ผู้าุโใหญ่รู้ถึงความสามารถของหลานชายดี ในบรรดาเด็กรุ่นเดียวกันของตระกูลเฟิงสาขาย่อย เกรงว่าคงมีแต่พวกเสินเฟิงไม่กี่คนเท่านั้นที่ปะทะกับหมัดของเฟิงชิงเทียนได้ เหลยเฟิงปะทะกับเฟิงชิงเทียนตรงๆแบบนี้ไม่เท่ากับหาเื่ตายหรือ
เปรี้ยง
เสียงกึกก้องดังไปทั่วสนาม ภาพที่ทุกคนคิดไว้ในใจกลับไม่เกิดขึ้น เหลยเฟิงเพียงถูกแรงกระแทกถอยหลังไปสิบกว่าก้าวส่วนเฟิงชิงเทียนก็ถูกแรงจากหมัดของเหลยเฟิงกระแทกจนถอยหลังอย่างแรงเช่นกัน
เป็ไปได้อย่างไรเมื่อทุกคนในสนามเห็นภาพนี้ก็เบิกตาโตอย่างไม่อยากเชื่อบางคนที่คิดว่าวันนี้จะได้เห็นคนแขนหักถึงกับพูดไม่ออก
พานเจา"บ่าว"ที่เคยดูถูกเหลยเฟิงอยู่ด้านล่างเวทียกมือขึ้นปิดปากอย่างไม่อยากเชื่อสิงที่เห็นตรงหน้า
ประมุขตระกูลและเหล่าผู้าุโที่อยู่บนเวทีชมการประลองต่างก็ตกตะลึงเช่นกัน
ผู้าุโใหญ่ถึงกับลุกพรวดขึ้นมาทันที แต่ก็รีบนั่งลงไปอย่างรวดเร็ว
คิดไม่ถึงเลยว่าเ้าเด็กนั้นจะปิดบังได้แเีเช่นนี้ แต่ก็ไม่เป็ไร เทียนเอ๋อร์มีประสบการณ์การต่อสู้ที่โซ่โซนกว่ามากเขาจะต้องไม่แพ้แน่ ผู้าุโใหญ่ยิ้ม แม้จะเห็นว่าพละกำลังของเฟิงชิงเทียนกับเหลยเฟิงจะเสมอกัันก็ไม่กังวล
ถึงจะประหลาดใจกับพละกำลังที่เพิ่มขึ้นของเหลยเฟิงแต่เจินอูเฟิงยังคงเชื่อมั่นว่าเด็กหนุ่มจะพ่ายแพ้
เฟิงชิงเทียนถอยหลังไปหลายสิบก้าว มองเหลยเฟิงด้วยควาตื่นตะหนก ความจริงมีเพียงเขาเท่านั้นที่ใมากที่สุด มือขวาของเฟิงชิงเทียนยังคงสั่นสะท้าน ความเ็ปที่ได้รับทำให้บนหน้าผากผุดเหงื่อเย็นเม็ดโต ทุกคนคิดว่าพลังของเขากับเหลยเฟิงสูสีกัน แต่ที่จริงขณะปะทะกันเมื่อครู่ เขาต่างหากที่เสียเปรียบ หมัดของเขาเหมือนต่อยลงไปบนแผ่นเหล็กก็ไม่ปาน กระดูกมือของเขาคงแตกถึงได้เ็ปมากขนาดนี้
ไอ้เด็กร้ายกาจเก็บเงินมิดชิดนัก เฟิงชิงเทียนเอออย่างโกรธแค้นเขาไม่เชื่อว่าพละกำลังของเหลยเฟิงจะเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ในเวลาเพียงยี้สิบกว่าวัน
เหลยเฟิงไม่คิดอธิบาย ความจริงเขารู้สึกไม่ค่อยพอใจ ความแข็งแกร่งที่ปลดปล่อยออกไปเมื่อครู่น่าจะทำให้อีกฝ่ายแขนหักได้เลยไม่คิดว่าจะทำได้เพียงทำให้กระดูกมือมันหักเท่านั้น แต่ว่าเหลยเฟิงก็ไม่ได้คิดมาก สถานการณ์ตรงหน้าได้แต่ค่อยเดินไปทีละก้าวถึงจะดีที่สุดยังดีที่เขาได้ผู้ช่วยมือดีช่วยสอนทำให้ร่างกายแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก
ฝูงชนต่างประหลาดใจกับพละกำลังของเหลยเฟิง หากรู้ว่าเด็กหนุ่มใช้แค่พละกำลังเพียงขั้นห้า พวกเขาจะรู้สึกอย่างไร
