เสียงของผู้เฒ่าชุดดำดังเข้าโสตประสาทโจวหยวนเสมือนเสียงฟ้าร้องอย่างไม่ต้องสงสัย หัวใจของเขากระเพื่อมไหวรุนแรง ผู้เฒ่าเบื้องหน้าท่านนี้มองเพียงแวบเดียวก็ดูออกว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเขา
หญิงสาวชุดฟ้าเดินมายืนอยู่ด้านหลังผู้เฒ่าชุดดำ นางเหลือบมองโจวหยวนที่มีแววตาใแวบหนึ่ง ทุนทุนที่อยู่ข้างกายะโโหยงเหยงคิดอยากจะพุ่งเข้าสู่อ้อมกอดของนาง แต่เวลานี้เนื้อตัวของมันมอมแมมจนหญิงสาวกรีดนิ้วหนีบมันขึ้นแล้วโยนลงโอ่งน้ำ
ทุนทุนที่โดนจับทิ้งโอ่งน้ำกลับอับอายยิ่งนัก แต่ทราบว่าหญิงสาวรักความสะอาด มันจึงชำระเนื้อตัวอย่างเชื่อฟัง ช่างเป็ภาพน่าขบขัน
แต่ทว่าภาพน่าขบขันภาพนี้โจวหยวนกลับไม่แยแส เขาเพียงมองผู้เฒ่าชุดดำลึกลับด้วยความประหลาดใจ เพียงชั่วครู่ความใก็เลือนหายไป แทนที่ด้วยความหวังบางอย่าง
ในเมื่อผู้เฒ่าชุดดำเบื้องหน้ามองเพียงแวบเดียวก็รู้ถึงปัญหาในร่างกายของเขา เช่นนั้นย่อมไม่ใช่คนธรรมดา บางทีที่แห่งนี้คงแก้ไขปัญหาที่เขาไม่พบเส้นลมปราณทั้งแปดได้
โจวหยวนสูดลมหายใจเข้าลึก ควบคุมความตื่นเต้นภายในใจพลางยกกำปั้นขึ้นคำนับ “ผู้น้อยโจวหยวน ขอคารวะผู้าุโ”
ผู้เฒ่าชุดดำพยักหน้า “สมเป็คนของตระกูลโจว”
เขามองโจวหยวนที่มีแววตาลุกโชนและท่าทีจะพูดแต่ก็ไม่เอ่ยคำนั้น ราวกับรับรู้ความคิดภายในใจของเขา พลันยกยิ้มประหลาดเอ่ยขึ้นทันที “ข้ารู้ว่าเ้ากำลังคิดอะไร ใช่แล้ว ข้าช่วยแก้ไขปัญหาที่เ้าไม่พบเส้นลมปราณทั้งแปดได้ เพียงแต่ทำไมข้าต้องช่วยเ้า?”
โจวหยวนตะลึง เขานิ่งเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง คิดถ้อยคำอย่างถี่ถ้วนแล้วกล่าวว่า “ผู้น้อยไม่ทราบว่าที่แห่งนี้คือที่ใด และไม่ทราบว่าผู้าุโเป็ผู้ใด แต่ในเมื่อถ้ำที่บรรพบุรุษตระกูลโจวทิ้งไว้ให้ทะลุมายังที่แห่งนี้ จึงคิดว่ามีจุดเชื่อมโยงกันระหว่างบรรพบุรุษตระกูลโจวและผู้าุโ”
ผู้เฒ่าชุดดำได้ยินดังนั้นจึงนิ่งไม่ตอบคำ
ขณะนี้โจวหยวนกลับมาสงบอีกครั้ง เขาจ้องมองผู้เฒ่าชุดดำลางกล่าวช้าๆ ว่า “สภาพตอนนี้ของผู้น้อย ไม่มีอะไรสร้างความประทับใจให้ผู้าุโได้ เพียงแต่ผู้น้อยดูออกว่าผู้าุโน่าจะกำลัง...รอผู้น้อยอยู่”
เพียงพริบตาเดียวที่เขามองผู้เฒ่าชุดดำที่อยู่เบื้องหน้า ด้วยสัญชาตญาณที่เฉียบแหลม โจวหยวนยังคงมั่นใจว่าส่วนลึกในสายตาของผู้เฒ่าชุดดำมีประกายประหลาดวูบขึ้น
