หลังเปลี่ยนอาชีพแล้ว พลอยใสนั้นจะพาทุกๆคนไปแนะนำตัวกับหัวกิลด์อาทิตยา ดังนั้นเธอจึง้าให้ทุกๆคนแต่งตัวเสียใหม่ เพื่อภาพลักษณ์ของตัวเอง แน่นอนว่าสา เมย์ และแจ็คไม่ขัดข้อง พวกเขาทั้งหลายต่างก็อยากสลัดชุดเริ่มต้นทิ้งเสียที
“ในที่สุดก็ดูเป็ผู้เป็คนกับเขาซะทีนะเพชร”
เสียงของพลอยใสกล่าวขึ้นเมื่อสมิทนั้นเดินออกมาจากมุมเปลี่ยนชุดเป็คนแรก สมิทในตอนนี้มีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนอย่างมาก ราวกับเป็คนละคน
ผมของเขาตอนนี้กลายเป็สีน้ำตาลทองยาวรากไทร ดวงตานั้นกลายเป็สีเขียว เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิร์ตสีกรมท่า ที่มีลวดลายสีเขียวลายสก็อตตัดตามขอบเสื้อมุมต่างๆ รวมถึงเนคไทขนาดเล็กด้วย ส่วนกางเกงยีนนั้นเป็กางเกงยีนดำ และรองเท้านั้นเป็รองเท้ากีฬาสำหรับวิ่งสีเขียวดำเพื่อให้เข้ากับธีมของชุด
“แพงชะมัด ทั้งหมดนี่สองหมื่นสี่พันแปดร้อยเก้าสิบเก้าเหรียญ” สมิทกล่าวพลางก้มลงมองชุดของตัวเอง “อยากให้เสื้อผ้าราคาถูกที่ขายตามตลาดนั้นมาลงในเกมนี้จัง”
“และคิดว่าร้านค้าตามตลาดนัดตัวละเก้าสิบเก้าบาท จะมีปัญญามาเช้าพื้นที่ในเกมไหมละ” พลอยใสกล่าวเสียงขุ่น “และอีกอย่างนะ ตัวนายเองไม่ใช่เหรอที่เล่นซื้อของแพงเวอร์ ทั้งตัวนายนี่แบรนด์เนมระดับโลกทั้งนั้นเลยนะยะ ไม่ใช่แบรนด์เนมธรรมดา บางตัวลิมิตเต็ดเฉพาะในเกมอีกต่างหาก”
“ทำไงได้ ดันไปถูกใจของแพงเข้าให้” สมิทกล่าวพลางเกาหัว ก่อนจะหันหลังไปส่องกระจกเพื่อดูตัวเองในมาดใหม่ ของลิมิตเต็ดที่พลอยใสว่านั้นคือรองเท้าสีดำเขียว
มันเป็รองเท้ายี่ห้อดังที่นักกีฬาทั่วโลกนิยมใส่ และตัวที่สมิทเลือกนั้นผลิตออกมาเฉพาะในเกมMROเท่านั้น ราคาอยู่ที่คู่ละหนึ่งหมื่นหกพันแปดร้อยเก้าสิบเก้าเหรียญ ความพิเศษของมันมีเพียงกำหนดสีและเซ็นลายเซ็นของตัวเองลงในรองเท้าได้เท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านี้
ส่วนราคาต่างที่เหลืออีกแปดพันเหรียญนั้น เป็ค่าเปลี่ยนทรงผม สีผม สีตาพันเหรียญ อีกเจ็ดพันเป็ค่าเสื้อและกางเกง แน่นอนว่าเสื้อและกางเกงสมิทก็เป็แบรนเนมชั้นนำอีกนั้นแหละ ราคาเลยแพงขนาดนี้ แต่สมิทนั้นไม่กังวลกับค่าชุดแต่งกายมากนัก เพราะเขากู้เงินในเกมของพลอยใสก่อนนั่นเอง