คิดไม่ถึงว่าเ้ามีพละกำลังขนาดนี้ ถึงกับเทียบข้าได้ แต่การประลองครั้งนี้คงสินสุดแล้ว จากที่ข้ารู้มาเ้าไม่เคยได้ร่ำเรียนวิชาต่อสู้อย่างถูกต้องมาเลยสักวิชาใช่ไหม ข้าได้ฝึกหมัดทะลายศิลามาแล้ว เอาชีวิตเ้าได้ในหมัดเดียว เฟิงชิงเทียนคลี้้ยิ้ม
หมัดทะลายศิลา
เหลยเฟิงขมวดคิ้ว วิชาต่อสู้เช่นนี้ในตระกูลเฟิงถือว่าเป็วิชาระดับสูงคนที่ไม่มีผลงานเพียงพอไม่อาจฝึกฝนผู้าุโใหญ่คงลอบถ่ายถอดวิชานี้ให้หลานชาย
แต่เหลยเฟิงไม่ได้กังวล ถึงอย่างไรพละกำลังของเขาก็สูงกว่าเฟิงชิงเทียนมาก ต่อให้พละกำลังเสมอกันเขาก็เชื่อว่าตนสามารถเอาชนะเฟิงชิงเทียนได้ หมัดทะลายศิลาเป็แค่วิชาฝึกมือของคนธรรมดาที่ไม่อาจควบคุมพลังิญญาใช้ต่อสู้กันเท่านั้น แต่วิชาหมัดที่เหลยเฟิงฝึกนั้นเป็วิชาระดับเทพเซียนที่คิดค้นขึ้นมา ความซับซ้อนของวิชานี้เหนือกว่าวิชาหมัดทะลายศิลาไม่รู้กี่เท่า
ตายเสีย เฟิงชิงเทียนพุ่งเข้าหาเหลยเฟิงฉับพลัน วิชาหมัดทะลายศิลาเลงมาที่จุดตายของเขา หากเป็คนธรรมดาคงไม่สามารถหลบหลีกหมัดที่น่ากลัวนี้ได้ หากถูกวิชาหมัดนี้เข้าไปแม้กระทั้งผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงอย่างเหลยเฟิงก็อาจทำเอากระดูกแตกละเอียดได้
ปั้ง
บังอาจนัก เจินอูเฟิง ตบที่วางแขนเก้าอี้เสียงดังปั้ง ผู้าุโใหญ่เฟิงชิงเทียนยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเรียนวิชาหมัดทะลายศิลาทำไม่เขาถึงได้มันไป เจินอูเฟิงเดือดดาน เขารู้ว่าวิชานี้เป็วิชาที่มีระดับสูงและรู้ว่ามีใครบางคนเอาไปฝึกแต่ก็ไม่คิดว่าผู้เยาว์อย่างเฟิงชิงเทียนจะได้ฝึกใช้
เขาปรายตาไปยังผู้าุโใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นและก้าวออกไปข้างหน้าคิดจะหยุดการประลองครั้งนี้
ท่านประมุขตระกูลท่านมิได้สังเกตเื่ราวในตระกูลมาระยะหนึ่งจึงไม่รู้ว่า วิชาหมัดทะลายศิลานี้ลูกศิษย์ในตระกูลก็ได้ฝึกฝนกันแล้ว มิใช่แค่เทียนเอ๋อร์เพียงผู้้เดียว ข้าเห็นว่ากฎระเบียบเ่าั้ควรเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ควรเปิดให้ลูกศิษย์ในตระกูลได้เรียนวิชาเหล่านี้ เพื่อให้ตระกูลสาขาย่อยของเราพัฒนามากขึ้น ผู้าุโใหญ่กล่าว
ผายลม เจินอูเฟิงมีโทสะ
หากเป็เช่นนั้นพวกศิษย์จะมีแรงผลักดันเพื่อกระทำเื่ต่างๆได้อย่างไร เ้าหลีกไปการประลองจะต้องยุติเพียงเท่านี้
ท่านประมุข คนภายนอกไม่อาจแทรกแซงการประลองนี่เป็กฎหรือท่านจะฝ่าฝืนให้ได้