เก้าอี้ที่โอนเอนเวลานี้ค่อยๆ นิ่งงัน ผู้เฒ่าชุดดำหรี่ตาลง สายตาที่ดูไม่ออกจ้องมองไปยังโจวหยวน “เ้าหนู คุยโตยิ่งนัก เ้าคิดว่าเ้ามีค่าอะไรที่ข้าจะต้องรอเ้า”
เมื่อได้ยินถ้อยคำของผู้เฒ่าชุดดำโจวหยวนจึงส่ายหัวแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “คำตอบนี้ ข้าน้อยเองก็ไม่ทราบเช่นกัน บางทีผู้าุโอาจจะพอทราบอยู่บ้าง”
สายตาของผู้เฒ่าชุดดำพลันเปลี่ยนแปลงไป เขาจ้องมองโจวหยวน แม้ไม่ได้มีรังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมา แต่กลับมีความรู้สึกบางอย่างกดทับอยู่จนทั่วทั้งป่าราวกับเงียบสงบลงในฉับพลัน
ที่ด้านนอกกระท่อม รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่มผอมบาง สายตาจับจ้องมองผู้เฒ่าชุดดำ แววตาไร้ซึ่งความหวาดกลัวราวกับเป็ลูกวัวแรกเกิด
เขาเชื่อว่าถ้อยคำลับที่ถ่ายทอดในตระกูลโจวย่อมมีจุดประสงค์ชัดเจน ในเมื่อเขามาที่นี่ได้ย่อมมีเหตุผล ยิ่งกว่านั้นคือ เขาเชื่อความรู้สึกของตนเอง
ความกดดันเช่นนี้ราวกับหมุนอยู่ท่ามกลางพายุฝน นิ่งเงียบไปพักใหญ่ จู่ๆ รอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้าไร้อารมณ์ของผู้เฒ่าชุดดำ เขาเอนหลังแล้วถอนหายใจ “ดูท่าข้าคงแก่แล้วจริงๆ กระทั่งเด็กน้อยก็ยังขู่ไม่ได้”
ด้านหลังผู้เฒ่าชุดดำ หญิงสาวชุดสีฟ้ากวาดสายตามองโจวหยวนแวบหนึ่งแล้วกล่าวด้วยเสียงไพเราะว่า “เขาเสแสร้ง แท้จริงแล้วกลัวจะตาย”
“เอ่อ...”
โจวหยวนมีสีหน้านิ่งค้าง ปรากฏรอยยิ้มกระอักกระอ่วนขึ้นทันที เพราะว่าเวลานี้หลังของเขา เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ถึงเขาจะสงบนิ่งอย่างไร แต่เมื่อได้เผชิญหน้ากับโอกาสเพียงหนึ่งเดียวนี้ตรงหน้าย่อมเป็ไปไม่ได้ที่จะรักษาความสงบนิ่งได้ทั้งหมดอยู่ดี
“ผู้าุโ...” เขามองผู้เฒ่าชุดดำด้วยความคาดหวัง
“พอแล้ว” ผู้เฒ่าชุดดำเองก็เก็บสีหน้า มองโจวหยวนแล้วกล่าวว่า “ปัญหาไม่พบเส้นลมปราณทั้งแปดของเ้า ข้ามีทางแก้ เพียงแต่มีเงื่อนไขข้อหนึ่ง”
“เงื่อนไขหรือ?” โจวหยวนใ รีบพยักหน้าจริงจังทันที “ผู้าุโเชิญกล่าว”
ผู้เฒ่าชุดดำถอนหายใจเบาๆ หันไปมองหญิงสาวชุดฟ้าเรือนร่างผอมเพรียวที่อยู่ข้างกาย กล่าวช้าๆ ว่า “ข้าอยากให้เ้าพาเยาเยาออกไปจากที่นี่ และคอยปกป้องนางให้ดี”
