กรณ์พารันไปติดต่อที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทเพื่อขอเข้าพบท่านประธาน
“ไม่ทราบว่าพวกคุณเป็นใคร และนัดท่านประธานไว้หรือเปล่าคะ” ฝ่ายประชาสัมพันธ์สอบถาม
“เอ่อ คือ พวกเรามาจากสำนักงานอเนกประสงค์ ถึงพวกเราจะไม่ได้นัดท่านไว้ แต่พวกเรามีเรื่องสำคัญจะคุยกับท่านนะคะ” รันกล่าว
“เสียใจด้วยค่ะ ท่านประธานมีงานยุ่งมาก เอาไว้ให้คุณลองโทรนัดท่านดูนะคะ” ฝ่ายประชาสัมพันธ์เห็นว่าไม่ได้นัดไว้
“เอ่อ แต่ว่า ….” กรณ์ยังไม่อยากยอมแพ้
“ไม่เป็นไรกรณ์ พวกเราไปกันเถอะ” รันกล่าว
“แน่ใจนะรัน” กรณ์แอบเสียดาย
แต่ทว่าพอรันจูงมือเพื่อนไปทางลิฟท์ เพื่อเตรียมไปขึ้นรถชั้นใต้ดิน สักพักก็ลากเพื่อนให้รีบขึ้นบันไดหนีไฟแทน
“เฮ้ย! รัน จะไปไหน” กรณ์ตกใจ
“ตามมาเถอะอย่าเพิ่งถาม” บุษกำลังทบทวนทางไปห้องประธาน เพราะแต่ก่อนเธอชอบใช้เส้นทางนี้แอบไปหาพ่อของเธอประจำ
จนกระทั่งทั้งสองพากันหอบเพราะขึ้นบันไดถึงเก้าชั้น
“โอ๊ย แล้วทำไมถึงไม่ขึ้นลิฟท์ล่ะ” กรณ์บ่น
“ฝ่ายบริหารคนอื่นๆ อยู่แถวหน้าลิฟท์น่ะสิ ถ้าพวกเราออกไปทางบันไดหนีไฟ จะสามารถแอบเข้าห้องประธานบริษัทได้เลย” รันอธิบาย
“แล้วเธอรู้ได้ยังไงน่ะรัน” กรณ์สงสัย
“แอบถามคนรู้จักมาน่ะ” รันรีบพูดกลบเกลื่อน
หญิงสาวทั้งคู่จึงเดินไปถึงโต๊ะเลขาส่วนตัวของท่านประธาน
“พวกคุณเป็นใครคะ เข้ามาได้ยังไง” เลขาฯตกใจ
“พวกเรามีเรื่องจะคุยกับท่านประธานค่ะ” รันกล่าว
“แต่ท่านมีงานยุ่งมากเลยนะคะ ตอนนี้คงไม่ว่างคุยหรอกค่ะ” เลขาฯปฏิเสธ เพราะเจ้านายห้ามคนเข้าไปรบกวนในตอนนี้
รันไม่ฟัง รีบพาเพื่อนบุกเข้าไปในห้องท่านประธานทันที
“ไม่ได้นะคะคุณ” เลขาฯห้ามไม่ทัน เพราะสองสาวเปิดประตูเข้าไปแล้ว
“พวกเธอเป็นใคร แล้วทำไมถึงปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามาได้” ท่านประธานดุ
“ดิฉันมีเรื่องส่วนตัวจะคุยกับคุณค่ะ” รันกล่าว
“เรื่องอะไรไม่ทราบ” ท่านประธานพูดเสียงแข็ง
“เรื่องของรวิวรรณไงคะ” รันรีบพูด
“เอาล่ะ คุณเจี้ยบออกไปก่อน” ท่านประธานมีอารมณ์เย็นลง และสั่งให้เลขาฯออกไป
“ค่ะ ท่านประธาน”
“เชิญนั่งสิ มีอะไรก็ว่ามา” ท่านประธานกล่าว
หญิงสาวทั้งคู่จึงนั่งฝั่งตรงข้ามกับท่านประธานอนุชิน
“มีอะไรไม่ทราบ” ท่านประธานสอบถาม
“ฉันเป็นลูกสาวของรวิวรรณค่ะ เธอคนนั้นเป็นอดีตสาวใช้ในครอบครัวของคุณ” รันเกริ่น
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” ท่านประธานสงสัย
“คุณเคยชอบพอกับรวิวรรณนี่คะ บางทีพ่อของฉันอาจจะเป็นคุณ” รันรีบพูด
“ฉันไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับรวิวรรณ” อนุชินพูดอย่างมั่นใจ
