บทที่ 45: สองวิญญาณอสูรร้าย (The Two Evil Soul)
“เจ้าบังอาจมาขัดขวางข้า งั้นข้าจะกำจัดเจ้า” องยูเรียวตนนี้พุ่งเข้าโจมตีใส่ด้วยความเร็วสูง แต่เจ้าหญิงฮิเมรากิก็รีบยกมือเรียวงามข้างที่สวมกำไลกระจกยาตะเอา ไว้ขึ้นมากำบังตัวเองไว้ได้ทันเวลาก่อนที่อุ้งมือเรียวยาวที่แหลมคมขององยูเรียวจะเข้าโจมตีใส่เธอ แผงบาเรียป้องกันขนาดกว้างที่มาจากกำไลกระจกยาตะนั้นได้ช่วยป้องกันการโจมตีจากอุ้งมือยาวอันแหลมคมของนางไว้ได้ ร่างวิญญาณขององยูเรียวได้ถูกดีดกระเด็นออกมากระแทกเข้ากับกำแพงแผงบาเรียป้องกันจากกำไลกระจกยาตะนั้นจะมาในรูปแบบล่องหน หากอสูรตนใดที่ถูกเข้ากับแผงบาเรียนั่นเข้าก็จะเกิดม่านสนามไฟฟ้าขึ้นและถูกดีดกระเด็นออกมายูกินะรีบหยิบแผ่นยันต์ขึ้นมาใบนึงและเขวี้ยงมันไปที่หน้าผากขององยูเรียว ทันทีที่ถูกแผ่นยันต์นั่นเข้า องยูเรียวก็ได้กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง เสียงกรีดร้องนั้นดังสนั่นกึกก้องไปแทบจะทั่วบ้าน ทำเอาผู้คนที่ได้ยินแทบจะแก้วหูแตกในทันที“Rin Pyo To Sha Kai Jin Retsu Zai Zen...OM!!”หลังจากที่การร่ายเวทย์นั้นสิ้นสุดลง ร่างวิญญาณขององยูเรียวก็ได้ดับสลายหายไปอย่างราบคาบพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังสนั่น ชายทั้งสองต่างก็รีบวิ่งเข้าไปหาหญิงสาวทั้งสองที่อยู่ภายในห้องนอนด้วยความเป็นห่วง“ไม่ต้องกังวลไปนะที่รัก ท่านองเมียวจิหญิงช่วยปัดเป่าวิญญาณร้ายให้แล้ว” ผู้เป็นสามีที่เป็นพี่เขยพูดปลอบใจภรรยาของตนที่เป็นพี่สะใภ้ ส่วนทางด้านหญิงสาวผู้เป็นน้องสะใภ้ก็ได้รู้สึกตัวขึ้นมา“นี่เกิดอะไรขึ้นหน่ะ” ผู้เป็นภรรยาที่เป็นน้องสะใภ้ ซึ่งกำลังตั้งท้องอยู่เอ่ยถามผู้เป็นสามีที่เป็นน้องเขย“ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ท่านองเมียวจิช่วยจัดการกับวิญญาณร้ายให้แล้ว”ผู้เป็นสามีที่เป็นน้องเขยพูดปลอบใจภรรยาของตนที่เป็นน้องสะใภ้ข้าขอโทษนะที่ข้าต้องทำแบบนี้ น้องข้าภรรยาผู้เป็นน้องสะใภ้พลางนึกรู้สึกผิดต่อวิญญาณผู้เป็นแฝดน้อง“ขอบคุณท่านมากที่ช่วยภรรยาของข้าไว้”ผู้เป็นสามีที่เป็นน้องเขยกล่าวขอบคุณพลางโค้งคำนับให้กับเจ้าหญิงฮิเมรากิ“งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน”เจ้าหญิงฮิเมรากิโค้งคำนับให้อีกฝ่ายก่อนที่จะเดินออกไปจากบ้านหลังนั้นและเดินทางกลับไปยังบ้านพักริมธารในกลางป่า จากนั้นภาพเหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้เลือนหายไปไม่อยากจะเชื่อเลยว่า...กำไลกระจกนี่จะสามารถใช้เป็นโล่ป้องกันได้ยูกินะรู้สึกทึ่งในความสามารถของกำไลกระจกยาตะที่เธอไม่รู้มาก่อน พลางมองไปที่กำไลกระจกที่สวมไว้ที่ข้อมือข้างซ้าย ทางด้านคิทสึเนะ ภูติพิทักษ์จิ้งจอกคมดาบก็ได้กลับคืนสู่ร่างมนุษย์อีกครั้งก่อนที่เธอจะนำดาบคู่กายเก็บไว้เข้าฝักที่เหน็บไว้ที่เอว“หึ หึ หึ...