หน้าต่างกระรอกกระสุน Level 155สามารถยิงกระสุนเมล็ดลูกวอลนัทที่มันเก็บสะสมเอาไว้ได้
ปิ้ว !! ฉัวะ !! เสียงเมล็ดลูกวอลนัทถูกยิงออกมาด้วยความแรงเทียบเท่าลูกกระสุนปืน สตีฟนั้นเตรียมหลบตั้งแต่เห็นแก้มของมันพองขยับแล้วจึงทำให้กระสุนนัดนี้พลาดเป้าไปเฉี่ยวโดนต้นไม้ด้านหลังแทน
สตีฟไม่รอช้าหลังจากหลบกระสุนเมล็ดวอลนัทได้เขาก็โจมตีมันกลับทันที
แมทเทอร์บีม !!! ปิ้ว !! ลูกหินในมือสตีฟถูกดีดออกไปจากมือทะลุหน้าผากเจ้ากระรอกนี่ตายคาที่ทันที
“ตัวที่หกสิบสอง !!” สตีฟพูดออกมาก่อนจะเก็บสัตว์กลายพันธ์ที่พึ่งจะจัดการได้เข้ากระเป๋ามิติไป
“ดีนะที่คุณโฟว์ให้ยืมกระเป๋ามิติมาไม่งั้นกระเป๋าเราใส่ไม่พอแน่ๆ” สตีฟพูดออกมาตอนแรกเขากะจะชำแหละมันทั้งหมดแต่ระหว่างฝึกโฟว์แนะนำว่าสัตว์กลายพันธ์บางชนิดไม่ควรชำแหละ เพราะมีเศรษฐีหลายคนนิยมชอบซื้อมันแบบทั้งตัวเหมือนกันยิ่งตัวไหนเสียหายน้อยก็จะยิ่งได้ราคาแพง
ดังนั้นการทำภารกิจวันนี้สตีฟจึงฆ่ามันโดยแมทเทอร์บีมแทบทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างความเสียหายให้ศพของพวกมัน (สตีฟ : ก็เงินทั้งนั้น) ถึงจะมีบางตัวที่ไม่สามารถจัดการด้วยแมทเทอร์บีมได้แต่สตีฟก็พยายามจัดการพวกมันอย่างเบามือที่สุดด้วยการหักคอ หรือไม่ก็ใช้มีดกระซวกไปที่จุดตายของพวกมัน
“ว่าแต่เหลือเวลาอีกเท่าไหร่นะ” สตีฟสงสัยก่อนจะเปิดหน้าต่างภารกิจขึ้นมาดู
หน้าต่างล่าสัตว์กลายพันธ์ในเขตป่าของน้ำตกไนแองการ่า 62/100 ตัวเวลาที่เหลือ 2.33.42 ชั่วโมง
“นี่เราใช้เวลาไปสามชั่วโมงจะครึ่งแล้วงั้นเหรอเนี่ย” สตีฟพูดออกมาตอนนี้สตีฟนั้นออกมาไกลจากจุดชมวิวได้กว่าสิบกิโลเมตรแล้ว
“เอาล่ะล่าต่อๆ” สตีฟพูดก่อนจะออกล่าต่อทันที
สองชั่วโมงผ่านไป
ตึง !!! ร่างของช้างตัวหนึ่งล้มลงกับผืนป่า
“ฟู่ !! ช้างตัวนี้เอาลงยากชะมัดสงสัยคงจะมีสกิลที่ทำให้หนังมันหนาแต่ช้างมันอยู่แต่แถบแอฟริกาไม่ใช่เหรอไหงมาอยู่แถวนี้ได้ หรือจะหลุดมาจากสวนสัตว์ที่ไหนสักแห่ง” สตีฟพูดออกอย่างแปลกใจช้างขนาดใหญ่สูงกว่าสิบเมตรถูกเก็บลงกระเป๋ามิติไป
“แต่กระเป๋าคุณโฟว์นี่ยอดจริงๆสมแล้วที่เป็นกระเป๋าขนาดความจุหนึ่งพันตารางเมตร” สตีฟพูดโดยเขาหวังว่าสักวันจะหากระเป๋ามิติใบใหญ่ขนาดนี้ได้
