เมื่อครั้งที่อยู่ในหมู่บ้านของตนอุมโมนาไม่มีความรู้เกี่ยวกับพวกนูเบียนเท่าไรนอกเสียจากว่าเผ่าของตนดีกว่าคนพวกนี้หลายเท่าถึงแม้ผิวดำเหมือนกันแต่ก็ไม่ใช่ดำราวกับโคลนเหมือนคนพวกนี้นานนักหนามาแล้วก่อนหน้าที่จะมีการจารึกเื่ราวลงในประวัติศาสตร์ชาวอียิปต์มีอํานาจเหนือประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงที่อยู่บนริมฝั่งแม่น้ำไนล์พวกนูเบียนถูกต้อนเข้ามาเป็ทหารของชาวอียิปต์หลังจากนั้นก็เป็ข้ารับใช้มาโดยตลอดพวกนี้นับถือเทพเ้าทั้งหลายที่ชาวอียิปต์นับถืออยู่แต่ก็ยังยึดมั่นในจารีตประเพณีดั้งเดิมของตนเองอยู่มากความรู้สึกที่แท้จริงแล้วอุม โมนาไม่รังเกียจพิธีขลิบนี้เสียทีเดียวนางยอมรับว่าพิธีกรรมบางอย่างเป็เื่จำเป็ไม่เช่นนั้นแล้วสักวันข้างหน้าโมนาอาจจบชีวิตลงด้วยร่างที่ลอยอยู่ในแม่น้ำไนล์โดยถูกเชือดั้แ่หูข้างหนึ่งไปจรดอีกข้างหนึ่งก็เป็ได้เมื่อคิดมาถึงตรงนี้อุม โมนาก็อดตัวสั่นไม่ได้ มีความรู้สึกว่าถ้าจะตัดบางส่วนออกจากร่างกายทนเจ็บเอาหน่อยในตอนนี้ยังดีกว่าต้องถูกฆ่าประจานในวันข้างหน้า
เด็กผู้หญิงทุกคนควรได้รับการปกป้องให้พ้นจากสัญชาตญาณดิบทางเพศไว้ก่อนถ้าไม่มีการขลิบเกิดขึ้นแล้วสักวันหนึ่งเมื่อเติบโตขึ้นมาเป็สาวก็อาจสมยอมกับชายอื่นที่ไม่ใช่สามีของตนได้และถ้าเป็เช่นนั้นพ่อกับพี่ชายต้องถูกบังคับให้ฆ่าลูกหรือน้องสาวของตนเองเพื่อรักษาเกียรติยศของวงศ์ตระกูลต่อไปแต่อุมโมนาไม่อาจทำใจให้ยอมรับได้คือความทารุณในกรรมวิธีขลิบที่คาร์นัคหมู่บ้านเดิมของนางทําเพียงแค่ใช้กรรไกรขลิบปลายคลิตอริสออกให้เหลือเพียงแค่ครึ่งซึ่งดูเหมือนเ็ปน้อยกว่าการขลิบแบบชาวนูเบียนมากและอย่างน้อยอุมโมนาก็ยังอยากจะให้ลูกสาวได้ลองลิ้มชิมรสความสุขอันมหัศจรรย์ในคืนแต่งงานบ้างแม้แต่กับฮัสซันบางครั้งนางกับเขาก็ยังเกิดอารมณ์พิศวาสขึ้นมาตอนกลางดึก อุมโมนาถอนหายใจออกมาเหยียดยาวอยากกลับเข้าไปกล่อมให้ลูกนอนแต่พิธีฉลองการขลิบดูเหมือนจะกินเวลาไปอีกนานทีเดียว