“เยาเยา?” โจวหยวนตกตะลึงอีกครั้ง แล้วมองไปยังหญิงสาว นี่คงเป็ชื่อของนาง ช่างอ่อนโยนปนมีเสน่ห์สมกับชื่อเสียจริง
“ท่านปู่เฮย” หญิงสาวกัดริมฝีปากเบาๆ ใบหน้าเรียบร้อยงดงามเวลานี้ปรากฏการต่อต้านและไม่ยินยอมขึ้น
ผู้เฒ่าชุดดำกุมมือหญิงสาวชุดสีฟ้าเบาๆ แล้วกล่าวอย่างนุ่มนวล “เยาเยา ปู่เฮยต้องจากไปสักระยะหนึ่งเพื่อจัดการเื่บางอย่าง ดังนั้นจึงอยู่ข้างกายเ้าต่อไม่ได้”
ั์ตาวาวใสราวผลึกแก้วของหญิงสาวผู้มีนามว่าเยาเยากลับขุ่นมัวลง นางมองโจวหยวนแวบหนึ่งแล้วกล่าวเบาๆ ว่า “ท่านปู่เฮย เขาอ่อนแอเกินไป”
โจวหยวนมีสีหน้ากระอักกระอ่วน แต่ตอนนี้เขายังเปิดลมปราณไม่ได้ ในสายตาของคนรอบข้างก็นับว่าเป็ไก่อ่อน
ผู้เฒ่าชุดดำได้ยินเช่นนั้นก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ เขากวาดสายตามองโจวหยวนแล้วพูดขึ้นว่า “เ้าเด็กน้อยนี่แม้ตอนนี้จะอ่อนแอ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่นัก”
“ท่านปู่เฮย หลังจากนี้ ข้าจะได้เจอท่านอีกหรือไม่เ้าคะ” เยาเยากล่าวด้วยเสียงแ่เบา นางเฉลียวฉลาด จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าการกระทำของผู้เฒ่าชุดดำมีความรู้สึกอ้างว้างบางอย่าง บางทีเขาคงจะไปทำเื่อันตรายใหญ่หลวงจนอาจแลกด้วยชีวิตของเขา
ผู้เฒ่าชุดดำไม่ตอบคำ เพียงตบมือเยาเยาเบาๆ
จากนั้นเขาก็หันหน้ากลับมามองโจวหยวนแล้วยิ้มถาม “ว่าอย่างไร?”
ใบหน้าอ่อนโยนของโจวหยวนปรากฏความแน่วแน่ เขาค้อมกายคารวะผู้เฒ่าชุดดำ กล่าวช้าๆ ว่า “แม้ตอนนี้ข้าจะไร้พลัง แต่ข้าขอรับปากผู้าุโ หากใครกล้าทำร้ายพี่เยาเยาจะต้องข้ามศพข้าไปก่อน”
เสียงเด็กหนุ่มแม้ฟังดูอ่อนโยน แต่กลับแน่วแน่จริงจังจนไม่อาจละสายตาได้
ผู้เฒ่าชุดดำได้ยินเช่นนั้น รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นบนใบหน้าทรุดโทรม
“ในเมื่อเป็เช่นนี้...” ผู้เฒ่าชุดดำยิ้มร่า จ้องมองโจวหยวนแล้วกล่าวว่า “ต่อจากนี้ก็มาแก้ไขปัญหาเื่ที่ไม่พบเส้นลมปราณทั้งแปดกันเถอะ...”
โจวหยวนมีชีวิตชีวาขึ้นทันที มองผู้เฒ่าชุดดำด้วยแววตาลุกโชน
เขามองด้วยแววตามีความหวัง มุมปากของผู้เฒ่าชุดดำยกยิ้มเป็รอยยิ้มประหลาด จากนั้นเขาก็พลันโบกแขนเสื้อขึ้น
ตึง!
พื้นดินสั่นไหว แลเห็นรอยแตกขนาดใหญ่แยกออกใต้เท้าของโจวหยวนจนกลายเป็เหวลึก ทันทีที่ผืนดินแยกออกก็เขมือบกลืนโจวหยวนที่มีสีหน้าใลงไป
อ๊าก!