ช้างตัวเมื่อครู่กว่าสตีฟจะเอาลงได้ก็เล่นไปเกือบสิบนาทีเพราะหนังของมันหนามากๆ ใช้แมทเทอร์บีมยิงก็ไม่เข้า เข้าไปต่อยก็เหมือนจะไม่สะเทือนซึ่งสตีฟคิดว่าพลังกายมันน่าจะสูงกว่าค่าความแข็งแกร่งของเขาจึงทำให้สตีฟโจมตีมันไม่เข้า ส่วนสตีฟจัดการมันได้ยังไงน่ะเหรอเหอะๆ
“แต่ตัวเรานี่เหม็นชะมัดสงสัยช้างตัวนี้คงไม่ได้แปรงฟันมานาน ไอ้เราก็ไม่น่ายอมโดนมันเขมือบเข้าไปเลย” สตีฟพูดออกมาพลางสำรวจสภาพตัวเองที่พึ่งออกมาจากปากช้างสตีฟนั้นให้ช้างกินเข้าไปเพื่อจะได้จัดการมันจากข้างในซึ่งก็สำเร็จยังโชคดีที่สตีฟไม่ต้องมุดออกทางก้นของมัน
“ครบหนึ่งร้อยตัวเสียดีเรียกคุณโฟว์มารับดีกว่าขี้เกียจวิ่งกลับ” สตีฟพูดก่อนจะหยิบพลุออกมาจุด
ฟิ้ว !!!! ตู้ม !!!! พลุถูกจุดขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนมันจะระเบิดออก
ทางด้านโฟว์
ตู้ม !!!!! เสียงพลุระเบิดออกทำให้โฟว์เงยหน้าขึ้นจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่
“หือเวลายังไม่หมดนี่ แสดงว่าทำภารกิจสำเร็จแล้วสินะ” โฟว์พูดก่อนจะวางหนังสือลงและลุกขึ้นจากโซฟาก่อนจะเดินไปที่ระเบียงเพื่อดูว่าสัญญาณถูกจุดที่ตรงไหน
“หือตรงนั้นมันอย่าบอกนะว่า !!!” โฟว์พูดออกมาอย่างตกใจหลังจากเห็นว่าสัญญาณมันถูกจุดตรงไหน
ก๊าซ !!!!!!!!!!!!!!!! เสียงคำรามสูงดังขึ้นมาทำให้โฟว์ขนลุกซู่ทันที
“ไอเจ้าคุณพ่อบ้านบ้านี่ ไปจุดพลุตรงไหนไม่จุดดันไปจุดตรงที่มีเจ้าของซะได้ไอ้ตัวนั้นน่ะมันยิ่งกว่าเนสซี่อีกนะ บ้าจริงเป็นความผิดเราเองเราดันลืมไปว่าป่านี้มีเจ้าถิ่นอีกตัวเราดันลืมบอกคุณพ่อบ้านไปว่ามันอยู่บริเวณไหร” โฟว์พูดออกมาพลางมองเนสซี่ที่อยู่ในน้ำตกเธอรีบเปิดประตูมิติไปหาสตีฟเพื่อช่วยเหลือทันที
ทางด้านสตีฟ
ก๊าซ !!!!!!!!!!!!!!!!!! จู่ๆสตีฟก็ได้ยินเสียงคำรามดังมากๆจากไม่ไกลจนเขาถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดหูเพราะเสียงมันดังเกินไป
“ตัวอะไรกันคำรามเสียงดังจริงๆ” สตีฟบ่นออกมาหลังจากเสียงมันเงียบไปก่อนสตีฟจะได้ยินเสียงเท้าหนักๆกำลังเดินมาทางเขา
ตึง !! ตึง !! ตึง !! เสียงเท้าหนักๆเดินเข้ามาใกล้สตีฟเรื่อยๆ
จิ๊บ !! แกว๊ก !! โคร่ม !!! เสียงนกและเสียงการ้องกันระงมตามมาด้วยเสียงต้ำไม้กำลังโค่นพวกนกมันกำลังบินหนีสตีฟมองภาพนี้อย่างตื่นตระหนก
“ตัวอะไรกำลังมาทางนี้ !!” สตีฟพูดออกมาจู่ๆเขาก็รู้สึกขนลุกซู่ไม่ได้ตอนนั้นเองประตูมิติก็ถูกเปิดที่ข้างๆสตีฟ
