วันเวลาผ่านผมไปแบบเดิมทุก ๆ วัน ทั้งความโชคร้ายที่บ้านและความโชคดีที่โรงเรียนก็ยังเหมือนเดิมทั้งสิ้น ั้แ่วันแข่งขันวิชาการผ่านไปด้วยคะแนนของนุ่นคือที่หนึ่งและของผมคือลำดับรองสุดท้าย ผมกับนุ่นก็สนิทกันมากขึ้นจริง ๆ ไม่รู้ว่าเป็เพราะนุ่นสงสารหรือเพราะเห็นความดีในตัวผม นุ่นมักจะชวนผมไปโรงอาหารด้วยตอนมื้อกลางวันและตอนที่มีงานกลุ่มผมก็มักจะได้รวมกลุ่มกับนุ่นเสมอ ผมเริ่มตั้งใจเรียนมากขึ้นเพราะอยากได้ไปแข่งพร้อมกับนุ่นอีกในปีหน้าถ้ามีการแข่งขัน แต่ผมคร่ำเคร่งกับการเรียนได้ไม่นาน ก็มีเื่ให้ผมไขว่เขว้ ครูพละประกาศหน้าเสาธงในเช้าวันหนึ่งเื่การแข่งขันกีฬาระหว่างโรงเรียนและพวกที่ไม่ใช่นักกีฬาก็ต้องไปเป็กองเชียร์ด้วย ผมไม่สนใจฟังเพราะรู้สึกว่าผมไม่ใกล้เคียงกับเื่นี้เลย ผมคงไม่ได้แข่งกีฬาอะไรเพราะผมไม่เป็อะไรสักอย่างเดียว กองเชียร์ผมก็คงไม่ไป แวบหนึ่งความคิดของผมไปหยุดอยู่ที่ว่าถ้าไม่ไปก็ต้องแอบอยู่ที่บ้าน ตอนนั้นแหละที่ผมอยากมีส่วนร่วมขึ้นมาเพราะไม่อยากอยู่บ้าน ผมชะโงกหน้าออกนอกแถวเพื่อมองไปที่ไอ้หนึ่ง มันก็หันมาพอดี รอยยิ้มของมันทำให้ผมไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ เหมือนมันกำลังคิดอย่างที่ผมคิดอยู่แน่ ๆ
และแล้วเวลาคัดเลือกนักกีฬาก็เริ่มขึ้น พวกผู้ชายเท่ ๆ ก็เป็ที่แน่นอนว่าได้คัดเลือกไปเป็นักฟุตบอล ปิงปอง แข่งวิ่ง ส่วนผมกับไอ้หนึ่งไม่มีอะไรให้ใครสนใจ เรานั่งอยู่ท้ายแถวเพื่อรอฟังว่าคนที่ไม่ได้เป็แม้กระทั่งกองเชียร์ จะต้องมาโรงเรียนไหม แล้วแผนการของไอ้หนึ่งก็ล้มเหลวทันทีเมื่อครูประกาศว่าทุกคนต้องไปเป็กองเชียร์ การแข่งขันจะถูกจัดขึ้นที่สนามของโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ยังดีที่นุ่นก็เป็กองเชียร์เหมือนกัน เพียงแต่เป็กองเชียร์ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเพราะนุ่นต้องอยู่ในกลุ่มคนที่ทำหน้าที่ช่วยดูแลความเรียบร้อยของกองเชียร์ที่อยู่บนอัฒจันทร์ แต่ก็ดีเหมือนกันเพราะเวลาขึ้นเชียร์ นุ่นต้องอยู่ด้านล่าง ผมจะได้มองเห็นนุ่นจากบนอัฒจันทร์ชัดเจนอยู่ดี
วันงานกีฬา รถสองแถวที่โรงเรียนจัดไว้สองคันมารอรับพวกเราั้แ่เช้า คันหนึ่งผมจำได้ว่าเป็ของลุงเต่าซึ่งรับจ้างรับส่งเด็กนักเรียนโรงเรียนที่เรากำลังจะเดินทางไปนั่นแหละ เป็รถโรงเรียนที่ผมใฝ่ฝัน ทุกครั้งที่ผมเห็นรถลุงเต่า ผมมักจะฝันถึงภาพตัวเองตอนเข้าเรียนที่โรงเรียนนั้น นั่งรถคันนั้นไปกับนุ่น โดยปกติรถลุงเต่าจะต้องมารับเด็กในหมู่บ้านของผมก่อน จากนั้นผมจะจองที่ข้าง ๆ ไว้ พอรถถึงหน้าหมู่บ้านนุ่น ผมจะรีบเรียกนุ่นขึ้นมานั่งข้างผม เราจะนั่งข้างกันบนรถสองแถวของลุงเต่าไปโรงเรียนมัธยมด้วยกัน
แต่วันนั้นความโชคดีของผมคือ ความฝันจะเป็จริงเร็วกว่าที่ผมคิดเอาไว้…………..
