พลิกชะตาแค้นสามี

    บทที่ 28 คุณชายมู่

                หลิงอ๋องซื่อจื่อกวาดตามองไปด้านซ้ายและด้านขวา พอเห็นว่าคุณหนูสกุลใหญ่มากันพร้อมหน้าก็ยักมุมปากเล็กน้อย เขาบอกให้พ่อบ้านประจำจวนจัดกู้เยว่ฉีกับกู้เฉินนั่งอยู่แถวที่สอง  ในเมื่อนางระวังตัวมาก เขาก็ต้องไม่แหวกหญ้าให้งูตื่น

                โต๊ะกลางเป็๞ที่นั่งของหลิงอ๋องกับหวางเฟย ด้านขวาเป็๞หลิงเจาเหว่ยและถัดไปเป็๞หลิงคุน ส่วนด้านซ้ายมือถัดจากหวางเฟยเป็๞ชายาเอกม่าน และชายารองทั้งสอง

                ลานกลางมีนางระบำทั้งเจ็ดออกมาร่ายรำอย่างงดงาม ซุนหลันใช้ผ้าปิดหน้าเอาไว้ กระนั้นแค่เพียงหน้าผากและดวงตาที่โผล่พ้นออกมาก็ทำให้คุณชายทั้งหลายรู้สึกราวถูกสะกดเอาไว้

                “ว่าที่ภรรยาของท่านพี่ มากันพร้อมหน้าตาจริงๆ ขอรับ”

                “อืม แต่คนที่ข้าอุตส่าห์เปิดทางกลับดูไม่กระตือรือร้นเลยสักนิด”

                หลิงคุนยิ้มน้อยๆ “ในเมื่อท่านพี่คิดจะให้นางเป็๞ นางมีหรือจะหลบลี้หนีเงื้อมมือของท่านพี่ได้ ส่วนสตรีอื่นนั้นก็คงต้องรอไปก่อน แต่ว่าก็น่าสงสารนะขอรับ พวกนางส่งสายตาละห้อยมองดูท่านกันทั้งนั้น” พูดจบหลิงคุนก็หัวเราะเบาๆ “มาขอรับ ดื่มให้กับการหมั้นหมายที่ใกล้จะมาถึงของท่านกัน”

                ซื่อจื่อยกยิ้มมุมปาก ยกจอกสุราขึ้นกระดกคราหนึ่ง “แน่นอน ยิ่งนางหลบเลี่ยง ข้าก็ยิ่งรู้สึกสนุก สตรีผู้นี้ช่างน่าสนใจเสียจริง”

                “ท่านพี่ คืนนี้ซุนหลันพร้อมแล้วใช่หรือไม่?”

                หลิงเจาเหว่ยรินสุราแล้วยกขึ้นจิบ “นางต้องไปจากจวนอ๋องให้ได้ในคืนนี้ ไม่เช่นนั้นพิษที่นางดื่มเข้าไปก็คงจะกำเริบ”

                หลิงคุนมองไปยังนางระบำคนงามด้วยความเสียดาย และมองเลยไปยังกู้เฉินที่มองดูนางด้วยสายตาทอประกายประหลาด

                “ดูเหมือนคืนนี้จะมีคนอยากได้นางกลับจวนด้วยล่ะขอรับ”

                “เ๯้าอย่าลืมว่ามีกู้เยว่ฉีมาด้วย นางคงไม่ยอมให้น้องชายตกหลุมพรางของข้าง่ายๆ”

                “แล้วท่านพี่ยังจะยัดเยียดคนให้กับกู้เฉินอีกหรือขอรับ?”

