็งค้าง เกวียน 10 คัน... ูเาหัวมัน... เสมียนนับ 100... ลังบรรจุมีดแกะสลัก...
"อาฝู"
"ขอรับ"
"ข้าเพิ่งตื่นใช่หรือไม่"
"ใช่ขอรับ"
"ข้ากำลังฝันอยู่ใช่หรือไม่"
"มิใช่ขอรับ"
ลู่ชิงบังเกิดลางสังหรณ์เลวร้ายพุ่งพล่าน วินาทีนั้นเอง คณะกรรมการความกาวทั้ง 3 พร้อมใจกันทรุดเข่าลงกระแทกพื้นดังตุบ!
"คารวะท่านอาจารย์!"
ลู่ชิงสะดุ้งเฮือก "เดี๋ยวก่อน! พวกเ้าเตรียมสร้างหายนะสิ่งใดอีก!"
จูหยวนเงยหน้าขึ้น ใบหน้าเปล่งประกายศรัทธาแรงกล้า "พวกเรากระจ่างแจ้งแล้วขอรับ!"
"กระจ่างแจ้งสิ่งใด!"
"สุดยอดนวัตกรรมเปลี่ยนโลกของท่าน! แท่นพิมพ์แบบเรียงพิมพ์!"
เปรี้ยง! สายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกะโหลกอดีตศาสตราจารย์ "แท่น... สิ่งใดนะ"
กุนซือชรายกกระดาษฟางขึ้น 1 แผ่น หยิบซีกหัวมันสลักลายเซ็นจุ่มหมึก กดประทับ ปัง! ประทับซ้ำ ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! เพียงอึดใจเดียว กระดาษทั้งกองปรากฏตัวอักษรคมชัดเหมือนกันทุกประการ
กุนซือชราน้ำตาคลอเบ้า "ตัวอักษร 1 คำ... นำมาทำซ้ำได้นับ 1000 นับ 10000 ครั้ง! นี่มิใช่ตราประทับส่วนตัว! ทว่าคือการปฏิวัติองค์ความรู้แผ่นดิน!"
จูหยวนก้าวออกมา "หากเรามีแม่พิมพ์อักษร 10000 คำ! เราสามารถหยิบมาเรียงประกอบเป็ตำราได้ทุกชนิด! คัมภีร์เกษตร! ตำราแพทย์! กฎหมาย์! ทุกอย่างทำสำเนาแจกจ่ายได้รวดเร็วดุจพลิกฝ่ามือ!"
ผู้คนนับ 1000 ทรุดตัวคุกเข่าพร้อมกัน "มหาปราชญ์จงเจริญ! บิดาแห่งการพิมพ์จงเจริญ! องค์เทพนิทราจงเจริญ!" คลื่นเสียงโห่ร้องสั่นะเืนครจินห่าย...
ลู่ชิงยืนแข็งทื่อเป็รูปหล่อหิน สมองอดีตศาสตราจารย์เริ่มคำนวณตัวเลขหายนะโดยอัตโนมัติ 8000 คำพื้นฐาน... สำรอง 2000 คำ... รวม 10000 คำ...
ชายหนุ่มหันขวับ "เดี๋ยวก่อน! แล้วผู้ใดจะเป็คนแกะสลัก!"
จูหยวนยิ้มกว้างดุจดวงตะวัน "ย่อมต้องเป็ท่านอาจารย์ขอรับ!"
เปรี้ยง!!! โลกทั้งใบมืดสนิท "ไม่! ข้าปฏิเสธ! ข้าไม่ทำ! ข้าเป็มหาผู้ตรวจการ ไม่ใช่ทาสแรงงานช่างแกะสลักหัวมัน!"
กุนซือชราประสานมือ น้ำตาไหลอาบแก้ม "พวกเราเหล่าศิษย์โง่เขลาย่อมปรารถนาแบ่งเบาภาระ! ทว่าหากพวกเราลงมือแกะสลัก... ผลลัพธ์ย่อมเป็เพียงเศษมันต้มไร้ค่า! มีเพียงปลายมีดแฝงมรรคาแห่งเต๋าของท่านอาจารย์เท่านั้น จึงจะสามารถประทับจิติญญาแห่งปัญญาลงบนอักษรได้! คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์จะขาดกลิ่นอายมหาปราชญ์ไปได้อย่างไรขอรับ!"
