เช้าวันต่อมา ปลาทูตื่นเเต่เช้าเพื่อจัดเตรียมข้าวของไปค่ายโดยมีไทเกอร์ช่วยเก็บของและนั่งรถมาส่งถึงหน้าประตูโรงเรียน ด้วยความที่รู้ว่าจะต้องทำใจในการไม่เจอน้องตั้งสองอาทิตย์ ดังนั้นไทเกอร์จึงอยากใช้เวลากับปลาทูให้มากที่สุด
“พี่เกอร์ส่งทูตรงนี้แหละแล้วอีกสองอาทิตย์เจอกันเนาะ”
“อยากให้ผ่านสองอาทิตย์นี้ไปเร็วๆจังเลย ไม่อยากจะคิดเลยว่าการไปโรงเรียนคนเดียว กินข้าวคนเดียว เดินคนเดียว มันจะน่าเบื่อแค่ไหน เฮ้อ!!!”
“โอเวอร์จริงๆเลย…ทูไปละนะ”
“โอเค…ไปค่ายเฉยๆนะ..อย่าไปอ่อยใครเพิ่มล่ะ ไม่งั้นโดนดีเเน่!!!”
“ครับๆ…ทูไปจริงๆละนะ” ปลาทูเอื้อมมือไปหยิบเอากระเป๋าจากมือของไทเกอร์แล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถบัส ในตอนนั้นคนน้องก็ได้หันมาโบกมือยิ้มแฉ่งให้พี่ไปหนึ่งที ทว่าผู้พี่นั้นกลับยืนนิ่งหน้าบึ้งงอนน้องยกใหญ่ที่ต้องห่างกันตั้งสองอาทิตย์เต็มๆ เมื่อมั่นใจว่าน้องขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ไทเกอร์ก็นั่งรถกลับบ้านด้วยใบหน้าเศร้าๆคนเดียว ไม่ถึง 20 นาที รถตู้สีขาวก็เลี้ยวเข้าสู่ประตูรั้วนฤบดีแล้วมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้าน ไทเกอร์เดินลงจากรถด้วยใบหนาที่เหงาหงอย เเน่นอน ว่าทุกที่ที่ไทเกอร์ไปมักจะมีปลาทูอยู่ใกล้ๆ เเต่ ณ เวลานี้ปลาทูไม่อยู่ ดังนั้นนภาจึงจะเป็คนที่สองที่ไทเกอร์จะคุยด้วย เเต่ก่อนที่ไทเกอร์จะขึ้นไปหานภานั้น เขาก็ได้เจอกับเดชาที่บันไดก่อน
“อ้าวพ่อ…วันนี้อยู่บ้านหรอครับ? เกอร์กำลังจะขึ้นไปหาแม่พอดีเลย”
“พักนี้เเม่ไม่ค่อยสบาย เเกอย่าเพิ่งขึ้นไปกวนแม่เลย นี่พ่อก็ตามหมอมาดูอาการแม่อยู่”
“แล้วตอนนี้เเม่เป็ไงบ้างครับ?”
“ตอนนี้พ่อให้ป้าสุนีย์ดูเเลแม่แกอยู่ แกมีอะไรก็ไปทำเถอะ พ่อจะออกไปตามหมอละ”
“ครับๆ…” ด้วยความที่เป็ห่วงแม่มาก ไทเกอร์จึงได้แอบย่องขึ้นไปดูอาการแม่เงียบๆโดยที่ไม่ให้แม่ของเขารู้ ไทเกอร์รวบรวมความกล้า สูดหายใจเข้าเต็มปอด เขาค่อยๆแง้มประตูห้องของแม่เข้าไป เพื่อจะดูว่าแม่ของเขาป่วยเป็อะไรกันเเน่ สิ่งที่ไทเกอร์เห็นคือ สุนีย์กำลังเอายาบางอย่างให้นภากิน ลักษณะเป็ถ้วยคล้ายน้ำชา นภาดื่มชานั้นเข้าไปแล้วมีอาการ ไอหนักขึ้นแถมยังมีอาเจียนอีกด้วย ถึงตอนนี้มันทำให้ไทเกอร์อยากรู้ให้ได้ว่ายาในถ้วยนั้นมันคืออะไรกันแน่ ทำไมพอแม่เขาดื่มเข้าไปแล้วถึงได้ไอหนักขึ้นและร่างกายดูเเย่ขนาดนั้น ไทเกอร์เพิ่งมารู้สึกว่าตลอดระยะเวลาห้าปีนี่เขาไม่ได้เจอแม่นานขนาดนั้นเลยหรอถึงไม่รู้ว่าแม่เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ไทเกอร์ตัดสินใจแอบดูต่อไปเงียบๆ จนกระทั่งประโยคสนทนาระหว่างนภากับสุนีย์เริ่มขึ้น
"คุณหญิงมีอะไรจะคุยกับดิฉันหรือคะ?"
