The Possible Man

    ตอนที่ 109 : จุดเริ่มต้นของการปฏิวัติอุตสาหกรรม

    หลังจากทำการรักษาจางหวู่จนหายกลับมาเป็นปกติแล้ว หินก็ได้พาทั้งสองมาอยู่ที่โรงแรมกับเขาชั่วคราวระหว่างที่รอให้เดวิดทำการค้นหาพ่อแม่บุญธรรมให้เด็กทั้งสอง


    เมื่อทั้งสองได้อาบน้ำเปลี่ยนชุดไปใส่เสื้อผ้าที่หินได้เตรียมเอาไว้ให้ เด็กทั้งสองก็ดูเปลี่ยนไปในทันตา ไม่เหมือนเด็กเร่ร่อนที่ดูอาภัพเหมือนก่อนหน้า


    เสื้อผ้าชุดใหม่ที่หินให้จางหวู่และจางเหว่ยมันก็คือเสื้อผ้าที่เขาไปซื้อตอนเดินตลาดกับจางเหว่ยนั่นเอง ซึ่งเขาได้ซื้อเอาไว้เผื่อให้ทั้งจางหวู่และจางเหว่ย


    ทั้งคู่มีความสุขมากและพวกเขาก็รู้ได้ทันทีว่านับแต่นี้เป็นต้นไปชีวิตพวกเขาจะไม่เหมือนเดิม

    .

    .

    เช้าวันต่อมา


    ณ ห้องอาหารของโรงแรม


    หิน จางหวู่และจางเหว่ย ต่างก็ลงมารับประทานอาหารเช้าพร้อมกัน


    ในขณะที่หินกำลังทานอาหารของเขาไปอย่างช้าๆ ตามสไตล์ของเขา จางหวู่กับจางเหว่ยกับรับประทานอาหารด้วยความรวดเร็วประหนึ่งคนที่อดอยากมาแรมปี


    “ไม่ต้องรีบ เดี๋ยวก็ติดคอหรอก” หินเอ่ยเสียงเรียบ


    ทั้งคู่ยิ้มแห้งๆ ออกมาครั้งหนึ่งก่อนที่จะลดความเร็วในการกินลง ตั้งแต่เกิดมาพวกเขายังไม่เคยทานอาหารเช้าในโรงแรมเลยสักครั้ง มันจึงทำให้ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง


    “วันนี้ฉันมีธุระที่ต้องไปทำ ฉันอยากให้พวกเธอทั้งคู่อยู่ที่นี่ ห้ามออกไปไหน เข้าใจไหม” หินสั่งขึ้น


    เขาต้องการทำงานโดยไม่อยากมาพะวงหน้าพะวงหลังเป็นห่วงเด็กทั้งสองคนนี้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะให้เด็กทั้งคู่อยู่ในห้องไม่ต้องออกไปไหน


    “เข้าใจครับ” ทั้งคู่ตอบออกมา พวกเขายินดีที่จะอยู่ในห้อง นั่งดูทีวีบนเตียงนุ่มๆ ดีกว่าไปอยู่ข้างตรอกข้างซอยอย่างแน่นอน


    ได้ยินดังนั้นหินจึงพยักหน้าขึ้นอย่างวางใจ


    ไม่นานนักผู้พันเฉินก็เดินเข้ามาหาเขา


    “คุณหินครับ ได้เวลาแล้วครับ” ผู้พันเฉินพูดขึ้น


    ตอนนี้ทุกคนที่หินได้ทำการนัดหมายได้มาถึงกันหมดแล้ว


    “โอเค ฉันต้องไปแล้ว” หินพูดขึ้นกับสองพี่น้องแซ่จาง ก่อนที่จะเดินตามผู้พันเฉินออกไป


    ระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้นผู้พันเฉินก็ได้รายงานงานที่หินได้มอบหมายให้เขาไปทำ


    “คุณหินครับ ตอนนี้คนที่ได้รุมทำร้ายเด็กเร่ร่อนคนนั้นถูกจับทั้งคู่แล้วครับ” ผู้พันเฉินพูดขึ้น


    หินได้ยินแบบนี้ก็แปลกใจไม่น้อย


    “คุณนี่ทำงานรวดเร็วจริงๆ เลยนะ” หินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงชื่นชม เขาไม่คิดเลยว่างานที่เขาเพิ่งมอบหมายให้ผู้พันเฉินเมื่อวานนั้น จะเสร็จเร็วขนาดนี้