รันเม้มปากและคิดในใจว่า “โกหกชัดๆ” แต่ปากพูดว่า “ฉันมีหลักฐานด้วยนะคะ”
“หลักฐานอะไรไม่ทราบ” ฝ่ายชายขมวดคิ้ว
เมื่อคืนบุษในร่างรันได้เข้าไปใน email ของบุษเมื่อ 21 ปีที่แล้ว และไม่น่าเชื่อว่า email นั้นยังคงใช้ได้ เธอจึงสามารถโหลดคลิปที่เธอเคยแอบถ่ายตอนที่อนุชินจู๋จี๋กับรวิวรรณในสวนได้ ดังนั้นตอนนี้เธอจึงเปิดคลิปดังกล่าวให้ฝ่ายชายดู “นี่ไงคะ”
อนุชินขมวดคิ้ว ที่ได้เห็นตัวเองตอนหนุ่มๆกำลังกอดจูบกับรวิวรรณในสวน ทำให้เขาโกรธมากและกำลังจะขว้างปามือถือของรัน
“หยุดนะคะ! คุณก็รู้ ว่าฉันคงไม่ได้เก็บไว้แค่ในมือถือแน่นอน ฉันสามารถนำไปให้นักข่าวดู หรือเผยแพร่ในโซเชียล ถึงตอนนั้นอย่ามาว่าฉันทีหลังก็แล้วกัน” รันขู่
“นี่เธอขู่ฉันงั้นหรอ” อนุชินโมโห
“หากฉันไม่ได้ความเป็นธรรม ฉันก็อาจทำแบบนั้นค่ะ” รันไม่ยอมแพ้
“เอามือถือเธอคืนไป และกลับไปได้แล้ว ฉันไม่ได้มีอะไรกับแม่ของเธอ” อนุชินยืนยันคำเดิม
“ฉันไม่เชื่อค่ะ” รันไม่ยอมออกไป
“ตามใจก็แล้วกัน” อนุชินเปิดแฟ้มทำเป็นไม่สนใจเด็กสาว
“ก็ตรวจ DNA ไปเลยสิคะ”
“คุณชล นี่คุณได้ยินทั้งหมดเลยงั้นหรือ” อนุชินตกใจกับเสียงภรรยา
“พี่ชล เอ้ย คุณนิธิชล คือฉัน…” รันพูดอะไรไม่ออก
“ตรวจไปเถอะค่ะ ฉันเชื่อใจคุณ ยังไงคุณก็ไม่ได้เป็นพ่อของเด็กคนนี้อย่างแน่นอน” นิธิชลกล่าวอย่างมั่นใจ
รันเริ่มฉุกคิดว่าเหตุใดพี่ชลถึงมั่นใจขนาดนั้น
“ก็ได้ และหากผลตรวจพบว่าเธอไม่ได้เป็นลูกสาวฉัน ต่อไปห้ามยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวฉันอีก” อนุชินกล่าว
“งั้นวันพรุ่งนี้ เจอกันที่โรงพยาบาลใกล้คฤหาสน์ของคุณก็แล้วกันนะคะ” รันนัดหมาย
“ดูเธอจะรู้จักที่อยู่ของฉันเป็นอย่างดีเลยนะ” อนุชินแปลกใจ
“ก่อนมาพบคุณ ฉันต้องศึกษาให้ดีก่อนสิคะ” รันกล่าวอ้างไปเช่นนั้นเอง
“งั้นกลับไปได้แล้ว แปดโมงเช้าเจอกันที่โรงพยาบาล หากไม่เจอก็ติดต่อตามนามบัตรนี่” อนุชินยื่นนามบัตรให้
สองสาวจึงยอมจากไป
กรณ์รู้สึกถึงความตึงเครียดของเพื่อนสาว เลยไม่กล้าทักอะไรมาก พอขึ้นไปบนรถก็รอให้เพื่อนเป็นฝ่ายระบายออกมาเอง
“หรือว่าคุณอนุชินจะไม่ใช่พ่อฉันน่ะกรณ์” รันเริ่มกังวล
“ดูผลตรวจก่อนดีกว่า ค่อยว่ากัน” กรณ์เองก็ไม่แน่ใจ
“ดูฝ่ายนั้นจะมั่นใจมากว่าเขาไม่ใช่พ่อฉัน” รันเริ่มลังเล
“แม่หรือยายเธอเคยพูดอะไรออกมาบ้างมั้ยล่ะ” กรณ์อยากรู้
รันส่ายหน้า
“อย่ากังวลเลย ต่อให้ผลออกมาลบ ฉันและแฟนเธอต้องหาทางช่วยยายเธอใช้หนี้แน่นอน” กรณ์กับดนุวัฒน์กำลังหาทางช่วยหญิงสาว
“ขอบใจนะกรณ์”
