"ไปดูซิ!" เลขาธิการเจียงพลันเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดสีหน้าของเขาเย็นชาลงทันที ดวงตาคมกริบมองออกไปด้านนอกหลี่เกินเซิงและหลี่ต้าเฉวียนรีบตามไปติดๆ
ซูเจียวเจียวไม่ได้คิดจะดูละครแต่เมื่อนึกถึงเฉิงติ้งผิงที่กำลังตั้งครรภ์ และแม่เลี้ยงปากร้ายเจ้าเล่ห์ของเธอก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้
บังเอิญเธอและอาหมิงจะต้องกลับบ้านแล้วต้องผ่านบ้านของเฉิงติ้งผิงพอดี
ไม่นานนักเลขาธิการเจียงและหลี่เกินเซิงก็มาถึงบ้านของเจ้าลิงผอม แค่มาถึงหน้าบ้านก็ได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้งดุเดือดเล็ดลอดออกมา
“นางคนไร้สามัญสำนึก! คิดจะฮุบเงินสงเคราะห์ของลูกสาวฉันหล่อนยังเป็นคนอยู่ไหม? เด็กในท้องลูกสาวฉันเป็นสายเลือดของตงเซิงแล้วจะให้เงินนั้นกับหล่อนได้ยังไง หล่อนมันคิดลมๆ แล้งๆ!” นางเฉิงผมเผ้ายุ่งเหยิงเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง เธอเท้าสะเอวจ้องมองหลี่ซูอิงเบื้องหน้าด้วยความโกรธแค้น
หลี่ซูอิงก็ไม่ยอมแพ้ตะโกนกลับไป "ตงเซิงเป็นสมาชิกคนหนึ่งของบ้านนี้เป็นลูกชายของนายหลี่สามีของฉัน และก็ถือเป็นลูกชายของฉันด้วยทำไมเราจะแบ่งเงินสงเคราะห์ไม่ได้? ฉันว่าหล่อนนั่นแหละที่อยากจะฮุบเงินสงเคราะห์ของลูกชายฉันไปคนเดียว!หล่อนมันใจดำอำมหิต!"
"เห็นลูกสาวฉันเป็นแม่ม่ายลูกติด แล้วคิดว่าจะรังแกง่ายๆ ใช่ไหมฉันจะบอกให้ว่าไม่มีทาง! ตราบใดที่ฉันยังอยู่ละก็หล่อนไม่มีทางได้เงินของลูกสาวฉันไปหรอก! นั่นคือเงินที่ตงเซิงเอาชีวิตเข้าแลกมาหล่อนยังมีหน้าจะโลภอีกเหรอ ไม่อายบ้างหรือไง! หลี่ซูอิง ฉันจะบอกให้ว่าหล่อนต้องเอาเงินออกมาเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นวันนี้ฉันจะตีหล่อนให้ตาย!" นางเฉิงโกรธจนหนังตากระตุกเธอพับแขนเสื้อแล้วกระโจนเข้าใส่หลี่ซูอิง พุ่งผ่านคนที่พยายามห้ามปราม
หลี่ซูอิงก็เป็นคนร้ายกาจเช่นกันเธอกับนางเฉิงต่างก็ยื้อยุดฉุดกระชากและต่อสู้กันอย่างรุนแรง
คนอื่นๆที่ต้องการห้ามปรามก็ไม่สามารถแยกทั้งสองออกจากกันได้
นอกเหนือจากหลี่ซูอิงและนางเฉิงที่ทะเลาะกันแล้วทางด้านนายหลี่และนายเฉิงก็ยังทะเลาะกันด้วย หรือแม้แต่หลี่จื้อเชาลูกชายของหลี่ซูอิง ก็ยังทะเลาะกับลูกเขยของนางเฉิงและลูกสะใภ้ของหลี่จื้อเชาก็ยังทะเลาะกับลูกสาวคนโตของนางเฉิงอีกด้วย
ทั้งบ้านมีเสียง'ตึงตังๆ' ดังไปทั่ว ราวกับจะพังหลังคาลงมา
แม้แต่คนที่พยายามห้ามปรามก็ยังโดนลูกหลงถูกทำร้ายไปหลายครั้งโดยไม่ตั้งใจ
เฉิงติ้งผิงต้องการเข้าไปห้ามปรามแต่ถูกป้าลู่กอดไว้ "ภรรยาตงเซิงเธอท้องอยู่นะ อย่าไปยุ่งเลย พวกเขากำลังสติแตกแล้ว เกิดไม่ระวังโดนตีเข้าท้องเด็กในท้องของเธอจะทำยังไง?"