“ขอโทษที่ให้รอจ้าทุกคน”
เมย์ออกจากห้องเปลี่ยนชุดของผู้หญิงตามสมิทมาติดๆ ก่อนที่เธอจะแปลกใจเพราะข้างนอกมีสมิทออกมาแค่คนเดียว หมายความว่าสาและแจ็คยังไม่ออกมา
ชุดของเมย์นั้นเรียบง่าย ผมทรงหางม้าและดวงตาของเธอเป็สีน้ำตาลอ่อน และเธอเลือกที่จะเพิ่มเครื่องประดับประเภทแว่นตาลงบนหน้าของเธอด้วย โดยแว่นตานันเป็แว่นตาไร้กรอบทรงสี่เหลี่ยม เช่นเดียวกับขาแว่นที่ใสราวกับแก้ว
ชุดของเธอนั้นใส่เสื้อยืดคอกลมสีดำ ตรงอกด้านซ้ายของเธอซึ่งตรงกับตำแหน่งหัวใจมีเกราะเสริมบ่าแบบปิดอกที่ทำจากหนังสวมทับอีกชั้นหนึ่ง กางเกงของเธอนั้นเป็กางเกงยีนยืดขาเดปสีฟ้าอ่อน ซึ่งการแต่งกายแบบนี้ถือว่าค่อนข้างเหมาะกับการผจญภัย...ยกเว้นเพียงรองเท้าเท่านั้น
“รองเท้าฉันสวยไหมพลอย คู่นี้แค่เจ็ดพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าเองนะ ลิมิตเต็ดเฉพาะในเกมนี้ด้วย”
พลอยใสเอามือกุมหน้าผากอีกครั้ง เมื่อเห็นรองเท้าส้นสูงที่ทำมาจากคริสตัลใสชนิดใส่ได้ในทุกสภาพอากาศที่เมย์ซื้อมา รองเท้าที่เมย์ใส่นั้นเป็ประเภทส้นสูงที่ดูไม่เข้ากับอาชีพเรนเจอร์อย่างแรง มันอาจส่งผลเสียต่อการเคลื่อนไหวในบางพื้นที่ หากไม่ได้รับการฝึก
“สวยมากค่ะ...รสนิยมดี”
ด้วยความที่เป็ผู้หญิงเหมือนกัน เธอจึงเข้าใจเมย์ การแต่งกายนั้นเหมาะกับการต่อสู้แล้ว รองเท้าคงจะหยวนๆได้แหละ เพราะนี่มันในเกม
“ชีวิตจริงฉันใส่ส้นสูงลำบากอะ” เมย์กล่าวพลางหัวเราะแห้งๆ “ใส่แล้วรองเท้ากัดแทบทุกคู่ ขอใส่ในเกมแล้วกัน อย่างน้อยก็ไม่ต้องกังวลเื่ยิบย่อย”
“เมย์ชอบรองเท้าหรือคะ” พลอยใสเอ่ยถามตามมารยาท เพราะอีกฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมาเพื่อหาเื่ชวนคุย
“เปล่าค่ะ...แต่ฉันเป็นักสะสมเลยต่างหาก” เมย์กล่าวด้วยเสียงร่าเริง “ที่บ้านของฉันน่ะมีห้องเก็บรองเท้าโดยเฉพาะเลยค่ะ...แต่อันที่จริงแล้วมันเป็ของพี่สาวที่เสียไปน่ะ ฉันแค่สานฝันของเธอต่อ”