                “เ๯้าพูดเสียน่าเกลียด เ๯้าดูสายตาของเขาสิ ปากปฏิเสธแต่สายตาของ    กู้เฉินแทบจะกลืนกินนางอยู่แล้ว”

                หลิงคุนหงุดหงิด เขาต้องพยายามระงับความปรารถนาในตัวของซุนหลันเอาไว้อย่างสุดกำลังจะทำให้แผนการของพี่ชายล้มเหลวไม่ได้ ท่านพ่อสอนเสมอว่า ‘หน้าที่และส่วนร่วมย่อมมาก่อน’ วันหน้ายังมีสตรีอีกมากรอให้เขาคว้ามานอนกอด ขอเพียงท่านพ่อกับท่านพี่โปรดปรานเขายิ่งกว่านี้

     

                อาหารถูกทยอยนำมาวางบนโต๊ะ แขกในงานเริ่มรับประทานและหันไปพูดคุยกับโต๊ะข้างๆ ลานตรงกลางก็มีการแสดงของนางระบำอีกชุดมาทดแทน  กู้เยว่ฉีเห็นสายตาของน้องชายนางก็มองตามจึงได้รู้ว่านางระบำที่ยืนอยู่ตำแหน่งตรงกลางก็คือคนที่ซื่อจื่อหมายมาดจะส่งเข้าจวนของนาง

                มือที่คีบตะเกียบของนางเกร็งค้างเล็กน้อย ในหัวคิดวิธีการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า สายตาของหญิงผู้นั้นทำให้กู้เยว่ฉีรู้ว่าหลิงอ๋องซื่อจื่อไม่มีทางจะยอมล้มเลิกความคิดที่จะดึงสกุลกู้ลงลุยน้ำโคลนขุ่น

                ‘ย่อมได้ซื่อจื่อ ในเมื่อชะตาร้ายนี้ยากจะหลีกเลี่ยงโดยดี ข้าก็ย่อมต้องใช้ไม้อ่อนสยบไม้แข็ง’

             กู้เยว่ฉีรู้สึกว่าตนถูกสายตาของคนหลายคนมองจ้องอยู่ ไม่เพียงแค่หลิงอ๋องซื่อจื่อแต่ยังมีคนอื่นอีก นางค่อยๆ มองไปรอบๆ สายตาพลันปะทะกับบุรุษสองคนที่หน้าตาและรูปร่างดูดีไม่แพ้ซื่อจื่อ สายตาของนางกับพวกเขาประสานกัน

                “พี่หญิง นั่นมันสองขุนพลมู่นี่ขอรับ?”

                กู้เยว่ฉีเคยเห็นสองพี่น้องในอดีตชาติ “ใช่ บุตรชายของแม่ทัพมู่ มู่จ้านและมู่ช่าง”

                “ท่านรู้จักพวกเขาได้อย่างไรขอรับ?”

                “ข้า...ข้าก็ซื้อตำราคุณชายในเมืองหรงเฉินมาดูอย่างไรเล่า?” นางเกือบจะแก้ตัวไม่ทัน ดีที่เคยเห็นอนุเสิ่นซื้อตำรานี้มาจากตลาดเพื่อมาเลือกสามีที่น่าสนใจให้กับกู้เจียลี่คุณหนูสามแห่งจวนสกุลกู้

                กู้เฉินขมวดคิ้ว “ท่านสนใจคุณชายคนอื่นด้วยหรือ? ก่อนหน้านี้ข้าเคยได้ยินแต่ท่านพูดถึงซื่อจื่อ เหตุใดต้องทำความรู้จักกับคุณชายสกุลอื่นด้วยขอรับ?”

                “เมืองหรงเฉินใหญ่โตพอๆ กับเมืองหลวง หากไม่รู้จักคุณชายทั้งหลายให้ทั่วถึงเราจะทำการค้าให้รุ่งเรืองได้อย่างไร?” พูดไปกู้เยว่ฉีก็นึกชมตนเองที่หาข้ออ้างได้อย่างเหมาะสม

                กู้เฉินพยักหน้า “พี่หญิงรอบคอบยิ่ง ข้าจะจดจำวิธีนี้เอาไว้”

                “ได้ยินว่าขุนพลมู่ผู้พี่เก่งกาจการรบในทะเล ส่วนขุนพลมู่ผู้น้องเก่งกาจการรบในที่ราบและป่าเขา”

                “ยังมีคนนะขอรับ ลูกชายคนเล็กที่ไม่เคยมีผู้ใดได้พบตัวผู้นั้น ได้ยินว่ารบเก่งไม่แพ้พี่ชายทั้งสองคน”

                “เสี่ยวเฉิน เ๯้าเคยเห็นหน้าเขาหรือไม่?”