ไม่อยากจะนึกเลยนะ ว่าโชว์ชินโอบาเกะ-อายาคาชิ ลูกสมุนเอกของข้าจะถูกพวกเจ้าจัดการได้อย่างง่ายดายเช่นนี้” ทันใดนั้น ก็ได้มีองยูเรียวทั้งสองตนปรากฏตัวขึ้นที่บนหลังคาที่บ้านเรือนหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านที่อยู่ในท่ามกลางเพลิงไหม้อันร้อนระอุ “ไม่ได้เจอกันซะนานเลยนะ โทโมเอะกับคิทสึเนะ”“โยทสึยะ โออิวะ”“ซารายะชิกิ โอคิคุ”โทโมเอะกับคิทสึเนะต่างก็รู้จักกับองยูเรียวทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าเป็นอย่างดี ใบหน้างามของพวกเธอทั้งสองนิ่วด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างสุดๆ ดวงตาคู่งามของพวกเธอทั้งสองนั้นเบิกกว้างออกมานิดๆ พวกเธอทั้งสองพลางกัดฟันแน่นอยู่ภายในปากคู่งาม ราวกับว่าพวกเธอมีอดีตความเคียดแค้นกับองยูเรียวทั้งสองตนนั้นซึ่งมันก็เป็นเรื่องจริงคิทสึเนะรีบชักดาบออกมาจากฝักที่เหน็บไว้บนเอวและพุ่งเข้าไปฟันใส่ด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่โยทสึยะใช้เคียวยมฑูตคู่กายของนางป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายได้ทัน คิทสึเนะเริ่มท่าไม่ดี จึงรีบกระโดดถอยหลังออกมา โทโมเอะรีบฉวยโอกาสยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นกงจักรแสงใส่โยทสึยะอย่างต่อเนื่อง 9 ใบ“หนึ่งใบ... สองใบ... สามใบ... สี่ใบ... ห้าใบ... หกใบ... เจ็ดใบ... แปดใบ... เก้าใบ”ซารายะชิกิรีบเข้ามาปกป้องโยทสึยะด้วยการเขวี้ยงกงจักรพิฆาตอันแหลมคมเข้าปะทะกับกงจักรแสงจากลูกธนูเวทย์ที่โทโมเอะยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง 9 ใบ ทันทีที่กงจักรของทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันในแต่ละใบ มันก็จะทำให้เกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นกึกก้องแทบจะทั่วหมู่บ้าน“ฝีมือไม่เบาเลยนี่โทโมเอะกับคิทสึเนะ แต่น่าเสียดายนะที่พวกข้ามาครั้งนี้ก็แค่มาทักทายพวกเจ้าก็เท่านั้น”“เรารีบไปเถอะโยทสึยะ พวกเรามีอย่างอื่นที่จะต้องทำ”จากนั้น องยูเรียวทั้งสองตนก็ได้หนีเข้าในช่องว่างแห่งมิติไป ทางด้านคิทสึเนะกับโทโมเอะต่างก็รีบตามพวกนางไป แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว องยูเรียวทั้งสองตนได้หนีหายไปในนั้นเรียบร้อบแล้ว พวกเธอทั้งสองจึงแสดงความรู้สึกเจ็บใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดทางด้านโยทสึยะกับซารายะชิกิก็ได้มาพบกับนางเทวีอสูรฯ อิซานามิที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ในตำหนักพระราชวังในแดนปรโลกที่ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดและไร้ซึ่งแสงสว่าง