ตงเซิงคือชื่อของเจ้าลิงผอม
ชื่อจริงคือหลี่ตงเซิง
เฉิงติ้งผิงลูบท้องน้ำตาไหลพราก
จนกระทั่งเลขาธิการเจียงเดินเข้ามาในบ้านและตะโกนเสียงดังว่า"พวกคุณทำอะไรกัน! โตขนาดนี้แล้วยังมาตีกันตรงนี้อีกไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไง! แยกกันเดี๋ยวนี้!"
เลขาธิการเจียงมีอิทธิพลค่อนข้างมากเมื่อเขาตะโกนออกมา ทุกคนก็เงียบไปชั่วขณะ
ส่อแววว่าเรื่องจะยุติลง
อย่างไรก็ตามไม่รู้ว่าใครเริ่มลงมือก่อนอีกครั้ง ทั้งสองฝ่ายก็กลับมาทะเลาะกันอีกครั้ง
ในที่สุดเซียวหยวนหมิงและหลี่ต้าเฉวียนก็ช่วยกันแยกสี่ผู้หญิงออกไปก่อนจากนั้นจึงแยกนายหลี่กับนายเฉิงที่กำลังฉุดกระชากกันอยู่และแยกหลี่จื้อเชากับลูกเขยของตระกูลเฉิงออกจากกัน
หลังจากใช้ความพยายามอย่างมากในที่สุดก็สามารถแยกแปดคนที่ทะเลาะกันได้ทั้งหมด
หลี่ซูอิงมีรอยขีดข่วนเป็นทางยาวบนใบหน้านางเฉิงถูกดึงผมหลุดออกไปหนึ่งกำมือ ทั้งสองคนดูมอมแมมและน่าอับอายขายหน้าจากนั้นทั้งคู่ก็มองเลขาธิการเจียงโดยไม่พูดอะไรก่อนจะจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความโกรธแค้น
เฉิงติ้งฉินลูกสาวคนโตของบ้านเฉิง ผมยุ่งเหยิงไม่ต่างจากรังไก่เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งดูน่าเวทนาสุดขีด
ส่วนทางด้านภรรยาของหลี่จื้อเชานั้นแม้เสื้อผ้าจะไม่ขาดและเส้นผมก็แทบจะไม่ยุ่งเหยิงทว่าตอนนี้กลับเจ็บจนยืดหลังไม่ขึ้น เพราะเฉิงติ้งฉินจอมเจ้าเล่ห์เอาแต่หยิก จิกและข่วนลงบนร่างกายของเธอภายใต้ร่มผ้าทั้งสิ้นจะตรวจดูบาดแผลตอนนี้ก็ไม่สะดวกที่จะเลิกเสื้อขึ้นต่อหน้าผู้คนมากมายจึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้เงียบๆ
ทั้งสี่คนต่างก็มีรอยฟกช้ำดำเขียวไม่มีใครดีกว่าใครเลย
เฉิงติ้งผิงยืนอยู่ข้างๆร้องไห้เงียบๆ ดวงตาแดงก่ำ
เลขาธิการเจียงมองกวาดสายตามองทุกคนพลางขมวดคิ้วฉับ "พวกคุณก่อเรื่องอะไรกัน!ทำเอาทั้งกองผลิตวุ่นวายไปหมด นึกอยากจะทำอะไรก็ทำ! ไม่อายกันบ้างหรือไง?"
หลี่เกินเซิงก็ตามมาด่าว่า"เจ้าลิงผอมเพิ่งจะตายไปพวกคุณก็มาตีกันเพราะเรื่องเงินพวกนี้แล้ว นี่ยังเป็นคนอยู่ไหม!หัวใจของพวกคุณถูกหมาคาบไปกินหมดแล้วหรือไง!"
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
น่าเกลียดเกินไปแล้ว!
ญาติพี่น้องกันทะเลาะกันแบบนี้รับรองพรุ่งนี้เช้าข่าวต้องแพร่กระจายไปทั่วทั้งสิบลี้แปดหมู่บ้านอย่างแน่นอน
หลังจากดุด่าแล้วเลขาธิการเจียงก็ระงับความโกรธในใจ มองไปยังเฉิงติ้งผิงแล้วถามว่า"ภรรยาตงเซิง เล่ามาซิว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
เฉิงติ้งผิงเช็ดน้ำตายังไม่ทันได้อ้าปากพูด หลี่ซูอิงที่อยู่ข้างๆก็กลัวว่าเฉิงติ้งผิงจะพูดอะไรที่ไม่ควรพูดออกมา จึงรีบแก้ตัวทันทีว่า"ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ก็แค่เงินสงเคราะห์ของตงเซิง ฉันก็..."