"พักนี้ฉันอาการไม่ค่อยดี อาจจะต้องเดินทางไปรักษาบ่อยๆ ฉันก็เลยอยากจะฝากให้เธอดูเเลที่บ้านให้ด้วย"
"เื่นั้นไม่มีปัญหาเลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะดูเเลให้อย่างดีค่ะ"
"ที่ฉันหมายถึงคือคนในบ้านด้วย ตาเกอร์…ตอนนี้แกโตพอที่จะดูเเลตัวเองได้เเต่ฉันก็อยากให้เธอดูเเลเขาเป็พิเศษ เขาเป็คนอ่อนไหว ยังรับสิ่งที่เกิดขึ้นกระทันหันไม่ได้เะราะฉะนั้นเื่ที่ฉันป่วย…ฉันไม่อยากให้บอกใคร รวมถึงคุณเดชาด้วย ฉันรู้ว่าเขาต้องเป็ห่วงฉันจนไม่เป็อันทำการทำงานเเน่ๆ เพราะฉะนั้น..ในระหว่างที่ฉันพักรักษาตัว ฉันอยากให้เธอทำหน้าที่พวกนี้แทนฉัน"
"คุณหญิง…เเต่เื่นี้คุณท่านต้องทราบนะคะ"
"เอาไว้ฉันพร้อมฉันจะเป็คนบอกกับเขาเอง ฉันอยากพักผ่อนแล้ว..เธอออกไปเถอะ"
"ค่ะ.." สุนีย์วางถ้วยน้ำชาไว้บนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะเดินออกมาด้วยสีหน้างงๆ ทั้งที่ทุกคนต่างก็รู้ว่าเธอป่วย เเต่คำพูดเมื่อครู่มันทำให้สุนีย์อยากจะรู้มากๆว่านภาป่วยเป็โรคอะไรกันแน่…ทางด้านไทเกอร์เมื่อเห็นว่าสุนีย์กำลังเดินออกมาเขาก็รีบวิ่งไปหลบหลังตู้เก็บของทันที ไม่นาน..เดชาก็กลับมาพร้อมคุณหมอท่านหนึ่ง ทั้งคู่เดินตรงเข้าไปในของนภาด้วยความรีบเร่งจึงทำให้ลืมปิดประตู นั่นจึงทำให้ไทเกอร์แอบย่องมาฟังอีกครั้ง
"คุณภา หมอมาแล้ว ให้หมอตรวจอาการคุณหน่อยนะ"
"ไม่ต้องตรวจหรอกค่ะ คุณให้หมอกลับไปเถอะ ฉันมีเื่สำคัญจะคุยกับคุณ"
"เเต่หมอมาถึงนี่แล้ว..อีกอย่างคุณกำลังไม่สบายอยู่นะ จะให้ผมไล่หมอกลับไปได้ยังไง"
"ฉันรู้อยู่แล้วค่ะว่าฉันเป็โรคอะไร เเต่สิ่งสำคัญคือฉันจะต้องคุยเื่นี้กับคุณตอนนี้ คุณหมอช่วยกลับไปก่อนได้ไหมคะ ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์มา" คุณหมอมิงหน้าอันซีดเซียวของนภา ก่อนจะเข้าใจและยอมเดินออกไปอย่างเงียบๆ ทันทีที่หมอออกไป เดชาก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆเตียงพลางยื่นมือไปจับมือของนภาไว้ วินาทีนั้นนภารู้สึกได้ถึงความเป็ห่วงที่สามีมอบให้เธอดีใจที่เขาไม่เคยเปลี่ยนไปและยังทำตามที่พูดกับเธอไว้จนถึงวันนี้
"คุณเป็ยังไงบ้าง?"
"ฉันคงอยู่ได้อีกไม่นาน อะเเค่กๆๆ"
"ทะ..ทำ..ทำไมคุณถึงพูด..แบบนั้น!! มันเกิดอะไรขึ้น!!?"
"ก่อนที่ฉันจะให้คำตอบคุณ ฉันอยากให้คุณตอบคำถามของฉันมาก่อน"
"คำถามอะไร?" นภายิ้มทั้งน้ำตา เมื่อเห็นสีหน้าเป็ห่วงของสามี ภาพนี้เธอเห็นมันไม่บ่อยนักเพราะชีวิตเขาอยู่เเต่กับงานแทบจะ 20 ชม. เธอเอื้อมมืออีกข้างไปกุมมือสามีไว้ พร้อมกับกล่าวสิ่งที่ทำให้เดชาอึ้ง!!
"ฉันอยากให้คุณรับสุนีย์เข้ามาเป็ภรรยาอีกคน ใน่เวลาที่ฉันไม่สบาย เธอจะเป็คนดูเเลคุณและลูกของเรา แทนฉัน…"
"อะ..อะไรนะ!!"
"คุณได้ยินไม่ผิดหรอก เื่นี้ฉันคุยกับสุนีย์เเล้ว เธอตกลงและเต็มใจที่จะทำตามคำขอของฉัน" เหนือสิ่งอื่นใด…คนที่อึ้งกว่าเดชาก็คือไทเกอร์ที่แอบฟังอยู่ เขาใในคำพูดนั้นจนเซล้มไปชนตู้เก็บของเข้า เสียงที่ดังขึ้นทำให้ไทเกอร์ต้องรีบวิ่งออกไปจากตรงนั้นเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเขามาแอบฟัง ขณะที่เขาวิ่งเขาก็ฉุกคิดเื่ที่แม่พูดขึ้นมา
"ทำไมเเม่ต้องอยากให้พ่อทำแบบนั้น แม่เป็อะไรกันเเน่และยาในถ้วยนั้นมันคืออะไร!!!โอ้ย!!" ด้วยความที่ใจลอยจึงไม่ได้มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ทำให้ไทเกอร์วิ่งมาชนกับสุนีย์พอดี