พรึ่บ !! ประตูมิติถูกเปิดก่อนโฟว์จะเดินออกมาด้วยสีหน้าที่ท่างเป็นกังวล
“ไอ้เจ้าบ้า รีบเข้าประตูมิติเร็ว” โฟว์พูดกับสตีฟก่อนจะจับร่างของสตีฟและโยนใส่ประตูมิติของเธอทันที
“เหวอ !!!” สตีฟร้องออกมาอย่างตกใจที่จู่ๆก็ถูกโยนแต่ทว่าแทนที่เขาจะหายเข้าไปในประตูมิติแต่เขาดันหล่นลงพื้นแทน
ตุ่บ !! ร่างของสตีฟหล่นลงพื้นแทนที่จะหายไปในประตู
“ชิ !! ไม่ทันงั้นเหรอเนี่ย” โฟว์สบถออกมา
“เกิดอะไรขึ้นคุณโฟว์ทำไมประตูมิติคุณหายไปล่ะ” สตีฟถามพลางลุกขึ้นมาปัดตามเนื้อตามตัว
“เจอสกิลของเจ้าถิ่นแถวนี้เข้าน่ะสิมันมีสกิลประเภทบังคับให้พลังรอบๆตัวมันสลายไปหรือก็คือสกิลที่ใช้งานทุกอย่างที่ไม่ใช่สกิลติดตัวจะไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมด” โฟว์อธิบายพลางรีบหยิบดาบของเธอออกมา
“มันคือตัวอะไรกันครับ” สตีฟถามอย่างกังวลเพราะโฟว์มีท่าทางเคร่งเครียดขนาดนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
“มันคือ......” โฟว์ยังพูดไม่ทันจบสตีฟก็ต้องอ้าปากค้าง
ตึง !! โคร่ม !!! เสียงเท้าหนักๆดังขึ้นตรงหน้าสตีฟก่อนต้นไม้จะโค่นลงมาตอนนี้สตีฟเห็นร่างของแพะไม่สิคน ก็ไม่ใช่เอาเป็นว่ามันคือครึ่งแพะครึ่งคนสูงกว่าสองเมตร
“นั่นมันตัวอะไรกัน” สตีฟถามออกมาเบาๆแต่ไม่มีคำตอบใดที่ได้รับจากโฟว์เขารีบตรวจสอบทันที
หน้าต่างโกทแมน Level 297สิ่งมีชีวิตลึกลับร่างกายท่อนล่างมีขาเป็นกีบเท้าแพะร่างกายคล้ายคนศรีษะมีเขาแพะ ผิวหนังปกคลุมไปด้วยผิวและขนแบบแพะ สกิลของมันนั้นทำให้ผู้ที่อยู่ในระยะหนึ่งกิโลไม่สามารถใช้สกิลพิเศษได้
“เลเวลสองร้อยเก้าสิบเจ็ด แล้วคำอธิบายนั่นมันอะไรกันไม่ต้องอธิบายก็เห็นอยู่เต็มๆตาแล้วเฟ้ย แล้วตัวแค่สองเมตรทำไมเสียงเวลาเดินของมันถึงดังขนาดนั้นล่ะแล้วสกิลนั่นอีกมันอะไรกันโกงไปแล้วเฟ้ย” สตีฟพูดออกมา
“เพราะน้ำหนักของมันมากกว่าสิบตันน่ะสิ ถึงขนาดจะแค่สองเมตรก็เถอะ” โฟว์บอกสตีฟให้เอาบุญ
ก๊าซ !!!!!!!!!! มันคำรามออกมาทำให้ลมรอบๆพุ่งมากระแทกหน้าสตีฟและโฟว์ทันที
“อึก !! เหม็นปากชิบ” สตีฟพูดออกมาหลังจากโดนลมปากของเจ้าโกทแมนกระแทกหน้าเต็มๆ
“คุณพ่อบ้านถ้ามีโอกาศหนีให้หนีไปเลยนะคะ ฉันจะล่อมันไว้เอง” โฟว์หันมาพูดกับสตีฟพลางมองโกทแมนที่ยังไม่โจมตีเข้ามา
“เอ๋ !!” สตีฟร้องออกมาอย่างแปลกใจ