รันกลับไปที่บ้านของยาย เธอไหว้ยายแล้วรีบเดินเข้าไปในห้องเพื่อคิดทบทวนบางอย่าง “หลังฉันตายไปแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วทำไมถึงกลายเป็นว่าพี่อนุชินถึงตกลงปลงใจกับพี่ชลได้” ดังนั้นหลังจากรันอาบน้ำเสร็จ จึงออกไปเคาะประตูห้องยายเพื่อสอบถามความเป็นไป
***********************************
ณ ห้องของคุณยายวรรณ
“หลังจากที่คุณบุษบงตายไปแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ” รันรีบถาม
“นี่หลานรู้จักคุณบุษด้วยงั้นหรือ” ยายแปลกใจ
“หลานลองสืบดูค่ะ” รันรีบกลบเกลื่อน
“ยายเล่าให้ฟังก็ได้ เรื่องมีอยู่ว่า หลังจากคุณบุษฆ่าตัวตายเพราะรู้สึกเสียใจจากการสูญเสียคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายไปทั้งคู่พร้อมกัน ทรัพย์สมบัติทั้งหมดเลยตกเป็นของคุณนิธิชล รวมไปถึงหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทก็ตกเป็นของเธอ ความจริงนิธิชลต้องได้เป็นประธานบริษัท แต่เพราะอนุชินตกลงแต่งงานกับเธอ ทำให้เธอยอมยกตำแหน่งประธานให้สามีตัวเอง”
“ถึงว่า เพื่อตำแหน่งประธานบริษัท ทำให้เขายอมทิ้งแม่แล้วหันไปแต่งงานกับนิธิชล ใจคนนี่ช่างหยั่งยากจริงๆนะคะคุณยาย” รันคาดการณ์
“ตอนแรกคุณอนุชินก็ไม่สนใจตำแหน่งนั่นหรอก และเขาก็ยกย่องรวิวรรณอย่างออกหน้าออกตาด้วย แต่พอถึงคืนหนึ่ง ทุกอย่างมันกลับตาลปัตรไปหมด รวิวรรณถูกเฉดหัวออกจากคฤหาสน์ ทำให้ยายต้องออกจากงานไปด้วย และอยู่ดีๆคุณอนุชินก็หันไปคบกับคุณชลแทน และดูเขาจะหลงรักคุณชลอย่างหัวปักหัวปำ ราวกับว่าโดนเสน่ห์ยาแฝดก็ไม่ปาน” ยายสงสัยว่าทำไมอนุชินถึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
“คุณชลไม่น่าจะพึ่งไสยศาสตร์อย่างนั้นนะคะ” รันไม่คิดว่าพี่สาวจะทำเรื่องเลวร้าย
“ก็ไม่แน่หรอกนะรัน เพื่อให้ชายที่ตนหมายปองหลงรัก อาจยอมพึ่งมนตร์ดำก็เป็นได้” ยายอาบน้ำร้อนมาก่อน
“วันพรุ่งนี้หลานก็จะไปตรวจ DNA แล้ว รับรองหลานต้องทำให้คุณอนุชินยอมรับหลานเป็นลูกให้จงได้ค่ะ” รันจับมือยาย
“แต่ยายแปลกใจนะ ว่าเหตุใดป่านนี้คุณชลถึงยังไม่มีลูกเสียที” ยายคอยฟังข่าวคราวของครอบครัวเจ้านายเก่ามาโดยตลอด
“ไม่มีอะไรหรอกคุณยาย คุณชลไม่แข็งแรง อาจมีลูกยากก็เป็นได้” รันคาดเดา
“ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นก็แล้วกัน”
“หลานขอตัวไปนอนก่อนนะคะ” รันกำลังหาวฟอด
เช้าวันรุ่งขึ้น ดนุวัฒน์อาสามารับรันไปส่งที่โรงพยาบาลใกล้คฤหาสน์ของคุณอนุชิน
ในระหว่างที่นั่งรถไปด้วยกัน บุษรู้สึกผิดต่อแฟนของรันมาก เพราะบุษยังไม่เคยลืมกลวิทย์ซึ่งเป็นคนรักเก่าของบุษได้เลย ทำให้เธอไม่อาจทำใจไปคบกับแฟนของรันได้ ดังนั้นเธอจึงนึกถึงแผนการบางอย่าง