                “ข้าก็เคยเห็นแค่สองพี่น้องเหมือนพี่หญิงนั่นแหละ ส่วนบุตรชายคนเล็กที่ลือกันว่าเกิดจากอนุภรรยาที่หายสาบสูญ มู่ฮูหยินรับเลี้ยงเป็๲บุตรคนที่สามนั่น น้อยคนนักที่จะได้เห็นขอรับ”

                กู้เยว่ฉีระลึกถึงเสียงที่นางได้ยินในวาระสุดท้ายของชีวิต คำเรียกขานว่าหัวหน้ามู่ของคนพวกนั้น อาจจะหมายถึงหนึ่งในสองพี่น้องสกุลมู่ หญิงสาวใคร่จะได้ยินเสียงของคนทั้งสองสักครั้ง นางอยากรู้ว่าผู้ใดคือคนที่ปรามาสนางก่อนตาย

             ‘เ๽้าเห็นข้าเป็๲สตรีโง่ในชาติก่อน แต่ชาตินี้ข้าจะไม่มีวันเป็๲เช่นนั้น’

             จงเป่าหนิงเห็นการประสานสายตาของกู้เยว่ฉีกับคุณชายแห่งค่ายทหารประจำมณฑลก็เลิกคิ้ว เอียงหน้ามาเอ่ยกระเซ้า

                “เ๽้าทำให้คุณชายมู่สองพี่น้องคอยมองอยู่เรื่อยๆ ทั้งๆ ที่แต่งตัวไม่โดดเด่น นับว่าร้ายกาจยิ่ง เยว่เอ๋อร์ข้าได้ยินมาว่าพวกเขาเคยปฏิเสธการหมั้นหมายกับหลิงซวงเสียด้วย”

                กู้เยว่ฉีเอียงหน้าไปหาสหายส่งยิ้มน้อยๆ “เป่าหนิง เ๯้าดูให้ดี สายตาพวกเขาเหมือนกำลังจะจับผิดข้ามากกว่า ไม่รู้ว่าข้าไปทำสิ่งใดให้คนสกุลมู่ขัดเคือง”

                “คนพี่กับคนน้อง ทั้งหน้าตาและรูปร่างก็ดูไม่ต่างกันมาก ทั้งสง่างามและองอาจสมกับเป็๲นักรบ จะว่าไปแม้แต่รัศมีของซื่อจื่อยังข่มพวกเขาไม่ลง”

                “ในเมืองหรงเฉินนี้ หลิงอ๋องยังคงเกรงใจแม่ทัพมู่ ขุนพลทั้งสองย่อมไม่ด้อยกว่าซื่อจื่อ”

                จงเป่าหนิงยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก “ไม่ทันไร เ๽้าก็พูดจาเข้าข้างสกุลมู่แล้ว มิใช่ว่าชมชอบขุนพลเข้าแล้วหรือ?”

                คำพูดของจงเป่าหนิงทำให้กู้เยว่ฉีชะงัก จริงของสหาย หากคิดจะคานอำนาจของจวนอ๋อง ในเมืองหรงเฉินคงมีเพียงสกุลมู่ที่จะทำได้ นางลืมข้อนี้ไปเสียสนิท บางทีนางอาจจะต้องดึงเอาสกุลมู่ลงมาในบ่อน้ำโคลนนี้เสียหน่อย แต่ดูจากสายตาของขุนพลสองพี่น้องแล้ว พวกเขาดูราวกับกำลังจับตามองนางคล้ายกับเสือที่จ้องเหยื่อ

     

     

                ...เกิดอันใดขึ้น? เหตุใดจู่ๆ นางก็พบว่าตนเองกลายเป็๲เป้าของจวนอ๋องและจวนแม่ทัพ?....


    ***************

    ไรเตอร์แนะนำ....อีบุ๊กเ๹ื่๪๫ "พลิกชะตาแค้นสามี เล่ม 2" วางจำหน่ายแล้วทาง mebmarket กดตามลิงก์ไปค่ะ

    https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjMwNjUxNCI7fQ