“คุณน่ะเป็นความหวังของโลกจะให้มาตายที่นี่ไม่ได้” โฟว์พูดพลางกระชับดาบในมือแน่นตอนนี้เธอมั่นใจมากว่าเธอไม่รอดจากเหตุการณ์นี้แน่ๆเพราะโกทแมนนั้นแข็งแกร่งเกินไปแถมสกิลของมันยังทำให้เธอเสียเปรียบสุดๆเคยมีฮีโร่มากมายสังเวยชีวิตให้มันกว่าสามร้อยชีวิตในสิบปีมานี้
“ไม่ถ้าจะหนีก็หนีไปด้วยกันครับ” สตีฟไม่ยอมให้โฟว์มาตายแทนเขาหรอก
“อย่ามาทำตัวเป็นพระเอกตอนนี้ค่ะมองความจริงซะบ้าง !!” โฟว์หันไปตวาดใส่สตีฟตอนนั้นเองสตีฟก็เห็นกล้ามเนื้อของมันขยับด้วยสัญชาติญาณสตีฟรีบตะโกนบอกโฟว์และผลักเธอออกทันที
หลบ !!! เสียงสตีฟตะโกนบอกก่อนจะผลักโฟว์ออกจากแนวโจมตีของโกทแมน
ตู้ม !!! โคร่ม !! โคร่ม !! โคร่ม !! โคร่ม !! ร่างของสตีฟถูกกระแทกปลิวไปจนหายไปจากสายตาโฟว์ทันทีเสียงต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่าหักโค่นลง
“ไม่นะคุณพ่อบ้าน !!!” โฟว์อุทานออกมาเธอนั้นรอดมาได้เพราะสตีฟผลักเธอออกมาเธอรีบหันไปมองโกทแมนก่อนจะตวัดดาบใส่ร่างของมันทันที
กิ๊ง !!! เสียงดาบของเธอฟันไปที่ผิวหนังของมันแต่เสียงที่ดังออกมาดันเหมือนกับเธอฟันใส่เหล็กกล้าหนาๆยังไงยังงั้น
“อะไรกัน !!” โฟว์อุทานออกมา
ครืด !!!!!!!!!!!!! โกทแมนที่โดนดาบของโฟว์โจมตีมันพ่นลมหายใจออกมาจากจมูกก่อนจะตบใส่โฟว์ด้วยหลังมือมันทันที
ผัวะ !!! ตู้ม !!!!! ร่างของโฟว์ปลิวไปกระแทกกับต้นไม้จนเธอสลบไปทันที
หลังจากโกทแมนมันโจมตีใส่สตีฟและโฟว์ไปแล้วมันก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าก่อนจะคำรามออกมาอีกครั้งเพื่อประกาศศักดาของมัน
ก๊าซ !!!!!!!!!! เสียงคำรามของมันดังก้องไปทั่วป่าไกลหลายกิโลเมตรหลังจากมันคำรามจนพอใจแล้วมันก็เดินไปหาร่างของโฟว์ก่อนจะจับโฟว์ขึ้นมาอุ้มพาดบ่าและเดินจากไปทันที
ทางด้านสตีฟ
โคร่ม !! โคร่ม !! โคร่ม !! โคร่ม !! โคร่ม !! ร่างของสตีฟยังกระเด็นกระแทกต้นไม้จนล้มลงต้นแล้วต้นเล่า เขาถูกมันกระแทกซัดปลิวออกมากว่าสามร้อยเมตรในครั้งเดียวในที่สุดร่างของสตีฟก็หยุดลง
อัก !!! สตีฟกระอักเลือดออกมาเป็นลิตร
“ซี่โครงตรู !!!!” สตีฟพูดออกมาพลางยกมือจับที่ซี่โครงตอนนี้ร่างของเขาหลังจากชนต้นไม้และหยุดลงเขาก็อยู่ในท่านั่งพิงต้นไม้ที่หยุดร่างของเขาเอาไว้และกำลังกระอักเลือดออกมาอยู่
“เจ็ดซี่ !! ไม่สิเก้านี่ตรูโดนโจมตีทีเดียวเล่นหักซี่โครงไปเก้าซี่เลยเรอะ” สตีฟพูดออกมาอย่างเหลือเชื่อ (ไรท์ : ไม่ตายก็บุญแล้วเอ็ง !!!)
