“เฮ้อ... แยกบ้านกันได้ก็ดี อย่างน้อยในอนาคต พี่น้องจะได้มีชีวิตที่สงบสุข”
หลี่เจิ้งมองดูเด็กผอมโซที่น่าเวทนาเหล่านี้ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ
“ฉีเอ๋อร์ หากวันหน้าเ้ามีปัญหาอะไรละก็ มาหาข้าได้ทุกเมื่อเลยนะ”
ผู้นำตระกูลทอดถอนใจ เมื่อพูดจบเขาก็จากไป
ถังฉีมองดูร่างของพวกเขาลับตาไปด้วยความรู้สึกตื้นตันใจอยู่บ้าง อย่างน้อย คนเหล่านี้ก็ไม่เห็นแก่ตัว พวกเขาคอยดูแลคนที่อ่อนแอกว่า
“ฉีเอ๋อร์ ป้าหลิวพอจะมีไข่ไก่อยู่บ้าง เอาไปให้น้อง ๆ เ้ากินนะ”
หลังจากที่ผู้นำตระกูลจากไปได้ไม่นาน ป้าหลิวถือไข่ไก่เต็มสองมือและเดินเข้ามาเงียบ ๆ
ขณะที่เอ่ยขึ้น นางก็วางไข่ไก่ลงในตะกร้าที่อยู่ใกล้ ๆ
“ท่านป้าหลิว พี่ชายของท่านไปเรียน เก็บไข่ไก่พวกนี้ไว้ให้เขากินเถอะเ้าค่ะ”
ถังฉีไม่คิดว่านางหลิวจะเอาไข่ไก่มาให้นางและน้อง ๆ
“ฉีเอ๋อร์ ไม่ต้องเกรงใจ พี่ชายข้ากินดีอยู่ดีแล้ว เ้าเก็บไข่ไก่พวกนี้ไว้เถอะ ข้ากำลังจะขึ้นเขาไปเก็บผัก ข้าไปก่อนนะ”
หลังจากวางไข่ไก่ลงแล้ว นางหลิวก็รีบจากไป
ถังฉีมองอีกฝ่ายจากไป รู้สึกถึงความอบอุ่นที่คุกรุ่นอยู่ภายในใจ
ต่อมา ชาวบ้านหลายคนก็นำอาหารมาให้นาง
แม้ว่าจะไม่ใช่ข้าวขาวและแป้งขัดสี แต่ก็สามารถทำให้อิ่มท้องได้
ถังฉีจดจำความเมตตาของคนเหล่านี้ไว้ และตัดสินใจที่จะตอบแทนพวกเขาในภายภาคหน้า
นางจะปล่อยให้คนดี ๆ ต้องลำบากได้อย่างไร
“พี่ใหญ่ ข้าจะป้อนนมแพะนี่ให้น้องห้านะขอรับ”
ถังซานเห็นนมแพะในชามที่มีรู สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปีติดีใจ
“น้องรอง เ้าต้องต้มนมแพะในหม้อก่อน จากนั้นก็รอให้เย็นแล้วค่อยป้อนให้น้องห้า เข้าใจหรือไม่?”
ถังฉีห้ามถังซานไว้ขณะที่เขากำลังจะป้อนนมแพะให้ถังเหอ
“ขอรับ?”