ผู้าุโใหญ่กล่าวเสียงขรึม เขาย่อมไม่คิดที่จะปะทะกับเจินอูฟิงจริงๆ เพราะตนเองยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย แต่ว่าขอเพียงขัดขวางประมุขตระกูลไว้ชั่วครู่ เหลยเฟิงก็คงจะพ่ายแพ้ให้กับเฟิงชิงเทียนไปแล้ว
หลีกไป เจินอูเฟิงโกรธขึ้นมาแล้ว เขาโบกมือทะยานออกไปในพริบตาทำให้ผู้เอาผู้โสใหญ่ต้องถอยหลังไปหลายก้าว ผู้าุโใหญ่โซนเซถอยหลังจากนั้นกระอักเืคำหนึ่ง เขามองประมุขตระกูลอย่าคาดไม่ถึงว่าพละกำลังของคนอื่นจะเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้
เจินอูเฟิงที่กำลังจะขึ้นไปบนเวทีประลองพลันหยุดลง เพราะเห็นว่าเหลยเฟิงขยับเท้าหลบการโจมตีของเฟิงชิงเทียนได้อย่างง่ายดาย
นี่ไม่ใช่วิชาของตระกูลเฟิง เจินอูเฟิงประหลาดใจ วิชาหมัดทะลายศิลาเป็วิชาที่ร้ายกาจของตระกูลเฟิงหากไม่เคยฝึกฝนกลวิธีแบบเดียวกันย่อมไม่อาจหลบหลีกได้ คิดไม่ถึงว่าเหลยเฟิงกลับหลบได้อย่างง่ายดายที่แท้เด็กหนุ่มก็มีความสามารถอยู่ที่จะเอาชนะอีกฝ่าย
เื่ที่เจินอูเฟิงคิดไม่ถึงอยู่ถัดจากนี้
เหลยเฟิงหลบหลีกวิชาทะลายศิลาอย่างง่ายดาย ขณะที่สีหน้าไม่คาดคิดของเฟิงชิงเทียนปรากฏขึ้น ขาช้ายของเหลยเฟิงก็ย่อลงพลิกร่างก่อนร่ายวิชาหมัดทะลายเมฆาและส่งหมัดนั้นออกไป
ตูม
พลังหมัดรุนแรงกระแทกหลังของเฟิงชิงเทียน เฟิงชิงเทียนกระอักเืออกมาสายหนึ่งรู้สึกว่ากระดูกหลังของตนหักสะบั้น ถูกเหลยเฟิงต่อยใส่แผ่นหลังเพี่ยงหใัดเดียวก็รู้สึกว่าร่างกายปราศจากเรี่ยวแรงลุกไม่ขึ้น ยามนี้เด็กหนุ่มไม่ได้คิดว่าทำไม่เหลยเฟิงถึงแข็งแกร่ง แต่กลับรู้สึกหวาดกลัว เขาแพ้แล้วเช่นนี้เหลยเฟิงจะปล่อยเขาไปหรือไม่ คำตอบต้องเป็ไม่แน่นอน เพราะหลายต่อหลายครั้งเขาก็เคยสร้างความลำบากให้เหลยเฟิงและล่าสุดก็คิดจะเอาทรัพยากรแต่ละเดือนของอีกฝ่ายแถมยังคิดใช้วิชาหมัดชั้นสูงของตระกูลกำจัดอีกฝ่ายด้วย
ไม่ เ้าไม่อาจ
เฟิงชิงเทียนนอนอยู่บนพื้นจดจ้องเหลยเฟิงอย่างหวาดกลัวมากเกินไปหรืออาจเพราะเฟิงชิงเทียนไม่คิดว่าตนจะพ่ายแพ้ ดังนั้นจึงลืมที่จะยอมแพ้
ส่วนเหลยเฟิงในยามนี้มีอยู่เพียงความคิดเดียวนั้นคือ อ่อนแอเกินไป เมื่อครู่เขาใช้พลังขั้นห้าเท่านั้นเฟิงชิงเทียนกลับรับไม่ได้แม้หมัดเดียว
เหลยเฟิงพุ่งไปอยู่เบื่องหน้าของเฟิงชิงเทียนดวงตาเปี่ยมรังสีสังหาร เมื่อรู้สึกถึงการฆ่าฟันที่น่าหวาดกลัว เฟิงชิงเทียนก็รู้สึกเหน็บหนาวขึ้นมา ในที่สุดก็นึกขึ้นได้ว่าต้องขอยอมแพ้จึงจะรักษาชีวิตไว้ได้
ข้าขอ...