ดูเหมือนว่านอกจากรองเท้าที่ค่อนข้างแพงแล้ว ชุดอื่นๆของเมย์นั้นรวมกันไม่เกินสองพัน ดูเหมือนว่าเธอจะรู้จักประหยัดและไม่ได้ตรงดิ่งไปมุมแบรนเนมระดับโลกแบบสมิท เลยได้ราคาที่ไม่เกินหมื่นเมื่อรวมทั้งตัวแล้ว
สมิท พลอยใส และเมย์ต่างนั่งรอแจ็คและสาแบบเงียบๆ เพราะสองคนนั้นยังเลือกชุดไม่เสร็จ ระหว่างนี้ลิลี่และยูกิซึ่งเป็มอนสเตอร์สาวกึ่งมนุษย์จึงเดินดูเสื้อผ้าบ้าง แม้ว่าระบบของเกมจะไม่ห้าม แต่ก็ไม่รองรับ ดังนั้นมอนสเตอร์อย่างพวกเธอจึงไม่สมควรสวมใส่ เพราะมันพร้อมจะฉีกขาดหรือถูกทำลายทุกเมื่อ หากนำเข้าสู่สนามรบ
“พี่เพชรคะ สวยไหม” ลิลี่กล่าวพร้อมกับถือชุดแต่งงานสุดหรูตัวหนึ่งเดินมาหาสมิท ทำเอาเขาแทบสำลัก เพราะราคามันปาไปสี่แสนกว่าเหรียญ สมิทรีบจับใหล่ลิลี่ และดันเธอไปยังจุดเดิมของเสื้อผ้าเพื่อคืนทันที
ไม่นานนัก แจ็คและสาก็เลือกชุดเรียบร้อย ชุดอวาตาร์ของแจ็คนั้นราวกับคนจะไปเที่ยวชายหาด เพราะเขาสวมเสื้อชายหาดสีฟ้าอ่อนที่ลงลายของทะเล ต้นมะพร้าว และดวงอาทิตย์ กางเกงนั้นเป็กางเกงขาสามส่วนสีครึม สวมรองเท้าแตะถูกๆ ผมและดวงตาของเขาสีดำบ่งบอกว่าไม่ได้เสริมเื่หน้าตา แต่ทว่าเขากลับไปเสริมอวาตาร์อาวุธแทน ดาบใหญ่ด้านหลังของเขาเปลี่ยนสภาพเป็ใบพายเรือขนาดใหญ่สีครีมแทน มันลงลายเซ็นของเขาเอาไว้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าของลิมิตเต็ด
ส่วนสานั้นแต่งชุดแฟนตาซีเต็มขั้น เธอสวมชุดคลุมจอมเวทสีขาวที่ดูหรูหรา ผมสีดำยาวนั้นปล่อยสยาย และมีหมวกเบเร่สีขาวปักขนนกสวมเอาไว้ ดวงตาบนใบหน้าเรียวคมของเธอเปลี่ยนเป็สีชมพู ช่วยให้เธอสวยงามและเปลี่ยนเป็คนละคน
“สวยจัง” สมิทเผลอหลุดปากออกมา จนสาหน้าแดงระเรื่อ ที่สมิทชมนั้นเพราะตัวสาในเวลานี้หน้าตาเหมือนกับอาทิตยา หัวกิลด์อะซูไรท์นั่นเอง แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าเขาเคยเห็นหน้าหัวกิลด์มาแล้ว
พลอยใสกระทุ้งสีข้างของสมิทจนเขาสะดุ้ง ไม่ใช่แค่พลอยใส แต่ลิลี่ก็จ้องหน้าของเขาด้วยสายตาจับผิด ทำเอาสมิทหัวเราะแห้งๆกลบเกลื่อน ก่อนจะรีบเดินนำออกจากร้านทันที
“ก็ดูดีจริงๆนั่นแหละ” แจ็คกล่าวพลางตบบ่าสา “เห็นมั้ย ขนาดสมิทมันยังชมเลย”