อุมโมนาตื่นจากภวังค์ท่ามกลางแสงแรงร้อนของดวงอาทิตย์นางเกือบลืมไปแล้วว่าตัวเองออกมาตามหาเชคาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับเื่าแของโมนาว่าถ้าเกิดอาการอักเสบหรือมีอาการไข้ขึ้นมาต้องทําอย่างไรบ้าง?อุม โมนาเดินตรงไปยังกลุ่มผู้หญิงที่รุมล้อมเชคาไว้นางนึกถึงเื่เล่าที่เคยได้ยินมาหลายปีแล้วตอนนั้นเชคาผู้นี้เป็เพียงผู้หญิงคนหนึ่งชื่อซามีรานางถูกทหารกลุ่มหนึ่งที่กําลังเดินทางไปสนามรบในซูดานจับตัวได้ที่ริมฝั่งแม่น้ำทหารพวกนั้นไม่เคยได้ััผู้หญิงผิวดําเผ่านูเบียนมาก่อนจึงจับนางแก้ผ้าออกหมดเพื่อดูกันให้เห็นชัดถนัดตาและแล้วทหารคนหนึ่งก็ลงมือข่มขืนนางด้วยความอยากรู้รสขณะที่พรรคพวกของมันเข้าคิวรออยู่ตอนนั้นเองที่ซามีราคว้าดาบของมันได้และเชือดคอมันจนขาดแต่เื่ราวที่ต่อเติมจากนั้นเป็เื่ที่ซามีรานำมาเล่าและถูกขยายความกันออกไปอย่างกว้างขวางซามีราได้เล่าให้พวกผู้หญิงในหมู่บ้านฟังว่าไม่ใช่แต่เฉพาะทหารคนนั้นที่ได้ตัวนางแต่ยังมีเทพเ้าที่รักษาลําน้ำไนล์ผู้ได้ประทานพละกําลังให้นางสามารถกําจัดคนที่คิดร้ายต่อนางได้อีกองค์หนึ่งด้วยและรางวัลที่นางได้รับจากเทพเ้าก็คือนางได้เป็รานีแห่งลําน้ำไนล์เพราะฉะนั้นคนธรรมดาสามัญจะแตะต้องตัวนางไม่ได้อีกต่อไป
หลังจากนั้นก็มีเื่เล่าขานกันต่อไปอีกว่ามีผู้เคยเห็นซามีราดำลึกลงไปในลําน้ำเพื่อไปเยี่ยมเยียนเทพเ้าองค์ที่เป็สวามีของนางและเมื่อนางโผล่ขึ้นมาจากแม่น้ำนั้นเนื้อตัวแห้งมากไม่มีหยดน้ำเกาะติดร่างมาด้วยเลยแม้แต่น้อยนับแต่นั้นเป็ต้นมาพวกผู้หญิงในหมู่บ้านต่างก็มุ่งหน้าไปหาซามีราไม่ว่าจะเป็เื่ที่พวกนางตั้งความหวังความฝันความหวาดหวั่นหรือสิ่งใดก็ตาม อุมโมนาไม่แน่ใจนักว่านางสามารถเชื่อถือในเื่ที่ได้ยินได้ฟังมามากน้อยสักแค่ไหนแต่ขณะเดียวกันนางก็รู้ดีว่าในยามนี้ตัวนางเองก็มิได้แตกต่างไปจากผู้หญิงในหมู่บ้านคอมออมโบเท่าไรเพราะนางเองก็อยากเชื่อในทุกคําพูดของเชคาซามีราที่สามารถเปลี่ยนแปลงเื่น่าอัปยศให้กลายเป็ความมหัศจรรย์ไปได้ด้วยเช่นกันขณะนี้นางเข้ามาใกล้วงล้อมจนพอจะได้ยินเื่ราวที่เนเซล่าแม่ม่ายชาวนูเบียนผู้ชอบสวมกำไลข้อเท้าเล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับนางให้เชคาซามีราฟัง
“เมื่อคืนนี้ข้าฝันไปว่า...”อุม โมนารู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกถ้าผู้หญิงคนนี้เพิ่งเริ่มต้นเล่าถึงความฝันที่ไม่มีวันสิ้นสุดของตนให้หมอตำแยผู้นี้ฟังเพราะนางยังจะต้องรออีกนานกว่าจะได้ถามเื่ที่้ารู้