ลู่ชิงเบิกตาถลนแทบถลอก กระอักเืในใจอย่างบ้าคลั่ง
'มรรคาเต๋ามารดาเ้าสิ! เมื่อเช้าข้าแค่เซ็นชื่อ 2 คำ ซ้ำกัน 10000 ใบ ข้อมือยังแทบพังพินาศ! บัดนี้พวกเ้าบังคับข้าใช้มีดพกแกะสลักอักษร 10000 คำไม่ซ้ำกัน! อักษรบางตัวมีขีดเขียนถึง 20 ขีด! ภาระงานพุ่งทะยานทะลุเพดานนรกไป 1000 เท่า!'
'ซ้ำร้าย... หลักการทำแม่พิมพ์ต้องแกะอักษรแบบกลับซ้ายเป็ขวา! ข้าต้องมานั่งเพ่งสายตาแกะอักษรภาพสะท้อนกระจก 10000 คำเนี่ยนะ! ผิด 1 ขีดต้องต้มหัวมันใหม่! แลไอ้พวกไร้ความรู้ด้านวัสดุศาสตร์! หัวมันต้มคือของสด! วางทิ้งไว้ 3 วันย่อมบูดเน่าขึ้นราส่งกลิ่นเหม็นกูด! ข้าต้องมานั่งแกะแม่พิมพ์เน่าๆ ชุดใหม่ทุก 3 วันหรืออย่างไร! ข้าแค่อยากลดงาน! เหตุใดจักรวาลต้องทบต้นทบดอกความเกียจคร้านด้วยภาระงานระดับวิบัติโลกเช่นนี้โว้ยยยย!'
ลู่ชิงอ้าปากค้าง ไร้เสียงเล็ดลอด กุนซือชรายื่นถาดทองคำส่งให้ บนนั้นวางมีดพกแกะสลักด้ามหยกวิจิตรตระการตา
"พวกเราตระเตรียมหัวมันขนาดมาตรฐาน 10000 หัวเรียบร้อยแล้วขอรับ ขอเชิญท่านอาจารย์ลงมือสลักตัวอักษรทั้ง 10000 คำด้วยมือท่านเอง... เบิกฤกษ์เปิดศักราชใหม่แห่งปัญญาแผ่นดิน!"
เงียบ... เงียบสงัด...
ลู่ชิงก้มมองถาดทองคำ... สลับมองูเาหัวมันดิบ... สลับมองใบหน้าเปี่ยมศรัทธาของศิษย์ทั้ง 8
สติสัมปชัญญะมหาผู้ตรวจการขาดสะบั้นลงอย่างสมบูรณ์แบบ
ตุ้บ!
ร่างกายชายหนุ่มทรุดฮวบหงายหลังล้มตึงลงบนเบาะนุ่ม ดวงตาเหลือกค้างมองเพดาน น้ำตาแห่งความรันทดไหลอาบแก้ม 2 ข้างอย่างเงียบงัน ิญญาหลุดลอยทะลุหลังคารถม้าขึ้นไปร้องไห้กอดเข่าอยู่บนก้อนเมฆ
'์... หากการเกิดมาฉลาดแล้วต้องเหนื่อยยากถึงเพียงนี้... ข้าขอยอมเป็คนโง่เขลาเบาปัญญาไปตลอดกาลเถิด...'
ด้านนอก เสียงโห่ร้องสรรเสริญยังคงดังกึกก้อง "บิดาแห่งการพิมพ์จงเจริญ!" ทว่าลู่ชิงสิ้นสติรับรู้ไปแล้วโดยสิ้นเชิง นวัตกรรมหัวมันต้มกำเนิดจากความเกียจคร้านเพียงชั่ววูบ กำลังพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การศึกษาแผ่นดินอย่างถาวร... พร้อมกวักมือเรียกูเางานลูกใหม่หล่นทับบดขยี้เวลาพักผ่อนของเขาจนแหลกลาญไร้ชิ้นดี!
[จบตอน 29]