“อื้อ” สาตอบรับสั้นๆ อันที่จริงเธอค่อนข้างอายที่จะใส่ชุดนี้ แม้ว่าจะเป็ในเกมก็ตามที ถึงแม้เธอจะเล่นอาชีพจอมเวท แต่ใช่ว่าจอมเวททุกคนต้องแต่งตัวแบบนี้
“อย่าบอกนะว่าหวั่นไหวกับคำพูดเมื่อกี้” แจ็คถามเสียงเครียด เพราะอันที่จริงเขาก็ชอบสาอยู่ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมองว่าเขาเป็เพื่อนมาตลอดก็ตามที
“ฉันไม่ใช่คนใจง่ายนะ” สากล่าวพลางถอนใจ “ขนาดนายตามจีบฉันมาสามเดือน ฉันยังไม่ตกลงเป็แฟนนายเลยนี่ ใช่ไหมล่ะ”
แจ็คพยักหน้ารับสั้นๆ ก่อนจะเดินนำไป ถึงแม้สาจะพูดแบบนั้น แต่เธอก็เผลอจ้องแผ่นหลังของสมิทอยู่ตลอด แม้นอกเกมเธอจะไม่รู้จักสมิท แต่ในเกมแล้วเขาเป็คนเก่งคนหนึ่งที่น่ายกย่อง จากที่ร่วมงานมาด้วยกันจนถึงตอนนี้
“พี่เพชรคะ นอกใจหรอ” ลิลี่แกล้งพูดลอยๆขณะเดินตามหลังสมิท ทำเอาเขาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเผลอพูดออกไปว่า “เปล่า”
ลิลี่หัวเราะชอบใจยกใหญ่ ทำเอาสมิทหันมามอง ลิลี่แก้มแดงระเรื่อเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะวิ่งเข้ามาแล้วจับมือสมิท
“ยอมรับกลายๆสินะคะ ว่าพี่เป็ของหนู และก็รู้สึกผิดกับหนูที่มองหญิงอื่น”
“อย่าพูดอะไรแก่แดดสิ” สมิทกล่าว “เธอยังเป็เด็กเป็เล็กอยู่นะ”
กลุ่มของสมิทในตอนนี้นั้นกำลังออกจากเมือง พวกเขาตัดสินใจจะไปลองสู้กับมอนสเตอร์ด้านนอก เพื่อให้ร่างกายคุ้นเคยกับชุดใหม่ ซึ่งอันที่จริงเมื่อเดินมาสักพัก มันควรจะมีพวกชาโดว์หรือโกเล็มออกมาให้เห็นแล้ว...แต่ตอนนี้กลุ่มของสมิทยังไม่พบมอนสเตอร์ที่ว่า แถมยังไม่พบผู้เล่นโดยรอบที่ปกติต้องเก็บเลเวลแถวๆนี้ด้วย
และสักพักหนึ่งพลอยใสก็ยกมือห้ามทุกคนที่เดินตามหลัง มอนสเตอร์ไร้รูปร่างที่ชื่อโอเรเลียของพลอยใส ซึ่งปกติจะซ่อนตัวอยู่เงียบๆปรากฏตัวออกมาข้างๆเ้านายทันที
“ศัตรูหรือ” สมิทเอ่ยถามเมื่อเห็นพลอยใสทำหน้าเครียด เบื้องหน้าของเขามีคนสองคนรออยู่ สมิทจำได้ทันทีเพราะทั้งสองคนนั้นคือคนที่ซื้ออาชีพกลาดิเอเตอร์ของเขานั่นเอง คนพี่ผู้ชายสวมชุดคลุมแดงที่ชื่ออัคนี กับน้องสาวสวมชุดคลุมสีชมพูที่ชื่อว่ามีนา