เ้าไม่มีโอกาสแล้ว เหลยเฟิงอุดปากเฟิงชิงเทียนไว้ คว้าใบหน้าของเขาแล้วยกขึ้นมา
อื้อๆ ดวงตาของเฟิงชิงเทียนมีแต่ความหวาดกลัว ทุกคนในตระกูลเฟิงยามนี้ต่างก็นิ่งไป การประลองจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ผลลัพธ์กลับตรงข้ามกับสิ่งที่พวกเขาคาดการณ์ ไม่มีใครเชื่อว่านี่เป็เื่จริง
หยุดมือ เมื่อััได้ถึงรังสีสังหารจากเหลยเฟิง ผู้าุโใหญ่ก็มาถึงเป็คนแรก เขาพูดอยู่ตลอดว่าใครก็ไม่อาจสอดมือเข้าแทรก ยามนี้บุกขึ้นไปบนเวทีปรองด้วยความเร็วสุดเป็คนแรก
หึ เหลยเฟิงแค้นเสียงเ็า เมื่ออีกฝ่ายคิดฆ่าตนก็ไม่มีเหตุผลที่จะปลาณีอีกฝ่าย แล้วทำไมจะต้องหยุดมือ มือช้ายของเขากำหมัดส่งพลังพุ่งเข้าใส่หัวใจของเฟิงชิงเทียน
ฟิ้ว
ทันใดนั้นรังสีกระบี่อันรุนแรงก็พุ่งเข้ามา พลังที่น่าหวาดกลัวทำให้หนังศีรษะของเหลยเฟิงชาวาบ
ต้องรีบหลบ ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของเหลยเฟิง ภัยคุกคามจากความตายโอบล้อม เขามั่นใจว่าหากยืนการจะฆ่าเฟิงชิงเทียน ตนเองคงตกตายภายใต้กระบี่นี้เช่นกัน
ตึง ๆ ๆ ๆ
เหลยเฟิงปล่อยเฟิงชิงเทียนแล้วรีบถอยหลังทันที
ซูม
รอยกระบี่ลึกพาดผ่านสนามประลองอย่างน่ากลัว ทำให่เหลยเฟิงที่ถอยออกไปหลั่งเหงื่อเย็น หากเขาช้าไปเพียงเชี่ยวเดียวเกรงว่าคงถูกฟันเป็สองส่วนแล้ว
ท่านปู่ ฆ่ามันเลย ฆ่ามัน
เฟิงชิงเทียนะโเสียงดัง รังสีสังหารที่ทะยานเข้าใส่เมื่อครู่ทำเอาเขาหวาดกลัวขีดสุด
เด็กชั่วเด็กชั่วแม้แต่คนในตระกูลเดียวกันก็คิดลงมือฆ่า หากตระกูลเฟิงเก็บเ้าไว้ก็เกรงว่าจะเป็เภทภัย ผู้าุโใหญ่เอ่ยเสียงเย็น จากนั้นวาดกระบี่ใส่เหลยเฟิงอีกครั้ง
เห็นรังสีกระบี่พุ่งมาอย่างรวดเร็ว เหลยเฟิงพลันขุนลุกชัน ััได้ถึงความตายที่พุ่งเข้ามา เขารู้ว่ากระบี่นี้ผู้าุโใหญ่ลงมือเต็มกำลัง ตนไม่อาจหลบหลีกได้ ตอนนี้เขายังเป็เพียงระดับเสริมกำลังขั้นเจ็ดเท่านั้น แต่ผู้าุโใหญ่เป็ยอดฝีมือระดับพลังยุทธ์แท้จริงขั้นเก้าแล้ว เขายังห่างชั้นมากนัก