    ถ้าเป็นไปตามปกติการเข้าจับกุมคนร้ายคงจะไม่เร็วขนาดนี้ แต่ผู้พันเฉินมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในวงการตำรวจและทหาร เมื่อเอ่ยถึงชื่อเขาแทบไม่มีในวงการนี้ไม่รู้จัก


    ขนาดคนที่มียศสูงกว่าผู้พันเฉินก็ยังหลีกเลี่ยงการกระทำที่จะทำให้ผู้พันเฉินไม่พอใจ ผู้พันเฉินนั้นเรียกได้ว่ามีทั้งบารมีและอิทธิพลในวงการทหารตำรวจ มีผู้คนนับถือเขาอย่างมากมาย


    เมื่อผู้พันเฉินเอ่ยสั่งขึ้นมา ก็แทบจะทำให้หน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องวิ่งเต้นไฟลนเลยทีเดียว พวกเขาไม่รอช้าพลิกแผ่นดินหาตัวคนร้ายในคลิปในทันทีและด้วยเหตุนี้ไม่ทันข้ามวันตำรวจก็สามารถจับผู้ร้ายในคลิปได้ทั้งหมด


    “ทำร้ายเด็กไม่มีทางสู้ พวกนี้ต้องเอามันเข้าคุกเข้าตารางให้หมด” ผู้พันเฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงมีอารมณ์เล็กน้อย


    “ดูเหมือนคุณจะไม่ชอบใจเท่าไหร่นะ ผู้พันเฉิน” หินพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีของผู้พันเฉิน


    “จริงๆ แล้วผมเคยเกือบจะมีลูกชายอีกคน” ผู้พันเฉินถอนหายใจออกมาก่อนพูดขึ้น


    “เกิดอะไรขึ้น? ” หินถามขึ้นด้วยความสนใจ


    “ภรรยาของผมเคยตั้งครรภ์ลูกชายของเราคนหนึ่ง แต่โชคร้ายเธอดันแท้งและเสียเด็กคนนี้ไป” ผู้พันเฉินเอ่ยขึ้นด้วยความเศร้า น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเจ็บปวด


    “เพราะแบบนี้พอผมเห็นเด็กคนนี้ถูกทำร้าย มันเลยทำให้ผมนึกถึงลูกชายของผมที่ไม่มีโอกาสแม้แต่ได้ลืมตามาดูโลก” ผู้พันเฉินอธิบายขึ้น


    “ผม...เสียใจด้วย” หินรู้สึกว่าตัวเองไม่ควรถามคำถามนี้ออกมาเลย


    “ช่างมันเถอะครับ เรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้ว” ผู้พันเฉินเอ่ยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจก่อนที่จะปรับอารมณ์ของตัวเองให้กลับมาปกติอีกครั้ง


    แต่ในตอนนั้นหินกลับนึกบางอย่างขึ้นมาได้


    “ผู้พันเฉิน คุณสนใจจะรับเด็กสักสองคนไปดูแลหน่อยไหม” แววตาของหินเป็นประกาย


    ผู้พันเฉิน มีท่าทีงุนงงในตอนแรก ก่อนที่จะค่อยๆ เข้าใจในสิ่งที่หินพูด ว่าเขาหมายถึงอะไร

    .

    .

    ด้วยระยะทางที่ไม่ได้ไกลนัก ใช้เวลาเพียงไม่นานหินก็มาถึงห้องประชุม


    โดยภายในห้องประกอบไปด้วย ทีมวิศวะ ทีมสถาปนิกและหัวหน้าทีมก่อสร้างต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ต่างก็เป็นคนที่หินคุ้นเคยดี จะมีเพียงแค่บางส่วนที่เขาจำเป็นต้องเชิญเพิ่มเข้ามา


    เมื่อหินเห็นว่ามากันครบแล้วเขาก็ไม่รอช้า เปิดการประชุมในทันที


    “สวัสดีทุกคน ที่ผมเรียกทุกคนมาประชุมในวันนี้ก็เพื่อที่จะพูดถึงรายละเอียดของงาน ทุกคนจะได้เข้าใจตรงกัน หากมีข้อสงสัย อะไร สามารถถามขึ้นมาได้เลยทันที”


    หินหันไปพยักหน้าส่งสัญญาณให้แอนนาผู้หญิงเพียงคนเดียวภายในห้อง เธอก็คือหนึ่งในคนที่เริ่มงานกับหินมาตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะสร้างบ้าน สร้าง Enterprise ต่างก็ได้แอนนาเป็นหัวทีมหลักที่ช่วยประสานงานแทนหิน