แต่รอบนี้ทั้งสองคนไม่ได้มาอย่างเป็มิตร สมิทััได้ถึงเจตนาชั่วร้ายของอีกฝ่าย เขาไม่ได้มีสกิลหรือความสามารถเสริมพิเศษ การัันี้ััด้วยสัญชาตญาณล้วนๆ
“เจอเสียทีนะ คุณพ่อค้า” ชายร่างสูงในชุดคลุมสีแดงกล่าว เขาถอดผ้าคุลมออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ครึ่งหนึ่งมีรอยสักรูปเปลวเพลิง “รอบนี้ผมมีสินค้าที่อยากจะได้อีกน่ะครับ”
“ไม่ขาย” สมิทตอบกลับทันทีโดยไม่คิด เพราะเขารู้ว่าอีกฝ่าย้าลิลี่ “เชิญไปหาเอาเอง”
“เป็พ่อค้าที่แย่จัง...ยังไม่ทันฟังเลยนะครับ ว่าผม้าอะไร”
“อัคนีแห่งมันดาลา” พลอยใสกล่าวเสียงเครียด “เป็คุณจริงๆสินะ...เมื่อตอนนั้น”
ไม่ทันที่อัคนีจะได้ตอบอะไรพลอยใส แส้ติดใบมีดที่มีประกายของไฟฟ้าก็ถูกเหวี่ยงเข้าหาเขาอย่างจัง คนข้างๆอัคนีที่ใส่ผ้าคลุมสีชมพู ยกมีดสปาต้าขึ้นมา ก่อนจะใช้มีดนั้นปัดแส้ออกไปจนพ้นทาง
แต่ทว่าความแข็งแกร่งนั้นผิดกัน ใบมีดที่ติดริมแส้ของพลอยใส บาดตามเนื้อตัวของหญิงสาวอย่างจังจนเกิดแผลเหวอะหวะ มีดสปาต้าของเธอหักทันทีเมื่อตั้งรับกับแส้ของพลอยใส แต่ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ไม่ได้ใแต่อย่างใด
เืทะลักตามตัวของหญิงสาวจนย้อมผ้าคลุมสีชมพู หากแต่ว่าหญิงสาวนั้นกลับหัวเราะชอบใจ ก่อนจะเรียกดาบสีแดงเืจากหน้าต่างระบบของเธอออกมา
“พี่คะ...หนูขอฆ่านังหญิงใช้แส้ได้มั้ย” น้องสายเอ่ยถามมันดาลาด้วยเสียงเรียบร้อย ขัดกับหน้าตาของเธอที่กำลังกระหายาเต็มที่
“ยัยนั่นคือพลอยใส หัวหน้าหน่วยสามของอะซูไรท์...เธอสู้มันไม่ได้หรอก พี่จะจัดการเอง”
“รับทราบค่ะ...งั้นหนูจะฆ่าพวกข้างหลังทั้งหมด ส่วนพี่ก็ฆ่านังหญิงแส้”
ร่างของสาวน้อยชุดชมพูย้อมเืเรืองแสงสีแดง ก่อนจะเคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่ผิดมนุษย์ มีเพียงลิลี่และยูกิเท่านั้นที่มองความเร็วนั้นออก ยูกิใช้ทวนของเธอตั้งรับกับดาบเืของสาวน้อยได้ทัน ในขณะที่ลิลี่อ้อมไปด้านหลัง เพื่อเตรียมจะตัดหัวของหญิงสาวด้วยพัดเสริมพลังเวท
วงเวทสีแดงเพลิงขนาดใหญ่รายล้อมทุกคนเอาไว้ ก่อนที่เปลวไฟจะเล็ดลอดออกมาจากวงเวทนั้น ลิลี่และยูกิตื่นตระหนกทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์นั้น
“ทุกคน วิ่ง!!”