“ข้าฝันว่าข้ากําลังเดินลัดเลาะไปตามริมฝั่งแม่น้ำ”เนซล่าเล่าต่อ “ข้าเทินหม้อน้ำทองเหลืองไว้บนหัวและทันใดข้าก็รู้สึกว่ามีลมแรงพัดมาจากต้นไซคามอร์ใหญ่ท่านคงจําได้ใช่ไหมต้นไม้ที่ขึ้นใกล้กับบริเวณที่เราซักผ้ากันยังไงล่ะในฝันข้าเดินไปตรงนั้นพอดีและลมมันก็พัดกรรโชกมาและตอนนั้นเองก็มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อมากทีเดียวเดินออกมาจากพุ่มไม้นั่นผู้ชายคนนั้นแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าสีเขียวเป็เงาวับเชียวข้าว่าต้องเป็ผ้าไหมราคาแพงอย่างแน่นอนใช่แล้วเป็ผ้าไหมสีเขียวแน่ทั้งเสื้อคลุมทั้งเทอร์บัน” แววตาของนางเต็มไปด้วยความเคลิ้มฝัน
“พอเขาเห็นขาเข้าเขาก็เดินมาจับมือข้าไว้แล้วก็ช่วยเอาหม้อน้ำลงจากหัวให้ข้าด้วยนะแล้วเขาก็เรียกชื่อข้าเบาๆ และยกมือขนลูบผมข้าเเล้วเขาก็...ก็...เอามือลูบนมข้าเบาๆ ก็ตอนนั้นแหละที่ข้าใตื่นขึ้น เชคาซามีรา ได้โปรดช่วยทํานายความฝันครั้งนี้ให้ข้าฟังทีเถิด ว่ามันหมายความว่ายังไงแน่?”
อุมโมนาประสานสายตาอยู่กับเชคาแวบหนึ่งไม่ใช่เื่ยากที่จะอ่านความหมายในความฝันนั้นเนซล่ากําลังว้าเหว่อย่างมากตัวของนางก็เหมือนกับผู้ชายและเด็กหนุ่มทั้งหลายในหมู่บ้านที่ต้องจากบ้านไปทํามาหากินในเมืองไกลคนผิวดําเผ่านูเบียนต้องเป็ทาสของพวกเติร์กมาเป็เวลานับร้อยๆปีด้วยเหตุนหมู่บ้านคอม ออมโบจึงมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชายถึงเจ็ดเท่าคือผู้หญิงเจ็ดคนต่อผู้ชายหนึ่งคน ถึงแม้อุมโมนาจะไม่รู้จักเนซล่าแต่ก็พอรู้ว่าผัวของนางต้องไปเป็คนรับใช้อยในไคโรอย่างแน่นอนเขาส่งเงินมาให้นางเดือนละครั้งและกลับมาเยี่ยมเยียนนางอยู่ทุกปีเพราะฉะนั้นก็เป็ธรรมดาที่เนซล่าต้องฝันวนเวียนอยู่แต่กับเื่อย่างนี้ แต่อุมโมนาก็ยังอยากรู้ว่าเชคาของหมู่บ้านจะแก้ฝันว่าอย่างไร
“โอไม่ต้องสงสัยหรอกว่าจิติญญาของผู้ชายคนหนึ่งที่เคยหลงรักในตัวเ้าได้มาเยี่ยมเ้าแล้วเนซล่าผู้ชายคนนั้นเขายังรักเ้าอยู่นะ” เชคาซามีราแสร้งมองไม่เห็นรอยยิ้มที่ผุดพรายขึ้นบนใบหน้าของอุม โมนา “อัลเลาะห์ได้ส่งเขามาหาเ้าอย่างแน่นอนเพราะว่าเสื้อผ้าสีเขียวน่ะเป็สีใช้สวมใส่อยู่บน์เอาไว้วันหลังเ้าไปหาข้าที่บ้านก็แล้วกันบางทีด้วยพระเมตตาของอัลเลาะห์เราอาจเรียกผู้ชายคนที่มาปรากฏในความฝันให้กลับมาหาเ้าได้อีก”