    เมื่อได้สัญญาณจากหินแอนนาก็นำอุปกรณ์บางอย่างมาตั้งไว้บนโต๊ะตรงหน้าหิน มันมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่กว่าผาขวดน้ำไปเล็กน้อย


    สำหรับคนที่ทำงานให้กับหินต่างรู้จักมันเป็นอย่างดี แต่ไม่ใช่กับคนอื่นๆ ภายในห้องรวมไปถึงผู้พันเฉินด้วย


    ขณะที่หลายๆ คนกำลังสงสัยว่าไอ้สี่เหลี่ยมเล็กๆ นี่คืออะไร หินก็ดีดนิ้วขึ้นมาหนึ่งครั้ง


    ทันใดนั้น อุปกรณ์ขนาดจิ๋วนี้ก็ฉายภาพโฮโลแกรมสามมิติขึ้นมากลางอากาศ


    หลายคนภายในห้องถึงกับอุทานขึ้นด้วยความตกใจเพราะอยู่ดีๆ ก็มีภาพโผล่ขึ้นมากลางอากาศ อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่ผู้พันเฉินเองก็ถึงกับเอื้อมมือเข้าไปหยิบปืนในกระเป๋าเสื้อของเขาด้วยความตกใจเช่นกัน


    ในยุคที่สื่อการแสดงทุกอย่างยังอยู่ในจอทีวี เมื่อพวกเขาได้มาเห็นการฉายโฮโลแกรม 3 มิติขึ้นเป็นครั้งแรกแล้วมีอาการตกใจขึ้นเป็นเรื่องปกติ ขนาดแอนนาที่ได้เห็นเป็นครั้งแรกยังกรี๊ดตกใจลั่นห้อง


    ภาพโฮโลแกรมที่ฉายออกมาเป็นภาพโฮโลแกรมของ หมู่บ้านแห่งนี้รวมไปถึงพื้นที่ตรงส่วนที่หินต้องการจะสร้างโรงงานขึ้น ซึ่งหินได้ให้เดวิดสแกนและสร้างมันขึ้นมาโดยอ้างอิงตามภูมิประเทศจริง


    มองดูแล้วเหมือนพื้นที่จริงๆ ถูกย่อส่วนลงมาจนเล็กจิ๋ว หลายๆ คนที่เห็นเป็นครั้งแรกอดไม่ได้ที่จะมองมันด้วยความอึ้งทึ่ง


    “นี่มันคืออะไรกัน” บางคนที่อยู่ใกล้ๆ อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัส ก่อนจะพบว่ามือของตนเองทะลุโฮโลแกรมไปดื้อๆ


    “มันเหมือนจริงเกินไปแล้ว” ชายอีกคนพูดขึ้นด้วยความเลื่อนลอย


    “อะแฮ่ม! นี่เป็นเทคโนโลยีของ Enterprise ถ้าทำให้ทุกคนตกใจ ผมก็ขออภัยด้วย” หินกระแอมขึ้นหนึ่งครั้งก่อนเอ่ยออกมา


    หินรู้ว่าหลายคนที่ไม่เคยเห็นโฮโลแกรมมาก่อนกำลังอึ้ง แต่นี่ไม่ใช่เวลามาบรรยายที่มาที่ไปของเทคโนโลยีของเขา


    “ผมขอเข้าเรื่องเลยละกันนะ ที่ผมเรียกทุกคนมาวันนี้เพราะผมต้องการสร้างโรงงานสะอาดขึ้นและงานนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากพวกคุณทุกคน” หินพูดขึ้นขณะกวาดสายตาไปรอบห้อง


    “โรงงานสะอาดหมายถึงอะไร? ” เสียงหนึ่งดังขึ้นมา


    เมื่อหินหันไปมองต้นเสียงเขาพบว่าเป็นคำพูดจากชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานคนหนึ่ง


    “ผู้ว่าราชการนครฉงชิ่ง เชียว เจียหมิง ครับดอกเตอร์” เสียงของเดวิดดังขึ้นในหัวของหินทันที


    แววตาของหินเป็นประกายเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าชายคนนี้คือใคร ถ้าไม่นับหินแล้ว ชายคนนี้คือคนที่มีอำนาจมากที่สุดในห้องนี้ อันที่จริงเขาเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในนครฉงชิ่งด้วยซ้ำไป แม้แต่ผู้พันเฉินก็ยังเทียบไม่ได้