ร่างของโจวหยวนร่วงหล่นอย่างบ้าคลั่ง ในปากก็ส่งเสียงร้องะโโหยหวน เวลานี้มีของเหลวสีดำเหนียวหนึบแผ่กระจายท่ามกลางความมืดมิดเข้ามาพันรัดรอบแขนขาของเขา
ของเหลวสีดำกัดกร่อนรุกล้ำเข้ามาทีละคืบๆ ความเ็ปจึงส่งผ่านขึ้นมาราวกับทั่วทั้งิัของเขากำลังโดนกัดกิน
สิ่งที่โจวหยวนหวาดกลัวที่สุดก็คือของเหลวสีดำเหล่านี้แทรกซึมไปทั่วทุกรูขุมขน คอยทำลายภายในร่างกายของเขา ของเหลวสีดำไหลผ่านกัดกินเืเนื้อและเส้นลมปราณของเขาจนสิ้น
ความเ็ปนี้นำพามาซึ่งความหวาดกลัว มันกัดกินเข้าไปจนถึงจิติญญาของโจวหยวน ส่งกลิ่นอายแห่งความตายเข้มข้นกลุ่มหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมา
เขารู้สึกว่าถ้าของเหลวสีดำเหล่านี้ยังคงกัดกินเขาอยู่อย่างนี้ต่อไปละก็ เขาคงจะต้องตายลงที่นี่จริงๆ
โจวหยวนดิ้นรนสุดขีด เขาใช้อักขระหยวนสามแบบบนร่างกายโดยไม่ลังเล จากนั้นเมื่ออักขระหยวนทั้งสามแบบกำลังจะส่องสว่างของเหลวสีดำก็ไหลมาจนแสงสว่างดับสลาย สุดท้ายอักขระหยวนทั้งสามแบบก็ถูกของเหลวสีดำกัดกินไปจนสิ้น...
จิตใจของโจวหยวนแตกสลายไปตามอักขระหยวนทั้งสามแบบจนกลายเป็ความหนาวเหน็บ
ของเหลวสีดำแผ่กระจายขึ้นมาจนสุดท้ายก็ได้ปกคลุมรอบดวงตาทั้งคู่ของโจวหยวน ความเ็ปปะทุขึ้นราวกับดวงตาทั้งสองถูกกัดกิน โลกทั้งใบมืดสนิทลงทันที
ท่ามกลางความมืดมิด โจวหยวนรู้สึกได้ถึงความเ็ปที่ส่งผ่านขึ้นมาจากอวัยวะภายในร่างกาย ของเหลวสีดำเ่าั้กำลังกัดกร่อนกลืนกินเืเนื้อเขาลึกลงไปทีละชั้นๆ
กลิ่นอายแห่งความตายรุนแรงยิ่งขึ้น
นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา หากไม่อาจห้ามการกัดกินของของเหลวสีดำนี้ได้ละก็ เขาคงต้องตายเป็แน่!
“ข้าจะตายที่นี่ไม่ได้!”
“ข้ายังต้องฟื้นฟูอายุขัยของเสด็จแม่! ข้ายังต้องล้างแค้นแขนข้างนั้นให้เสด็จพ่อ! ยังต้อง่ชิงโชคชะตาเทพัของข้า!”
“สิ่งเหล่านี้ข้ายังทำไม่สำเร็จ แล้วข้าจะมาตายที่นี่ได้อย่างไร?!”
“ข้าจะตายที่นี่ไม่ได้!”
ท่ามกลางความมืด เสียงคำรามไม่ยินยอมที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังก้องขึ้นในใจของโจวหยวน ภายในเสียงคำรามนั้นแฝงด้วยความทะยานมุ่งมั่นอยากเอาชีวิตรอด
ก่อนที่ความตายกำลังจะมาเยือน ในขณะที่เสียงคำรามดังกึกก้องสะท้อนไปมาอยู่ภายในร่างของโจวหยวนไม่หยุด ทันใดนั้นจิตใจของโจวหยวนก็คล้ายกับร่วงหล่นลงอย่างฉับพลัน เวลานี้เอง โจวหยวนคล้ายกับว่าได้มองเห็นบางสิ่งอย่างเลือนราง ในส่วนที่ลึกที่สุดของร่างกายเขามีแสงสว่างไหลเวียนฉวัดเฉวียนแปดเส้นอย่างคลุมเครือ
แสงสว่างทั้งแปดเส้นราวกับเป็ัเลื้อยผ่าน
“นั่นคือ...เส้นลมปราณทั้งแปดหรือ?!”