ไม่ ชูชิงเยว่ะโลั่นด้วยความใที่เห็นลูกของตนตกอยู่ในอันตราย เหลยเฟิงเอาชนะเฟิงชิงเทียนได้แล้ว นางยังไม่ทันยินดีก็ต้องมาเห็นเหลยเฟิงถูกฆ่า
ในยามนั้นเองเงาร่างสายหนึงก็เข้ามาขวางอยู่เบื้องหน้าเหลยเฟิง เขายกมือคว้ากระบี่เล่มนั้นไว้ จากนั้นก็สลายทิ้งในฝ่ามือเดียว
ผู้าุโใหญ่ท่านทำเกินไปแล้ว ท่านประมุขตระกูลสีหน้าเคร่งขรึมเปี่ยมด้วยรังสีสังหาร
ผู้าุโใหญ่หัวใจกระตุก เขาเองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของประมุขตระกูล หากอีกฝ่ายลงมือขึ้นมาจริงๆ เขาเองก็คงไม่รอดแน่
จึงได้เก็บความคิดฆ่าฟัน เอ่ยอย่างเฉไฉ เด็กคนนี้จิตใจชั่วร้าย ลงมือเหี้ยมโหดแม้แต่คนในตระกูลเดียวกันก็ยังคิดฆ่า ข้าควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ชั่วขณะจึ่งได้.....
ชูชิงเยว่พุ่งขึ้นไปบนเวทีประลองขวางอยู่เบื่องหน้าเหลยเฟิง นางชี้หน้าผู้าุโใหญ่พลางร้องไห้ด้วยความโกรธเเค้น ไอ้แก่หนังเหี่ยวหลายแก่เป็ศิษย์ตระกูลเฟิง แล้วลูกชายของข้าไม่ใช่หรือ ก่อนหน้านี้เฟิงชิงเทียนกดดันรังแกเหลยเอ๋อร์จนเกือบจะสังหารเขาเ้าเคยว่าอะไรไหม วันนี้เหลยเอ๋อร์ประลองกับเฟิงชิงเทียน
เฟิงชิงเทียนไม่ได้ขอยอมแพ้ ต่อให้เหลยเอ๋อร์สังหารเฟิงชิงเทียนก็ไม่ถือว่าผิดกฎ หลานชายของเ้าเข่นฆ่าผู้คนโดยไม่สนใจกฎในตระกูลสามารถทำได้ แต่ลูกของข้าฆ่าคนโดยอยู่ในกติกากลับต้องรับโทษตาย นี่มันเหตุผลอะไรกัน!
ชูชิงเยว่และเจินอูเฟิงต่างมองผู่าุโใหญ่ ด้วยสายตาเ็า ผู้าุโสี่รีบตามมาด้านหน้าเวที ผู้าุโรองที่อยู่บนเวทีสูงดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น
พอได้แล้ว พาคนใสหัวไป เจินอูเฟิงเอ่ย จำไว้ต่อไปจะไม่มีทรัพยากรของเฟิงชิงเทียนอีกแล้วทั้งหมดจะเป็ของเหลยเฟิงและสิ่งที่พวกเ้าได้ตกลงอะไรกันไว้ก็ทำตามนั้นเสีย หากต่อไปเฟิงชิงเทียน้าทรัพยากรก็ต้องช่วยงานในตระกูล ใช้ความชอบแลกทรัพยากรในตระกูล
เมื่อได้ฟังคำพูดของประมุขตระกูล เหลยเฟิงทั้งครอบครัวก็รู้ว่านี่เป็การไกล่เกลียสถานะการณ์