แต่เธอยังพูดไม่ทันจบเลขาธิการเจียงก็จ้องเขม็งกลับไป "ผมไม่ได้ถามคุณตอนนี้ยังไม่ถึงตาคุณพูด"
หลี่ซูอิงชะงักทันทีกลืนคำพูดลงไปอย่างไม่เต็มใจ
เฉิงติ้งผิงกล่าวว่า"เมื่อช่วงบ่าย ฉันกลับมาบ้านก็พบว่าเงินสามร้อยห้าสิบหยวนที่ซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าหายไปพอถามดูก็รู้ว่าแม่สามีเอาไปโดยไม่บอกกล่าว บอกว่าเป็นเงินสงเคราะห์ที่รัฐบาลให้มาต้องให้เธอเก็บรักษาไว้ แต่เงินทั้งหมดถูกแม่สามีเอาไปแล้วต่อไปฉันจะเลี้ยงลูกคนเดียวได้อย่างไร? พ่อกับแม่ของฉันรู้เข้าก็ทนไม่ไหวจึงมาช่วยฉันทวงเงินคืน แต่แม่สามีไม่ยอมคืน ก็เลยทะเลาะกับครอบครัวฉันค่ะ"
เฉิงติ้งผิงพูดไปร้องไห้ไป
หลี่ซูอิงทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงตะโกนออกมาทันทีว่า "ก็แล้วฉันพูดผิดตรงไหน?นั่นเป็นเงินของครอบครัว ไม่ใช่ของเธอคนเดียวหากคิดจะฮุบไปคนเดียวละก็ ไม่มีทางเสียหรอก! ฉันเป็นแม่ของตงเซิงฉันก็มีสิทธิ์ในเงินจำนวนนี้เหมือนกัน!"
นางเฉิงโกรธจัด"นางคนไร้ยางอาย หล่อนเป็นแค่แม่เลี้ยง ไม่ใช่แม่แท้ๆของตงเซิงเสียด้วยซ้ำ แล้วมีสิทธิ์อะไรมาเอาเงินนี้! ลูกสาวฉันท้องลูกของตงเซิงนะ!เงินนี้ต้องเป็นของลูกสาวฉันสิ!"
"ฉันว่าหล่อนนั่นแหละไร้ยางอาย คิดจะใช้ลูกสาวหล่อนมาฮุบเงินบ้านฉันใช่ไหม?หล่อนมันคนสมองทึบที่เห็นแก่เงิน!"
ทั้งสองฝ่ายต่างก็เริ่มด่าทอกันอีกครั้งและดูเหมือนจะพร้อมที่จะลงมือทะเลาะกันอีกรอบ
"หยุดเดี๋ยวนี้!"
เลขาธิการเจียงตะโกนเสียงดัง
หลี่ซูอิงและนางเฉิงต่างก็หยุดพูด
"แล้วตอนนี้เงินอยู่ที่ไหน?" เลขาธิการเจียงถามเสียงหนัก
นางเฉิงชี้ไปที่หลี่ซูอิง"อยู่ในมือเธอ เธอซ่อนไว้แล้วค่ะ!"
หลี่ซูอิงแสดงท่าทีสำนึกผิดเล็กน้อยแต่ก็ยังคงยืนกราน
เลขาธิการเจียงกล่าวว่า"เรื่องนี้เป็นความผิดของผมจริงๆ ที่คิดไม่รอบคอบเงินนี้ควรจะถูกจัดสรรใหม่ เอาอย่างนี้ หลี่ซูอิง คุณเอาเงินออกมาผมจะจัดการให้เอง"
หลี่ซูอิงขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจทันควัน"เงินนี่ควรเป็นของฉันสิ ทำไมถึงต้องจัดสรรใหม่ด้วย? ฉันไม่เอาออกมาหรอก!"
หากเอาออกมาแล้วเขาไม่คืนให้เธอเล่า จะทำยังไง!
นั่นมันเงินสามร้อยห้าสิบหยวนเลยนะ!
นี่มันมากพอให้เธอไม่ต้องทำงานหนักไปอีกหลายปีเชียวนะ!