ลิลี่ะโสุดเสียงเพื่อเตือนทุกคน ก่อนที่เธอและยูกิจะะโออกจากหญิงสาวชุดชมพู ในจังหวะนี้เองลูกศรของเมย์ซึ่งเล็งจุดตายอย่างลูกตาของอีกฝ่ายเอาไว้ก็แผลงออกไป เธอตั้งใจจะยิงทะลุถึงสมองอีกฝ่ายเพื่อจะจบเกมในครั้งเดียว และการแผลงศรของเธอรอบนี้นั้นทั้งรุนแรงและแม่นยำอย่างมากจนคิดว่ายังไงก็ไม่มีทางพลาดแน่ๆ
แต่ทว่าหญิงสาวชุดชมพูดฉีกยิ้มให้กับเมย์ ก่อนที่เธอจะเอี้ยวหัวหลบออกด้านข้างโดยที่ร่างกายเธอไม่ขยับออกจากที่ เธอแค่เคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็สามารถหลบลูกศรของเมย์ได้แล้ว
เ้าลิงสี่แขนมอนสเตอร์ของเมย์จับคอเสื้อของเมย์เอาไว้ และเหวี่ยงเธอออกไปนอกวงเวท เมย์คือคนสุดท้ายที่ยังอยู่ในเขตแดนศัตรูเนื่องจากเธอตั้งใจจะสังหารอีกฝ่าย ทันทีที่เมย์ถูกเหวี่ยงออกมานั้นเสาไฟนรกก็ผุดขึ้นจากวงเวทอย่างสมบูรณ์
อิฟริท บุตรแห่งอัคคีปรากฏร่างออกมาอย่างสมบูรณ์ ร่างเพลิงของมันสูงใหญ่กว่าห้าเมตร และความสามารถพิเศษของมันคือสามารถสังหารมอนสเตอร์ที่ระดับต่ำกว่าAได้ทันที หากอยู่ในวงเวทของมันตอนปรากฏตัวออกมา โชคร้ายที่เ้าลิงสี่แขนเป็มอนสเตอร์ระดับCเท่านั้น
“ไม่นะ” เมย์ร้องเสียงหลง เมื่อเห็นร่างของเ้าลิงสี่แขนในกองเพลิง มันโบกมือกำลาเมย์ก่อนที่ร่างของมันจะสลายหายไปทันที
เมย์นั้นไม่ได้ร้องไห้ เธอตั้งสติก่อนจะประทับธนูและคันศรเอาไว้พร้อม ดวงตาของเธอจ้องมองสองพี่น้องแห่งกิลด์มันดาลาด้วยความอาฆาต
“พวกแกจะต้องชดใช้ที่ทำกับของรักของฉัน”
ในขณะที่กลุ่มของสมิทกำลังรับมือกับหญิงสาวกลาดิเอเตอร์ผู้บ้าคลั่ง พลอยใสนั้นก็กำลังดูเชิงกับอัคนีอยู่
“ในลานประลองPVPระดับA คุณแทบไม่เคยชนะผมเลยนะ พลอยใส” อัคนีกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ “แนะนำว่าอย่ามายุ่งดีกว่านะ มอนสเตอร์ของคุณน่ะ สู้ผมไม่ได้หรอก”
“โทษทีนะ ครั้งนี้มันผิดกับทุกครั้งน่ะ” พลอยใสกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ ก่อนที่มอนสเตอร์ไร้รูปร่างโปร่งแสงของเธอจะบินมาอยู่ข้างกาย ร่างของโอเรเลียเรืองแสงสีรุ้งสว่างจ้า ก่อนที่ตัวมันจะกลายเป็วงเวทขนาดใหญ่กว่าห้าเมตรประดับด้านหลังพลอยใส
“โอเรเลีย หนึ่งในห้าผู้พิทักษ์โลกธาตุ...ั้แ่เมื่อไหร่กัน” อัคนีกล่าวด้วยน้ำเสียงสนใจ ก่อนจะฉีกยิ้มเล็กน้อย “น่าสนใจ เห็นทีผมคงต้องเอาจริงแล้วสิ”
“ถ้านายมีชีวิตรอดก่อนล่ะนะ อัคนี” พลอยใสกล่าวก่อนจะเริ่มกระชับแส้ในมือของเธอ เช่นเดียวกับอัคนีที่เรียกคฑาเพลิงที่ทำมาจากแก้วสีแดงกระชับไว้ในมือเช่นกัน