    ทุกอย่างภายใต้นครฉงชิ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของชายคนนี้


    ชายคนนี้ก็กำลังมองหินอย่างประเมินเช่นกัน แน่นอนว่าตัวตนระดับเขาไม่จำเป็นต้องมาที่นี่ด้วยตัวเองด้วยซ้ำ แค่การสร้างโรงงานแห่งหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องให้เรื่องถึงมือเขา


    ปกติเรื่องที่ไม่ได้สำคัญอย่างเช่น การสร้างโรงงานใหม่แห่งหนึ่งนี้ เขามักจะส่งเรื่องให้รองผู้ว่าเป็นคนจัดการ แต่ที่เขามาที่นี่ด้วยตัวเองนั้นก็เพราะเขาได้ทำข้อตกลงเอาไว้เหมือนอย่างผู้พันเฉิน


    เชียว เจียหมิงเอง ก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับการช่วยเหลือจาก Enterprise เช่นกัน ดังนั้นเขาจึงยินดีที่จะมาเยือนที่นี่ด้วยตัวเองเพื่อตอบแทนน้ำใจของ Enterprise


    ตอนแรกที่ เชียว เจียหมิงเห็นหิน ก็สงสัยอยู่บ้าง ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้านี้คือใคร ทำไมหลายๆ คนในห้องจึงดูนับถือเด็กคนนี้นัก แต่ที่เขาสงสัยมากกว่าก็คือ เด็กหนุ่มคนนี้เกี่ยวข้องอะไรกับ Enterprise ทำไม Enterprise ถึงได้ส่งตัวเด็กคนนี้ให้มาควบคุมงานนี้ด้วยตัวเอง


    เชียว เจียหมิงดูยังไง เด็กคนนี้ก็น่าจะอายุเพียง 20 ต้นๆ เท่านั้น ต่อให้เขาตีอายุอย่างมากก็ไม่มีทางเกิน 25 แต่เด็กคนนี้กลับได้รับหน้าที่ให้มารับผิดชอบโครงการสร้างโรงงานที่ถือว่าเป็นโปรเจคใหญ่ ถ้าไม่ใช่เพราะเด็กหนุ่มคนนี้เก่งมากก็แสดงว่าต้องเป็นคนที่มีสายสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากับ Enterprise อย่างแน่นอน


    “โรงงานสะอาด ที่ผมหมายถึงก็คือ โรงงานที่จะไม่ปล่อยของเสียใดๆ กลับคืนสู่ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำหรือทางอากาศก็ตาม โรงงานสะอาดจะเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและจะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมแม้แต่น้อย”


    หินอธิบายขึ้น


    ผู้ว่าราชการเชียวได้ยินดังนั้นก็หัวเราะขึ้นมาอย่างดูแคลน


    “มันจะเป็นไปได้ยังไง โรงงานที่จะไม่ปล่อยของเสียใดๆ ออกมา ร้อยทั้งร้อย ยังไงก็ต้องปล่อยของเสียออกมา มันเป็นไปไม่ได้หรอก” ผู้ว่าราชการเชียวพูดพลางส่ายหน้า


    ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะพูดแบบนี้ แต่นี่มันคือความจริง โรงงานทุกโรงงานต้องใช้วัตถุดิบและทรัพยากร พอนำมันไปเข้าสู่กระบวนการผลิต ยังไงมันก็ต้องเกิดของเสียขึ้น ต่อให้ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม


    ขนาดรถที่ขับกันอยู่ทุกวันนี้เมื่อเผาผลาญเชื้อเพลิงยังไงมันก็ต้องปล่อยคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) และคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ออกมา มันเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นและหลีกเลี่ยงไม่ได้


    หินยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาเข้าใจความคิดของผู้ว่าราชการเชียวเป็นอย่างดี มันเป็นเรื่องปกติที่เขาจะคิดแบบนี้ เมื่อไม่เคยเห็นมาก่อนคนย่อมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้


    เมื่อก่อนมนุษย์ก็ยังเชื่อเลยว่าไม่มีทางที่คนจะบินได้ แต่ดูทุกวันนี้สิ เครื่องบินบินอยู่เต็มท้องฟ้าไปหมด เราสามารถเดินทางข้ามทวีปได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง


    บนโลกเก่าของหินเองก็เช่นกัน ผู้คนก็ไม่เคยเชื่อมาก่อนว่ามันจะมีสิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งเคลื่อนที่ไปอยู่อีกที่หนึ่งได้ภายในพริบตา จนกระทั่งวอยด์เกตทถูกคิดค้นขึ้นและมันได้เปลี่ยนความคิดของทุกคนไปในทันที