องยูเรียวทั้งสองตนนี้คือลูกสมุนของนางเทวีอสูรฯ ที่อยู่นอกเหนือไปจากอุวาบามิ, ฮาชิฮิเมะ, เรียวเมน สุคุนะ, อิคาซุชิ, คิโดวมารุ, ชูเท็นโดจิ และโยโมทสึชิโกเมะ ซึ่งทั้งหมดกำลังยืนอยู่ตรงหน้านางเทวีอสูรฯ เหล่าลูกสมุนทั้งหมดต่างก็หลีกทางให้กับองยูเรียวทั้งสองตนนี้“ตอนนี้เจ้าหญิงฮิเมรากิ...เดินทางย้อนเวลามาถึงยุคเซ็นโกคุแล้วเจ้าค่ะ โดยมีนังโทโมเอะกับนังคิทสึเนะร่วมเดินทางไปกับนางด้วย”“คาดว่าพวกนังเจ้าหญิงฮิเมรากินั่น...น่าจะหาชิ้นส่วนจากอายาคาชิที่จะนำมาใช้ในการบูรณะดาบพระแสงฟ้าฟื้นคุซานางิ เพื่อใช้ทำลายคำสาปของท่านที่อยู่ในตัวของเจ้าหญิงโอริฮิเมะเจ้าค่ะ”“ตอนนี้นังเจ้าหญิงฮิเมรากิก็ได้ชิ้นส่วนจากอายาคาชิมาแล้วด้วยชิ้นนึงเจ้าค่ะ”องยูเรียวทั้งสองตนยืนกล่าวรายงานต่อนางเทวีอสูรฯ“พวกเจ้าทั้งสอง คอยเฝ้าจับตาดูพวกนางนั่นไว้ ถ้ามีอะไรคืบหน้าก็ให้รีบมารายงานข้าทุกเมื่อ”“รับทราบแล้วเจ้าค่ะ” หลังจากที่รับคำสั่งจากนางเทวีอสูรฯ องยูเรียวทั้งสองตนก็ได้เคลื่อนที่ไปจากพระราชวังในแดนปรโลกด้วยความรวดเร็ว“นังเจ้าหญิงโอริฮิเมะ...จะต้องกลายเป็นนางพญาจิ้งจอก 9 หางร่างแทนของข้า ดังนั้นข้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาขัดขวางข้า ทำลายคำสาปของข้า”นางเทวีอสูรฯ เอ่ยประกาศกร้าวในระหว่างที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ในพระราชวังปรโลกทางด้านยูกินะ โทโมเอะ และคิทสึเนะที่อยู่ในยุคสมัยเซ็นโกคุ ซึ่งเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งสงครามอันร้อนระอุที่กำลังลุกโชนไปทั่วญี่ปุ่น หลังจากที่ได้ออกมาจากหมู่บ้านที่อยู่ในท่ามกลางเพลิงไหม้ พวกเธอทั้งสามก็รีบเตรียมอาวุธคู่กายขึ้น และจัดการกับพวกโรนินทั้งหมดที่คอยเดินตระเวนไปมาที่หน้าท่าเรือก่อนที่พวกเธอทั้งสามจะรีบขึ้นไปบนเรือลำใหญ่และออกเดินทางต่อไปในทันทีในยุคสมัยปัจจุบัน ณ โรงเรียนสาธิตฯ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยท้องฟ้าในยามสนธยา หลังจากที่งานในสภานักเรียนได้สิ้นสุดลง สึบากิและเพื่อนทั้งสามที่ประกอบไปด้วยริโกะ ซานาเอะ และอาซึสะ ต่างก็พากันช่วยจัดเก็บข้าวของต่างๆ ภายในห้องสภานักเรียนก่อนที่พวกเธอจะรีบเดินออกมาจากบริเวณโรงเรียน และเดินทางกลับไปที่ห้องพักในร้านกาแฟของคานาเมะที่อยู่ใกล้กับโรงเรียนทันทีแต่ทว่า ในระหว่างทางกลับนั้นก็ได้มีรถตำรวจคันหนึ่งมาจอดที่ตรงหน้าพวกเธอทั้งสี่ก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นายลงมาจากรถ และเชิญตัวสึบากิไปให้ปากคำที่กรมตำรวจนครบาลโตเกียว ทำให้เพื่อนทั้งสามต้องรีบไปขึ้นรถเมล์ตามไปถึงที่นั่นทันที