ถังซานมองถังฉีด้วยความสับสนเล็กน้อย
“เวลานี้ในบ้านมีเพียงพวกเราห้าคน ดังนั้นพวกเราต้องใส่ใจกับกิจวัตรประจำวัน โดยเฉพาะเื่ความสะอาด หากมีสิ่งใดปนเปื้อนในนมแพะนี้ น้องห้าจะป่วยเอาได้”
ถังฉีเตือนด้วยท่าทีจริงจัง
ถังซานพยักหน้าและเข้าไปต้มนมแพะในครัว
ไม่นาน นมแพะก็เย็นลง ถังฉีไม่ได้ป้อนนมให้ถังเหอด้วยตัวเอง นางเพียงเฝ้ามองถังซานใช้ช้อนป้อนนมให้ทารกน้อยด้วยความใส่ใจ
ท้ายที่สุด เมื่อครอบครัวเหลือกันอยู่เพียงไม่กี่คน ถังเหอจำต้องเรียนรู้ที่จะช่วยตัวเองั้แ่อายุยังน้อย
“กล่าวกันว่าโรคภัยมาจากปาก วันหน้า เวลาที่เ้ากินอะไร จำเอาไว้ว่าต้องล้างมือให้สะอาดเสียก่อน เ้าจะได้ไม่ป่วยเพราะแบคทีเรีย”
“แบคทีเรียหรือ? มันคือเชื้อราประเภทไหนกัน? หรือว่าเป็เห็ดประเภทหนึ่ง?” ถังเฟิงมองถังฉีด้วยความฉงน
“ข้าหมายความว่า มือของเราเวลาทำงานก็จะมีสิ่งสกปรกติดอยู่แน่นอน การล้างมือก่อนกินอาหารจะป้องกันไม่ให้ปวดท้องได้”
ถังฉีอธิบายอย่างจริงจัง
สามพี่น้องเข้าใจความหมายและพยักหน้ารับ แม้แต่ถังเหอก็หัวเราะคิกคักอยู่ในผ้าห่อตัว อาจเป็เพราะเขาเพิ่งดื่มนมแพะจนอิ่มหนำ
ถังซานป้อนนมแพะให้น้องคนเล็กอย่างรวดเร็วและตรงไปที่ห้องครัวเพื่อล้างชาม
หลังจากความโกลาหลที่เกิดจากถังต้าสี่จบสิ้นลง ดวงอาทิตย์ก็เริ่มลาลับของฟ้า
ถังฉีขอให้น้องชายของนางดูแลถังเหอ จากนั้นนางก็เข้าไปในครัว
ใน่บ่าย ชาวบ้านต่างนำอาหารมาให้พวกเขา
ถังฉีตัดสินใจว่าจะไม่ให้น้อง ๆ ของนางกินธัญพืชหยาบ ๆ พวกนี้อีกต่อไป นางเรียกข้าวขาวออกมาจากห้วงมิติ พร้อมด้วยน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว และน้ำส้มสายชู นางผัดผัก ทำสลัดหัวไชเท้าและโจ๊กข้าวหอม
แม้ว่าอาหารเย็นมื้อนี้จะดูเรียบง่ายสำหรับนาง แต่ก็น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับเด็ก ๆ เหล่านี้แล้ว!
นอกจากนี้ นางยังเติมน้ำแกงไก่และน้ำมันลงไปด้วย
“พี่ใหญ่? เหตุใดถึงมีข้าวขาวล่ะขอรับ?”
ถังสุ่ยมองชามโจ๊กข้าวขาวที่ถังฉียกเข้ามา เขาถึงกับอดใจไม่ไหวจนต้องกลืนน้ำลาย
ั้แ่ที่ท่านพ่อออกไปทำา เขาก็ดื่มแต่น้ำต้มกับข้าวโพดซึ่งไม่สามารถทำให้อิ่มท้องได้
“ข้าเจออยู่ในครัวน่ะ บางทีพวกท่านป้าในหมู่บ้านอาจจะแอบเอามาให้ก็เป็ได้”
ถังฉีเตรียมคำอธิบายไว้แล้ว
เมื่อนางหาเงินได้ในอนาคต นางคงไม่ต้องปิดบังและเก็บซ่อนของพวกนี้อีก!