อุมโมนายอมรับว่านางรู้สึกประทับใจในคําทํานายของเชคามากก็เพราะเหตุนี้เองที่ทําให้ซามีราหาสิ่งที่้าได้จากผู้หญิงทุกคนนหมู่บ้านแห่งนี้และบางทีนั่นแหละคือเคล็ดลับของซามีราการนําเอาความเชื่อทางไสยศาสตร์มาใช้ให้เป็ประโยชน์ต่อตนได้บางทีอาจมีวิธีการบางอย่างที่นางจะนํามาช่วยโมนาได้ แต่ขณะที่ผู้หญิงคนอื่นๆกําลังร้องอุทานด้วยความตื่นเต้นและเนซล่าแทบจะตัวลอยด้วยความปิติยินดี อุมโมนารู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เนซล่าช่างโง่เหลือเกินที่ตื่นเต้นยินดีกับความฝันแบบนี้แต่ถ้าจะว่าไปแล้วนางก็ยังไม่เคยเห็นใครในหมู่บ้านที่ฉลาดเลยสักคนก็สมควรแล้วที่ต้องได้รับคามทุกข์ยากเช่นนี้ต่อไป
อุมโมนาไม่เข้าใจว่าทําไมผู้หญิงพวกนี้สามารถเปล่งเสียงหัวเราะออกมาได้ทั้งที่ในหัวใจเต็มไปด้วยความเศร้าและความฝันที่แหลกสลายทุกคนในหมู่บ้านนี้ต้องทํางานกันอย่างหนักแต่ดูเหมือนไม่มีอะไรดีขึ้นไม่ว่าทําดีสักแค่ไหนชีวิตก็คงเป็ไปเช่นเดิมพวกผู้ชายในหมู่บ้านล้วนเป็ทุกข์กังวลกับพืชผลในไร่ของตนั้แ่เช้าจนค่ำเป็ห่วงว่าน้ำจะขึ้นหรือลงแต่ก็ดูเหมือนทำอะไรไปไม่ได้มากกว่านั้นพวกเขาเพียงแต่หว่านเมล็ดพันธุ์ลงแล้วก็ไปนั่งพักผ่อนกันใต้ร่มต้นปาล์มรอดูว่าเมล็ดพันธุ์พวกนั้นจะงอกงามหรือว่าจะเน่าเปื่อยไปในพื้นดินทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนขึ้นอยู่กับเพียง “น้ำพระทัยของพระผู้เป็เ้า”เท่านั้นอุมโมนาบอกตัวเองว่านางไม่ยอมใช้ชีวิตอย่างโง่เขลาเช่นคนพวกนี้อย่างเด็ดขาดแม้ใครจะลงความเห็นว่านางเป็บ้าไปแล้วก็ตามนางบอกตัวเองว่าไม่จําเป็ต้องแคร์ต่อสิ่งใดทั้งสิ้นเมื่อจะต้องใช้ความพยายามต่อไป
ทันใดนางก็ได้ยินเสียงปี่เสียงกลองดังขึ้นพิธีแห่โมนากําลังจะเริ่มขึ้นแล้วญาติผู้ชายของฮัสซันสองคนที่จะแบกแคร่หามโมนาถือหม้อทองเหลืองไว้ในมือเต้นตามจังหวะกลองส่ายหม้อที่ว่างเปล่าไปทางโน้นทางนี้อย่างสนุกสนานราวกับว่าพิธีกรรมในวันนี้เป็เื่สนุกมากกว่าเป็เื่เศร้านักดนตรีทั้งสามคนนั่นก็เช่นกันแต่งหน้าแต่งตาราวกับตัวตลกมีผ้าเทอร์บันโพกอยู่บนหัวแต่ละคนสวมกัลป์ลาไบย่าสีสุดแสบตา