“เฮ้ย ไอ้ดิน ไม่ขึ้นเหรอวะ” ผมหันไปตามเสียงเรียกของไอ้หนึ่ง
มันยืนโบกมือเรียกผมจากบนรถอีกคันซึ่งดูใหม่กว่า
“มึงจะขึ้นไปคันนั้นทำไม กูจะไปคันของลุงเต่า”
ผมไม่รอให้ไอ้หนึ่งเห็นด้วยกับผม ผมหันไปมองหานุ่นก่อน นุ่นกำลังเดินออกมาจากอาคารเรียน เดินมาคนเดียว ผมจึงมองหาบัวเพราะถ้าบัวเดินไปตามที่ไอ้หนึ่งเรียก นุ่นก็คงไปด้วย ความฝันของผมก็คงพังทลาย
“บัว ๆ ทางนี้มาคันนี้”
ผมเรียกเสียงดัง บัวหันไปหันมาก่อนจะหันไปมองหานุ่น ไอ้หนึ่งเห็นท่าว่าจะไม่มีใครเดินไปหา มันก็เลยลงจากรถคันนั้นแล้ววิ่งมาหาผม
“มึงจะไปรถลุงเต่าทำไม แกง่วงตลอดเวลา มึงไม่รู้เหรอ ขับช้าด้วย ชื่อแกก็บอกอยู่”
“เื่ของกู มึงจะขึ้นคันนั้นก็ขึ้นไป แต่มึงอย่าเรียกนุ่นไปนะ”
“เอ้า ถ้ามึงไปคันนี้กูก็ไปคันนี้ด้วยสิ”
ว่าแล้ว ไอ้หนึ่งก็รีบวิ่งขึ้นรถลุงเต่าไปจองที่ พอดีกับที่นุ่นและบัวเดินมาถึง
“มีที่เหลือไหม เราอยากไปรถลุงเต่าด้วย”
“มี ๆ ไอ้หนึ่งขึ้นไปจองแล้ว”
“พวกผู้ชายเขาไม่นั่งกันหรอก เขายืนโหนท้ายรถไปนะดิน”
“ดูก่อนสิ ถ้ามีที่นั่งพอจะโหนทำไม ครูก็ไปคันนี้ด้วยนะ” นุ่นมองไปด้านหน้าข้างคนขับ
ผมไม่อยากโหนท้ายให้สมชายชาติชาตรีอะไรนักหรอก ผมอยากนั่งข้าง ๆ นุ่นมากกว่า แต่พอทุกคนเข้าประจำที่นั่งเรียบร้อยก็เป็เวลาเดียวกับที่ความฝันของผมจบสิ้นลง ผู้ชายสองสามคนต้องโหนท้ายไปและหนึ่งในนั้นก็คือผมเอง ……….