ครืด !!! สตีฟค่อยๆลากสังขารตัวเองขึ้นมาถึงแม้จะเจ็บที่ซี่โครงหักแต่ตอนนี้โฟว์กำลังเป็นอันตรายเขาจะต้องรีบกลับไปช่วย
ครืด !!! ครืด !!! เสียงสตีฟค่อยๆเดินลากเท้าหนักๆกลับไปทางที่เขาพุ่งมาโดยได้แต่หวังว่าโฟว์จะไม่เป็นอะไร
สิบนาทีต่อมา
“ไม่อยู่คุณโฟว์หายไปร่องรอยเลือดก็ไม่มีแสดงว่าไม่ตาย แต่ร่างเธอไปไหน” สตีฟพูดออกมาหลังจากเดินกลับมาที่จุดเดิมแล้วสตีฟพยายามดูร่องรอยและจำลองสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
“หลังจากมันโจมตีเรามันจะต้องอยู่ตรงจุดนี้” สตีฟพูดพลางมองดูกีบเท้าที่พื้นซึ่งมีรอยเท้าของเขาอยู่ใกล้ๆกัน และข้างๆก็มีรอยเท้าที่เล็กกว่าอยู่ซึ่งเป็นของโฟว์
“รอยเท้าคุณโฟว์ไม่ได้เดินไปไหน รอยกีบเท้าของโกทแมนมันปัดมาทางนี้นิดหน่อยแสดงว่ามันหันมาหาคุณโฟว์” สตีฟพูดก่อนจะจำลองภาพโดยอาศัยจากรอยเท้า
“นั่นต้นไม้ต้นนั้นก่อนหน้านี้มันยังไม่เป็นแบบนั้นแสดงว่าคุณโฟว์โดนโจมตีและกระเด็นไปกระแทกกับมัน” สตีฟพูดออกมาก่อนจะรีบเดินไปดู
“มีเลือดนิดหน่อยแสดงว่าโดนโจมตีจนกระเด็นมากระแทกกับต้นไม้นี่ หัวแตกงั้นเหรอ แถมนี่มันรอยกีบเท้ามันเดินมานี่อีกงั้นเหรอหรือว่ามันพาตัวคุณโฟว์ไป !!!” สตีฟพูดออกมาอย่างตกใจหลังจากร่องรอยทั้งหมดมันบ่งบอกมาแบบนี้ เขานั้นทั้งดีใจและหนักใจ สตีฟดีใจที่โฟว์ยังไม่ตายแต่หนักใจที่โกทแมนมันพาเธอที่หมดสติไปด้วยนี่สิ
จบ...
โกทแมนเป็นสัตว์ลึกลับที่ออกจากเว่อร์ๆ พบเห็นในเมือง ปรินซ์จอร์จรัฐแมรีแลนด์ สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ปี 1970 มีรายงานว่าผมเห็นสัตว์มีชีวิตประหลาด?เหมือนลูกผสมระหว่างมนุษย์กับแพะลึกลับ บรรยาย ท่อนล่างของร่างกายขาและเท้ามีกีบเหมือนแพะ ท่อนบนของร่างกายเป็นมนุษย์ ศีรษะมีเขาแพะ ผิวหนังบนร่างกายปกคลุมไปด้วยขน สูงประมาณสองเมตร หนักกว่า 130 กิโลกรัม ฟังดูคล้ายกับสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายตัวหนึ่งมีเสียงร้องแหลม มีผู้พบเห็นศพของสัตว์ที่ตายอย่างโหดเหี้ยมบ่อยครั้งในเขตพื้นที่ที่พบเห็นโกทแมน ครึ่งหนึ่งของศพสัตว์ที่ตายถูกนำไป คาดว่าโกทแมนน่าจะฆ่าสัตว์เหล่านี้ เพื่อนำไปเป็นอาหาร มีเหตุการณ์หนึ่งในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริการายงานว่า มีกลุ่มเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งถูกเจ้าโกทแมนวิ่งไล่และเขวี้ยงซากยางรถยนต์เข้าใส่ และมีเหตุการณ์การใช้อาวุธที่เกิดขึ้นในรัฐแมรีแลนด์ที่เจ้าโกทแมนไปอาละวาดเอาขวานจามรถยนต์หลายคันในเวลาไร่เรี่ยกันและมักทำร้ายสัตว์เลี้ยงของ ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น หลายคนเชื่อว่าโกทแมนน่าจะเป็นญาติห่างๆกับบิ๊กฟุต หรือมีความได้โกทแมนเกิดขึ้นจากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในการตัดต่อพันธุกรรมของคนและแพะ?เข้าด้วยกันโดยศูนย์ค้นคว้าและวิจัย beltsville แห่งเมืองปรินซ์จอร์จ อันเป็นแหล่งกำเนิดของตำนานโกทแมน แต่อย่างไรก็ตาม ตามแบบฉบับสิ่งมีชีวิตลึกลับมักจะไม่ค่อยให้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือซึ่งแสดงถึงการมีตัวตนอยู่จริงของมัน