ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดแดงใช้คันชั่งเปิดผ้าคลุมหน้าเ้าสาวดวงตาสุกใสของนางจ้องเขาเขม็ง นางมีใบหน้าเล็กเครื่องหน้าจุ๋มจิ๋มน่ารัก คราวก่อนที่เขากับ จินวั่งซูไปแอบดูนางฝึกวิทยายุทธ์ในสวนหลังบ้านไม่ได้เห็นใบหน้าของนางชัดเจนทว่าท่วงท่ายามต่อสู้ด้วยง้าวใหญ่กลับองอาจกล้าหาญ
“หน้าข้ามีสิ่งใดผิดปกติหรือ?”
นางส่ายหน้าเพิ่งได้เห็นเ้าบ่าวของตนชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับจวิ้นอ๋อง ิเฉินกงแล้วใบหน้าของสามีนางดูหวานกว่าไม่เหมาะกับการใช้คำว่าหล่อเหลา ท่านหญิงคิดว่าฟ่านหลี่เจี๋ยผู้นี้เหมาะกับคำว่ารูปงาม
“ท่านหญิงคงมิได้ตั้งใจจะแต่งงานกับข้าดอกกระมัง?”
ได้ยินเขาทักนางถึงกับสะดุ้ง ‘หรือเขารู้ว่านี่เป็แผนของครอบครัวข้า?’
“ข้าก็เหมือนกับเ้าพระราชโองการของฮ่องเต้ย่อมมิมีผู้ใดกล้าขัด”นางเสมองไปที่โต๊ะกลางห้องเพราะกลัวว่าตนจะเผยพิรุธ
“ในเมื่อเราต่างฝ่ายต่างก็แต่งงานด้วยความจำยอมข้าก็จะเปิดใจกับท่าน” เขานั่งลงข้างนางบนเตียงวิวาห์ “ข้าให้คนจัดเรือนที่อยู่ไม่ไกลเอาไว้ให้ท่านเพื่อมิให้คนอื่นสงสัยในความสัมพันธ์ของเรา ท่านจงเรียกข้าว่าท่านพี่ส่วนข้าจะเรียกท่านว่าน้องหญิง ท่านมีชื่อเล่นหรือไม่?”
“อิงอิง”
“อืมดี! ข้าจะเรียกท่านว่าอิงอิงเช่นกันเราขอเพียงอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่วุ่นวายเื่ของอีกฝ่ายก็พอแล้วเรือนของข้าไม่ชอบให้มีคนเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต”
จีลี่อิงนั่งมึนเพิ่งจะพบหน้ากันสามีของนางกลับเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ชีวิตสามีภรรยาจอมปลอมนี้อย่างไรก็ไม่ต้องฝืนใจนับว่าดียิ่ง
“ท่านพี่พูดมาอย่างนี้ก็ดีแล้วข้าเห็นด้วย” นางรีบเออออ ความอึดอัดใจที่แบกมาจากวังจีมลายหายไปกว่าครึ่งจึงคลี่ยิ้มหวาน
“เอ๊ะ! หรือว่าที่จริง อิงอิงเต็มใจแต่งงาน”เขาเอียงศีรษะมองท่าที่ของนางอย่างแปลกใจ
จีลี่อิงทำตาโต“ข้าจะเต็มใจได้อย่างไรกันในเมื่อเราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”
เขาจ้องนางเขม็ง“เ้าไม่เคยรู้จักข้าจริงๆ ใช่ไหม?”
“จริง”นางย้ำหนักแน่น
ฟ่านหลี่เจี๋ยเห็นท่าทีใสซื่อของนางแล้วจึงคลายใจ
“เ้าและสาวใช้จะได้เงินเบี้ยหวัดจากท่านแม่ทุกเดือนหากจะใช้จ่ายอย่างอื่นก็แจ้งที่ท่านแม่ได้ จวนตระกูลฟ่านมิขาดแคลนเงินทองท่านอย่าได้กังวล”
ท่านหญิงจีได้แต่พยักหน้าตระกูลจีอาจจะไม่ฟู่ฟ่าดังเช่นยุคท่านปู่แต่ก็มิได้ถึงกับขาดแคลนเงินทองสินเดิมเ้าสาวที่ท่านพ่อให้มารวมกับทรัพย์พระราชทานจากฮ่องเต้ก็นับว่านางเป็เศรษฐีน้อยผู้หนึ่ง
เมื่อเห็นว่านางมีท่าทีเห็นด้วยกับข้อเสนอของเขาชายหนุ่มก็สบายใจขึ้น“เมื่อเราตกลงกันได้แล้วก็ไปกินข้าวกันก่อนเถิดท่าทางน้องหญิงน่าจะหิวแล้ว" ใบหน้าของท่านหญิงจีเป็สีชมพูระเรื่อเมื่อได้ยินเขาเรียกขานเช่นนั้น
“เ้าค่ะ”
นางเผลอยกมือกุมต้นคอ