แต่แม้ความฝันไม่สมใจ ผมก็ยังยิ้มได้ตลอดทางเพราะนุ่นนั่งตรงท้ายสุดโดยมีผมโหนท้ายอยู่ชิดติดกัน ผมยืนยิ้มไปในขณะที่ปลายผมของนุ่นปลิวสะบัดส่งกลิ่นหอมของแชมพูฟุ้งมาถึงผม
รถลุงเต่าจอดนิ่งสนิทหน้าสนามฟุตบอลใหญ่ ผมะโลงจากรถก่อนใคร ๆ มองไปข้างหน้ารถเห็นเด็กนักเรียนจากหลายที่ปะปนกันอยู่เต็มข้างสนาม ผมละสายตาจากข้างหน้าแล้วมองไปที่นุ่น ผมขยับเข้าไปใกล้ เผื่อจะเหมือนในละครที่นางเอกสะดุดอะไรสักอย่างและก่อนที่หน้าจะคะมำถึงพื้น พระเอกก็เข้าไปรับไว้ได้ทัน แต่นุ่นคงไม่ใช่นางเอกแบบนั้น เพราะในขณะที่ทุกคนแย่งกันลงจากรถ นุ่นยังคงนั่งที่เดิมเพื่อรอให้ทุกคนลงไปให้หมดก่อน นั่นแหละผู้หญิงเท่ ๆ ของผม
อัฒจันทร์ของโรงเรียนเราอยู่ตรงกลาง ตอนที่พวกเราเดินผ่านกลุ่มเด็กโรงเรียนอื่น มีบางคนที่รู้จักกันก็จะทักทาย แวะพูดคุยกัน ผมไม่รู้จักใครเลย ผมไม่เคยออกจากบ้านไปไกลกว่าบ้านไอ้หนึ่งเพื่อไปทำความรู้จักกับใครอื่น เพราะฉะนั้นผมจึงเดินเงียบ ๆ ตามหลังนุ่นไปยังอัฒจันทร์ ผมถูกต้อนขึ้นไปนั่งชั้นบนทันทีที่ไปถึง ส่วนนุ่นก็เตรียมน้ำดื่มอยู่ข้างล่าง ไม่นานก็มีพิธีเปิดสนามอะไรต่อมิอะไรโดยที่ผมไม่ได้สนใจมากนัก เพราะผมมัวแต่มองหานุ่น ไอ้หนึ่งไม่สนใจอะไรนอกจากเด็กผู้หญิงโรงเรียนข้าง ๆ มันทั้งแซวทั้งหยอกล้อ ฝั่งโน้นก็คงสนุกด้วยเพราะสาวเ้าทำท่าเขินและจัดทรงผมให้เข้าที่อยู่ตลอดเวลา แต่ไม่นานหลังจากไอ้หนึ่งเพลิดเพลินกับเด็กโรงเรียนอื่นจนเหมือนคนลืมตัว บัวซึ่งยืนมองขึ้นมาจากด้านล่าง ไม่รู้คิดอะไร บัวขว้างน้ำแข็งกลม ๆ ก้อนหนึ่งใส่ไอ้หนึ่ง ก้อนน้ำแข็งซึ่งแข็งสมชื่อของมันโดนเข้าที่หางคิ้วไอ้หนึ่งพอถาก ๆ แต่นั่นก็คงพอทำให้ไอ้หนึ่งเจ็บพอสมควร มันะโลงไปจากข้างบนเสียงแข็ง
“ทำอะไรวะ”
แค่นั้นแหละ บัวก็หน้าเสียแล้ววิ่งเข้าไปในเต็นท์ที่อยู่ด้านหลังอัฒจันทร์
“เฮ้ย มึงตะคอกใส่บัวทำไม”
“ก็มันขว้างน้ำแข็งใส่กู กูเจ็บนะ”
มันนั่งลงอย่างเดิมแต่อารมณ์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันเลิกแซวสาวโรงเรียนข้าง ๆ แล้ว ...........................