โจวหยวนมองเส้นแสงทั้งแปด จิตใจสั่นระรัว ก้าวเข้าสู่สภาวะหยั่งรู้ เดิมทีสิ่งเหล่านี้ก็คือเส้นลมปราณทั้งแปดที่ไม่ปรากฏในร่างกายของเขา
โฮก!
ณ ปลายทางที่ความตายกำลังมาเยือน พวกมันราวกับรับรู้ถึงวิกฤต จึงเคลื่อนกายช้าๆ ส่งเสียงร้องคำรามออกมา
ตึง!
เพียงชั่วพริบตา แสงสว่างในร่างกายจากส่วนที่ลึกที่สุดของโจวหยวนก็พลันะเิขึ้น แสงสว่างทอแสงส่องออกมา ของเหลวสีดำเ่าั้เริ่มสลายตัวอย่างรวดเร็วในระดับที่มองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ
ระยะเวลาผ่านไปเพียงสั้นๆ ความมืดมิดก็สลายหายไปจนหมด
ดวงตาที่ปิดลงของโจวหยวนเวลานี้พลันเปิดขึ้นในทันที แสงสว่างแยงตาอีกครั้ง เขาล้มลงนั่งกับพื้น ทั่วร่างราวกับร่วงหล่นลงไปในน้ำ เหงื่อเม็ดใหญ่หยดไหลอาบทั่วใบหน้าอ่อนโยน
“ฮู่ ฮู่”
โจวหยวนหายใจติดขัด เขามองรอบข้าง เวลานี้เขายังคงอยู่ด้านหน้ากระท่อม ทั้งหมดก่อนหน้านี้ล้วนเป็เหมือนภาพลวงตา
“เมื่อกี้คือภาพลวงตาหรือ?” โจวหยวนตกตะลึง
“เ้าว่าอย่างไรล่ะ?” เสียงมีอายุดังแว่วขึ้นมาจากเบื้องหน้า แลเห็นผู้เฒ่าชุดดำมองเขาด้วยรอยยิ้ม
สีหน้าโจวหยวนเปลี่ยนไป เพราะเขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนตายนั้นแท้จริงแค่ไหน เขายกมือขึ้นช้าๆ ก่อนที่รูม่านตาหดลงทันที
เนื่องด้วยเขาเห็นร่องรอยสีดำเลือนรางที่ปลายนิ้วของเขากำลังสลายหายไปอย่างช้าๆ
รอยสีดำนี้เหมือนกับของเหลวสีดำก่อนหน้านี้ทุกประการ
“เป็เื่จริงอย่างนั้นหรือ?!” โจวหยวนใจกระตุกวาบ เื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็เื่จริงแน่นอน เพียงแต่วิธีของผู้เฒ่าชุดดำท่านนี้ทำให้รับรู้ได้เกินคาดคิด
“รับรู้ภายในร่างกายของเ้าสักหน่อยเถอะ” ผู้เฒ่าชุดดำกล่าวด้วยรอยยิ้ม
โจวหยวนได้ยินเช่นนั้นก็จิตใจสั่นไหว เขาหลับตาลงรับรู้ร่างกายของตน และใน่เวลานั้นหัวใจของเขาก็เต้นรัวเร็วราวกับเสียงฟ้าร้องทันที ใบหน้าซีดขาวที่บอบบางเริ่มปรากฏความอัศจรรย์ใจขึ้นบนใบหน้า
เพราะว่าในเวลานี้เขารับรู้ได้ชัดเจนว่าในร่างกายของเขามีเส้นลมปราณทั้งแปดราวกับัลอยฉวัดเฉวียนคดเคี้ยวไปมา
เส้นลมปราณทั้งแปดนี้ย่อมเป็จุดชีพจรลมปราณทั้งแปดที่ใช้เริ่มต้นการฝึกตน
โจวหยวนลืมตาขึ้นทันที แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขาจ้องมองผู้เฒ่าชุดดำพลางกล่าวเสียงสั่น
“ลมปราณ...ลมปราณทั้งแปดของข้า ปรากฏขึ้นแล้ว?!”