    “ก่อนหน้านี้มะเร็งก็รักษาไม่ได้ ไม่ใช่เหรอครับ? ” หินใช้คำถามเป็นคำตอบ


    ได้ยินแบบนี้ผู้ว่าราชการเชียวก็เงียบลงในทันที ก่อนหน้านี้มะเร็งไม่สามารถรักษาได้จริงๆ จนกระทั่ง Enterprise ได้ผลิตวัคซีนออกมา


    “เธอกำลังจะบอกว่า Enterprise มีวิธีที่จะทำให้การผลิตไม่ปล่อยของเสียออกมาได้งั้นเหรอ? ” ผู้ว่าราชการเชียวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ถ้าหากว่า Enterprise ทำได้จริง นี่มันจะเป็นการปฏิวัติวงการอุตสาหกรรมครั้งยิ่งใหญ่เลยทีเดียว


    “แน่นอนว่าจะผลิตโดยไม่มีของเสียเกิดขึ้นมันเป็นไปไม่ได้ แต่ Enterprise มีวิธีที่จะเปลี่ยนของเสียพวกนั้นให้กลายเป็นของดีกลับสู่ธรรมชาติได้”


    พูดถึงตอนนี้ไม่ใช่แค่ผู้ว่าราชการเชียวที่รู้สึกตื่นเต้น แม้กระทั่งคนที่เคยทำงานให้หินเองก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้กัน การผลิตโดยที่ไม่สร้างของเสียให้สิ่งแวดล้อม ฟังดูแล้วมันอาจจะเป็นไปไม่ได้


    แต่คนที่เคยทำงานให้หินต่างก็รู้ดี ทุกอย่างที่พวกเขาเคยคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ชายผู้ที่พวกเขาเรียกว่าหัวหน้าคนนี้ กลับสามารถทำให้มันเป็นไปได้ จนถึงตอนนี้หินก็ยังคงทำให้พวกเขาตื่นเต้นและแปลกใจได้ทุกครั้ง


    พวกเขาอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ว่า หินเป็นคนหรือสัตว์ประหลาดกันแน่ ถึงได้สรรค์สร้างสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกมหัศจรรย์ได้มากมายขนาดนี้


    “เธอจะทำได้จริงๆ เหรอ!? ” สายตาของผู้ว่าราชการเชียวเต็มไปด้วยความคาดหวัง


    หินเพียงพยักหน้าเบาๆ เป็นคำตอบ


    “ฮ่าๆๆ ดี.. ดี...ฉันจะเชื่อเธอ นับแต่นี้ ฉันจะอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่างจนกว่าโรงงานนี้จะสร้างเสร็จ” ผู้ว่าราชการเชียวอารมณ์ดีเป็นอย่างมาก เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่นัก ที่ประชาชนของเขาต้องเป็นฝ่ายได้รับอันตรายจากของเสียต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการผลิตของโรงงาน เมื่อมีทางออก เขาจึงไม่ลังเลที่จะตอบรับแม้แต่น้อย


    หินยิ้มขึ้นด้วยความพึงพอใจเมื่อผลลัพธ์เป็นไปตามที่เขาต้องการ ในตอนนี้เขาก็จะสามารถสร้างโรงงานได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะมีปัญหาใดๆ ตามมาได้อย่างสบายใจ ถึงมีเขาก็เชื่อว่าผู้ว่าคนนี้จะช่วยเขาได้


    เมื่อหมดหน้าที่ของผู้ว่าราชการเชียว เขาก็ยังไม่ได้ออกจากห้องแต่อย่างใด กลับถอยไปอยู่ด้านหลังฟังหินตกลงงานกับลูกน้องอย่างเงียบๆ แทน เขาเองก็อยากรู้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะมีความสามารถมากขนาดไหน


    หินเองก็ไม่ได้ว่าอะไรแม้แต่น้อย เขาเองก็ไม่ได้มีอะไรปิดบังอยู่แล้ว ดีซะอีกผู้ว่าราชการเชียวจะได้เข้าใจภาพรวมของโรงงานนี้มากขึ้น ดังนั้นหินจึงเริ่มคุยงานกับคนของเขาในทันที

    .

    .


    W จะลองให้เดาเล่นนะครับ


    คิดว่าในอนาคต จางหวู่และจางเหว่ย จะทำงานอะไรกันครับ?