“เ้าคงปวดเมื่อยแล้วบนหัวของเ้าหนักขนาดนั้นให้ข้าช่วยก็แล้วกัน” ฟ่านหลี่เจี๋ยไม่รอให้นางตอบเขาจับนางให้ไปนั่งโต๊ะกลางถอดเครื่องประดับศีรษะออกให้แล้วถือไปวางที่โต๊ะแต่งหน้า“คราวนี้ก็กินข้าวกันได้แล้ว”
“ขอบคุณท่านพี่”ท่านหญิงขอบคุณเขาจากใจจริงการได้แต่งงานกับบุรุษอ่อนโยนใจดีเช่นนี้ก็นับว่าเป็วาสนาอย่างหนึ่ง
เขาหยิบตะเกียบให้นาง รินน้ำชาและอธิบายอาหารแต่ละอย่างบนโต๊ะ จีลี่อิงนึกชื่นชมเขาในใจ ‘การอยู่ร่วมกันกับเขาคงจะไม่มีเื่น่ากลัวอันใดท่านพี่ผู้นี้ดูเป็สุภาพบุรุษผู้หนึ่ง’
ฟ่านหลี่เจี๋ยรินสุรามงคลตบท้ายเพื่อให้นางคล้องแขนดื่มกับเขาท่านหญิงจีรู้สึกไว้วางใจในตัวเขาจึงยินดีทำตามทั้งสองต่างรื่นเริงใจที่ตกลงกันได้ด้วยดีการดื่มสุรามงคลนี้ก็เป็เพียงขั้นตอนหนึ่งที่ไม่ตะขิดตะขวงใจแล้ว หลังบ้วนปากเสร็จเขาเดินไปตบเตียงสะบัดผ้าห่ม
“น้องหญิงเ้านอนด้านในก็แล้วกันข้าจะนอนด้านนอกเองเพราะข้าชินกับการตื่นก่อนฟ้าสาง”
จีลี่อิงทำได้เพียงพยักหน้าเมื่อเขาถอดเสื้อตัวนอกออกให้นางแล้วผลักไหล่เบาๆให้นางขยับเขาข้างใน เมื่อเห็นเขาล้มตัวลงนอน นางจึงไม่รู้จะโต้แย้งสิ่งใดจึงขยับไปชิดผนังเดียงด้านในชายหนุ่มหยิบผ้าห่มขึ้นคลุมตัวนางจนถึงหน้าอกแล้วหันมาคลุมร่างตัวเอง
“ข้าไม่ดับตะเกียงหมดเผื่อเ้าหิวน้ำหรือปวดเบาจะได้ไม่ตกเตียงหรือหกล้มาเ็ไปเสียก่อน”เขาพูดขณะหลับตา
“ขอบคุณท่านพี่”จีลี่อิงได้แต่พึมพำตอบเปลือกตาหนักอึ้งนางเองก็เหนื่อยกับการลุกขึ้นแต่งหน้าแต่งตัวั้แ่ยามอิ๋นแล้ว
ฟ่านหลี่เจี๋ยดื่มสุราที่เพื่อนขุนนางและเพื่อนที่จบจากสถาบันเค่อเฉิงด้วยกันคอยยื่นมาให้ไม่มากนักเขามีวิธีปฏิเสธที่นุ่มนวลและทำให้คนอื่นๆเกรงใจจึงมิได้เมาอย่างที่จินวั่งซูคาดหวัง
ท่านหญิงจีได้กลิ่นสุราบางเบาจากตัวเขาชายหนุ่มนอนหันหลังให้นางและนางก็นอนหันหลังให้เขา
เมื่อนางตื่นขึ้นมาเหลือเพียงรอยยุบบนฟูกอุ่น‘ท่านพี่ตื่นก่อนเช้าจริงๆเสียด้วย’ เมื่อเห็นเขาไม่มีท่าทางคุกคามหรืออยากเอารัดเอาเปรียบตนเองท่านหญิงจึงเกิดอยากจะรู้เื่ของเขาขึ้นมา
ท่านหญิงจีรีบล้างหน้าแต่งตัวใช้วิชาตัวเบากระโจนขึ้นบนต้นไม้ใหญ่ใกล้เรือนพักของสามี ฟ้าเริ่มสางแล้วฟ่านหลี่เจี๋ยนางเขียนงานอยู่โต๊ะริมหน้าต่างราวสองเค่อก็หันไปหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านแล้วก็เขียนบางสิ่งลงไปท้ายเอกสารเ่าั้
“หลี่จือได้เวลาที่ข้าต้องไปคารวะน้ำชาพร้อมฮูหยินน้อยแล้ว”
เสียงเขาเรียกบ่าวรับใช้ทำให้ท่านหญิงได้สติ นี่เป็เช้าแรกของการแต่งงานที่นางจะต้องไปยกน้ำชาคารวะท่านย่าท่านพ่อและท่านแม่ของสามี จีลี่อิงรีบกระโจนกลับไปยังเรือนของตนเองแสร้งนั่งสงบเสงี่ยมรออยู่โต๊ะห้องโถงเรือน
“เ้าเรียบร้อยก็ดีแล้วพวกเราไปไหว้ท่านย่ากันเถอะ” เขาไม่ก้าวเข้ามาในเรือนเห็นนางนั่งรออยู่ก็เอ่ยขึ้นเสียงดัง ท่านหญิงจีหันไปพยักหน้าให้กับสาวใช้ของตนเอง
“เ้าค่ะ”จีลี่อิงรีบเดินตามหลังสามี เขามีรูปร่างสูงโปร่งเดินเหินคล้ายเนิบช้าทว่ากลับเร็วยิ่งท่านหญิงจีรู้มาว่าเขาไม่ชอบฝึกวิทยายุทธ์ แต่เหตุใดเขาจึงเดินไวนัก?