“พี่ใหญ่ ท่านเอาข้าวพวกนี้ไปตุ๋นให้น้องห้ากินเถอะ…”
แม้ว่าถังซานจะอยากกินโจ๊กมากเพียงใด แต่เขาก็คิดถึงถังเหอที่อายุยังไม่ถึงขวบปีและสะกดกลั้นความปรารถนาของตนเอาไว้
“น้องรอง ท่านแม่ก็จากไปแล้ว และเราก็ตัดสัมพันธ์กับบ้านใหญ่แล้ว ในภายภาคหน้า พวกเราต้องหาทางเอาตัวรอด ดังนั้นจึงต้องดูแลร่างกายให้ดี หากไม่มีกำลังพอจะทำงาน พวกเราจะเลี้ยงดูน้อง ๆ ได้อย่างไร?”
ถังฉีมองถังซานด้วยแววตาจริงจัง
เด็กน้อยคนนี้มีวุฒิภาวะเกินวัย
เวลานี้ ลางร้ายสีดำเหนือศีรษะของพวกเขาอันตรธานหายไปแล้ว
คงเป็เพราะเื่การแต่งงานได้รับการแก้ไขแล้ว
หากเป็ถังฉีคนเดิม นางคงถูกถังต้าสี่ขายออกไปนานแล้ว!
“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ พี่ใหญ่ พวกเราจะต้องกินให้มาก ๆ เติบโตแข็งแรง และดูแลน้อง ๆ ดูแลพี่ใหญ่!”
พี่น้องทั้งสามเอ่ยขึ้นจนเกือบจะพร้อมเพรียง
“เอาละ อย่าพูดถึงเื่นี้อีกเลย รีบล้างมือแล้วมากินข้าว ยังมีเหลืออยู่ในหม้ออีก เดี๋ยวข้าค่อยทำเพิ่มอีกหน่อยแล้วป้อนน้องห้า”
เป็เพราะถังเหอเพิ่งกินนมแพะไป เขาจึงยังไม่หิว
อย่างไรก็ตาม เมื่อเด็กน้อยได้กลิ่นหอมของโจ๊ก เขาก็เลียริมฝีปาก
หน้าตาจิ้มลิ้มของเด็กน้อยดูน่าเอ็นดูเป็พิเศษจนถังฉีใจละลาย
“ไอ้หยา…พี่ใหญ่ ผักนี่อร่อยมากเลยขอรับ! ชีวิตนี้ ข้าไม่เคยกินผักที่อร่อยเช่นนี้เลย”
ถังเฟิงรู้สึกตื่นตาตื่นใจหลังจากกัดผักเข้าไป
“หัวไชเท้าดองนี่ก็อร่อยกว่าที่ท่านแม่เคยทำมาก!”
ถังสุ่ยร้องออกมา จากนั้นก็ก้มศีรษะและนิ่งเงียบ
ทันใดนั้น โจ๊กบนโต๊ะก็ดูไม่น่ากินเหมือนตอนแรก
“หากท่านแม่ยังอยู่ ท่านแม่คงมีความสุขกับอาหารบนโต๊ะแน่”
ถังซานที่นิ่งเงียบมาโดยตลอดเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“ข้าเชื่อว่าท่านแม่จะต้องเฝ้ามองพวกเราอยู่เงียบ ๆ เมื่อเห็นพวกเราในตอนนี้ นางจะต้องมีความสุขมากแน่ ๆ”
ถังฉีคีบผักขึ้นมาและวางลงในชามของถังซาน พี่น้องต่างพยักหน้าในความเงียบ
หลังจากกินอาหารเสร็จ ถังซานก็เริ่มทำความสะอาดจานชามและตะเกียบ
ถังฉีต้มน้ำร้อนจากห้องครัวและอาบน้ำให้ถังเหอ
เมื่อปิดประตู ห้าพี่น้องก็นอนลงบนเตียงและหลับสนิท
อย่างไรเสีย ร่างกายนี้ก็มีอายุเพียงสิบสามปี
เช้าวันต่อมา ถังฉีก็ถูกถังซานปลุก!
*******************************